จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    ตอนที่ 158 วัยทอง

                     หลังจากอยู่ทำการรักษาชายวัยกลางคนจนหายดีแล้วเซย์รินได้ร่ำลาครอบครัวของอาลอนเพื่อเดินทางไปพบกับหัวหน้าของหมู่บ้าน

    กรีน เกี่ยวกับหุบเขาต้องห้ามเพราะหากตนเองไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรเลย นั้นจะสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนเสียป่าวๆในยามนี้นั้นสถานที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยพื้นที่โล่งเตียนเท่านั้นอันเป็นผลมากจากทักษะนรกผลาญสวรรค์ ของเด็กหนุ่ม ในยามนี้นั้นสถานที่แห่งนั้นมันไม่ต่างอะไรกับนรกบนดินเลยราวกับพบกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ถึงแม้ว่ามันจะดูหน้ากลัวไปหน่อยกับผลข้างเคียงแต่เพียงไม่กี่ปีเท่านั้นธรรมชาติจะช่วยซ่อมแซมมันเองมันจะมีแม่น้ำลำธารและป่าไม้ทึบหนาอีกครั้ง


    ณ กิลนักผจญภัย แห่งหมู่บ้านกรีน

    “ที่ท่านพูดมานั้นมันเป็นความจริงอย่างงั้นเหรอว่าต่อแต่นี้ไปจะไม่มีหุบเขาต้องห้ามอีกต่อไปแล้ว”หัวหน้าหมู่บ้านพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วตื่นตระหนกเป็นอย่างมากแต่มันก็แอบแฝงไปด้วยความปิติยินดี เพราะสถานที่แห่งนั้นมันอันตรายเป็นอย่างมากหากมีผู้ที่พัดหลงเข้าไปแล้วจะไม่ได้กลับออกมาอีกพวกมันนั้นถูกปลูกฝังความหวาดกลัวนี้ไว้ตั้งแต่จำความได้ว่าสถานที่แห่งนั้นมันคือที่สิ่งสถิต ของเทพพระเจ้าแห่งไฟ และถ้าหากไม่มีหุบเขาต้องห้ามอีกต่อไปแล้วละก็พวกมันคงจะสามารถใช้ประโยชน์จากสถานที่แห่งนั้นไม่มากก็น้อยอย่างเช่นใช้สำหรับพื้นที่ในการเพาะปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตไว้กินไว้ใช้ช่วงฤดูหนาว


    “จริงแท้แน่นอน ข้าไม่คิดจะโกหกท่านหรอก เพราะนั่นมันก็ไม่ได้มีประโยชน์อันใดกับข้า”เซย์รินยิ้มรับกับท่าทางของท่านผู้นำหมู่บ้านคนนี้เพราะพวกมันถูกปลูกฝั่งความหวาดกลัวมากจนเกินไปก็ไม่แปลกที่ท่าทีของมันนั้นจะยังไม่ค่อยเชื่อถือคำพูดของเด็กหนุ่มเท่าไหรนัก

    “หากจะไม่เป็นการลบกวนท่านนักผจญภัยมากจนเกินไปท่านสามารถช่วยพาพวกข้าไปยังหุบเขาต้องห้ามได้รึไม่เพราะข้าอยากเห็นด้วยตาของตัวเองว่ามันเป็นจริงดังคำท่านว่าไหม”


    “บัดซบนี่เจ้าอยากจะตายนักใช่ไหม ห่ะ เจ้าไม่เชื่อคำพูดนายท่านของข้าอย่างงั้นรึเจ้าพวกหมดปลวก นายของข้าเป็นใครกันแล้วเป็นตัวตนระดับไหนกัน ที่จะต้องมาทำตามคำของเจ้าแค่ช่วยหมู่บ้านของเจ้าระดับนี้ก็ถือว่ามีความเมตตามากกับพวกเจ้าแล้วและนี่พวกเจ้ากับยังไม่เชื่อถือคำพูดนายของข้าอีกอย่างงั้นเหรอ”

                  กัสถึงกับเลือดขึ้นหน้าที่เจ้าแก่พวกนี้ไม่เชื่อถือคำพูดนายของมันมันทำอย่างกับว่าเซย์รินเป็นพวกลวงโลกพร้อมทั้งปลดปล่อยพลังระดับเทวะออกมาทางด้านนักผจญภัยและผู้นำหมู่บ้านถึงกับแข็งขาสั่นที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว


