บทที่ 40: กฎแห่งพงไพรฉบับใหม่และสถาปัตยกรรมโครงสร้างใย
แสงแดดยามบ่ายคล้อยสาดส่องลงมาอาบไล้ 'รัฐอิสระแห่งเฮเซลบรุค' บรรยากาศภายในหมู่บ้านกำลังดำเนินไปอย่างสงบสุขและสโลว์ไลฟ์ตามปกติที่โซนเกษตรกรรมทางทิศใต้ เดซี่ กระต่ายอสูรสายพฤกษาและกองทัพกระต่ายป่ากว่าสี่สิบชีวิตกำลังช่วยกันพรวนดินและกินวัชพืชอย่างขะมักเขม้นส่วนที่โซนที่อยู่อาศัยฝั่งตะวันออกเหล่าเอลฟ์สายช่างทอก็กำลังง่วนอยู่กับการปั่นด้ายและทอผ้าใต้ถุนบ้านอย่างเบิกบานใจ
ทว่า ความสงบสุขนั้นก็ถูกทำลายลงอย่างฉับพลันด้วยแรงสั่นสะเทือนของฝีเท้าที่คุ้นเคยผสมผสานกับเสียงดังกุกกักที่ผิดแผกไปจากธรรมชาติของป่าชั้นนอก!
ตึง... ตึง... กิ๊ก... กั๊ก...
"เจ้านายกลับมาแล้ว!ขบวนสำรวจกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!" เอลฟ์สาวคนหนึ่งที่กำลังตากผ้าอยู่หน้าบ้านตะโกนขึ้นด้วยความดีใจ
ทุกคนในหมู่บ้านต่างละทิ้งงานในมือและพากันวิ่งไปรวมตัวกันที่ลานอเนกประสงค์หน้าบ้านหินแกนกลางความร้อนเพื่อต้อนรับผู้ใหญ่บ้านและขบวนสำรวจที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากป่าชั้นกลาง ใต้เงาของ“ต้นบลิสโอ๊คแห่งความสุข” ที่ยืนต้นอยู่ทางทิศตะวันตกของบ้านเรือนยอดสีส้มอมชมพของมันสั่นไหวเบาๆตามแรงลมยามบ่าแสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้ทอดเงาอุ่นๆ ลงบนลานหิน ราวกับพยายามปลอบประโลมความวุ่นวายที่กำลังก่อตัวขึ้น
ทว่าทันทีที่ขบวนสำรวจโผล่พ้นร่มไม้ใหญ่ รอยยิ้มต้อนรับของบรรดาลูกบ้านก็พลันแข็งค้างขนทั่วสรรพางค์กายของเหล่าสัตว์ป่าลุกชันขึ้นโดยสัญชาตญาณ!
นำหน้าขบวนมาคือ อีไลอัสในชุดผ้าไหมพฤกษาที่ดูสง่างาม มีไพเพอร์ นกอสูรโดรนสำรวจเวหาบินวนอยู่เหนือหัวตามมาด้วย บาร์นีย์ หมียักษ์อสูรรถเครนที่แบกกระบุงสัมภาระใบโต พร้อมกับห่อผ้าขนาดมหึมาที่บรรจุ‘ปุยนุ่นเมฆา ’ สีขาวบริสุทธิ์จนฟูฟ่องล้นทะลักออกมา และฟินดอล เอลฟ์หนุ่มที่เดินยิ้มแฉ่งมาตลอดทาง
แต่สิ่งที่เดินตามหลังฟินดอลมาติดๆนั่นต่างหาก คือฝันร้ายที่แท้จริง!
มันคือ 'สปินเนอร์ ' แมงมุมอสูรขนาดยักษ์ที่มีลำตัวใหญ่โตเทียบเท่ารถม้าขนาดย่อม!ขนสีสีดำมันวาวมีลวดลายสีน้ำตาลอมส้มกระจายเป็นจุดๆ ปกคลุมทั่วร่างดูน่าเกรงขามขาทั้งแปดข้างที่เรียวยาวและเต็มไปด้วยหนามแหลมคมก้าวเดินอย่างเชื่องช้าแต่ทรงพลังดวงตาสีแดงฉานแปดดวงของมันกลอกไปมาสำรวจสภาพแวดล้อมใหม่ขากรรไกรคู่หน้าที่มีหยดพิษสีม่วงเรืองรองขยับไปมาเบาๆส่งเสียงขู่ฟ่อในลำคอตามธรรมชาติของมัน
ทว่าสิ่งที่ขัดแย้งกับรูปลักษณ์อันน่าสะพรึงกลัวของมันอย่างสิ้นเชิงคือบนแผ่นหลังกว้างๆ ของสปินเนอร์ กลับถูกมัดพอกไปด้วยก้อน ‘ปุยนุ่นเมฆา’ สีขาวนุ่มฟูจำนวนมหาศาลเช่นเดียวกับบาร์นีย์!มองเผินๆ เหมือนเครื่องจักรสังหารที่ถูกจับแต่งตัวด้วยสายไหมก้อนโต เพื่อเตรียมเอาวัตถุดิบไปทำฟูกนอนและหมอนหนุนระดับวีไอพีให้เจ้านาย!
