(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม

    ตอนที่ 49 คนที่คิดทำผิด…ยังไม่ถือว่าเป็นโจร

     

    ตอนที่ 49 คนที่คิดทำผิด…ยังไม่ถือว่าเป็นโจร

     

     

    หลังจากได้รับคำตอบนักธุรกิจหนุ่มก็ได้ขอตัวจากไป ภายในร้านกาแฟเหลือเพียงรดาที่กำลังนั่งเหม่อมองออกไปนอกร้าน ซึ่งที่นั่นก็คือหน้าร้านไก่ทอด Chicky CPF ของพีทนั่นเอง เธอจ้องมองมันด้วยความสนใจ พลางมีรอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของเธอ

     

    กริ้ง~!

    เสียงประตูหน้าร้านกาแฟที่แทบจะไม่มีคนเข้า ได้เปิดออกอีกครั้ง ก่อนที่จะเป็นอาจารย์หญิง ที่เดินเข้ามาภายในร้าน ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ

     

    “รดา” อาจารย์หญิงเรียกหา พลางเดินไปยังโต๊ะของรดา “เรื่องที่เธอเดินออกจากห้องบรรยายไปแบบนั้น รู้ไหมมันทำให้ผู้บริหารประจำคณะของพี่ตกใจกันแทบแย่เลยนะ พี่ต้องอธิบายและขอโทษพวกเขาเสียยกใหญ่” อาจารย์หญิงเข้ามาในร้าน ก็พร่ำบ่นรดาไม่หยุด

     

    ในประเทศไทยเห็นจะมีก็แต่ อาจารย์หญิงเท่านั้นที่กล้าจะต่อว่ารดา โดยที่ไม่เกรงกลัวในอิทธิพลของอีกฝ่ายแบบนี้

     

    “ขอโทษค่ะพี่หญิง พอดีว่ารำคาญตาแก่วรชัยมากไปหน่อยเลยลุกออกมาแบบนั้น ขอโทษที่ทำอะไรไม่คิดค่ะ” รดาได้วางแว่นตาสีดำที่เธอมักจะสวมใส่อยู่เป็นประจำเอาไว้ข้างๆ พลางหันมายิ้มให้กับอาจารย์หญิงด้วยใบหน้าที่ขี้เล่น

    ในตอนนี้เธอไม่จำเป็นต้องวางมาดใดๆ กับอาจารย์หญิงที่เป็นรุ่นพี่ของเธอ เธอสามารถผ่อนคลายตัวเองได้อย่างเป็นธรรมชาติ

    “เอาเถอะ ประธานวรชัยก็ทำเกินไปจริงๆ ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่า ถึงได้เรียกพี่ออกมาหาแบบนี้?” อาจารย์หญิงพ่นลมหายใจออกมาและยิ้มให้กับรดา เธอเองก็ไม่พอใจในตัวของประธานวรชัยอยู่ไม่น้อย ที่ได้มาต่อว่าลูกศิษย์ของเธอ

    “พี่หญิง ฟังคลิปเสียงนี้ก่อนเถอะค่ะ” รดาหยิบมือถือของเธอส่งให้กับอาจารย์หญิงและได้เปิดคลิปเสียงของประธานวรชัย ที่คิดจะกลั่นแกล้งพีทให้อีกฝ่ายได้ฟัง

     

    ตึง~! อาจารย์หญิงเผลอทุบโต๊ะอย่างไม่ตั้งใจ “ทำแบบนี้มันเกินไปแล้ว เจ้าพีทก็แค่นักศึกษาคนหนึ่งเท่านั้น ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้วิธีสกปรกรังแกกันแบบนี้เลย” อาจารย์หญิงคราวนี้หน้าแดงก่ำมากกว่าเดิม เธอโมโหมากที่มีคนกำลังจะกลั่นแกล้งลูกศิษย์ของเธอด้วยวิธีการแบบนี้