    “กัสพอเถอะสภาพของเจ้าในยามนี้นั้นมันไม่ต่างอะไรไปจากผู้หญิงวัยทองเลยนะ ใจเย็นๆหน่อยมันก็ไม่แปลกที่คนพวกนี้จะยังไม่เชื่อถือในคำพูดของข้าเป็นเพราะพวกมันโดนปลูกฝังความหวาดกลัวไว้มากมาย”

    หลังจากที่เด็กหนุ่มกล่าวเตือนกับกัสแล้วเขากับหันหน้าไปคุยกับทางด้านผู้นำหมู่บ้าน


    “ข้าต้องขอโทษแทนน้องชายของข้าด้วยเขานั้นอารมณ์ร้อนไปหน่อย เอาอย่างนี้เพื่อความสบายใจข้าจะพาพวกท่านไปยังหุบเขาต้องห้ามเองพวกท่านจะได้เห็นด้วยสายตาของท่านเอง”

                   เด็กหนุ่มบอกกล่าวกับผู้คนตรงหน้าด้วยความนอบน้อมและนำทางพวกมันไปยังหุบเขาต้องห้ามในทันทีในยามนี้นั้นมีกลุ่มคนหลายร้อยคนที่กำลังเดินทางไปยังหุบเขาต้องห้ามคนเหล่านี้ต่างก็ต้องการที่อยากจะเห็นด้วยตาของตนเองสถานที่ต้องห้ามสูงสุดของหมู่บ้านและมันคือที่อันตรายที่สุดที่มีผู้คนหายสาปสูญไปมากมายว่าแท้จริงแล้วมันดับสิ้นลงจริงหรือยังมีนักผจญภัยมากมายต่างก็เดินทางมาในครั้งนี้ด้วยเพื่อพิสูจน์ความกล้าและเอาชนะความหวาดกลัวในจิตใจและหลังจากนั้นไม่นานพวกมันทุกคนก็เดินทางกันมาถึง


    “ภาพต้องหน้านี้มันคืออะไรกันมันเกิดอะไรขึ้น มันดูคล้ายกับมีภัยพิบัติขนาดใหญ่ ราวกับอุกกาบาตยักษ์พุ่งชนโลกยังไงยังงั้นทุกสิ่งทุกอย่างล้วนถูกทำลายจนหมดสิ้นแม้แต่ภูเขาไฟยักษ์แห่งหุบเขาต้องห้ามมันก็ยังถูกลบหายไปไม่มีเหลือแม้แต่เศษซากมันต้องพลังทำลายล้างระดับไหนถึงจะทำให้ที่นี่ตกอยู่สภาพเช่นนี้ได้”


                   เมื่อเหล่านักผจญภัยเห็นสภาพของหุบเขาต้องห้ามในเวลานี้พวกมันต่างก็ลืมตาโตอ้าปากค้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อภูเขาไฟยักษ์ที่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ แห่งหุบเขาต้องห้าม ในยามนี้มันกับถูกลบหายไป อุณหภูมิของสถานที่แห่งนี้ที่เต็มเปรี่ยมไปด้วยความร้อนสูงมาในยามนี้ก็เหลือเพียงแค่อากาศที่ปลอดโปร่งเย็นสบาย

    “ทีนี้เจ้าเชื่อหรือยังว่าสิ่งที่นายท่านของข้าพูดนั้นมันเป็นความจริงเจ้ามนุษย์ผู้โง่เขรา”เมื่อกัสเห็นเหล่านักผจญภัยที่อยู่ในสภาพที่ตื่นตะลึงมันก็ไม่ยอมที่จะพลาดโอกาสอันดีงามที่จะดุด่าพวกมัน เพียงซักเล็กน้อย ในข้อหากล้ามาสงสัยความสามารถของเซย์รินเด็กหนุ่มนั้นเป็นถึงว่าที่ผู้นำที่จะดูแลดินแดนมนุษย์ทั้งหมดต่อจากซันซัสแต่เจ้าพวกนี้มันเป็นเพียงแค่ชาวบ้านธรรมมาแต่พวกมันกับมาตั้งแง่ข้อสงสัยเยอะแยะจนหน้าลำคานจนมันเองจะรู้สึกที่จะหมันไส้กับคนพวกนี้ไม่ได้ หากให้พูดกันตามความเป็นจริงแล้วเซย์รินก็ถือว่าเป็นนายของพวกมันทั้งหมดแต่คนพวกนี้กล้ามาสงสัยกับผู้เป็นนายจะไม่ให้กัสมันรู้สึกโมโหได้อย่างไร


