ตอนที่12 สิ้นปีผมจะจัดโบนัสก้อนโตให้
เสิ่นอี้สวมนาฬิกาหรูไว้บนข้อมือซ้ายโดยตรงซึ่งเขารู้สึกตัวเบาหวิวเล็กน้อยที่เงินหายจากบัญชีไปหกแสนหยวนในคราวเดียวแต่เมื่อคิดได้ว่าจะมีเงินเข้ามาอีกสิบล้านหยวน ทำให้เขาหายตื่นใได้มากทีเดียว
เขาเหลือบมองดูข้อมูลภาพฮอโลแกรมในหัวพบว่าข้อมูลได้รับการปรับปรุงใหม่ตามสถานการณ์ปัจจุบันดังนี้
ทรัพย์สินในปัจจุบัน คฤหาสน์ราคาหกล้านหยวน
รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ห้าสีดำราคาสองล้านหยวน
นาฬิกาข้อมือยี่ห้อปาเต็กฟิลิปป์ราคาหกแสนหยวน
เงินสดสองหมื่นหยวน
เงินในบัญชีธนาคาร หนึ่งล้านสามแสนหยวน
เมื่อมองดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือใหม่เขาพบว่าใกล้ถึงเวลานัดหมายกับซินดี้และน้องชายพอดีจึงเดินตัวปลิวออกจากร้านนาฬิกาโดยจงใจเดินผ่านสองหนุ่มสาวคู่ปรับพร้อมเชิดหน้าเล็กน้อยอย่างถือดี
เขาได้ยินเสียงต่อว่าระหว่างกันของคู่ชายหญิงลอยตามหลังมาซึ่งเขาไม่ได้สนใจพฤติกรรมของทั้งคู่อีก โดยคิดว่าตนโชคดีแล้วที่ฝ่ายหญิงทอดทิ้งไป
“เสิ่นอี้เอ๋ย.....นายโชคดีแล้วที่ไม่ได้เป็แฟนกับผู้หญิงใจโลเลเธอทิ้งนายไปก็ดี ต่อไปชีวิตนายจะหาผู้หญิงสวยแค่ไหนก็ย่อมได้จะสนใจผู้หญิงพรรค์นี้ทำไมกัน?”
เสิ่นอี้พึมพำปลอบใจตัวเองอย่างมีความหวังเขารู้สึกได้ว่าชีวิตวันข้างหน้าย่อมมีความสุขสมหวังมากกว่านี้
เขามาถึงร้านอาหารในห้างเพื่อพบปะและเลี้ยงข้าวผู้ช่วยสองคนโดยคิดว่าเมื่อมีเงินแล้วก็ไม่ควรทำตัวตระหนี่กับคนของตัวเองมากเกินไป อีกทั้งมีเื่ที่เขา้ามอบหมายงานให้กับคนทั้งคู่ในที
“โอ้โฮ! ร้านหรูแบบนี้.....ราคาอาหารจะไม่แพงหูฉี่หรือครับ?”
เทาเซียวชายหนุ่มอายุยี่สิบสี่ปีผู้เป็น้องชายของซินดี้อุทานด้วยความตื่นเต้นยินดีทว่าเขารู้สึกเกรงใจว่าที่เ้านายใหม่ของพี่ชายหรือพี่สาวตน จึงออกตัวอย่างเกรงใจ
“ไม่เป็ไรสั่งอาหารเลย อยากกินอะไรก็สั่งได้เลย สั่งเผื่อผมด้วยละกัน”เสิ่นอี้โบกมืออย่างไม่กังวลใจ
เขาพยักหน้าเป็เชิงอนุญาตให้ซินดี้และน้องชายสั่งอาหารกินตามใจชอบส่วนเขามอบหมายให้ซินดี้สั่งอาหารให้ตน
โดยตรงเพื่อทดสอบการทำงานของอีกฝ่ายทันที
“ได้ค่ะเดี๋ยวซินดี้จัดการให้”
ซินดี้มองเห็นท่าทางผ่อนคลายของชายหนุ่มจึงสั่งรายการอาหารกับบริกรอย่างผ่อนคลาย ทั้งนี้เขาเหลือบมองเห็นนาฬิกาหรูบนข้อมือของเ้านายหนุ่มซึ่งรับรู้ได้ว่ามีราคาแพงมากทำให้ไม่รู้สึกเกรงใจอีกต่อไป
“เอารายการอาหารอันนี้กับอันนี้ อ้อ! อันนี้ด้วยค่ะ ด่วนเลยนะคะท่าทางเ้านายของฉันจะหิวแล้ว”
ซินดี้เหลือบมองเห็นท่าทางกลืนน้ำลายของเสิ่นอี้และเสียงท้องร้องของเ้านายจึงเร่งเร้าพนักงานอย่างเข้าใจ