และที่ด้านหลังของสปินเนอร์ ยังมีฝูง 'ตัวไหมเวทมนตร์' สีขาวเรืองแสงและผีเสื้อยักษ์รวมถึงสัตว์ป่าธรรมดาอย่างกระรอกและกวางน้อยที่เดินตามหลังบาร์นีย์มาต้อยๆราวกับขบวนพาเหรดแฟนตาซี
"กะ... กรี๊ดดดดดดด!!!"
เสียงหวีดร้องด้วยความหวาดกลัวขีดสุดดังมาจากโซนเกษตรกรรม!เดซี่ กระต่ายอสูรตัวอ้วนกลม เบิกตากว้างจนแทบถลน ใบไม้บนหูของมันตั้งชันชี้ฟ้ากองทัพกระต่ายป่าทั้งสี่สิบชีวิตแตกฮือราวกับผึ้งแตกรังพวกมันวิ่งชนกันเองล้มลุกคลุกคลาน พยายามพุ่งหลาวดำดินกลับเข้าไปซ่อนตัวใน 'บ้านหลุมกระต่ายเชิงนิเวศ ' อย่างบ้าคลั่ง!
ไม่ใช่แค่พวกกระต่าย แม้แต่ดัสตี้ตุ่นอสูรวิศวกรโยธา ที่กำลังซ่อมแซมร่องน้ำอยู่ ก็ยังสะดุ้งสุดตัวรีบมุดตัวดำดินหายวับไปในพริบตาทิ้งไว้เพียงหมวกเซฟตี้เกล็ดแข็งที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้น
"ส... สัตว์ประหลาด!แมงมุมมมม!” ฟินน์ผู้กลัวแมงมุมวิ่งเต้นหลบไปมาอยู่หลังกำแพงบ้านหินด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด!
สปินเนอร์ชะงักฝีเท้ามันเอียงหัวที่เต็มไปด้วยดวงตาแปดดวงมองดูความวุ่นวายตรงหน้าด้วยความงุนงงมันแค่เดินตามเอลฟ์หนุ่มมาต้อยๆ ทำไมทุกคนถึงต้องวิ่งหนีมันด้วย? แมงมุมยักษ์ส่งเสียงครางหงิงๆในลำคอ ค่อยๆ หดขาขดตัวให้เล็กลงราวกับลูกหมาที่ถูกดุมันเอาหัวไปถูไถกับหลังของฟินดอลอย่างออดอ้อนเพื่อหาที่พึ่ง
"ใจเย็นๆขอรับทุกคน! นี่คือสปินเนอร์! สหายใหม่ของแผนกสิ่งทอเราเอง!"ฟินดอลรีบกางแขนออกปกป้องแมงมุมอสูร พยายามตะโกนอธิบายแข่งกับเสียงร้องโวยวาย
อีไลอัสถอนหายใจยาวเขายกมือขึ้นนวดขมับตัวเอง "สัญชาตญาณของการเป็นผู้ถูกล่า นี่มันแก้ยากจริงๆ สินะต่อให้ระบบพันธสัญญาจะยืนยันว่าปลอดภัยแต่ภาพจำทางชีววิทยามันลบกันไม่ได้ในพริบตาหรอก"
สถาปนิกในร่างเด็กชายวัยสิบสองปีก้าวเดินออกไปยืนอยู่ตรงกึ่งกลางลานอเนกประสงค์เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดึงเอาออร่าและทักษะความเป็นผู้นำ จากโลกก่อนออกมาใช้อย่างเต็มที่
"ทีมงานเฮเซลบรุค!ทุกชีวิต! หยุดความตื่นตระหนกและฟังฉันเดี๋ยวนี้!"
เสียงของอีไลอัสดังก้องกังวานและทรงพลังมันแฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ไม่อาจโต้แย้งได้ คลื่นพลังงานบางอย่างที่ถูกส่งผ่าน 'พันธสัญญาผู้อยู่อาศัย ' แผ่ซ่านไปทั่วอาณาบริเวณทำให้สัตว์อสูรทุกตัวและประชากรเอลฟ์ต้องหยุดชะงักและเงี่ยหูฟัง
"ฉันรู้ว่ารูปลักษณ์ของสปินเนอร์อาจจะดูน่ากลัวสำหรับพวกนาย"อีไลอัสกวาดสายตามองไปยังบ้านใต้ถุนสูง และหลุมกระต่ายที่ยังมีหูสั่นๆ โผล่ออกมา"แต่ที่นี่คือ 'รัฐอิสระแห่งเฮเซลบรุค'! และในฐานะผู้ใหญ่บ้าน ฉันขอประกาศย้ำเตือนถึง 'กฎหมายสูงสุดแห่งพงไพรฉบับเฮเซลบรุค'อีกครั้ง!"
