ตอนที่ 121
ฮั่นโหย่วหลง เดินวนไปมาภายในห้อง ด้วยความกระวนกระวาย เนื่องจากตั้งแต่ที่ชิงเทียนเข้าไปพูดคุยกับฮั่นจื่อถง ก็ผ่านมาประมาณสองชั่วยามแล้ว
“หากเจ้าเด็กนั่น พูดถึงเรื่องกำไลวงนั้น แล้วข้าจะหาข้อแก้ตัวว่าอย่างไรดี" ฮั่นโหย่วหลง พึมพำออกมา แม้ว่าเข้าจะทำลายหลักฐานไปแล้ว แต่ทุกคนในตระกูล ต่างก็เคยเห็นเขาสวมใส่กำไลไปไหนมาไหนอยู่ตลอด จนไม่สามารถวางใจได้ ซึ่งในขณะที่ฮั่นโหย่วหลง กำลังรู้สึกเป็นกังวลอยู่นั่นเอง เขาก็ได้ยินเสียงเล็ดลอดผ่านทางช่องประตู ก่อนจะพบว่าชิงเทียนและฮั่นจื่อถง ได้ออกมาจากห้องรับรองแล้ว ซึ่งหลังจากที่เห็นรอยยิ้มของชายชรา ฮั่นโหย่วหลงก็ค่อยวางใจในระดับหนึ่ง ว่าในบทสนทนาระหว่างทั้งสองคน จะต้องไม่ใช่เรื่องของเขาอย่างแน่นอน
“ผู้อาวุโสฮั่น ข้ามีเรื่องบางอย่าง ที่อยากจะพูดคุยกับฮั่นจุนเหลียน ไม่ทราบว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนอย่านั้นหรือ" ชิงเทียนเอ่ยถามออกมา
“เจ้าและเสี่ยวเหลียน ไม่ได้พบกันมานานแล้วนี่นะ ตามมาสิเดี๋ยวข้าจะนำทางไปเอง"
“ถ้าเช่นนั้นขอรบกวนผู้อาวุโสด้วย" ชิงเทียน ประสานมืออย่างสุภาพ แล้วเดินตามชายชราไป
ฮั่นโหย่วหลงที่เห็นเช่นนั้น ก็แอบตามไปอยู่ห่างๆ โดยที่ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว ก่อนจะเห็นว่าชิงเทียน ได้ชวนฮั่นจุนเหลียนออกไปดื่มท่ามกลางแสงจันทร์ เพื่อเเลี่ยนบรรยากาศ ซึ่งฮั่นโหย่วหลงรู้สึกไดเลยว่า ในที่สุดเวลาที่เขารอคอยก็มาถึง ซึ่งหลังจากที่มั่นใจแล้วว่า ชิงเทียนและฮั่นจุนเหลียนจะไม่ย้อนกลับมาในเร็วๆนี้ ฮั่นโหย่วหลงก็ได้ลอบเข้าไปภายในห้อง แล้วน้ำละอองเกสรออกมา แต่ทว่า ในวินาทีที่ฮั่นโหย่วหลงกำลังจะโปรยละอองเกสร ลงบนหมอนของฮั่นจุนเหลียน เขาก็ถูกเงาปริศนาพุ่งเข้ามาจากทางด้านหลัง พร้อมกับคว้าเอาถุงละอองเกสรไป โดยที่ฮั่นโหย่วหลงไม่ทันได้ตอบสนองด้วยซ้ำ
“แผนของเจ้าคืออย่างนี้เองสินะ" ชิงเทียนแสยะยิ้ม พร้อมกับโยนถุงละอองเกสร ราวกับมันเป็นเพียงของเล่น ก่อนที่จะหันมองไปยังฮั่นจุนเหลียน ที่ยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง แล้วกล่าวออกมาว่า “ทีนี้เจ้ายังจะบอกว่า ข้าปรักปรำอาของเจ้าอยู่รึเปล่าล่ะสหาย"
“ท...ท่านอา ถุงผ้าถุงนั้นคืออะไรกัน แล้วทำไมท่านถึงต้องแอบเข้ามาในห้องของข้าด้วย" ฮั่นจุนเหลียนเอ่ยถามออกมา แม้ว่าเขาจะรู้อยู่เต็มอก ว่าฮั่นโหย่งหลงมีจุดประสงค์ใดแอบแฝง แต่เขาก็ทำใจยอมรับความจริงไม่ได้
ฮั่นโหย่วหลง มีสีหน้าแตกตื่นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเขาไม่เข้าใจว่า เหตุใดชายหนุ่มทั้งสองคน ถึงปรากฏตัวขึ้นอย่างกระทันหัน โดยที่เขาไม่ทันได้รู้สึกตัว ซึ่งทางเดียวที่เขาจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ได้ คงมีเพียงการสังหารชิงเทียน แล้วใช้ยาที่หั่วหวังฉวนให้มา ลบความทรงจำของฮั่นจุนเหลียนเท่านั้น
หลังจากที่วางแผนเอาตัวรอดเอาไว้แล้ว ฮั่นโหย่วหลงก็พุ่งเข้าหาชิงเทียนในทันที เพราะมั่นใจว่าด้วยพลังบ่มเพาะของเขา คงจะสามารถสังหารชายหนุ่มได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่ทว่าพริบตาต่อมา ชิงเทียนกับซัดหมัดเข้าปะทะ จนทำให้มือของฮั่นโหย่วหลงด้านชาไปชั่วขณะ
“อะไรกัน!!"