เสิ่นอี้ลอบพยักหน้าอย่างพึงพอใจในความเฉลียวฉลาดและรู้จักกาลเทศะของซินดี้ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟเขาเอ่ยเกี่ยวกับเื่งานเพื่อมอบหมายไว้ก่อนกับสองพี่น้องว่า
“นี่คือกุญแจรถอีกดอกกุญแจบ้านใหม่และกุญแจหอพัก พอดีผมย้ายออกมาจากหอพักกะทันหันยังไงก็ช่วยไปทำความสะอาดให้ที อะไรพอทิ้งได้ก็ทิ้งไป หรือจะเอาไปบริจาคให้ใครก็แล้วแต่ส่วนกุญแจหอพักก็คืนเจ้ไฝให้ด้วย ค่าหอพักผมเคลียร์เรียบร้อยแล้ว สำหรับที่พักในบ้านใหม่มีหลายห้องพวกคุณเลือกห้องพักตามสบาย ส่วนผมพักอยู่ห้องชั้นบนของบ้านที่อยู่ก็ตามที่ส่งพิกัดไปให้นั่นแหละ”
“ได้ค่ะ/ครับบอส”สองพี่น้องรับคำอย่างเข้าใจ
“ส่วนนี่เป็เงินสดที่จะใช้จ่ายประจำวันซื้อพวกของกินของใช้ประจำในบ้านให้ครบถ้วน ผมจะให้ไว้เดือนละประมาณเท่านี้พอไหม?”
เสิ่นอี้หยิบเงินจากกระเป๋าเป้ใบเก่งของตนออกมายื่นให้กับซินดี้โดยตรงเป็เงินที่เหลือติดตัวอยู่สองหมื่นหยวน เขาไม่อยากพกติดตัวไว้อีกจึงมอบทั้งหมดที่เหลือให้กับซินดี้โดยตรง
“พอค่ะเ้านายมากเกินไปด้วยซ้ำ ถ้างั้นอาหารมื้อนี้ ซินดี้จะเป็คนจ่ายเองนะคะ พวกชุดชั้นในกับชุดนอนรวมถึงชุดอื่น ๆ ละคะ บอส้าให้ซินดี้จัดการให้ไหม?”
ซินดี้รู้สึกสนุกสนานในการรับใช้เ้านายหนุ่มมากกว่าการทำหน้าที่เป็ผู้จัดการดาราเสียอีกจึงสอบถามอย่างกระตือรือร้นเพราะเริ่มรับรู้แล้วว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่คนเื่มากเกินไปซึ่งช่วยให้ซินดี้รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขที่เลือกตัดสินใจติดตามเ้านายหนุ่มคนนี้
“งั้นผมจะโอนเงินให้เพิ่มอีกหนึ่งแสนหยวนละกันจัดการตามที่เห็นสมควรเลย หากผมไม่ได้กลับบ้านหรือไม่ได้ขับรถกลับภายในวันนี้ก็ช่วยมาขับรถไปเก็บที่บ้านให้ที รถยนต์ใช้ได้ในระหว่างที่ผมไม่อยู่ ผมอาจมีธุระเดินทางไปที่โน่นที่นี่
กะทันหันหากมีเื่อะไรที่ไม่สำคัญเกินไปก็จัดการแทนผมด้วย”
เสิ่นอี้กำชับการทำงานบางอย่างแทนเขาอย่างกังวลใจเขารู้สึกสังหรณ์ใจว่าหากซื้อแหวนเรียบร้อยแล้วเขาอาจถูกระบบ
โกลาหลนำตัวจากไปโดยไม่ตั้งใจซึ่งเขารับรู้ได้จากสัญชาตญาณของพลเมืองดาวเอวาอันต่ำต้อย ทว่ายังเป็พลเมืองที่ทีพลังบางอย่างเหนือกว่าพลเมืองของโลกนี้มากนัก
อนึ่งพลเมืองของดาวเอวามีทั้งหมดห้าระดับชั้นระดับชั้นที่ห้าเป็ชั้นต่ำสุดที่ไม่มีทักษะหรือพร์ใด ๆ ซึ่งเขาอยู่ในระดับนี้ทำให้ต้องไปทำงานเป็คนเก็บอุจจาระสัตว์เลี้ยงให้กับปราชญ์เพี้ยนนั่นเอง
พลเมืองชั้นที่สี่สูงกว่าชั้นที่ห้าเป็พลเมืองที่มีทักษะไม่โดดเด่น แต่อาจมีพร์ซ่อนเร้นที่สามารถฝึกฝนได้