สายลมพัดผ่านเรือนยอดของต้นบลิสโอ๊คเสียงใบไม้เสียดสีกันเบาๆคล้ายเสียงกระซิบราวกับธรรมชาติกำลังรับรู้และเป็นพยานต่อคำประกาศของเขา
เด็กชายชูนิ้วชี้ขึ้นฟ้าสายตาของเขาเฉียบคมดุจใบมีด
"กฎข้อที่หนึ่ง:ประชากรทุกคนที่ขึ้นทะเบียนราษฎร์และอาศัยอยู่ในเขตแดนผังเมืองนี้ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ เอลฟ์ หมี กระต่าย หรือแมงมุม... ล้วนมีความเท่าเทียมกัน!เราคือฟันเฟืองของระบบเศรษฐกิจเดียวกัน!"
"กฎข้อที่สอง:ห้าม-ทำ-ร้าย-หรือ-กิน-กัน-เอง-โดย-เด็ด-ขาด! " อีไลอัสเน้นทีละคำอย่างหนักแน่น"ใครก็ตามที่ฝ่าฝืนกฎข้อนี้ ลอบโจมตีเพื่อนร่วมหมู่บ้านไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเรื่องความหิว หรือสัญชาตญาณนักล่า...ผู้นั้นจะถูกอัปเปหิออกจากหมู่บ้าน และถูกริบสวัสดิการทุกอย่างไปตลอดกาล!"
สถาปนิกน้อยหันไปลูบขาที่เต็มไปด้วยขนหนามของสปินเนอร์เบาๆท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน "สปินเนอร์ได้เซ็นสัญญากับฉันแล้วเขาละทิ้งการล่าเหยื่อแบบเดิมๆและตกลงที่จะกินสตูว์และเนื้อสัตว์อสูรที่บาร์นีย์ล่ามาจากป่าชั้นกลางแทนแลกกับการผลิตเส้นใยโครงสร้างระดับพรีเมียมให้พวกเรา... เขาคือ 'ผู้รับเหมา' คนใหม่ ไม่ใช่สัตว์ประหลาด!"
คำประกาศที่หนักแน่นและสายตาที่จริงจังของอีไลอัสทำให้ความหวาดระแวงในหมู่บ้านค่อยๆ ลดระดับลง เดซี่ค่อยๆ โผล่หัวออกมาจากหลุมมันทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นกลางอากาศ เมื่อไม่พบกลิ่นรังสีอำมหิตจากแมงมุมยักษ์กระต่ายอสูรก็ค่อยๆ กระโดดดึ๋งๆ ออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"จ...เจ้านายรับประกันแน่นะ? ว่าไอ้พี่เบิ้มแปดขานั่นจะไม่เอาฉันไปพันใยเป็นเสบียงฉุกเฉินน่ะ?"เดซี่ถามเสียงสั่น
"ฉันเอาหัวเป็นประกันเลยเดซี่ถ้าย้ายสปินเนอร์ทำผิดกฎ ฉันจะให้บาร์นีย์ตบมันให้คว่ำเอง"อีไลอัสหัวเราะเบาๆ หันไปพยักหน้าให้หมียักษ์ที่รีบทุบอกตัวเองดังปึกๆเป็นการยืนยัน
เหล่าเอลฟ์เริ่มทยอยเดินลงมาจากบ้านพวกเขามองดูฟินดอลที่กำลังลูบคลำขากรรไกรของแมงมุมอสูรอย่างรักใคร่ก็เริ่มคลายความกังวลลง สำหรับเผ่าพันธุ์ช่างทอแล้วการได้เห็นเส้นใยสีเงินประกายรุ้งที่พ่นออกมาจากต่อมของสปินเนอร์ มันคือแรงดึงดูดที่เหนือกว่าความหวาดกลัวใดๆ
"เอาล่ะในเมื่อเคลียร์เรื่องกฎหมายกันจบแล้ว ก็ถึงเวลาของการจัดสรรผังเมือง!"
อีไลอัสตบมือฉาดใหญ่วิญญาณนักผังเมืองเข้าประทับร่างทันที เขาเดินไปที่โต๊ะทำงานช่างกางแผนที่ภูมิประเทศ ที่สลักบนแผ่นไม้กระดานออก
"การจะให้แมงมุมยักษ์อย่างสปินเนอร์ไปเดินเพ่นพ่านอยู่ในโซนที่อยู่อาศัย หรือโซนเกษตรกรรม มันผิดหลักการจัดโซนนิ่ง อย่างร้ายแรง!" อีไลอัสชี้ปลายก้อนถ่านไม้ไปที่'ทิศตะวันตก ' ของบ้านหิน
"พื้นที่ฝั่งตะวันตกนี้ฉันได้กำหนดไว้แล้วว่ามันคือ 'โซนอุตสาหกรรมและพื้นที่ทำงาน' !" เด็กชายอธิบายอย่างฉะฉาน"พื้นที่นี้ตั้งอยู่ 'ใต้ลม ' ห่างไกลจากบ้านของพวกเอลฟ์และแปลงผัก เสียงดัง กลิ่นหรือกิจกรรมการผลิตใดๆ จะถูกลมพัดออกไปทางป่าชั้นกลางไม่ย้อนกลับมารบกวนการสโลว์ไลฟ์ของพวกเราเด็ดขาด! และที่นั่น มีต้นไม้โบราณขนาดใหญ่ยักษ์ขึ้นอยู่หนาแน่นเหมาะที่สุดสำหรับการสร้างบ้านให้สิ่งมีชีวิตสายรุกขชาติ !"
