พี่น้องของติงฉีรีบพุ่งตัวออกจากอาคาร หนึ่งในนั้นมี 'ติงอิ้น' ชายร่างใหญ่หน้าใบหน้างดงามที่ถูกถางเทียนเจี๋ยบุตรชายนายป้อมถางอี้อัดจนสิ้นสภาพ
ติงอิ้นเขาคือชายที่แข็งแกร่งเป็นอันดับสามของกองกำลังหมาล่าเนื้อ
ในระหว่างนี้ก็มีชายร่างใหญ่คนหนึ่งกระโดดมาหาติงฉี พร้อมหมาป่าที่ใบหน้าดุร้ายตัวใหญ่ เขารีบถามติงฉีว่าเกิดอะไรขึ้น
ชายร่างใหญ่คนนี้คือ 'ติงกัง' ชายผู้แข็งแกร่งเป็นอันดับสองของกองกำลังหมาล่าเนื้อ นักรบห้าดาบและยังเป็นผู้ฝึกปราณพลังขอบเขตสร้างปราณขั้นสูงสุด
...
ณ จัตุรัสกลางในอาคารที่เต็มไปด้วยซากชีวิตของกองกำลังหมาล่าเนื้อ ชายสามคนกำลังมองหน้ากันด้วยใบหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เคอซวนหันหน้ามองเซี่ยซีหานอย่างโกรธแค้น เขาพูดหนึ่งประโยคด้วยมือที่สั่นเทา หลังทั่วห้องเต็มไปด้วยหมอกสีขาวและเสียงเรไรที่ไพเราะปรากฏ
"ไอ้เด็กเวรทำไมเจ้าไม่บอกว่า สิ่งนี้คือสมบัติลับพิทักษ์อาณาจักรที่เอาไว้สำหรับอัญเชิญ 'เทพธิดาสีขาวแห่งความตาย'"
"'เทพธิดาสีขาวแห่งความตาย' คืออะไร..." ใบหน้าเซี่ยซีหานใสซื่อมองไปที่เคอซวน
ถางเทียนเจี๋ยตอนนี้เขาอยากเอาตีนก่ายหน้าผากเช่นกัน ในอาณาจักรหมีขาวแดนเหนือไม่มีใครไม่รู้จักสมบัติลับพิทักษ์อาณาจักร!!!
"!เจ้าไม่รู้จัก" เคอซวนโกรธจนเส้นเลือดปรากฏ แต่นี่ไม่ใช่เวลามาสนใจเรื่องเหล่านี้ เขาจึงรีบพูดถึงสิ่งสำคัญที่สุดแทน "'สัญลักษณ์แห่งการเอาชีวิตรอด' เจ้ารีบนำ 'สัญลักษณ์แห่งการเอาชีวิตรอด' ออกมาเร็ว"
ในระหว่างที่เคอซวนพูด ถางเทียนเจี๋ยเขาก็สนใจในสิ่งนี้เช่นกัน
แน่นอนว่าแม้เซี่ยซีหานจะดูใสซื่อ แต่เขาก็ไม่ใช่ว่าโง่จนเดาเรื่องราวไม่ถูก ที่แท้จริงแล้วคนในอาณาจักรหมีขาวแดนเหนือเรียกสิ่งนี้ว่า 'เทพธิดาสีขาวแห่งความตาย' ส่วน 'สัญลักษณ์แห่งการเอาชีวิตรอด' สิ่งนี้น่าจะเป็นสัญลักษณ์หรือรูปปั้น 'เทพเจ้าแห่งโชคชะตา' หรือ 'วีรบุรุษผู้สังหารเทพ'
เซี่ยซีหานลองถามเคอซวนว่า ท่านไม่รู้เหรอว่า 'สัญลักษณ์แห่งการเอาชีวิตรอด' คืออะไร
เคอซวนบ่นเสียงดังในทันที และบอกว่านี่เป็นความลับของอาณาจักร มีแต่ผู้ที่เป็นจ้าวอาณาจักรหรือผู้สืบทอดเท่านั้นที่รู้ ผู้วิเศษกระจอกงอกง่อยที่ยังไม่ทันได้เป็นผู้วิเศษที่แท้จริงเช่นเขาจะรู้ได้อย่างไร
