มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 64 ลมทมิฬพิฆาต

    “ ลมทมิฬพิฆาต?” ทุกๆ คนได้ฟังก็ได้แต่ร้องออกมาอย่างสงสัย

    “ ด้านหน้าของเมืองเอ้อเฉิน แต่ก่อนปกคลุมด้วยป่าไม้โบราณทั้งสองข้าง และยังมีภูเขาเรียงรายสลับซับซ้อนทั้งสองฝั่ง แต่บัดนี้เบื้องหน้า ถูกกองทัพฮานเผาทำลายเสียย่อยยับ เหล่าสรรพสัตว์ทั้งเล็กและใหญ่ต้องหนีตายกลับคืนสู่ภูเขาทั้งสองข้าง บ้างหนีไม่ทัน ก็ตายไปอย่างไม่ยินยอม พวกมันคิดจะป้องกันค่ายกลพณาสนธิ์ ไม่ให้ทำอันตรายกับกองทัพมัน แต่พวกมันหารู้ไม่ ว่าธรรมชาติล้วนศักดิ์สิทธิ์ มันทำลายระบบนิเวศอย่างหนึ่ง มันก็จะกระทบต่อระบบนิเวศอีกอย่างหนึ่ง ทุกท่านดูแผนที่ตรงนี้ ช่องว่างระหว่างภูเขาทางตะวันตกล้วนแล้วแต่ปราศจากต้นไม้ขึ้น ยิ่งลำธารน้ำใสก็หาได้มีไม่ เนื่องเป็นเพราะว่า มันเป็นเส้นทางลมที่พัดผ่านมาจากระหว่างช่องเขา 

    ที่ผ่านมา เส้นทางลมเส้นนี้จะถูกสะกัดกั้นไปด้วยต้นไม้ที่สูงใหญ่และหนาทึบ ทำให้แรงลมที่พัดเข้ามา ไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหนก็จะค่อยๆสลายกลายเป็นลมพัดเย็นสบายออกมา แต่บัดนี้เส้นทางลมทางเขาทั้งสองข้าง กลับไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้น ทุกๆ ท่านลองคิดดู ว่าพลังลมชุดนี้จะรุนแรงสักแค่ไหน ยิ่งหากมันพุ่งเข้าปะทะกับ ภูเขาอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งดูจากสภาพภูมิศาตร์เช่นนี้มันเปรียบเหมือนกำแพงขนาดใหญ่

    แรงลมที่พัดเข้าปะทะจะวนกลับไป กลายเป็นพายุงวงช้างที่ไม่มีวันจบสิ้น”

    ราเชนเอ่ยไปชี้ไปที่แผนที่ทหาร และ ชี้ไปทางช่องภูเขาทางตะวันตก ชี้ทางลมจะพุ่งเข้ามาปะทะกับ ภูเขาฝั่งตะวันออก ที่มีลักษณะคล้ายกับกำแพงโอบล้อมเอาไว้  ทุกๆ คนมองเห็นภาพ แต่คล้ายมีเรื่องกังขา จนรองแม่ทัพเตี้ยนถง ต้องเอ่ยถามกับราเชนว่า

    “ เดี๋ยวก่อน ตามทฤษฏีที่รองผู้บัญชาการอธิบาย พวกเราทุกๆ คนก็พอเข้าใจได้ แต่ว่า เหตุไฉนท่านถึงมั่นใจว่า อีกหนึ่งชั่วยาม จะมีลมทมิฬพิฆาต จะพัดผ่านเข้ามา?” 

