อาหารแพงๆหรอ ทุกวันนี้ถึงเธอจะไม่ได้ไม่มีจะกินแต่จะใช้อะไรก็ต้องระวังไม่ฟุ่มเฟือยจนเกินไป เพราะงั้นตอนที่แววบังคับให้เลี้ยงข้าวทุกคนในสาขาเธอดึงแทบจะต้องขูดกระดูกเธอออกมาเพราะไม่กล้าขอเงินแม่เพิ่ม
ซื้อรถใหม่เพราะคันเก่าใช้นานแล้ว เอาจริงๆถึงจะใช้คำว่าใช้นานแล้วแต่ที่เปลี่ยนก็เพราะเบื่อใช่มั้ยหละ เพราะมันไม่ได้เสียซะหน่อย แต่ทุกวันนี้แม่เธอมีแค่รถเก่าๆอยู่คันนึงเท่านั้น ส่วนเธอจะไปไหนมาไหนยังต้องเกาะรถเมย์อยู่เลยแต่หมอนี่ซื้อรถใหม่เพราะ เบื่อ
ถึงแม้ว่าเธอจะอิจฉาแต่เธอไม่เคยถึงขั้นริษยาเพราะแม่เธอไม่เคยปิดที่มาที่ไปของเธอทำให้เธอรู้ว่าเธอไม่ควรจะเรื่องมากเพราะเขาไม่ได้อยากให้เธอเกิดเพราะงั้นเธอเลยได้แต่เรียกร้องความสนใจทางอ้อมเท่านั้น แต่วันนี้พอได้ยินเรื่องแบบนี้กับหูมันก็เริ่มมีความรู้สึกแบบนั้นในใจ
บ้านขนาดใหญ่ ลูกชายซื้อรถใหม่เพียงแค่เพราะเบื่อคันเก่าที่ใช้มานาน แล้วยังไปงานอีเว้นซื้ออาหารแพงๆได้โดยไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องเงิน
พอคิดถึงคำพูดของนายปิยะที่บอกว่าเธอต่างหากที่ควรเกลียดเขา มันก็ทำให้เกิดความรู้สึกแค้นใจขึ้นมา
เธอไม่ได้ขนาดต้องการให้เป็นแบบเดียวกัน แต่ว่าอย่างน้อยรถที่ไม่ได้ใช่แล้วเพราะเบื่อคันนั้นเอาให้เธอกับแม่ใช้ไม่ได้หรือไง แล้วยังเรื่องอาหารการกินอีกถ้ารวยขนาดนั้นแบ่งให้แม่เพิ่มอีกสักหน่อยมันจะตายหรอ บ้านอีกไม่ต้องซื้อใหม่หรอกเพราะเธออยู่กับแม่2คนแต่ซ่อมบำรุงให้ดีกว่านี้ไม่ได้หรอ เธอได้ยินมาว่าตอนที่ซื้อก็เป็นบ้านเก่ามือ2แล้วด้วยซ้ำ
นายปิยะสังเกตุสาอยู่ตลอด จริงๆเขาก็แค่ลองแหย่ไปสำเร็จก็ดีไม่สำเร็จก็ไม่เป็นอะไร แต่ดูเหมือนว่ามันจะได้ผลมากกว่าที่คิด
“สวัสดีแหม่พอรู้ว่าคุณมาหาเองถึงที่ผมก็รีบกลั…”ระหว่างนั่งรออยู่พักใหญ่ก็มีเสียงทักทายเข้ามาก่อนตัวของรัฐมนตรี วรพล แต่ก็ต้องชะงักไปก่อนเมื่อเดินเข้ามาแล้วเห็นเด็กสาวที่คุ้นเคย
“คุณเดี๋ยวเตรียมของหวานให้นะ พอดีพึ่งจะได้…”ภรรยาของรัฐมนตรีที่กลับมาด้วยกันกล่าวยังไม่ทันจบก็โดนขัด
“ไม่ต้องคุณออกไปรอข้างนอก ดูเหมือนว่าวันนี้ท่านปิยะจะมาเรื่องค่อนข้างเครียดหนะ”พอเห็นสานั่งอยู่ในบ้านเขาก็ไล่ภรรยาออกไปทันทีเพราะกลัวความแตกก่อนจะรีบปิดประตูให้มิดชิด
“คุณคิดจะทำอะไร”วรพลถามเสียงเครียด การที่สานั่งอยู่กับนายปิยะก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าฝ่ายนั้นต้องรู้สถานะของเธอกับเขา
“ผมต้องการให้คุณเข้าร่วมกับอิกดราซิล”นายปิยะพูดไปตรงๆคนระดับนี้รู้จักอิกดราซิลอยู่แล้วแค่รู้จักมากน้อยแค่ไหนเท่านั้นนาย
นายวรพลเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองขนาดกลางมี1ใน20ตระกูลใหญ่เป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ปัจจุบันพรรคของเขามีเก้าอี้สส.จำนวน25คนจาก500ทีนั่งและเป็นรัฐมนตรีคนเดียวของพรรค
“ไม่”คำตอบสั้นๆทำให้นายปิยะไม่พอใจทันที
“ผมไม่ได้มาขอแต่สั่ง”สายตาของนายปิยะที่ตอนแรกดูเป็นกันเองเปลี่ยนไปทันทีที่โดนปฏิเสธ ตอนนี้เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่วางอำนาจถึงที่สุด
“แล้วคุณจะทำอะไรผมหละถ้าผมไม่ทำตาม”รัฐมนตรีจ้องนายปิยะด้วยสายตาที่ไม่ค่อยพอใจ
“เริ่มจากบอกเมียคุณเรื่องเด็กคนนี้เป็นยังไง”
“คุณจะบอกอะไรหละ ถ้าจำไม่ผิดเด็กนี่เป็นลูกของคนขับรถผมไม่ใช่หรือไง”รัฐมนตรีวรพลมองนายปิยะด้วยความไม่พอใจก่อนจะถอนหายใจออกมา
“ไม่เอาหนะ เราต่างก็รู้ว่ามันไม่ใช่”
“แล้วถ้าผมยืนยันว่าใช่หละ”ต่อให้สาเป็นลูกเขาจริงแต่ถ้าเขายืนยันว่าไม่ใช่เสียอย่างใครจะทำอะไรได้หละ
สากำหมัดแน่นก้มหน้าลงพยายามซ่อนน้ำตาที่ซึมออกมา ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าเขาให้คนขับรถจดทะเบียนรับเธอเป็นลูก แต่การต้องมาได้ยินเขาปฏิเสธว่าเธอไม่ใช่ลูกเขาเองกับหูมันก็รู้สึกแย่มากจริงๆ
“ไม่เอาน่า การเข้าร่วมกับเรามันไม่ดีตรงไหนกัน ผมรับรองเลยว่าต่อให้คุณเลือกตั้งสส.ไม่ชนะในรอบหน้าคุณก็จะได้เก้าอี้รัฐมนตรีเหมือนเดิม”นายปิยะเสนออกไป
“ก่อนจะถึงตรงนั้นผมคงโดยตระกูลเจี่ยเล่นงานก่อนแล้วหละ”เขาได้รับการสนับสนุนจากตระกูลเจียเพราะงั้นถ้าเขาทรยศยังไงทางนั้นก็ไม่เอาเขาเอาไว้
“ไม่ง่ายหรอก จริงๆผมไม่เคยตกลงกับพวกนั้นหรอกนะแต่ก็เหมือนรู้ๆกันไปเองว่าจะสู้กับอิกดราซิลห้ามใช้กำลังเพราะถ้าเราสวนไม่มีทางมีใครสู้ได้”
“คุณคงไม่คิดว่าพวกนั้นปัญญาอ่อนนะ ถึงจะฆ่าผมไม่ได้แต่พวกนั้นก็มีวิธีอื่นแบบที่คุณกำลังพยายามเอามาใช้ขู่ผมนี่แหละ”แน่นอนว่าคนระดับรัฐมนตรีไม่ได้มีสาเป็นเรื่องที่ต้องระวังอยู่แล้ว เขายังพัวพันกับเรื่องทุจริตอีกหลายเรื่องทั้งที่เกี่ยวเองและไปรับรู้มา
คนที่เป็นนักการเมืองแล้วมือสะอาดจริงๆเดี๋ยวนี้มันไม่ค่อยมีนักหรอก ต่อให้ไม่อยากทำบางครั้งก้จำเป็นต้องทำเพื่อให้พวกนักการเมืองคนอื่นไว้ใจ เพราะถ้ามือสะอาดก็จะโดนระแวงว่าจะมาแฉรึเปล่าสุดท้ายก็จะอยู่ไม่ได้เพราะไม่มีพวก
นายปิยะไม่ได้พูดอะไรเขาหยิบเอกสารบางอย่างโยนลงบนโต๊ะ
รัฐมนตรีหยิบขึ้นมาดูแล้วก็พบว่ามันเป็นผลการตรวจDNAยืนยันความเป็นพ่อลูกออกมาโดยไม่พูดอะไร
“ไม่เอาหนะคุณปิยะ ผมหนะใจดีกับลูกน้องเสมอคนขับรถผมมันมีลูกยากผมเลยบริจาคน้ำเชื้อให้เรื่องมันก็เท่านั้นแหละ เพราะงั้นเวลาตรวจDNAมันก็เลยได้ผลแบบนี้”
“ถ้าไม่เชื่อคุณลองไปตรวจสอบดูที่โรงพยาบาลที่ดูแลครรภ์ของแม่เด็กคงนี้ก็ได้”รัฐมนตรียิ้มออกมาเพราะเขาเตรียมตัวไว้แล้วเผื่อวันนึงเด็กคนนี้จะทำอะไรบ้าๆขึ้นมาอย่างฟ้องแย่งทรัพย์สินกับลูกๆคนอื่นของเขาแต่ไม่คิดเหมือนกันว่าจะต้องเอามาใช้แบบนี้