เซี่ยซีหานพยักหน้าตาตามคำพูดของเคอซวน ก่อนมือจะชี้ไปที่รูปปั้นหิน 'เทพเจ้าแห่งโชคชะตา' ที่อยู่ในมือ เคอซวน
"มันอยู่ในมือท่านแล้ว"
เคอซวนที่มือสั่นมองจ้องเทวรูป เขาไม่รู้มาก่อนว่าคือสิ่งนี้ แน่นอนทั้งอาณาจักรไม่มีใครรู้ว่าสัญลักษณ์คืออะไร
ถางเทียนเจี๋ยตบแผ่นหลังเซี่ยซีหาน พร้อมมองไปทางเคอซวน "พวกเราควรออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ข้าได้ยิน 'เสียงลม' "
คำว่าได้ยินเสียง 'ลม' ของถางเทียนเจี๋ยย่อมมีความหมายแฝง
นั่นแปลกว่าอำนาจแห่ง 'ผู้ไร้เสียง' ของรูปปั้นเงือกขาวได้หายไป มันถูกระงับ
แต่นั่นก็ไม่แปลก ตอนนี้รูปปั้นนางเงือกขาวเจิ่งนองไปด้วยเลือดของทารก และนั้นเป็นการปลุกคุณสมบัติที่น่ากลัวที่สุดของสมบัติชิ้นนี้ การที่ความสามารถอื่นๆ จะหายไปจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะตอนนี้สมบัติไม่อยู่ในการควบคุมของคนทั่วไปหรือผู้วิเศษระดับต่ำอีกแล้ว
ทั้งสามรีบพยักหน้าให้กัน ตอนนี้ทุกคนต่างหวาดกลัว
ถางเทียนเจี๋ยเขาพูดน้ำเสียงแผ่วเบา ขนาดวิ่งลงไปชั้นล่างกับเคอซวน เขาถามว่าเสียงเรไรฮัมเพลงนี้ของเงือกขาว จะเป็นเช่นในตำนานหรือไม่
เคอซวนรีบตอบว่าตัวเขาไม่รู้
แต่ตามตำนานของอาณาจักร 'เทพธิดาสีขาวแห่งความตาย' จะฮัมเพลงสามสิบสองจบก่อนจะย้อมโลกให้เต็มไปด้วยเลือดและกลิ่นอายแห่งความตาย มีเพียงคนที่ครอบครอง 'สัญลักษณ์' เท่านั้น ที่สามารถเดินออกจากสายหมอกสีขาวแห่งเทพธิดาได้โดยมีชีวิตอยู่
แม้แต่เคอซวนเองก็ยังไม่รู้ว่าเรื่องนี่จริงรึเปล่า และรูปปั้นเทวรูปหินที่ได้มาจากเซี่ยซีหานเป็นของจริงรึไหม เพราะตอนนี้มันดูเหมือนรูปปั้นหินธรรมดาที่พิธีพิถันก็เท่านั้น
แน่นอนว่ารูปปั้นในมือของทั้งเคอซวนและถางเทียนเจี๋ยเป็นรูปปั้นธรรมดา
เซี่ยซีหานเขาเคยอ่านข้อความจากระบบ และรู้เพียงว่า หากตัวเขาปลุกดวงวิญญาณของนางเงือกขาวออกมา สัญลักษณ์หรือรูปปั้นแห่ง 'เทพเจ้าแห่งโชคชะตา' หรือ 'วีรบุรุษผู้สังหารเทพ' อย่างใดอย่างหนึ่งจะทำให้เขารอดตาย
แต่เซี่ยซีหานไม่รู้ว่า สัญลักษณ์หรือรูปปั้นจะแสดงปาฏิหาริย์อย่างไร
ลึกๆ เซี่ยซีหานก็แอบกังวล กลัวว่าตัวเองจะปั้นรูป 'เทพเจ้าแห่งโชคชะตา' ไม่เหมือนแบบและเขาถูกฆ่า โดยมือของดวงวิญญาณเงือกขาวที่เขาปลุกนางขึ้นมาเอง