    “รดา พี่ขอคลิปเสียงนี้ได้ไหม? พี่จะได้เอาไปเป็นหลักฐานกับอธิการบดีของคณะให้เขาช่วยจัดการ” อาจารย์หญิงอยากที่จะจัดการกับอาจารย์จากคณะสาขาการจัดการที่ร่วมมือกับประธานวรชัยเพื่อกลั่นแกล้งลูกศิษย์ของเธอ

     

    ซึ่งทางด้านของรดาก็ส่งคลิปเสียงให้กับอาจารย์หญิงพลางย้ำเตือนไปว่า แม้คลิปนี้จะใช้เป็นหลักฐานเอาผิดกับอาจารย์คนนั้นได้ แต่ถึงอย่างนั้นหลักฐานนี้ก็ไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะไล่บี้ให้อีกฝ่ายยอมรับสารภาพ

     

    อีกทั้งคนที่ว่าจ้างคือประธานวรชัยที่มีอิทธิพลในจังหวัดธาราบุรีด้วยแล้ว ยิ่งถือเป็นเรื่องยากในการสืบสาวไปถึงเสือเฒ่าคนนี้

     

    “พี่หญิงเคยได้ยินคำพูดนี้ไหม ‘คนที่คิดทำผิด…ยังไม่ถือว่าเป็นโจร’ ในเมื่ออีกฝ่ายยังไม่เป็นโจร ฉะนั้นเราก็ทำให้เขาเป็นโจรเสียก่อน แล้วเราค่อยเอาผิดเป็นไง?” รดาพูดประโยคนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ประกอบกับใบหน้าที่นิ่งเฉย ราวกับเป็นเรื่องคุ้นชิน ทั้งๆ ที่เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับอาจารย์มหาลัยคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

     

    “คนที่คิดจะทำผิด ยังไม่ถือว่าเป็นโจร? รดาเธอต้องเจอกับคนพวกนี้มาเยอะแค่ไหนกัน ถึงได้พูดออกมาหน้าตาเฉยแบบนี้” อาจารย์หญิงมองรดาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความตกตะลึง เธอรู้ว่าน้องรหัสของเธอคนนี้เป็นนักธุรกิจที่เก่ง แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีด้านที่น่ากลัวแบบนี้อยู่ด้วย

    เนื่องจากตอนที่อยู่ด้วยกันกับเธอ ดั่งเช่นตอนนี้ รดาไม่เคยทำอะไรที่แตกต่างไปจากรุ่นน้องที่น่ารักคนหนึ่งเลย

    “วงการธุรกิจมันโหดร้ายค่ะ” รดาหัวเราะแห้งๆ พลางแลบลิ้นออกมาอย่างขี้เล่น ที่ตัวเองดันเผลอแสดงด้านที่แข็งกระด้างออกมาต่อหน้ารุ่นพี่ของเธอโดยไม่ตั้งใจ “ในเมื่อตอนนี้ พี่หญิงก็รู้แล้วว่าอีกฝ่าย คิดร้ายกับลูกศิษย์ของพี่ ฉะนั้นในฐานะที่พี่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของเขา ก็ควรหาทางและป้องกันให้กับเขาก่อนเถอะค่ะ ส่วนเรื่องลงโทษอะไรนั้น ฉันเชื่อว่าเดี๋ยวศัตรูก็จะโผล่หางออกมาให้เราจัดการเอง”

     

    รดาได้นัดแนะวิธีการรับมือกับเรื่องนี้ให้กับอาจารย์หญิงอยู่นานหลายนาที ก่อนที่ในที่สุดเมื่อกาแฟในแก้วได้หมดลงไป

     

     