สาที่ฟังอยู่ก็ตกลงตะลึงไม่คิดว่าพ่อของตัวเองจะทำขนาดนี้
“เฮ้ออ”นายปิยะถอนหายใจออกมา เขาก็ไม่คิดเหมือนกันว่าหมอนี่จะทำขนาดนี้
“นี่ฟังนะ…”
“พอที”ในที่สาที่ฟังอยู่ก็ทนไม่ไหว พ่อเธอไม่อยากรับเธอเป็นลูกขนาดที่ต้องสร้างหลักฐานปลอมขนาดนี้เลยหรอ
“พ่อทำเกินไปแล้ว คิดว่าหนูกับแม่เป็นตัวอะไร”สาตะโกนอย่างเหลืออด พ่อของเธอเขามองเธอแค่ตอนแรกที่เข้ามาหลังจากนั้นตลอดเวลาที่คุยกันเขาไม่ได้หันมา ไม่ได้สนใจเลยว่าเธอฟังอยู่
“คุณพูดถูกฉันไม่ควรกลัวเขาเกลียด เขาต่างหากที่ต้องกลัวฉันเกลียด”
สาในตอนนี้มองด้วยสายคาแค้นเคือง นายปิยะเหลือบตามองสามุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
“ฉันมีหลักฐานเต็มไปหมดว่าคุณเป็นพ่อฉัน”สาพูด
“เพราะฉันอยากคุณสนใจก็เลยเรียกร้องความสนใจ ฉันเคยคิดด้วยซ้ำว่าจะไปจะประกาศตัวให้รู้แล้วรู้รอดไปแต่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวคุณเกลียด แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว คุณดูแล2คนนั้นอย่างดีในขณะที่ฉันกับแม่คุณแค่โยนเศษเงินให้ราวกับขอทาน ทั้งๆที่ๆแม่เรียนไม่จบก็เพราะท้องกับคุณก็เลยหางานดีๆไม่ได้ แล้วดูคุณทำลูกซื้อรถใหม่เพราะเบื่อคันเก่า แต่รถของแม่ซ่อมแล้วซ่อมอีกตอนนี้เวลาขับแทบจะเร่งความเร็วไม่ได้”
“เอาสิอยากปฏิเสธนักใช่มั้ย งั้นฉันจะพิสูจน์เองว่าฉันเป็นลูกคุณ ทั้งที่อัดเสียงไว้ตอนที่เคยคุยกัน ทั้งของที่คุณเคยให้ แชทที่คุยกับแม่ แล้วก็เล็กๆน้อยๆอีกเยอะ ก็จริงที่มันไม่มีอะไรที่ชัดเจนแต่มันเยอะมากมาดูกันมาคุณจะปฏิเสธทั้งหมดได้รึเปล่า”
“เอาสิ”
รัฐมนตรีตัวสั่น เขาโกรธเพราะเข้าใจว่าเด็กคนนี้อยากให้เขารักมาตลอดไม่คิดเลยว่าจะมาแผลงฤทธิ์เอาตอนนี้
“สรุปคือเราพิสูจน์ได้”
“คุณปิยะอย่าให้มันมากไปนะ”รัฐมนตรีลุกพรวดขึ้นมา
“มากไปแล้วยังไง คุณควรดีใจด้วยซ้ำที่ผมมาเชิญคุณด้วยตัวเอง"นายปิยะพูดเสียงเหี้ยม
“แถมอนาคตการรับคนเข้ามาเป็นสมาชิกจะยากขึ้นมาก ยิ่งถ้าเราคุมประเทศนี้ได้สมบูรณ์แล้วการรับสมาชิกก็จะยิ่งน้อย ตำแหน่งสูงๆในประเทศจะมีแค่สมาชิกเท่านั้นที่ได้ไป”
“ผมถือว่าคุณตอบตกลงแล้ว ถ้าคุณยังงี่เง่าอยู่ผมรับรองว่าครอบครัวคุณจะรู้เรื่องเด็กคนนี้แน่”นายปิยะตัดบทอย่างเด็ดขาดแล้วก็เดินออกไปทันที
“แก ไอ้ลูกอกตัญญู”รัฐมนตรีวรพล จ้องสาเขม่ง
“กตัญญูมันสำหรับคนที่มีบุญคุณ ที่ผ่านมาคุณก็แค่ปกป้องตัวเองเพราะกลัวแม่กับหนูจะสร้างปัญหาต่างหาก”สาพูดทั้งน้ำตาก่อนจะรีบเดินตามนายปิยะและจูนออกไป
ถึงเวลาต้องยอมรับความจริงสักทีชายคนนี้ไม่มีทางรักเธอ