นักสิทธิ์ทั้ง 10 อยู่ในสภาพสะบักสะบอม นอนกองลงกับพื้น หลายคนในสำนักต่างวิ่งกันไปดู เฌอเอมเร่งเข้าไปตรวจดูอาการ ใบหน้าของนางเริ่มเปลี่ยนสี เมื่อพบว่าพลังอิทธิภายในของทุกคนมีอาการแปรรวนน่าจะมาจากแรงระเบิดของพลังเมื่อครู่
ครามเดินเข้าไปยื่นโอสถให้ทีละคน โอสถนั้นมีลักษณะ สีน้ำเงินใส มีแสงเรืองๆ สีทองห่อหุ้ม มีกลิ่นหอมกระจายปกคลุมไปทั่วบริเวณ
“นี่คือ โอสถขั้นพิสุทธิ์” นักสิทธิ์คนหนึ่งใช้มือที่สั่นเทาชูโอสถขึ้นชื่นชมในระดับสายตา
“มันคือ โอสถนาคาพันหาง ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของพวกท่านได้อย่างดี” ครามเอ่ยเรียบเฉย
ดวงตาทั้ง 10 คู่ ต่างประสานไปยังเจ้าสำนักศิลาอย่างลังเล
ศิลาพยักหน้าตอบรับ ทั้ง 10 รีบกินเข้าไป ทันทีที่โอสถสัมผัสลิ้น ก็ละลายในปากทันที กระแสอุ่นๆ ไหลลงลำคอ และแผ่ซ่านไปทั่วร่าง อึดใจเดียวร่างกายของทุกคนก็ฟื้นฟูกระปรี้กระเปร่า อาการเจ็บปวดหายไปสิ้น กำลังวังชากลับมาเหมือนเดิม
เมื่อนักสิทธิ์ทั้ง 10 ลุกขึ้น ตรวจสภาพร่างกายของตน และเริ่มเดินพลังให้มารวมที่อุ้งมือ แล้วก็พบว่าชีพจรเดินได้คล่องแคล่วขึ้น
“อ้อเกือบลืมบอก มันมีผลข้างเคียง” ครามทำน้ำเสียงเรียบเฉย
“คืออะไรบอกมา!!!” นักสิทธิ์ทั้ง 10 อุทาน
“สักครู่ พวกท่านจะรู้” ครามยิ้มมุมปาก อชิรากับเฌอปรางเห็นดังนั้นถึงกับหัวเราะคิก
ขณะที่ทั้ง 10 กำลังจะเข้ามาไต่ถามครามให้รู้เรื่อง ถ้าจะรักษากันแล้วทำให้พลังอิทธิถอยลงข้าไม่ยอม
พลันร่างกายนักสิทธิ์กลับระเบิดสายพลังพุ่งขึ้นไปบนฟ้า ทีละสายๆ ร่างของทั้งหมดลอยทะยานขึ้นฟ้าทีละคน พลันเกิดแรงระเบิดของมวลอากาศเบาๆ ก่อนที่ร่างของทุกคนจะร่วงลงสู่พื้น
ห๊าาาา!!! เสียงอุทานของคนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
“ละ เลื่อนขั้น ทุกคนเลื่อนขั้นเป็นไปได้อย่างไร” เสียงระคนสับสนหลากหลายราวกับฝูงผึ้ง ด้านศิลา ไม่มีความรู้ด้านโอสถถึงกับงงงัน
“นี่มันใช่ที่เจ้าเคยบอกข้าใช่หรือไม่” ศิลาถามคราม