    ทั้งสองก็ลุกขึ้นเพื่อเตรียมจะบอกลากันแล้ว “ยังไม่ได้อยู่ทานข้าวด้วยกันเลย เธอก็จะกลับแล้วเหรอ?” อาจารย์หญิงยังมีเรื่องที่จะคุยกับรุ่นน้องคนนี้ของเธออยู่อีกเยอะแยะ ตามประสาคนสนิทที่นานๆ เจอกันสักที

     

    “เย็นนี้มีบินไปทำธุระที่ปักกิ่ง (จีน) ค่ะ เอาไว้เดี๋ยวฉันกลับจะนัดพี่อีกครั้งนะคะ” รดาเองก็มีภารกิจเกี่ยวกับธุรกิจของเธอรัดตัวอยู่ไม่น้อย อย่างคืนนี้ก็มีบินด่วนไปที่ประเทศจีนเพื่อติดต่อกับพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ

    อย่างไรก็ตาม อาจารย์หญิงและรดา ก็ไม่ได้แยกกันเสียทีเดียว…พวกเธอทั้งสองได้เดินข้ามมายังฝั่งตรงข้ามกับร้านกาแฟ ที่ซึ่งเป็นร้านขายไก่ทอดของพีท ที่มีลูกค้ากำลังต่อคิวซื้อไก่ทอดกันอยู่เนืองแน่น

     

    หากแต่ทันทีที่อาจารย์หญิงและรดา กำลังจะไปยืนต่อแถวเพื่อซื้อไก่ทอดกลับไปทานเล่น ก่อนจะขึ้นเครื่องนั่นเอง ทางด้านของฝ้ายที่อยู่ดูแลร้านก็ได้เข้ามากล่าวสวัสดีอาจารย์หญิงที่กำลังต่อแถวพอดี พร้อมกับพาทั้งสองคนไปยังด้านหลังของร้าน เพื่อลัดคิวให้เป็นกรณีพิเศษนั่นเอง

    ฝ้ายรู้ว่าอาจารย์หญิงคืออาจารย์ที่ปรึกษาของพีท อีกทั้งยังเป็นอาจารย์ที่พีท สนิทสนมและนับถือเป็นอาจารย์ที่เคารพมากที่สุดในคณะ ดังนั้นฝ้ายจึงทำการต้อนรับอาจารย์หญิงเป็นอย่างดีและให้สิทธิ์พิเศษในการเข้าหลังร้านแบบลับๆ กับเธอ

     

    “ฝ้ายทำแบบนี้ไม่ได้นะ ถ้าหากลูกค้าคนอื่นรู้เข้า ทางร้านของพวกเธอจะเสียหายเอานะ” อาจารย์หญิงพยายามบอกปัด เมื่อฝ้ายพาพวกเธอลัดคิวมาเข้าหลังร้าน

    “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พีทบอกไว้ว่าถ้าหากอาจารย์หญิงมาอุดหนุนที่ร้านให้พวกเราดูแลอย่างดี ตอนนี้พีทกำลังทำงานอยู่ที่ห้องทำงาน ให้หนูไปเรียกเขาให้ไหมคะ?” ฝ้ายยิ้ม

    “ไม่เป็นไร ไม่ต้องเรียกเจ้านั่นหรอก…เดี๋ยวจะคิดว่าอาจารย์มาดุด่าเรื่องที่ไปก่อเรื่องไว้ที่งานบรรยายเอาเปล่าๆ อาจารย์กับเพื่อนแค่มาซื้อไก่ทอดไว้ทานเล่นเท่านั้น” อาจารย์หญิงตอบ พลางเปิดทางให้กับรดา ที่ยืนอยู่ด้านหลังของเธอ ให้กับฝ้ายได้พบเห็นตัว

     

    ฝ้ายกับรดาได้ทำการทักทายกัน ทั้งสองฝ่ายต่างยิ้มให้แก่กันตามมารยาท โดยตัวของฝ้ายก็แอบมองรดาอย่างเงียบๆ และแอบชื่นชมอีกฝ่าย ถึงมาดความเป็นนักธุรกิจสาวเต็มตัว แม้จะมีอายุแค่ 26 ปีเท่านั้น