พลเมืองชั้นที่สามสูงกว่าชั้นที่สี่เป็พลเมืองที่มีทักษะโดดเด่นหนึ่งอย่าง รวมทั้งมีพร์ที่ฝึกฝนได้
พลเมืองชั้นที่สองเป็พลเมืองเก่งกาจที่มีทักษะโดดเด่นสองอย่างเป็กลุ่มที่มีสิทธิและเสียงในสภาปกครอง
พลเมืองชั้นที่หนึ่งเป็พลเมืองเก่งกาจพิเศษที่มีทักษะโดดเด่นสามอย่างขึ้นไปส่วนใหญ่เป็ระดับผู้นำหรือผู้ปกครองในสภา
ส่วนพลเมืองชั้นที่หนึ่งเอ็กซ์ตราเป็พลเมืองที่โดดเด่นไม่มีใครเทียบได้ พวกเขาเ่าั้ถูกขนานนามว่า “เอสเปอร์ปัญจทักษ์หรือเอสเปอร์ทศทักษ์”เป็ผู้นำที่มีอภิสิทธิ์มากมายบนดาวเอวา
ซินดี้หันหน้าสบตากับน้องชายด้วยความแปลกใจในภารกิจที่ดูวุ่นวายของเ้านายทว่าทั้งคู่ไม่ได้ซักไซ้เสิ่นอี้แต่อย่างใดเหตุเพราะเริ่มเรียนรู้แล้วว่าหากเ้านาย้าบอกข้อมูลรายละเอียดทั้งหลายก็คงบอกพวกตนเอง จึงยินดีทำตามคำสั่งโดยไม่มีเงื่อนไข พลางเอ่ยรับคำสั่งให้เ้านายสบายใจในการทำหน้าที่ของตนว่า
“ได้ค่ะหากเ้านาย้าให้ซินดี้ทำอะไร? ก็โทรมาบอกได้เลยนะคะซินดี้ยินดีจัดการให้ค่ะ”
“บ้านใหม่พี่ซินดี้บอกว่าเป็คฤหาสน์แสดงว่าจะต้องมีสวนดอกไม้ใช่ไหม? เดี๋ยวผมจะช่วยดูแลให้เองครับ”
เทาเซียวเอ่ยปากอาสากับเสิ่นอี้อย่างกระตือรือร้นเขาชื่นชอบดอกไม้และชอบที่จะอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยภาพสวยงามร่มรื่นจึงสอบถามเ้านายก่อนลงมือทำ เนื่องด้วยกังวลว่าชายหนุ่มอาจไม่ได้ชื่นชอบเหมือนตน
“จัดการตามที่เห็นสมควรเลยผมเองก็อยากให้บ้านร่มรื่นน่าอยู่เหมือนกัน หากพวกคุณทำงานได้ดีสิ้นปีผมจะจัดโบนัสก้อนโตให้”
เสิ่นอี้แสดงน้ำใจกับลูกน้องทันทีเพราะคิดว่าในอนาคตอาจได้พึ่งพาคนทั้งคู่มากขึ้น
ซินดี้และน้องชายสบตากันแล้วยิ้มอย่างมีความสุขทั้งคู่มองเห็นอนาคตที่จะรุ่งโรจน์ยิ่งขึ้นโดย้าลบคำสบประมาทจากหลายคนที่เคยดูแคลนพวกเขามาก่อนโดยเฉพาะซินดี้ที่ถูกดูแคลนเื่เพศสภาพไม่ตรงจริง
“ขอบคุณค่ะ/ครับบอส”ซินดี้และน้องชายขานรับคำกล่าวของเสิ่นอี้อย่างยินดี
สักพักหนึ่งอาหารทยอยมาเสิร์ฟที่โต๊ะเป็การจบบทสนทนาระหว่างกันทันทีเพราะกลิ่นหอมหวนของอาหารทำให้ปิดปากทุกคนไปโดยอัตโนมัติ
เมื่อกินอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อยเสิ่นอี้พกกุญแจรถที่เหลืออีกหนึ่งดอก บัตรธนาคารและเอกสารประจำตัวเท่านั้นส่วนกระเป๋าเป้ใบเก่า เขามอบให้สองพี่น้องนำไปเก็บไว้ที่บ้านเพราะไม่้าหอบข้าวของพะรุงพะรัง
จากนั้นเขาเดินเข้าร้านจำหน่ายอัญมณีเพื่อเลือกซื้อแหวนประดับนิ้วสักวงเมื่อเหลือบมองดูเวลาในระบบโกลาหลแล้วพบว่ายังมีเวลาเหลืออีกหลายชั่วโมง ช่วยให้เขารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
“สวัสดีค่ะคุณลูกค้าสนใจเครื่องประดับแบบไหนดีคะ?”