อีไลอัสหันไปหาสมาชิกใหม่"สปินเนอร์ ตามฉันมา! ดัสตี้ บาร์นีย์ เตรียมอุปกรณ์! วันนี้เราจะสร้าง 'โรงงานสิ่งทอชีวภาพ ' แห่งแรกของเฮเซลบรุคกัน!"
ขบวนก่อสร้างมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกลัดเลาะผ่านแนวป่าโปร่งจนกระทั่งมาถึงจุดที่อีไลอัสมาร์กไว้บนแผนที่ซึ่งอยู่ตรงเส้นรอบวงที่สองร้อยเมตรพอดีเบื้องหน้าของพวกเขาคือ 'ต้นไทรป่าโบราณ'ขนาดยักษ์ ลำต้นของมันหนาเทียมเท่ากับบ้านหินทั้งหลังกิ่งก้านสาขาของมันแผ่ขยายออกไปกว้างขวาง ปกคลุมพื้นที่กว่าครึ่งไร่รากอากาศห้อยย้อยลงมาจรดพื้นดินสร้างโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมธรรมชาติที่วิจิตรบรรจง
"ทำเลทองระดับหกดาว!"อีไลอัสตาเป็นประกาย "ต้นไม้ต้นนี้มีโครงสร้างรับน้ำหนัก ที่แข็งแกร่งที่สุดในป่าชั้นนอก! สปินเนอร์!แกชอบที่นี่ไหม!"
แมงมุมอสูรส่งเสียงร้องฟี้ๆด้วยความตื่นเต้น มันกระโดดเกาะลำต้นไม้ใหญ่อย่างคล่องแคล่วไต่ขึ้นไปตามกิ่งก้านสาขาราวกับไร้น้ำหนักมันรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณทันทีว่านี่คือสวรรค์ของการสร้างรัง
"ดีมาก!แต่เราจะไม่ให้แกสร้างรังแมงมุมสุ่มสี่สุ่มห้าหรอกนะ เราจะผสาน 'สถาปัตยกรรมแบบขึงตึง ' เข้ากับวิศวกรรมงานไม้!"
อีไลอัสเริ่มบัญชาการเขาสั่งให้บาร์นีย์ตัดท่อนซุงไม้โอ๊กเหล็กมาให้ และใช้สกิล [สถาปนิกแห่งพงไพร ] ตัดแบ่งมันเป็นแผ่นกระดานแผ่นระแนง และเสาคานขนาดต่างๆ
"สปินเนอร์!ฟังคำสั่งฉัน! ยิงเส้นใยหลัก ของแกไปยึดกับกิ่งไม้ใหญ่สี่มุมนั้น!ขึงให้ตึงที่สุด รับน้ำหนักให้ได้มากที่สุด!"
สปินเนอร์รับคำสั่งมันพ่นเส้นใยสีเงินขนาดเท่าท่อน้ำประปาที่มีความเหนียวหนืดและยืดหยุ่นสูงยิ่งกว่าสลิงเหล็กกล้าออกไปพันรอบกิ่งไม้ใหญ่ทั้งสี่มุมสร้างโครงข่ายสายเคเบิลหลักที่ลอยอยู่เหนือพื้นดินประมาณสิบเมตร
"จากนั้นปล่อยเส้นใยแนวดิ่ง ลงมาหาฉัน!"
เมื่อเส้นใยถูกห้อยหย่อนลงมาอีไลอัสก็ใช้สกิลสถาปนิก นำแผ่นกระดานไม้ไป 'เชื่อมต่อ' และ 'ล็อก' เข้ากับปมของเส้นใยแมงมุม อย่างแนบสนิท!เวทมนตร์ของอีไลอัสประสานโครงสร้างเซลลูโลสของไม้เข้ากับโปรตีนใยแมงมุม ทำให้มันกลายเป็น'วัสดุผสม ' ที่แข็งแกร่งจนน่าทึ่ง!
"นี่คือหลักการเดียวกับการสร้าง'สะพานแขวน '!" อีไลอัสอธิบายให้ดัสตี้และฟินดอลที่ยืนดูอยู่ด้านล่างฟัง"แผ่นไม้กระดานเหล่านี้คือแพลตฟอร์มรับน้ำหนัก มันถูกแขวนลอยอยู่กลางอากาศด้วยเส้นใยของสปินเนอร์ทำให้เราได้พื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางโดยไม่ต้องตั้งเสาลงบนพื้นดินเลยแม้แต่ต้นเดียว!"
