กลางค่ำคืนที่เงียบงัน ชายหนุ่มในห้องสี่เหลี่ยมกำลังยืนอยู่พร้อมหน้าต่างสถานะสีทองเรืองรองเบื้องหน้า “เปิดหน้าต่างสถานะ”
[ สถานะ ]
ชื่อ:หวังหลง อายุ:14
เผ่าพันธุ์:มนุษย์{???} Level:1 Exp(0/10)
ความแข็งแกร่ง:3 โชคชะตา:???
ค่าชีวิต:2 แรงกาย:29/100
มานา:1 ปราณ:0 ( ต้องคำสาป )
แต้มสถานะพิเศษ:0
ความสามารถ(เคล็ดวิชา) : ตรัสรู้ลึกลับ(ติดตัว)???
“….. หวังหลงงั้นรึ”แม้จะมีความขัดแย้งระหว่างชื่อที่เขาโดนหญิงสาววัยกลางคนเรียกกับชื่อที่แสดงอยู่ในหน้าต่างสถานะก็อตหาได้สนใจไม่ ที่เขาคิดว่าเป็ปัญหาสำหรับเขาตอนนี้คือสิ่งที่ระบุไว้หลังค่าปราณของเขา “คำสาปงั้นหรือ”นั่นคงเป็เหตุผลที่เด็กหนุ่มในความทรงจำของเขาไม่สามารถบ่มเพาะหนทางแห่งปราณได้
ในโลกที่ปกครองด้วยพลังอำนาจและศักดาแห่งตน ในโลกแห่งการฝึกฝนบ่มเพาะกายาด้วยปราณควบคู่กับการบ่มเพาะิญญาเพื่อบรรลุหนทางแห่งเซียน คำสาปที่ทำให้เขาฝึกปราณไม่ได้มันเท่ากับกำหนดให้เขาเป็เศษเดนเลยไม่ใช่หรือ
แต่ในหนทางแห่งความมืดมน “มานา… จริงๆเหรอเนี่ย”ในความทรงจำของร่างที่เขาอาศัยอยู่เขาไม่พบร่องรอยของสิ่งที่เรียกว่ามานาในโลกนี้เลยเพียงนิด………..
ในรุ่งเช้าของวันถัดมา “นั่นเ้าจะไปที่ใดกัน!”เสียวหญิงวัยกลางคนะโไปทางเด็กหนุ่มที่กำลังเดินมุ่งหน้าไปที่ใดสักแห่ง “ข้ามีที่ที่ต้องไป แล้วข้าจะกลับมา”เด็กหนุ่มในสภาพสมบูรณ์พร้อมจนแม้แต่นางเองยังประหลาดใจ ทั้งที่ในเมื่อวานสภาพของเขาอย่างน้อยที่สุดควรจะนอนซมเป็เดือนด้วยซ้ำกว่าจะกลับมาเดินเหินได้
“ร่องรอยแห่งมานา นั่นคือสิ่งที่เราจะต้องััให้ได้ในตอนนี้”ในคืนก่อนหน้าท่ามกลางแสงสว่างเรืองรอง เด็กหนุ่มได้เกิดการตรัสรู้เล็กๆขึ้นมา มานานั้นเป็พลังที่แตกต่างจากปราณแต่ก็แตกต่างกันเฉพาะสถาณที่ที่มันอาศัยอยู่และชื่อเรียกของมันก็เท่านั้น
ปราณเป็พลังที่เกิดจากการซึมซับพลังโกลาหลแห่งสรรพสิ่งจากภายนอกร่างกายเข้ามากักเก็บภายในผ่านการ กลั่นให้บริสุทธิ์และเป็กลางอาศัยในแก่นกักเก็บปราณของแต่ละคนที่บ่มเพาะมัน
มานานั้นเปรียบเสมือนแหล่งน้ำมันดิบที่อยู่รอบนอก การนำมันมาใช้จะต้องทำการสื่อสารกับธรรมชาติรอบข้างเพื่อเรียกใช้มัน จะเรียกใช้ได้มากหรือน้อยล้วนขึ้นอยู่กับความสามารถในการสื่อสารของผู้ใช้เอง เพราะจักรวาลนั้นมีพลังเป็อนันต์………
หลังจากเดินมา่ระยะเวลาหนึ่ง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าเป็ภาพที่เขาเห็นเป็สิ่งแรกหลังจากมาเยือนโลกแห่งนี้ {ป่าอสูรครวญคราง} มันคือป่าที่แยกทวีปอันเป็หนึ่งเดียวเป็สองฝั่งฟากระหว่างฝ่ายมารและฝ่าย์ ที่กึ่งกลางของป่าแห่งนี้มีตำนานที่ว่ามันมีตัวตนที่แม้จะรวมทั้งฝ่าย์และมารเข้าด้วยกันก็มิอาจต่อกรมันได้เเม้เพียงชั่วอึดใจเดียว
ที่ตรงหน้าของเขาเป็เพียงแค่รอบนอกของป่าอสูรครวญครางก็เท่านั้น จะมีก็เพียงแค่สัตว์อสูรระดับต่ำที่โผล่ออกมานานๆครั้ง แต่ถึงมันจะโผล่ออกมาก็จะถูกกำจัดไปอย่างรวดเร็วจากตัวตนที่แข็งแกร่งที่คอยปกป้องดินแดนแห่งนี้ รอยเืแห้งกรังและร่องรอยการต่อสู้เมื่อวันก่อนหน้ายังคงกระจายอยู่รางๆที่ขอบสายตาของเด็กหนุ่ม “หนี้แค้นของเ้า ข้าจะสะสางให้เ้าในอีกไม่ช้านาน”เขากระซิบเบาๆต่อตัวเองเพื่อคาดหวังว่ามันจะปลอบประโลมผู้เป็เ้าของร่างก่อนหน้าได้
ชายหนุ่มเดินเข้าไปในที่โล่งคล้ายลานเล็กๆที่อยู่ในมุมลับๆของป่ารอบนอก ไร่ซึ่งหญ้าหรือพุ่มไม้ใดๆ เป็เพียงลานดินแข็งกระด้างก็เท่านั้น เขาเดินเข้าไปนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของลานที่ดูเงียบสงบ เขานั่งลงในท่าทางของการนั่งสมาธิ เขาเผยแผ่นอกแผ่ออกกว้างพร้อมหงายฝ่ามือประจันหน้าท้องฟ้ายามเที่ยงวันและตั้งฝ่ามือแต่ละข้างบนเข่าทั้งสองข้าง
“จงัั.. จงััถึงมานา”ชายหนุ่มนั่งเงียบในท่ารวบรวมสมาธิ กระแสลมรอบข้างเริ่มไหลเวียนเป็วงกลมมุ่งเข้าหาเขาที่เป็ศูนย์กลาง มันค่อยๆก่อรูปร่างเป็วงแหวนรางๆข้างหลังเขา
[ แจ้งเตือน ]
[ สำเร็จ ผู้เล่นสามารถััถึงการคงอยู่ของมานา ]
[ ได้รับ (สกิล) การไหลเวียนแห่งมานา ]
...........