และในระหว่างวิ่งลงมาที่ชั้นล่างสุด สามบุรุษอยู่ๆ ก็จำต้องร่างนิ่งแข็ง ขาไม่อาจจะก้าวต่อได้ นั่นเพราะ ตรงหน้าพวกเขา อยู่ๆ ก็ราวกับมีเทพีผู้งดงามปรากฏตัว ร่างของนางใหญ่โตราวกับคนยักษ์
บุรุษทุกคนที่เห็นนางคงดีใจและลุ่มหลงไปกับรูปโฉมของนาง
แต่ทั้งสามกลับไม่ดีใจเลยแม้แต่น้อย นั่นเพราะในความงดงามอันวิจิตร ร่างของนางลอยละล่องอย่างอิสระ
ผิวกายนางขาวบริสุทธิ์ แต่มันกลับโปร่งใส และพวกเขาทั้งสามมองทะลุร่างของนางได้
แม้นางจะมีร่างกายอันวิจิตร รูปอกงาม ปทุมถันราวดอกบัวงามอันขาวผ่อง แต่ท่อนร่างที่เป็นปลาและมีครีบที่พลิ้วไหว ทำให้ทั้งสามสั่นสะท้าน
'นี่คือ "เทพธิดาสีขาวแห่งความตาย" จริงๆ แท้จริงนางเป็นเงือก บัดซบทำไมข้าไม่รู้ให้เร็วกว่านี้ ข้าน่าจะคิดได้' เคอซวนโกรธเกรี้ยวตัวเองแต่ตอนนี้เขาจะทำอะไรได้
หญิงสาวที่งดงามราวเทพี ร่างนางม้วนหมุน สองแขนนางพลิ้วไหวราวกับกำลังร่ายรำ ปากนางไม่ได้เปิด แต่สีหน้าของนางแสดงออกว่านางกำลังฮัมเพลงอยู่อย่างชัดเจน
"พะ... พะ... พวกเราควรจะรีบไป..." เซี่ยซีหานหันไปตามเสียงที่สั่นไหวและเร่งรัดเขา ตัวเขาพบว่านี่เป็นเสียงของพี่ชายถางเทียนเจี๋ยที่กล้าหาญ
แต่ดูเหมือนว่าแม้แต่ชายที่กล้าหาญ เมื่อเจอกับดวงวิญญาณเงือกขาวที่ว่ากันว่า ในอดีตครั้งมีชีวิตนางแข็งแกร่งเทียบเท่าผู้วิเศษแท้จริงที่ถูกเรียกว่า 'ปราชญ์'
พี่ชายถางเทียนเจี๋ยอดีตชายที่กล้าหาญ ก็ยังพบจิตกดข่ม ที่ทำให้ตัวเขา สั่นจนแทบก้าวขาไม่ออกได้
นี่แสดงให้เห็นว่านางเงือกที่เป็นดวงวิญญาณดวงนี้น่ากลัวขนาดไหน
"ใช่... พวกเราควรรีบไป นางเป็นดวงวิญญาณ และจากคำบอกเล่าของท่านผู้วิเศษเคอซวน นางต้องฮัมเพลงสามสิบสองจบ ใครก็ได้บอกข้าที ตอนนี้นางฮัมเพลงจบไปกี่ครั้งแล้ว..." คำพูดช่วงท้ายของเซี่ยซีหานราวกับจะตบมุข แต่เป็นมุขที่ไม่มีใครขำ
ตอนนี้ใครจะสนใจว่านางฮัมเพลงจบกี่ครั้ง และไม่มีใครรู้ว่านางฮัมเพลงอะไรอยู่ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรีบไป
ถางเทียนเจี๋ยฝืนตัวเองอย่างยากลำบาก เขาไม่เคยคิดว่าขาตัวเองจะหนักได้ขนาดนี้ ด้วยความที่ร่างนางเงือกที่เป็นดวงวิญญาณละล่องลอยอยู่ตรงหน้าทั้งสาม ร่างนางใหญ่โตและบดบังประตูทางออกจนหมด