     

    ‘สวยมาก เท่จังเลย…ดูเป็นหญิงแกร่งจริงๆ’ ฝ้ายเองก็อยากที่จะทำให้ตัวเองมีบุคลิกที่ปราดเปรียวแบบเดียวกับรดาบ้าง พอได้เห็นรดาใกล้ๆ จึงอดไม่ได้ที่จะตรวจสอบอีกฝ่ายและชื่นชม

     

    อย่างไรก็ตาม รดาก็ได้ทำการประเมินฝ้ายเช่นเดียวกัน ‘น่ารัก สดใส ดูอบอุ่น รอยยิ้มก็มีเอกลักษณ์ที่ใครๆ ก็อยากเข้าหา ช่างน่ารักอะไรแบบนี้’ รดามองเห็นถึงความสดใสของฝ้าย ที่มีความอบอุ่นแผ่กระจายออกมาเป็นเหมือนเสน่ห์อย่างหนึ่ง รดาที่เห็นแบบนี้จึงอดไม่ได้ที่จะเทียบกับตัวเอง ที่มีบุคลิกในขั้วตรงข้าม ที่ตัวเธอนั้นดูจะเป็นคนที่เยือกเย็น จนคนรอบๆ ข้างมักจะกลัวและถอยห่างอยู่บ่อยๆ

     

    “พอดี พี่ได้กินไก่ทอดในงานบรรยายแล้วเกิดชอบมันมาก จึงอยากจะซื้อไปทานเล่นในระหว่างเดินทางสักหน่อย น้องช่วยจัดให้พี่สักชุดได้ไหม เอาเป็นรสวิงค์แซ่บก็แล้วกัน” รดาได้ทำการสั่งไก่ในรสชาติที่เธอรู้สึกชอบมากๆ ด้วยรสชาติความเปรี้ยว ความเผ็ดและความนุ่มของไก่ ในตัวของรสชาติวิงค์แซ่บ

     

    มันได้ไปกระตุ้นความอยากอาหารของเธอ ที่ปกติแล้วรดามักจะทานอะไรไม่ค่อยได้ในระหว่างขึ้นเครื่อง หากได้กินไก่สัก 2-3 ชิ้นก็น่าจะอยู่ท้อง จนเธอพอจะแบกท้องไปถึงปลายทางได้นั่นเอง

     

    “เดินทาง…ถ้าแบบนั้นใส่กล่องปกติไปคงชืดไม่อร่อยพอดี งั้นเอาแบบนี้ไหมคะ? ลองใช้กล่องพวกนี้ดู พอดีว่าพีทได้ออกแบบกล่องพิเศษที่ช่วยรักษาอุณหภูมิในกล่องให้คงที่เพื่อที่จะได้คงสภาพไก่ให้กินได้นานๆ ถ้าอยู่ในช่วงเวลา 3-5 ชั่วโมงรับรองว่ายังกรอบและรสชาติเหมือนเดิมแน่นอนค่ะ” ฝ้ายเสนอถึงกล่องชนิดพิเศษที่พีทพึ่งจะออกแบบขึ้นมาใหม่เมื่อไม่กี่วันที่แล้ว โดยภายนอกรูปร่างของกล่องก็เป็นเหมือนกล่องปกติที่พวกเขาใช้อยู่

    หากแต่ภายในได้ใช้กระดาษห่มหุ้มแบบพิเศษที่สามารถช่วยรักษาอุณหภูมิและช่วยระบายอากาศได้เป็นอย่างดี ห่อเอาไว้อีกหนึ่งชั้น

     

    อาจารย์หญิงและรดา ได้มองดูกล่องด้วยความสนอกสนใจ และเมื่อได้ยินถึงสรรพคุณของมันที่ช่วยเก็บรักษาไก่ทอดได้นานหลายชั่วโมง ตัวของรดาก็ไม่รอช้า เสนอขอซื้อไก่ทอดอีกหลายชุด รสชาติละไม่ต่ำกว่า 3 ชุด ในทันที