การก่อสร้างดำเนินไปอย่างรวดเร็วและผาดโผนอีไลอัสกระโดดไปมาบนโครงข่ายใยแมงมุมอย่างคล่องแคล่ว(เพราะสปินเนอร์คอยดึงใยซัพพอร์ตไว้ให้) เขาสร้าง 'บ้านต้นไม้ ' รูปทรงแปดเหลี่ยม ที่โปร่งโล่งสบายอยู่ตรงใจกลางโครงข่ายหลังคาถูกมุงด้วยตับหญ้าคาและใบเฟิร์นเพื่อกันฝน
"ยังไม่จบแค่นี้!ฟินดอล! เส้นใยของสปินเนอร์และตัวไหมเวทมนตร์ต้องได้รับการจัดเก็บอย่างถูกวิธีใช่ไหม?" อีไลอัสตะโกนถามลงไป
"ใช่ขอรับท่านผู้ใหญ่บ้าน!เส้นใยดิบต้องการสภาพอากาศที่ถ่ายเทได้ดี ไม่อับชื้น และไม่โดนแสงแดดโดยตรงไม่งั้นความเหนียวและมานาในเส้นใยจะเสื่อมสภาพขอรับ!" เอลฟ์หนุ่มตอบกลับ
"รับทราบ!ถ้างั้นเราก็ต้องสร้าง 'ห้องเก็บเส้นใย '!"
สถาปนิกน้อยจัดการสร้างกล่องไม้ระแนงขนาดใหญ่ห้อยต่องแต่งอยู่ใต้แพลตฟอร์มหลักของบ้านต้นไม้ไม้ระแนงที่มีช่องว่างจะช่วยให้ลมพัดผ่านได้สะดวก ป้องกันความชื้นสะสมด้านในของกล่องถูกกรุด้วยใบสมุนไพรแห้งจากแปลงของเดซี่เพื่อป้องกันแมลงศัตรูพืชเข้ามากัดกินเส้นใย
"สปินเนอร์!แกสามารถพ่นเส้นใยไปเก็บไว้ในกล่องนี้ได้เลย! ส่วนพวกตัวไหมเวทมนตร์..."อีไลอัสหันไปมองฝูงหนอนไหมเรืองแสงที่เกาะอยู่ตามใบไม้"ฉันจะสร้างกระบะไม้เพาะเลี้ยงไว้ที่แพลตฟอร์มชั้นล่างพวกนายสามารถเก็บกินใบไม้บริเวณนี้และทอไหมไว้ในกระบะได้เลยฟินดอลและพวกเอลฟ์จะเดินมาเบิกวัตถุดิบไปใช้งานได้สะดวก!"
เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง'บ้านแมงมุมบนต้นไม้' ก็เสร็จสมบูรณ์อย่างงดงามตระการตา!
มันคือสถาปัตยกรรมลอยฟ้าที่ผสานความดุดันของเส้นใยอสูรเข้ากับความอบอุ่นของงานไม้ได้อย่างลงตัวที่สุด ทางขึ้นลงเป็น 'สะพานสลิงใยแมงมุม' ที่ทอดตัวลาดเอียงลงมาสู่พื้นดินอย่างมั่นคง สปินเนอร์ปีนป่ายเข้าไปนอนขดตัวอยู่ในบ้านแปดเหลี่ยมของมันอย่างมีความสุขที่สุดในชีวิตมันไม่ต้องตากฝน ไม่ต้องคอยหลบนักล่าตัวอื่นและมีห้องเก็บผลงานระดับมาสเตอร์พีซเป็นของตัวเอง
"สมบูรณ์แบบ...โซนอุตสาหกรรมแห่งแรกของเฮเซลบรุค เปิดทำการอย่างเป็นทางการ!" อีไลอัสปาดเหงื่อยืนท้าวสะเอวมองผลงานชิ้นเอกด้วยความอิ่มเอมใจ
หมู่บ้านเฮเซลบรุคก้าวผ่านความหวาดระแวงและหลอมรวมสัตว์นักล่าเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์และการออกแบบสถาปัตยกรรมที่ตอบโจทย์พฤติกรรมของทุกชีวิต...
เส้นใยแห่งอารยธรรมเส้นใหม่ได้ถูกถักทอขึ้นแล้วบนยอดไม้แห่งนี้!