    ทุกๆ คนต่างหันหน้ามามองราเชนด้วยความอยากรู้เช่นกัน

    “ ความลึกลับของท้องฟ้า ภายใต้จักรวาล ผู้ที่ศึกษาวิชาพยากรณ์ย่อมจะล่วงรู้ดีกว่าผู้ใด คืนนี้ข้ามองเห็นหมู่ดาวจระเข้ของทัพฮานล้วนส่องแสงริบหรี่ จนแสงอรุโณทัยสาดส่องขึ้นมา ลมเย็นทางทิศตะวันตกพัดเข้ามา ข้าสัมผัสได้ถึงพลังแรงลมที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างถาโถม 

    ข้าจะอัญเชิญเหล่าเทพยดาผู้ที่เคยอาศัยที่ป่าพณาสนธิ์แห่งนี้ และ อัญเชิยเทพวายุสวรรค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ มาประทานความพินาศแก่กองทัพฮาน ที่มันบังอาจทำลายผืนป่าศักดิ์สิทธิ์ ทำลายเหล่าสรรพสัตว์ที่บริสุทธิ์ทั้งหลาย ให้พวกมันรับกรรมที่พวกมันได้ก่อขึ้นในครั้งนี้ โดยข้าจะรีบทำพิธีอัญเชิญลมทมิฬพิฆาตด้วยตัวของข้าเอง ซึ่งอาจารย์ของข้าเคยบอกเอาไว้ มันจะสัมฤทธิผลภายในหนึ่งชั่วยามพอดี”

    ทุกๆ คนได้ฟังก็อ้าปากตาค้าง นี่พวกเขากำลังฟังรองผู้บัญชาการหยางเพ้อเจ้ออะไรกันอยู่ พวกเขาจะฝากชีวิตไว้กับสิ่งที่เหนือธรรมชาติเช่นนี้ได้อย่างไรกัน

    “ นี่ท่านกำลังจะให้พวกเราเชื่อในสิ่งที่ท่านพูดหรือนี่?” รองแม่ทัพเตี้ยนถงเอ่ยเสียงแข็ง 

    “ นั่นซิ แล้วหากว่าลมทมิฬพิฆาต ไม่พัดมาเล่าจะทำอย่างไร คนของเรามิตายเปล่าหรอกรึ” แม่ทัพชราเยว่ไควเอ่ยด้วยความสับสน

    “ เกิดมาเป็นมนุษย์มีใครบ้างไม่ตาย แต่ว่า หากต้องเลือกที่จะตาย ก็ขอตายในสนามรบอย่างชายชาติทหาร ดีกว่าต้องถูกน้ำท่วมตายมิใช่รึ?”

    ราเชนพูดออกไป เพราะเขารู้ว่า ทหารที่ยังอยู่ในเมือง ล้วนแล้วแต่ทราบชะตากรรมของตนเอง ว่าต้องถูกน้ำท่วมตายอย่างแน่นอน แม่ทัยเยว่ไคว และ รองแม่ทัพลู่ตง รองแม่ทัพเตี้ยนถง ก็คิดได้เช่นเดียวกัน

    “  ข้าจะทำตามที่เฟยหลงสั่ง เชิญออกคำสั่งมาได้เลย” ต้าเฉิงแม้ได้รับบาดเจ็บอยู่ ก็ก้าวเท้าออกมาแล้ว กล่าวเป็นคนแรก

    “  ข้าด้วย รองผู้บัญชาการหยางยอมสู้ เพื่อให้พวกเรารอดจากเมืองเปี้ยนเฉินมาได้ ชีวิตของข้าและทหารล้วนเป็นของเขา ข้าจะทำตามคำสั่งของท่าน” รองแม่ทัพลู่ตงเอ่ยออกมาเช่นกัน

    “ ข้าก็แก่ชราแล้ว ไม่มีหนทางอื่นใดอีก ข้าคุมกำลังป้องกันบนกำแพงเมืองจนชีวิตจะสิ้น ศึกครานี้ขอฝากเอาชีวิตข้าและชาวเมืองไว้กับ รองผู้บัญชาการหยางแล้ว”  ที่ปรึกษาแม่ทัพเยว่ไควเอ่ยออกมาเช่นกัน