ฮั่นโหย่วหลงและฮั่นจุนเหลียน ต่างก็แตกตื่นกับเหตุการณ์ตรงหน้า ที่ชิงเทียนรับการโจมตีของผู้บ่มเพาะ ขอบเขตเซียนขั้นต้นระดับเก้าได้ โดยที่ไม่ได้รับความเสียหา ซึ่งในวินาทีนั้นเองนัยน์ตาของชิงเทียน ก็เปล่งแสงสีฟ้าครามสว่างวาบ ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของฮั่นโหย่วหลงหยุดชะงัก ก่อนที่ชิงเทียนจะควักเอาละอองเกสรออกมา แล้วโปรยลงบนใบหน้าของฮั่นโหย่วหลง ด้วยสายตาที่เย็นชา “โชคร้ายหน่อยนะ ที่จมูกของข้าไวต่อกลิ่นของสมุนไพรเป็นพิเศษ จึงรู้ได้ทันทีว่าเจ้ามีละอองเกสรจากดอกลวงจิตเก็บเอาไว้กับตัว หลังจากนี้ก็ช่วยอธิบายความจริงกับผู้อาวุโสฮั่นด้วยหล่ะ"
*********************************
ภายในห้องประชุมของเหล่าผู้อาวุโสภายในตระกูล ฮั่นโหย่วหลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าเหล่าผู้อาวุโส ด้วยแววตาที่เหม่อลอย เพราะฤทธิ์ของละอองเกสร โดยมีฮั่นจุนเหลียนที่อยู่ในเหตุกาาณ์ เป็นคนอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ให้เหล่าผู้อาวุโสภายในห้องได้รับฟัง ซึ่งคนที่เสียใจมากที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้นฮั่นจื่อถง ที่ได้รู้ว่าฮั่นโหย่วหลง วางแผนฆ่าพี่ชายแท้ๆของตนเอง
“เจ้าลูกไม่รักดี!!" ฮั่นจื่อถง ใช้มือตบไปที่ใบหน้าของลูกชาย ด้วยความโมโหถึงขีดสุด จนฮั่นโหย่วหลงถึงกับเลือดกบปาก แต่ทว่าอั่นโหย่วหลงกลับเอาแต่เหม่อมองไปด้านหน้า ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
“ผู้อาวุโสใหญ่ ข้าเข้าใจความรู้สึกท่านดี แต่ช่วยกลับมานั่งที่ด้วยเถอะ" หนึ่งในผู้อาวุโสกล่าวเตือนสติชายชรา ก่อนที่จะหันกลับมาถามฮั่นโหย่วหลง ด้วยสีหน้าที่จริงจัง “เอาล่ะ...ทีนี้บอกพวกเรามาซิว่าใครกัน ที่เป็นคนมอบละอองเกสรให้กับเจ้า และเหตุผลที่เจ้าต้องการใช้สิ่งนั้นกับหลานชายของตนเอง มีจุดประสงค์ใดแอบแฝงกันแน่"
ฮั่นโหย่วหลง ที่ได้ยินเช่นนั้น ก็กล่าวออกมาโดยไม่ปิดบัง “คนที่มอบละอองเกสรให้กับข้า ก็คือท่านเจ้าเมือง ส่วนสาเหตุที่ต้องเค้นความจริงจากฮั่นจุนเหลียน ก็เพื่อตามหาคนที่ลงมือสังหารสือจิ้งเหอ มารับโทษต่อสิ่งที่ได้กระทำไว้"
เหล่าผู้อาวุโสที่ได้ยินเช่นนั้น ก็พากันงุนงงว่าเหตุใดฮั่นจุนเหลียน ถึงได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของสือจิ้งเหอ ซึ่งทันใดนั้นเอง ชิงเทียนที่ยืนฟังคำไตร่สวนมาโดยตลอด ก็ก้าวออกมาด้านหน้าด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับผู้อาวุโสที่อยู่ภายในห้อง ไม่สามารถสร้างแรงกดดัน ให้กับชายหนุ่มได้แม้แต่น้อย
“ขออณุญาติให้ข้าชี้แจงเรื่องนี้ได้หรือไม่"
ผู้อาวุโสทุกคน ต่างรู้ถึงกิติศัพท์ของชิงเทียนเป็นอย่างดี ว่าเป็นเด็กหนุ่มที่เชี่ยวชาญเรื่องคำสาป แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมชิงเทียน ถึงต้องเอ่ยแทรกในสถานการณ์เช่นนี้ด้วย
“เชิญพูดมา"