ตลอดทั้งสัปดาห์หลังจากนั้นรัฐอิสระเฮเซลบรุคก็เข้าสู่ช่วงเวลาที่อีไลอัสขนานนามว่า ‘สัปดาห์แห่งการปฏิวัติเครื่องนอน ’ ภาพการทำงานร่วมกันแบบข้ามเผ่าพันธุ์กลายเป็นเรื่องชินตาของหมู่บ้านสปินเนอร์ แมงมุมอสูรผู้ผันตัวมาเป็นผู้รับเหมา รับหน้าที่พ่น ‘เส้นใยโครงสร้าง’ ที่มีความยืดหยุ่นสูงสานเป็นตาราง เพื่อทำหน้าที่เสมือน ‘พ็อกเก็ตสปริง’ ซ่อนไว้ในแกนกลางของฟูกนอนจากนั้นเหล่าเอลฟ์ช่างทอก็จะนำผ้าไหมพฤกษาที่ทอจนเนื้อแน่นละเอียดมาเย็บประกบเป็นปลอกหุ้มชั้นนอก
ขั้นตอนสุดท้ายคือการยัดไส้ด้วย ‘ปุยนุ่นเมฆา’ จำนวนมหาศาลอีไลอัสคุมงานเข้มงวดราวกับวิศวกรคุมไซต์ก่อสร้างเขาคำนวณความหนาแน่นของปุยนุ่นในแต่ละจุดของฟูกให้สอดคล้องกับ ‘หลักสรีรศาสตร์ ’ บริเวณช่วงหลังและสะโพกจะถูกอัดนุ่นให้แน่นเป็นพิเศษเพื่อรองรับน้ำหนักตัวส่วนบริเวณหมอนหนุนจะเว้นส่วนเว้าโค้งให้พอดีกับกระดูกสันหลังช่วงคอ
ผลลัพธ์ที่ได้คือเครื่องนอนระดับ 'อัลตราลักซ์ชัวรี ' ที่ทำให้คุณภาพชีวิตของประชากรพุ่งทะยานทะลุเพดาน!บ้านทุกหลัง ไม่เว้นแม้แต่หลุมของดัสตี้และถ้ำกระต่ายของฟินน์ล้วนได้รับแจกจ่ายฟูกนอน เบาะรองนั่ง และผ้าห่มไหมพฤกษาครบชุด
เช้าวันแรกหลังจากแจกจ่ายเครื่องนอนอีไลอัสถึงกับต้องเดินเคาะระฆังปลุกไปทั่วหมู่บ้าน เพราะลูกบ้านทุกคน—รวมถึงบาร์นีย์ที่ได้ฟูกไซส์จัมโบ้—ต่างหลับสนิทจมหายไปในความนุ่มฟูจนตื่นสายกันยกแผง!
ในขณะที่ฝ่ายผลิตสิ่งทอกำลังวุ่นวายฝ่ายเกษตรกรรมก็ไม่ได้หยุดนิ่ง
เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบในระยะยาวอีไลอัสได้มอบหมายโปรเจกต์ระดับชาติให้แก่ เดซี่ กระต่ายอสูรสายพฤกษานั่นคือการเนรมิต 'ไร่ปุยนุ่นเมฆา ' เป็นของหมู่บ้านเองโดยไม่ต้องเสี่ยงเข้าป่าชั้นกลางอีก
สถาปนิกน้อยกางแผนที่ผังเมืองและชี้เป้าหมายไปที่โซนป่าไม้ใหญ่ทางทิศตะวันตก โดยกำหนดพิกัดริมผาให้ห่างจาก'น้ำตก' ที่เป็นแหล่งกำเนิดลำธารประจำหมู่บ้านออกมาในระยะรัศมี 300 เมตร พอดีเป๊ะ
"ต้นไม้ยักษ์ดึกดำบรรพ์ต้องการความชื้นในอากาศสูง แต่ระบบรากของมันไม่ชอบน้ำขัง"อีไลอัสอธิบายเหตุผลทางพฤกษศาสตร์ผังเมืองให้เดซี่ฟัง"ระยะสามร้อยเมตรจากน้ำตก คือจุดที่ละอองน้ำลอยมาตกกระทบเป็นหมอกบางๆ พอดีมันคือทำเลทอง ที่ดินร่วนซุยและระบายน้ำได้ยอดเยี่ยมที่สุด!"
เมื่อได้พิกัด เดซี่ก็เริ่มลงมือกระต่ายอสูรตัวอ้วนกลมใช้เท้าหน้าขุดหลุมอย่างรวดเร็ว มันนำเมล็ดพันธุ์และกิ่งก้านของต้นนุ่นเมฆาที่เก็บเกี่ยวมาได้ฝังลงไปในดินทรายร่วนซุย จากนั้นเดซี่ก็หลับตาพริ้ม หูยาวๆของมันเปล่งแสงสีเขียวมรกตออกมาสว่างวาบ
ออร่าเวทมนตร์แห่งการเจริญเติบโตไหลเวียนจากอุ้งเท้าของกระต่ายอสูรลงสู่พื้นดินเพียงชั่วอึดใจ ต้นกล้าสีเขียวอ่อนก็แทงยอดทะลุผิวดินขึ้นมา พวกมันแตกกิ่งก้านยืดลำต้นสูงขึ้น และขยายขนาดรากฐานอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแม้จะยังไม่เติบโตกลายเป็นต้นไม้ยักษ์สูงเสียดฟ้าเท่ากับต้นแม่ในป่าชั้นกลางแต่ภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์พื้นที่ป่าโปร่งทางทิศตะวันตกก็ถูกแทนที่ด้วยดงต้นนุ่นเมฆาขนาดกลางกว่ายี่สิบต้นที่เริ่มผลิกิ่งออกใบและเตรียมพร้อมสำหรับการออกฝักในฤดูกาลหน้าเป็นที่เรียบร้อย
"แค่นี้ก็การันตีได้แล้วว่า..."อีไลอัสมองดูดงต้นไม้ใหม่ด้วยรอยยิ้มกว้าง "รัฐอิสระเฮเซลบรุคจะไม่มีวันขาดแคลนความนุ่มฟูอีกต่อไป!"