    “ ข้าจะให้ลูกน้องของข้า โจมตีปีกซ้ายของกองทัพฮาน ส่วนตัวข้าเองจะนำพาทหารหน่วยกล้าตาย ช่วยประจันหน้ากับกองทัพฮานเอง คงช่วยประวิงเวลาให้กับท่านได้ แต่ว่า คนของข้าที่อยู่ในเมืองจะทำหน้าที่แทนข้า หากองค์ชายมู่ฉินเข้าเมืองมาได้ พวกเขาจะยิงพลุสัญญาณส่งไปหาแม่ทัพใหญ่ทันที”   รองแม่ทัพเตี้ยนถงเอ่ยออกมาเช่นนี้ ทุกๆ คนต่างอึ้งไปในทันที เพราะการประจันหน้ากับกองทัพหน้ากำแพงเมืองนั้น ล้วนอันตรายยิ่ง ทำเช่นนี้เท่ากับไปได้แต่กลับไม่ได้อย่างแน่นอน

    ราเชนยิ้มให้กับทุกๆ คน แล้วรีบนำยันต์ป้องกันภัยของตนออกมา แจกจ่ายให้กับ เหล่าแม่ทัพนายกองทั้งหลาย และให้ไปมอบให้กับทหารทุกๆ คน โดยก่อนที่ทุกๆ คนจะ ออกศึก ราเชนก็เรียกต้าเฉิงออกมาแล้วให้ถอดเสื้อเผยแผ่นหลัง ราเชนนำแผ่นยันต์ให้ต้าเฉิงกำเอาไว้ชูให้ทุกๆ คนเห็น  

    “ นี่คือยันต์ป้องกันภัยของข้า จงดู”

    ราเชนก็ใช้ดาบกระหน่ำฟันเข้ากลางหลังของต้าเฉิงทันที

    ปั๊ก ๆ ๆ ๆ ๆ!!

    ผิวกายของต้าเฉิงมีรอยผื่นแดง แต่คมดาบหาได้ระคายผิวของต้าเฉิงไม่

    คราวนี้ทหารทั้งห้าหมื่น ต่างโห่ร้องยินดี  ทุกคนล้วนมีความกล้าขึ้นอย่างสุดขีด ทุกคนยกมือขอยันต์ของราเชนพร้อมๆ กัน แต่ว่า การเขียนยันต์คงกระพันทีเดียวห้าหมื่นแผ่น เขาไม่สามารถทำได้ จึงได้แต่นำผ้ายันต์นับสิบแผ่นมาใส่ในถังน้ำ แล้วให้ทุกๆ คนดื่มกินแทน

    ทุกๆ คนต่างเข้ามาดื่มกิน แล้วลองฟันแขน แผ่นหลังของตัวเอง ทั้งหมดมีแค่รอยดาบ หาได้ระคายผิวไม่ ทุกๆ คนต่างฮึกเหิม เตรียมตัวออกศึกในทันที โดยที่ราเชนไม่ยอมบอกว่า น้ำยันต์ที่พวกเขาดื่มเข้าไปนั้นใช้ได้กับอาวุธเพียงแค่สามครั้งเท่านั้น เพราะขืนบอกออกไป ผ่านไปครั้งที่สามพวกเขาต้องกลัวตาย รีบเผ่นหนีกันแน่ๆ

    ราเชนไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น รีบสั่งให้ทหารช่วยกันตั้งแท่นพิธีศักดิ์สิทธิ์ เรียกลมวายุทมิฬอยู่บนกำแพงเมือง โดยมีเด็กเผ่ารัตติกาลทั้งสิบสามยืนคอยอารักขาอยู่รอบๆ และมีเจ้าโมโม่คอยเคียงข้างไม่ห่างกาย