พนักงานหญิงสาวสวยปราดเข้ามาทักทายเสิ่นอี้อย่างเป็มิตร
“ผมอยากได้แหวนหยกสักวงมีแบบไหนบ้างครับ?”เสิ่นอี้แจ้งวัตถุประสงค์แก่พนักงานโดยตรง
“มีหลายแบบให้เลือกค่ะเชิญคุณลูกค้าทางนี้เลย”
พนักงานหญิงเดินนำเสิ่นอี้ไปยังเคาน์เตอร์ด้านหนึ่งของร้านซึ่งในตู้แสดงสินค้านั้นมีแต่เครื่องประดับของผู้ชายที่ทำจากหยกหลากหลายชนิดหลายสีความสวยงามของหยกทั้งหลายละลานตาชายหนุ่มจนเขาเลือกไม่ถูกว่าควรดูแหวนแบบใดดีจึงขอความช่วยเหลือจากพนักงานขายโดยตรงว่า
“มันมีเยอะเกินไปผมเลือกไม่ถูกหรอกครับ ว่าแต่มีวงไหนแนะนำบ้างไหม?ผมอยากใส่นิ้วโป้งหรือนิ้วชี้ก็ได้”
พนักงานหญิงยิ้มให้เขาอย่างเป็มิตรพลางสอบถามเสิ่นอี้อย่างสนใจว่า
“ขอโทษนะคะไม่ทราบว่าคุณลูกค้ามีงบประมาณเท่าใด ฉันจะได้เลือกแบบและราคาได้เหมาะสมค่ะ”
“ราคาสักหนึ่งล้านหยวนพอจะมีไหมครับ?” เสิ่นอี้บอกตัวเลขคร่าว ๆแก่พนักงานหญิงทันที
พนักงานตาโตเป็ประกายที่พบว่าวันนี้ตนโชคดีพบลูกค้าหนุ่มหล่อเหลาซึ่ง้าเครื่องประดับราคาแพงโดยจะช่วยให้เธอได้รับค่าคอมมิชชันเป็จำนวนมาก จึงกล่าวแนะนำชายหนุ่มอย่างขมีขมันว่า
“มีสินค้าเพิ่งเข้ามาใหม่พอดีค่ะเป็แหวนโบราณยุคสมัยราชวงศ์ถัง และแหวนหยกใหม่ที่เพิ่งสลักโดยช่างมีฝีมือของเราค่ะเดี๋ยวฉันไปเอามาให้เลือกนะคะ”
พนักงานหญิงกระวีกระวาดไปนำถาดบรรจุแหวนหยกห้าวงซึ่งเป็รูปทรงสำหรับผู้ชายมาให้ลูกค้าหนุ่มชม
เมื่อพนักงานหญิงถือถาดบรรจุแหวนเข้ามาใกล้เสิ่นอี้พลันมีเสียงคุ้นเคยดังขึ้นมากะทันหันว่า
ติ๊ด !
“ระบบค้นพบอุปกรณ์ที่จะช่วยในหนึ่งภารกิจของโอนเนอร์โปรดตัดสินใจซื้อทันที”