ในขณะที่อีไลอัสกำลังยืนชื่นชมความคืบหน้าของไร่ปุยนุ่นเมฆาอยู่นั้นเองจู่ๆ ความสงบสุขของยามบ่ายก็ถูกแทรกซ้อนด้วยปฏิกิริยาบางอย่าง
ติ๊ง!
[ สกิล:จิตสำนึกแห่งเฮเซลบรุค แจ้งเตือนขีดสุด! ]
สถาปนิกน้อยสะดุ้งสุดตัวคลื่นความรู้สึกประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาท มันไม่ใช่ความเจ็บปวดแต่เป็นเหมือน 'เรดาร์' ที่กระเพื่อมไหวในหัวของเขา บนแผนที่จำลองในจิตสำนึกปรากฏจุดพลังชีวิตขนาดเล็กจำนวนมหาศาลสว่างวาบขึ้นมาบริเวณริมขอบอาณาเขตผังเมืองทาง ทิศตะวันตก "หกสิบ... ไม่สิ หกสิบสองชีวิต! เข้ามาทางป่าทิศตะวันตก!"อีไลอัสเบิกตากว้าง จำนวนขนาดนี้ไม่ใช่ฝูงสัตว์ป่าหลงทางแน่ๆมันคือระดับกองคาราวาน!
ก่อนที่เขาจะทันได้สั่งการให้บาร์นีย์เตรียมพร้อมรับมือเสียงของไพเพอร์ นกอสูรโดรนประจำหมู่บ้าน ก็ดังเจื้อยแจ้วผ่านสายใยพันธสัญญาเข้ามาในหัว
"เจ้านาย!พิกัดเก้านาฬิกา ทิศตะวันตก!จับภาพขบวนผู้อพยพขนาดใหญ่กำลังมุ่งหน้ามาทางหมู่บ้าน! ขออนุญาตแชร์ภาพวิสัยทัศน์ !"
"ส่งภาพมาเลยไพเพอร์!"
อีไลอัสหลับตาลงภาพมุมสูงจากท้องฟ้าก็ฉายชัดเข้ามาในมโนสำนึก สิ่งที่เขาเห็นคือขบวนผู้อพยพเผ่าเอลฟ์ในชุดผ้าคลุมที่เต็มไปด้วยฝุ่นดินพวกเขากำลังเดินลัดเลาะฝ่าดงไม้มาด้วยสภาพอิดโรยทว่าแววตาของทุกคนกลับเปี่ยมไปด้วยความหวัง รอยเท้าของพวกเขาย่ำทับรอยทางเก่า...เป็นที่แน่ชัดว่าพวกเขากำลัง 'แกะรอย' ตามกลุ่มของเอลดรินและฟินดอลมายังดินแดนแห่งนี้!
และเมื่อไพเพอร์ซูมภาพเข้าไปใกล้ๆอีไลอัสก็ต้องใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นสุดขีด เพราะขบวนเอลฟ์หกสิบกว่าชีวิตนี้ไม่ใช่แค่ชาวบ้านธรรมดาแต่ถูกแบ่งออกเป็นสามกลุ่มวิชาชีพที่หมู่บ้านของเขากำลังขาดแคลนอย่างหนัก!