    แล้วกองทัพฮาน ก็เริ่มบุกเข้าโจมตี เสียงกลองศึกดังสนั่นหวั่นไหว ม้าศึกวิ่งตะบึงเข้ามาก่อนแต่ก่อนที่จะยิงธนูข้ามกำแพงเข้ามา แต่ก็เผชิญกับกองทัพม้าของแม่ทัพเตี้ยนถง ที่บุกตะลุยออกไปสู้ โดยมีกองกำลังไม่ถึงห้าพันคน แต่ฝ่ายข้าศึกมีกองทัพม้าเกือบแสนคน ฝ่ายกองทัพฮานก็ขยายปีกเข้าโอบล้อม แต่ฝ่ายรองแม่ทัพลู่ตง ต้าเฉิง กับ ทหารหน่วยกล้าตายของแม่ทัพเตี้ยนถง ก็แบ่งแยกออกเป็นสองฝั่ง นำหน้าไม้ ทวนยาว เหลน หลาวไม้ตีกระหนาบข้างของทัพฮานในระยะประชิด ทั้งสองฝ่ายตะลุมบอนกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ส่วนทหารบนกำแพงภายใต้การนำของ แม่ทัพชราแยว่ไคว ก็ใช้เครื่องดีดหินเพลิงชุบน้ำมัน ยิงใส่เข้ากองทัพฮานนับร้อยนับพันลูก สร้างความเสียหายแก่กองทัพฮานอย่างหนัก เพราะตอนนี้ทัพฮานไม่มีเครื่องดีดหิน และ ยังไม่มีสัตว์อสูรเท่าเดิม ทำให้เกิดการสูญเสียไพร่พลเป็นจำนวนมาก

    ราเชนที่มั่นใจว่า จะสามารถเรียกลมทมิฬพิฆาตมาจัดการได้นั้น เพราะเขาอ่านจากคัมภีร์ปีศาจ ที่ปราชญ์พญายมได้บอกเล่าถึงลมทมิฬพิฆาต ว่าจะเกิดขึ้นจากประการแรก จะมีเมฆบนท้องฟ้าเคลื่อนไหวเร็วผิดปกติ ประการที่สอง บรรยากาศจะเริ่มเย็นผิดปกติ และที่สำคัญเหล่านกกา นั้นกลับบินย้อนกลับเข้ามาในกลุ่มควันที่กำลังมอดไหม้ ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติ แสดงว่าพวกมันต้องพบเจอกับบางสิ่งที่น่ากลัวกว่า และ ลมทมิฬพิฆาตจะไม่สามารถสำแดงฤทธิ์ได้เลย หากมีค่ายกลพนาสนธิ์นั้นปกคลุมอยู่ ดังนั้นหลังจากราเชนได้ทำการอัญเชิญเทพารักษ์ที่ถูกพวกฮานเผาป่าที่พักของพวกเขาออกมาเพื่อสอบถามเวลา ที่ลมทมิฬพิฆาตที่จะพัดมาเวลาที่แน่นอน

    ซึ่งเทพารักษ์ออกมาปรากฏตัวให้เขาเห็นหลายคน พวกเขาต่างโกรธแค้นพวกทัพฮานยิ่งนักที่ทำลายล้างป่า ที่อยู่อาศัยของพวกเขาจนราบเรียบ จึงได้บอกเวลาที่แน่นอนให้กับราเชน ส่วนที่ราเชนทำพิธีเช่นนี้ เพื่อให้ทุกๆ คนเชื่อมั่นในพิธีที่เขากำลังอัญเชิญเทพวายุทมิฬ เท่านั้น

    บนยอดเขาแม่ทัพใหญ่จ้าวสงกำลังฟังหนังสือรายงาน ของแม่ทัพเตี้ยนถง ที่ส่งมาทางเหยี่ยวสื่อสาร

    “ รองผู้บัญชาการหยางสามารถหนีรอดจากทัพฮานมาได้ แล้วยังทำลายเสบียงของพวกมันไปกว่าครึ่ง สัตว์อสูรของพวกมันถูกฆ่าตายไปเป็นจำนวนมาก ตอนนี้ได้มาบัญชาการรบที่เมืองเอ้อเฉิน โดยจะใช้กำลังห้าหมื่นที่มีอยู่ต้านทัพเก้าแสนของกองทัพฮาน โดยมีแผนการณ์ทำลายล้างพวกมันภายใน หนึ่งชั่วยามนี้ แต่หากทำไม่ได้ เมื่อองค์ชายมู่ฉิน เคลื่อนทัพเข้าเมืองจะรีบส่งพลุสัญญาณให้ทันที