    “ข้าไม่หน้าปล่อยให้เจ้าอยู่กับพวกยูริ มากจนเกินไปเลยจริงๆข้าพลาดเองแหละ นิสัยเจ้าในยามนี้มันไม่ต่างอะไรไปจากผู้หญิงวัยทองเลยนะกัส ยอมได้เราก็ยอมไปเถอะเรื่องแค่นี้เอง”เซย์รินเองก็รู้สึกดีเป็นอย่างมากที่มีคนห่วงเกียรติและศักดิ์ศรีของตนแต่ถ้ามันไม่ได้มากมายอะไรจนเกินไป ยอมได้เขาก็ยอมเพราะเด็กหนุ่มไม่ใช่คนที่จะมาคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว


    “ขอบคุณท่านนักผจญภัยขอบคุณ ข้าไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณของท่านได้อย่างไรดี สถานที่แห่งนี้ได้สร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้คนอย่างใหญ่หลวงนักแม้แต่ตัวข้าเองก็รู้สึกหวาดกลัวด้วยเช่นกันมีผู้คนจำนวนมากนับไม่ถ้วนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่จะต้องมาจบชีวิตลงที่สถานที่แห่งนี้”


                          การที่ไม่มีหุบเขาต้องห้ามอีกต่อไปนั้นมันได้สร้างผลประโยชน์ให้แก่หมู่บ้านอย่างใหญ่หลวงเพราะต่อไปนี้พวกมันก็ไม่ต้องห่วงที่จะเกิดอันตรายเกิดขึ้นกับผู้คนอีกโดยเฉพาะเหล่าเด็กน้อยที่ยังไม่รู้ภาษารู้จักโลกที่ต้องการไปหุบเขาต้องห้ามเพื่อพิสูจน์ความกล้าแต่พวกมันก็ต้องจบชีวิตลงไม่ได้กลับออกมาอีกและในช่วงเวลานี้เองทางหมู่บ้านกรีนนั้นกำลังประสบปัญด้านพื้นที่การเพาะปลูก เพราะผลผลิตมันไม่เพียงพอต่อความต้องการในช่วงฤดูหนาวไม่ว่ามันจะแก้ปัญหาอย่างไรก็แก้กันไม่ได้สักที


    อันเป็นผลมาจากพื้นที่ในการเพราะปลูกนั้นไม่เพียงพอแต่ต่อไปนี้เป็นต้นไปพื้นที่ ที่เคยเป็นหุบเขาต้องห้ามทั้งหมดจะกลายเป็นพื้นที่เพาะปลูกแห่งใหม่ของหมู่บ้านพวกตนก็จะไม่ต้องกลัวว่าผลผลิตจะไม่เพียงพอต่อความต้องการในช่วงฤดูหนาวที่ใกล้จะมาถึงอีกแล้วชาวบ้านและนักผจญภัยทุกคนต่างรู้สึกขอบคุณเซย์รินและกัสอย่างใจจริง


                   พวกมันจึงจัดงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหมู่บ้านเท่าที่เคยมีมามันถูกจัดในพื้นที่หุบเขาต้องห้าม คนทุกคนล้วนมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทางด้านเด็กชายอาลอนเองก็ได้มานั่งกับเซย์รินด้วยพร้อมทั้งเล่าเรื่องราวมากมายตามประสาเด็กน้อยส่วนกัสเองก็กินอย่างสบายอารมณ์ เพราะมีเนื้อให้มันกินอย่างไม่อั้นหลังจากที่งานเลี้ยงสิ้นสุดลงเช้าวันถัดมาเซย์รินและกัสก็เดินทางต่อในทันที

     

    คล้ายกับเรื่องจงเรียกข้าว่าจอมราชัน ที่คุณอ่าน