     

    “กล่องนี้พึ่งจะออกแบบเสร็จ ถึงจะทดลองมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่เคยได้เอามาใช้งานจริงๆ …ถ้าไม่เป็นการรบกวน หลังจากที่พี่รดาได้ใช้งานแล้ว ช่วยกลับมารีวิวหลังจากใช้งานจะได้ไหมคะ?” ฝ้ายรู้ว่าพีททุ่มเทให้กับร้านนี้ไปมาก ขนาดกล่องรุ่นพิเศษนี้ก็เป็นตัวของพีทที่เป็นคนออกแบบขึ้นมาเอง ดังนั้นฝ้ายจึงอยากแบ่งเบาภาระของพีทสักเล็กน้อย เลยขันอาสาขอเป็นคนทดสอบกล่องรุ่นพิเศษด้วยตัวเอง

     

    ประจวบเหมาะกับที่ตัวของรดาต้องนั่งเครื่องบินและเดินทางไปเป็นประเทศจีน ฝ้ายจึงยถือโอกาสนี้ให้รดาช่วยทดสอบกล่องนี้ไปด้วยเลย

     

    รดาตกลงรับปาก พลางแอบยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่ไม่นานนักตัวของรดาและอาจารย์หญิงจะเดินกลับมาที่รถของเธอเพื่อนร่ำลากัน

     

    “ตายจริง ลืมไปสนิทเลย…เธอสนใจโปรเจคของพีทอยู่ไม่ใช่เหรอ พี่ก็ลืมให้เธอสองคนทำความรู้จักกันไปเลย” อาจารย์หญิงวุ่นกับเรื่องในวันนี้ จนลืมไปเลยว่า เธอลืมแนะนำพีทให้กับรดาได้รู้จักกัน

    “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ วันนี้มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย คงจะไม่ใช่โอกาสที่ดีจะได้รู้จักกัน เอาไว้วันหลังค่อยเจอกันก็ยังไม่สาย” รดาตอบ ก่อนจะกอดลารุ่นพี่ของเธอ พร้อมกับเดินทางไปยังประเทศจีน ด้วยไก่ทอดจากร้านของพีทกว่าหลายชุด

    รดาได้มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อที่รอขึ้นเครื่องในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้า ระหว่างนั้นเธอก็ได้เข้าไปรออยู่ที่เลานจ์ของทางสนามบิน เพื่อที่จะกินไก่ทอดของพีทเป็นอาหารรองท้อง

     

    แน่นอนรสชาติของไก่ทอดยังยอดเยี่ยมและถูกใจเธอเหมือนเช่นเคย เผลอแป๊บเดียวไก่ทอดรสวิงค์แซ่บก็หมดไปแล้วหนึ่งกล่อง ทั้งๆ ที่เธอตั้งใจที่จะกินแค่ 2-3 ชิ้นเท่านั้น

     

    ‘ไม่ได้กินอะไรเพลินๆ แบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ?’ รดาพูดกับตัวเองพลางอมยิ้ม ก่อนจะหยิบกล่องไก่ทอดเพื่อเตรียมที่จะนำไปทิ้ง ซึ่งในตอนนั้นเอง สายตาของเธอก็เหลือบไปมองยังโลโก้ร้านไก่ทอดของพีท ไม่ว่าจะเป็นมาสคอตที่เป็นไก่หน้าตากวนๆ กำลังยกนิ้วโป้งมาให้และชื่อร้าน Chicky CPF และนี้เองก็ทำให้รดาที่ระหว่างรอขึ้นเครื่องเกิดสนใจอะไรบางอย่างขึ้น

     