ชิงเทียน ประสานมือให้กับฮั่นจื่อถง แล้วกล่าวออกมาว่า “ก่อนอื่นเลย ข้าขออธิบายก่อนว่า ผู้ที่ลงมือสังหารสือจิ้งเหอ เป็นคนของข้าเอง"
“้เหลวไหล!! สือจิ้งเหอเป็นถึงเขตเซียนขั้นกลางระดับหนึ่ง แล้วผู้ติดตามของเจ้าจะสังหารเขาได้อย่างไร" หนึ่งในผู้อาวุโส กล่าวด้วยสีหน้าขุ่นเคือง เนื่องจากเขาไม่เชื่อว่า ชิงเทียนจะมีผู้ติดตามที่แข็งแกร่งขนาดนั้น
“จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ท่าน แต่ข้าคิดว่าแผนการโค่นล้มตระกูลฮั่น คงเริ่มมาตั้งแต่ที่ข้ายังไม่ปรากฏตัว ซึ่งดูได้จากการแพร่กระจายคำสาป จากฝีมือของฮั่นโหย่วหลง ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าตอนนี้ พวกเรากำลังมีศัตรูคนเดียวกัน"
คำพูดของชิงเทียน ทำให้เหล่าผู้อาวุโสฉุกคิดถึงความจริงข้อนี้ขึ้นมาได้ ก่อนที่ฮั่นจื่อถงจะเอ่ยถามชายหนุ่มว่า “แล้วเจ้าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร"
“เรื่องนี้ข้าเองก็ได้วางแผนเอาไว้แล้ว แต่ยังจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบบางอย่าง จึงจะสามารถดำเนินแผนการในขั้นต่อไปได้"
“แล้วมันคือสิ่งใดกัน?" ฮั่นจื่อถง เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ดินทมิฬ..."
เหล่าผู้อาวุโส ต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงง เพราะทุกคนในที่นี้ต่างก็รู้ดีว่าดินทมิฬ มักนำมาใช้สำหรับการเพาะปลูกเท่านั้น จึงไม่รู้ว่าชิงเทียนวางแผนที่จะทำอะไรกันแน่
“ดินทมิฬ ล้วนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ น่าเสียดายที่เมืองเมฆาล่องไม่มีแหล่งผลิต อีกทั้งดินทมิฬในตอนนี้ยังขาดตลาด แต่หากเจ้าจำเป็นต้องใช้มันจริงๆ ก็พอจะมีหนทางอยู่บ้าง" ฮั่นจื่อถงกล่าวออกมา
“หนทางไหนอย่างนั้นหรือ"
“ห่างออกไปทางทิศตะวันตก ประมาณหนึ่งหมื่นลี้ จะมีเมืองเล็กๆตั้งอยู่ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตดินทมิฬอันดับต้นๆของทวีป ข้ามั่นใจว่าหากเจ้าไปที่นั่น จะต้องมีดินทมิฬเพียงพอ ต่อความต้องการของเจ้าอย่างแน่นอน"
ชืงเทียนเผยยิ้มออกมา “ขอบคุณผู้อาวุโสที่ให้คำแนะนำ"
โดยปกติแล้ว คนทั่วไปมักจะเห็นค่าของดินทมิฬ ในฐานะปุ๋ยทางการเกษตร ที่ทำให้พืชพรรณเจริญงอกงาม แต่ทว่า ทั่วทั้งแดนเซียนมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่ล่วงรู้ถึงประโยชน์ที่แท้จริงของมัน หากนำไปรวมกับส่วนผสมอื่น ในอัตราส่วนที่ถูกต้อง
“ว่าแต่เจ้าจะนำดินทมิฬ ไปทำอะไรกันแน่" หนึ่งในผู้อาวุโสเอ่ยถามออกมา
"เอาเป็นว่าพวกท่านรอชมด้วยตาของตนเองแล้วกัน"
ชิงเทียน ไม่อยากเปิดเผยแผนการณ์มากนัก เนื่องจากเขายังไม่รู้ว่าภายห้องในนี้ ยังมีคนของหั่วหวังฉวนแฝงตัวอยู่อีกหรือไม่ ซึ่งหลังจากที่ฮั่นโหย่วหลงถูกนำตัวไปคุมขัง ชิงเทียนก็รีบเดินทางกลับทันที พร้อมกับสั่งให้โกมินทร์พาคนในตำหนักเงา เข้าไปแฝงตัวเพื่อสืบข่าวภายในเมือง
---------------------------------------