    ลงชื่อ รองแม่ทัพเตี้ยนถง”

    กุนซือฉีกุ้ยอ่านหนังสือรายงานให้ทุกๆ คนทราบ

    “ ข้าว่าแล้ว หยางเฟยหลงต้องรอดกลับมา ฮ่า ฮ่า ฮ่า” องค์ชายรองหลี่คังตบเข่าตนเองแล้วหัวเราะออกมาอย่างดีใจ

    “ แต่ว่า ท่านรองผู้บัญชาการหยาง จะใช้กำลังห้าหมื่นจัดการกับทัพเก้าแสนของทัพฮานได้อย่างไร ค่ายกลป่าพนาสนธิ์ ก็ถูกเผาทำลายราบคาบไปแล้ว กำแพงเมืองก็สูงไม่เท่าของกำแพงเมืองเปี้ยนเฉิน” กุนซือฉีกุ้ยเอ่ยอย่างตื่นเต้น

    ทุกคนหันไปมองแม่ทัพใหญ่จ้าวสงที่ใช้กล้องส่องทางไกล ส่องดูความเคลื่อนไหวของกองทัพทั้งสองฝ่ายที่เริ่มต่อสู้กันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

    “ นึกไม่ถึง รองแม่ทัพเตี้ยนถง จะอาสาเป็นทัพหน้าออกศึกด้วยตัวเอง รองผู้บัญชาการหยางเป็นคนเช่นไรกันแน่ ทำไมทหารที่เหลือ ถึงได้ยอมสู้ตาย ถวายชีวิตกันเช่นนี้” 

    แม่ทัพใหญ่จ้าวสงเอ่ยอย่างสงสัย

    “ ข้าไม่รู้ว่ามันทำได้ยังไง แต่ว่าชีวิตของข้ารอดมาได้ทุกวันนี้ก็เพราะมัน”

    องค์ชายรองหลี่คังเอ่ยตามความรู้สึกของตนออกมา

    “ ทำไม รองแม่ทัพเตี้ยนถง ถึงไม่ยอมบอกวิธี ทำลายล้างกองทัพฮานของรองผู้บัญชาการหยางออกมา” ฉีอี้ รีบเอ่ยอย่างสงสัย ซึ่งทุกๆ คนก็ต่างคิดเช่นเดียวกัน

    “ ไม่ต้องสนใจเรื่องอื่นๆ รอสัญญาณพลุไฟ เตรียมตัวทำลายเขื่อนกั้นน้ำ” แม่ทัพใหญ่จ้าวสงไม่ใส่เรื่องอื่นอีก ออกคำสั่งทันที

    ทหารพอได้รับคำสั่ง ก็รีบลากขอนไม้ขนาดใหญ่ เตรียมเอาไว้ที่ต้นน้ำหลายสิบต้น หากได้สัญญาณ ก็จะตัดเชือกทำลายเขื่อนทันที

    รองแม่ทัพเตี้ยนถง ตอนนี้ได้บุกตะลุยข้าศึกจนแตกกระเจิง เพราะธนูของพวกมันไม่อาจทำอะไร ทหารของเมืองเอ้อเฉินได้ ราวกับว่า เป็นทหารปีศาจ ฟันแทงไม่เข้า ทหารทั้งสามกองทัพ ยิ่งฮึกเหิม เป็นการใหญ่ ไล่บุกตะลุย กองทัพฮานจนต้องถอยร่นออกไปหลายลี้

    ราเชนส่งสัญญาณพลุไฟ บอกทั้งสามกองทัพให้ถอยกลับมา ไม่ต้องไล่ตาม

    กองทัพทั้งสามตำแหน่ง จึงได้แต่ถอยร่นกลับเข้ามาในเมือง

    “ ทำไมไม่ไล่พวกมันอีก พวกเรากำลังสนุกมืออยู่เลย” ต้าเฉิงเอ่ยอย่างสงสัย

    “ ได้เวลาแล้ว” ราเชนเอ่ยกับทุกๆ คน เพราะตอนนี้ลมทมิฬพิฆาต กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว

    “ นี่มันยังไม่ถึงหนึ่งชั่วยามเลยนะ” แม่ทัพเยว่ไควเอ่ยขึ้น

    ราเชนไม่ตอบคำ ตอนนี้ไพร่พลของกองทัพฮาน กำลังเคลื่อนตัวบุกเข้ามาใหม่อีกครั้ง คราวนี้พวกมันบุกเข้ามากันอย่างเต็มพิกัด โดยขบวนทัพช้างยักษ์ และ สัตว์อสูรที่เหลืออีกไม่กี่พันตัว 

    “ ดีที่รองผู้บัญชาการหยางสั่งให้พวกเราถอนกำลัง มิเช่นนั้นหากบุกต่อไป คงได้เจอกองทัพฮานชุดใหญ่โจมตีตลบหลังแน่” รองแม่ทัพเตี้ยนถงเอ่ยออกมาอย่างโล่งอก  ทหารทุกๆ คนต่างถอนหายใจ ขืนตะลุยบุกไปคงกลายเป็นเศษเนื้อแน่ๆ

    ราเชนไม่สนใจ ตอนนี้ทำพิธีเรียกลมทมิฬพิฆาตต่อ กองทัพฮานพอมาถึงก็ปล่อยบันไดเมฆ นับร้อย เพื่อปีนป่ายกำแพงเมืองขึ้นมา แม่ทัพเยว่ไควร้องสั่งปล่อยน้ำมันร้อน หินเพลิง ออกไป ธนูมากมายต่างยิงเข้าใส่กันทั้งสองฝ่าย อย่างดุเดือดเลือดไหลนองท่วมกำแพง ยันต์ของราเชนตอนนี้ไม่อาจป้องกันได้แล้วเพราะเกินจำนวนครั้ง ทำให้ ทหารต่างล้มตายกันเป็นจำนวนมาก แต่ทุกๆ คนก็สู้ไม่ถอยเช่นกัน

    กองทัพฮานก็เริ่มจู่โจมอย่างเต็มกำลัง ตอนนี้บนอากาศมีนกอินทรียักษ์ และพวกสัตว์อสูรมีปีก พวกเหยี่ยว และ นกแร้งมากมาย มาช่วยกันโจมตี จนทหารของเมืองเอ้อเฉินต่างขวัญผวา ชาวบ้านต่างสวดภาวนา เพราะเหล่าสัตว์มีปีกเริ่มโจมตีชาวเมือง จนต้องรีบหลบเข้าไปในตัวบ้าน 

    ทุกๆ คนมองต่างเฝ้ารอความหวังจากราเชนเพียงคนเดียว

    ราเชนหลังจากท่องบทอัญเชิญเทพวายุจบ  ก็เอ่ยออกไปด้วยเสียงดังกังวานว่า

    “ เทพวายุผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ ขอจงโปรดนำพาพลังลมทมิฬพิฆาตของท่าน   มาจัดการกับกองทัพศัตรูที่บุกรุก ผู้ทำลายล้างทุกสรรพชีวิตที่บริสุทธิ์บนป่าพนาสนธิ์แห่งนี้  ให้พวกมันจงฉิบหาย วายวอด นำมาชีวิตของพวกมันไปสู่นรกโลกันต์ อย่าได้ผุดได้เกิด ตลอดชั่วกาลนานเทอญ”

    ราเชนเอ่ยจบ ท้องฟ้าก็เกิดประกายแลบแปร๊บขึ้น เมฆดำเริ่มปกคลุมไปทั่วทั้งกองทัพฮาน เสียงสายฟ้าพาดผ่านไปมา ราวกับสวรรค์พิโรธ บรรยากาศโดยรอบเย็นลงกระทันหัน ลมพายุลูกใหญ่มหึมาพัดโหมกระหน่ำ พัดพาเอาหินทั้งเล็กและใหญ่ที่อยู่ตามช่องเขาตะวันตก พุ่งออกมาใส่กองทัพฮาน ทันที

    ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว  ตูม ตูม ตูม  !!!!!!    ………