หากพวกเขาจะเดินออกไป ก็จำเป็นต้องผ่านร่างวิญญาณของนาง ไม่เช่นนั้นก็จำต้องทุบกำแพงออกไป
และนี่กลายเป็นสองทางเลือกที่ยากลำบาก หากผ่านประตู ทั้งสามก็ไม่รู้ว่านี่เป็นการดีรึเปล่า
แต่ถ้าหากทุบกำแพงและพุ่งตัวเองไป ทั้งสามก็ไม่รู้ว่านี่เป็นการรบกวนการฮัมเพลงของดวงวิญญาณนางเงือกขาวไหม หากนางโกรธที่มีคนรบกวนการฮัมเพลงของนาง พวกเขาจะถูกนางจับแดกหรือไม่ ทั้งสามคิดเช่นนี้
เคอซวนที่พอมีประสบการณ์ในเรื่องเร้นลับมากสุด รู้ว่าเด็กหนุ่มผู้โง่เขลาทั้งสองคิดอะไรอยู่ เขาจึงพูด
"พะ... พะ..." น้ำเสียงเคอซวนสั่นมาก และขาของเขาก็สั่นยิ่งกว่าใครๆ เซี่ยซีหานและถางเทียนเจี๋ยมีจิตนักรบ แต่เคอซวนไม่มี เขาอยู่ในสภาพแย่สุด จิตใจของเขาใกล้แตกสลาย หวาดกลัว จนอยู่ในระดับควบคุมตัวเองแทบไม่ได้ "พะ... พวกเจ้าสามารถเดินผ่านนางได้ ดะ... ดวงวิญญาณอาฆาต ไม่ใช่สภาวะปกติ แม้เราจะเดินผ่านนาง นางก็ไม่รับรู้ แต่ถ้าเราพุ่งผ่านกำแพง หากมันเกิดเสียงดัง และอาจจะทำลายความสุขของนาง พะ... พวกเราอาจจะทำให้นางโกรธ พะ... พวกเจ้าคงไม่ต้องการสิ่งนี้"
ถางเทียนเจี๋ยและเซี่ยซีหานมองเคอซวนอย่างขอบคุณ
เซี่ยซีหานและถางเทียนเจี๋ยมองหน้ากันครู่สั้น และตัดสินใจอย่างกล้าหาญและก้าวเท้าไปด้านหน้า ขาพวกเขาสั่นระริก
ป๊ะ ป๊ะ ป๊ะ เสียงหยดน้ำกระทบพื้น
เซี่ยซีหานและถางเทียนเจี๋ยรีบหันหลังกลับ เขาพบว่าใต้ชุดคลุมของเคอซวนมีหยดน้ำไหลเป็นสาย
เซี่ยซีหานและถางเทียนเจี๋ยถึงกับต้องยี้หน้า เคอซวนผู้วิเศษผู้มากประสบการณ์กำลังฉี่แตก นี่เป็นการบอกได้อย่างดีว่าดวงวิญญาณนางเงือกทำให้พวกเขาหวาดกลัวได้ขนาดไหน
ทั้งสองส่ายหน้าให้เคอซวน
เคอซวนตอนนี้ได้แต่ยิ้มแหยงๆ รอยยิ้มของเขาได้เป็นคำตอบของทุกสิ่ง
เซี่ยซีหานและถางเทียนเจี๋ยหันหน้าอีกครั้งและพยายามเดินต่อ แต่ก็มีมือของเคอซวนจับไหล่ทั้งสองเอาไว้
จากนั้นก็ปรากฏเสียงน่าเวทนาของเคอซวน
"ขะ... ข้าก้าวข้าไม่ได้ เพียงแค่ได้มองนาง จิตใจข้าก็แทบแบกรับความหวาดกลัวไม่ไหว คะ...คะ... ใครก็ได้ช่วยอุ้มข้าออกไปที"
...
'!บัดซบ' เซี่ยซีหานร่ำร้องในใจดัง นั่นเพราะเคอซวนพึ่งฉี่แตก การอุ้มหรือการเอาเคอซวนขึ้นหลัง มันดู... จะลำบากและน่ารังเกียจเกินไป