“ใช่ ข้าแค่ทำให้เป็นที่ประจักษ์ โอสถนาคาพันหาง ขั้นพิสุทธิ์ที่ใช้รักษาลูกศิษย์ของท่านในป่าพยัคฆ์พิษ ข้าได้ปรับปรุงสูตรให้มีการเยียวยาและฟื้นฟู หากผู้ฝึกวิชามีการบาดเจ็บเจียนตาย เมื่อฟื้นฟูด้วยโอสถนี้สามารถบรรลุขั้นถัดไปได้ไม่ยาก ท่านผู้อาวุโสเหล่านี้ และศิษย์เอกจากสำนักใน ต่างขึ้นชื่อในความเป็นอัจฉริยะด้านการบำเพ็ญเพียร และได้รับพลังจากถ้ำศักดิ์สิทธิ์มาก่อนหน้านี้ ทำให้ยิ่งเลื่อนขั้นได้ง่ายขึ้น และโอสถนี้คือหนึ่งในสิ่งที่เราคุยกันไว้เรื่องการค้า เพียง 1 เม็ด ก็เลื่อนขั้นได้ แต่ไม่ส่งผลต่อการเลื่อนระดับ” ครามเอ่ย
“อ้า ท่านพ่อ คุยการค้ากับคราม ทำไมข้าไม่รู้” เฌอปรางบุ้ยปาก
เฌอเอม ทำเสียงดุใส่เฌอปราง ทำให้เธอได้แต่ยิ้มแห้งๆ
“ดี ดีมาก สรรพคุณขนาดนี้ ข้าคงไม่ต้องนัดประชุมผู้อาวุโสของสำนักเพื่อทำการทดสอบแล้วสินะ” ศิลาแข็งขัน หันไปทางนักสิทธิ์ทั้ง 10 คน
ทั้งหมดรีบพาร่างไปประกบมือแสดงการขอบคุณคราม ที่มอบโอสถล้ำค่านี้ให้ บัดนี้พวกเขาไม่กังขาให้ความสามารถของครามอีกต่อไป หากแต่กลับมีความชื่นชม และยำเกรงเด็กหนุ่มวัย 13 ที่แข็งแกร่งในทุกด้านได้ถึงปานนี้ โอสถนี่ทำให้พวกเขาย่นระยะเวลาไปได้อีกครึ่งปี มีรึที่พวกเขาจะขัดขืนอันใด
นอกจากโอสถล้ำค่าขั้นพิสุทธิ์ ที่ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ บนบรรพพิภพ ต่างรู้ดีว่ามีผลด้านสรรพคุณในทันที ทว่าพลังฝีมือของครามกลับแข็งแกร่งไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการได้เชยชมโอสถขั้นพิสุทธิ์ เพียงกิ่งไม้ กลับสามารถต่อสู้กับหมากกลอันแข็งแกร่งได้ง่ายๆ โดยไม่เสียเหงื่อสักหยด
“คุณชาย พวกเราขอขอบคุณ นอกจากนี้หากทำการค้าด้านโอสถใดๆ กับท่าน พวกข้าจะสนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไข” เสียงที่ถูกเปล่งออกมาอย่างพร้อมเพรียงดังกังวานกึกก้อง
“ฮ่าๆ” พ่อบ้านวานรหัวเราะชอบใจ “เหมือนข้าเลย เรียกว่าคุณชาย” วานรย้อนนึกไปตอนที่เขาสร้างข้อกังขาและดูถูกความสามารถของครามในตอนพบหน้าครั้งแรก
ท่าทีการหัวเราะของพ่อบ้านวานร ทำให้ทั้งเฌอปรางและอชิรา หันไปมองหน้า ว่าเขาเป็นอะไรมากไหม
เมื่อการประลองจบลง ทุกคนต่างชื่นชมคราม และร่วมแสดงความยินดีกับสตรีทั้ง 3 ที่ได้เลื่อนระดับแบบก้าวกระโดด
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ในวันนี้ ต่างมีความสนใจในตัวครามมากขึ้น เด็กอายุ 13 ที่นำพาความกว้าวหน้าอย่างคาดไม่ถึงให้กับสำนักศิลา โดยเฉพาะกับธิดาของเจ้าสำนัก อะไรคือความลับเหล่านี้ ต่างคนต่างขบคิดแต่ยังมีขวัญกล้าไม่พอที่จะถาม