กลุ่มแรกที่เดินนำหน้าและขนาบข้างขบวนคือ'เอลฟ์นักรบ ' แม้พื้นฐานของเครื่องแต่งกายจะเป็นผ้าทอสีเขียวเข้มสลับลายทองแบบเดียวกับเผ่าแต่ของพวกเขาถูกปรับแต่งเพื่อการต่อสู้โดยเฉพาะ
เสื้อคลุมถูกตัดให้สั้นลงเพื่อความคล่องตัวทับด้วยเกราะหนังสัตว์ที่ผ่านการฟอกอย่างดีและเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากสนามรบขอบผ้าและชายเสื้อถูกเสริมด้วยแผ่นโลหะบางและเส้นด้ายเวทมนตร์ที่ช่วยลดแรงกระแทกสายคาดเอวหนังแข็งแรงห้อยกระเป๋าใส่ลูกธนูและอุปกรณ์ยังชีพ
ในมือของพวกเขากระชับคันธนูเวทมนตร์ที่สลักลายพฤกษาสายตาเฉียบคมกวาดมองระแวดระวังภัยให้ผู้ผองชนตลอดเวลา
‘สุดยอด! รปภ.มืออาชีพ! หน่วยรักษาความปลอดภัย ของหมู่บ้านเราจะได้ก่อตั้งเป็นรูปเป็นร่างสักทีฟินน์จะได้เลิกควบกะทำงานหนักคนเดียวแล้ว!’ อีไลอัสคิดในใจอย่างร่าเริง
กลุ่มที่สองเดินอยู่ตรงกลางขบวน คือ 'เอลฟ์ช่างปั้น ' สังเกตได้จากเครื่องแต่งกายที่แม้จะยังคงโครงผ้าทอแบบเดียวกับเผ่าแต่โทนสีถูกลดลงเป็นน้ำตาลดิน เทาหม่นและเขียวอ่อนพวกเขาสวมผ้ากันเปื้อนผืนหนาทับด้านหน้าเต็มไปด้วยคราบดินเหนียวแห้งที่เกาะติดแน่นราวกับเป็นส่วนหนึ่งของผ้าแขนเสื้อถูกพับขึ้น เผยให้เห็นท่อนแขนที่หยาบกร้านจากการทำงานตามขอบเสื้อมีการปักลายเรียบง่าย ไม่เน้นความหรูหรา แต่เสริมความทนทานด้วยการทอซ้ำหลายชั้นสายคาดเอวมีห่วงสำหรับแขวนเครื่องมือไม้แกะสลัก มีดปั้น และถุงบรรจุแร่ธาตุแปลกๆ
มือของพวกเขาไม่ขาวสะอาดแบบช่างทอแต่มันเต็มไปด้วยคราบดินและรอยใช้งาน…อย่างภาคภูมิ‘ช่างเซรามิกและอิฐมอญ!นี่แหละบุคลากรทรงคุณค่า! ถ้าได้พวกนี้มาการอัปเกรดท่อประปาดินเผา เครื่องสุขภัณฑ์และหลังคากระเบื้องของเฮเซลบรุค ก็ไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป!’
และกลุ่มสุดท้ายที่เดินประคองผู้สูงอายุและเด็กๆอยู่รั้งท้าย คือ 'เอลฟ์นักบรรเลง ' เครื่องแต่งกายของพวกเขายังคงใช้ผ้าทอชุดเดียวกัน แต่ถูกออกแบบให้เบา โปร่ง และพลิ้วไหวมากกว่าชั้นผ้าบางเบาซ้อนกันเป็นเลเยอร์สะท้อนแสงแดดเป็นประกายอ่อนๆราวกับหยาดน้ำค้างลวดลายพฤกษาถูกปักอย่างละเอียดอ่อนและต่อเนื่องไปตามชายผ้าบางคนประดับด้วยเครื่องเงินรูปใบไม้เล็กๆที่สั่นไหวเบาๆ ตามการเคลื่อนไหวผมของพวกเขาถูกถักรวมกับดอกไม้ป่า และเครื่องดนตรีไม้พิณฮาร์ป ขลุ่ย และเครื่องสาย ก็ถูกสะพายไว้อย่างทะนุถนอมร่องรอยอักขระเวทมนตร์สลักอยู่บนตัวเครื่องดนตรีอย่างงดงาม
‘สายซัปพอร์ตบัฟกำลังใจ! ศิลปะและดนตรีคือสิ่งที่จะยกระดับ
สวัสดิการทางจิตใจของลูกบ้านให้อยู่ในระดับสูงสุด!’อีไลอัสลืมตาขึ้น รอยยิ้มกว้างจนถึงหูผุดขึ้นบนใบหน้าของสถาปนิกผู้บ้างานขบวนผู้อพยพกลุ่มนี้ไม่ใช่ภาระ แต่คือ 'แพ็กเกจทรัพยากรบุคคลระดับทองคำ'ที่เดินเข้ามาเสิร์ฟถึงหน้าบ้าน!
"บาร์นีย์! ฟินน์!เดซี่! สปินเนอร์!" ผู้ใหญ่บ้านตัวน้อยตะโกนก้องสั่งระดมพลแกนนำหมู่บ้านทั้งหมดทันที "ทิ้งงานทุกอย่างแล้วเตรียมตัวซะ!จัดเตรียมเสบียงพรีเมียมเพมมิแคน น้ำสะอาดและสั่งให้พวกกระต่ายป่าไปเก็บผลไม้มาให้หมด!"
"มีศัตรูบุกหรือเจ้านาย!?"ฟินน์วิ่งหน้าตื่นเข้ามาหา
"ไม่ใช่ศัตรู...แต่เป็น 'ประชากรใหม่ 62 ชีวิต'ที่กำลังจะทำให้ผังเมืองโซน R ของเราต้องขยายตัวครั้งมโหฬาร!"อีไลอัสชี้นิ้วไปทางทิศตะวันตก แววตาลุกโชนไปด้วยไฟแห่งการบริหาร"ไปตั้งขบวนต้อนรับซะ!เราจะแสดงให้พวกเขาสัมผัสถึงสวัสดิการและรัฐสวัสดิการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในป่าต้องห้ามแห่งนี้!"