    รดาได้หยิบมือถือของเธอและได้ทำการติดต่อไปหาเลขาส่วนตัวของเธอ ไม่ถึงอึดใจ…เลขาส่วนตัวก็พลันรับสาย “ช่วยหาข้อมูลเกี่ยวกับร้านไก่ทอด ที่ชื่อ Chicky CPF แล้วส่งมาให้ฉันที”

     

    โดยรดาได้รับข้อมูลจากเลขาของเธอภายในไม่กี่นาที แต่ด้วยความที่ตอนนั้นเธอกำลังเตรียมที่จะขึ้นเครื่อง กว่าจะได้อ่านข้อมูลที่ทางเลขาของเธอส่งมา ก็ตอนที่ได้อยู่บนเครื่องบินแล้ว

    ที่นั่งระดับไฮเอนด์ ชั้น First Class มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งอ่านเอกสารในโน้ตบุ๊กของเธอ ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

     

    ‘นักศึกษาคนนี้เป็นใครกันแน่?!’ ดวงตาของรดาเบิกโพลง…เธอมองดูเอกสารที่แสดงอยู่บนหน้าจอด้วยความรู้สึกที่สับสนงุนงง ใคร่อยากจะรู้ให้ได้ว่านักศึกษาที่ชื่อว่าพีทคนนี้เป็นใครกันแน่

     

    ‘บริษัท Chicky CPF จำกัด จดทะเบียนด้วยผู้ก่อตั้ง 3 คน มีรายนามดังต่อไปนี้ [พีทพล (พีท) ,ชัยวัฒน์ (แชมป์) ,กมลรัตน์ (ฝ้าย) ] ’

    ยื่นจดทะเบียนเมื่อวันที่ xx ธันวาคม 2555 ด้วยทุนเริ่มต้น 10,000 บาท และในวันที่ xx มกราคม 2556 เพิ่มทุนในบริษัทเป็น 1,000,000 บาท

    จดทะเบียนด้วยทุนเริ่มต้น 10,000 บาท แต่ไม่ถึงเดือนเพิ่มเงินจดทะเบียนเป็น หนึ่งล้านบาท แม้จำนวนเงินนี้อาจจะไม่เยอะมากถ้าเทียบกับบริษัทของเธอ

     

    เท่าที่รดารับรู้มาจากอาจารย์หญิง พีท เป็นเพียงนักศึกษาที่มีฐานะปานกลางเท่านั้น ส่วนเพื่อนร่วมทุน ก็มีคนที่ชื่อ ชัยวัฒน์ ที่มานามสกุลที่ฟังดูคุ้นหูอยู่บ้าง ถ้าเธอคาดเดาไม่ผิดน่าจะเป็นคนในครอบครัวของนักการเมืองคนหนึ่งของประเทศไทย

     

    แต่จากที่รดาคาดการณ์ดูแล้ว เงินพวกนี้น่าจะไม่ใช่เงินที่ทางครอบครัวของนักการเมืองจะหยิบยืมให้อย่างแน่นอน

     

    พูดถึงตรงนี้ ไม่ใช่แค่นามสกุลของแชมป์เท่านั้นที่ดูคุ้นตาเธอ นามสกุลของพีทก็ดูจะคุ้นตาเธอด้วยเช่นกัน มิหนำซ้ำยังคุ้นตาเธอมากเสียยิ่งกว่าแชมป์ที่เป็นลูกของนักการเมืองเสียอีก

    เพียงแต่ติดที่ว่า เธอจำไม่ได้ว่า นามสกุลของพีทนั้นมาจากครอบครัวไหน? รดาพยายามคิดอยู่ตลอดการเดินทางของเธอ แต่สุดท้ายก็คิดไม่ออกอยู่ดี.

     

     

     

    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

     

     

    นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ

    สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ

    www.facebook.com/WritelazyV2

    นามปากกา.Writelazy

     

     

    คล้ายกับเรื่อง(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม ที่คุณอ่าน