* ณ ป่าหมอกมรณะ *
ซวบ... ซวบ...
เสียงฝีเท้าหนักๆย่ำลงบนใบไม้แห้งที่ชุ่มด้วยโคลนและเืร่างของไป๋ลั่วเดินโซซัดโซเซอยู่ท่ามกลางหมอกสีขาวหนาทึบที่มองเห็นระยะทางได้ไม่เกินสามก้าวเสื้อผ้าของเขาฉีกขาดแทบไม่เหลือชิ้นดีาแตามตัวจากการปะทะกับแรงกดดันของเฉินเสวียนยังคงปวดร้าวลึกถึงกระดูก
"อึก..."
ไป๋ลั่วยกมือจับหน้าผาก ตราประทับรูปดวงตาปีศาจสีแดงฉานกำลังร้อนวูบวาบมันเริ่มทำงานแล้ว... เขาตระหนักได้ทันทีว่าพลังชีวิตส่วนหนึ่งของเขาหายไปมันถูกดูดกลืนส่งไปให้เ้าเฒ่าสารเลวบนฟ้า
"สามปี... ถ้าข้าแก้คำสาปนี้ไม่ได้ข้าจะแห้งตายกลายเป็ยาของมัน"
ฟุ่บ!
งูั์เกล็ดเขียวพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ อ้าปากกว้างหมายจะฉกกัด แต่ไป๋ลั่วไวกว่าเขาคว้าคอของมันด้วยมือเปล่าอย่างแม่นยำเส้นใยโลหิตพุ่งออกจากฝ่ามือเจาะทะลุเกล็ดแข็งๆเข้าไปดูดกลืนเืเนื้อของมันจนแห้งกรังในพริบตา เขาโยนซากงูทิ้งแล้วเดินต่อพลังที่ได้มาช่วยประทังชีวิตและบรรเทาความเ็ปได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
"ที่นี่มัน... กลิ่นอายอะไรกัน?"หลังจากเดินลึกเข้ามาในป่าได้สามวันไป๋ลั่วััได้ถึงกลิ่นอายประหลาดที่ลอยมาตามลม มันไม่ใช่กลิ่นของสัตว์อสูร...แต่เป็กลิ่นของ "มนุษย์" และ "เื"จำนวนมหาศาล
เขาเร่งฝีเท้าแหวกม่านหมอกออกไปจนกระทั่งพบกับภาพเบื้องหน้า ท่ามกลางหุบเขาลึกที่ซ่อนตัวอยู่ในป่ามรณะมีสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่ทำจากหินสีดำทมิฬตั้งตระหง่านอยู่มันดูเหมือนป้อมปราการมากกว่าสำนัก บรรยากาศรอบด้านวังเวงและน่าขนลุก
ที่หน้าประตูหินั์ มีป้ายศิลาจารึกด้วยตัวอักษรสีแดงเืว่า "สำนักมารไร้เงา"
และมีบรรทัดเล็กๆ เขียนต่อท้ายว่า ‘คนเป็เดินเข้า คนตายหามออก...ไร้กฎ ไร้เมตตา ผู้แข็งแกร่งคือสัจธรรม’
"สำนักมารงั้นรึ..."
ไป๋ลั่วพึมพำ ทันใดนั้น ชายชราหลังค่อมสวมชุดคลุมสีดำเก่าคร่ำครึเดินลากไม้เท้าออกมาจากเงามืดของป้อมปราการ ดวงตาขุ่นมัวจ้องมองไป๋ลั่ว
"เ้าหนู... เข้ามาทำอะไรที่นี่? ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นให้คนหลงทางมาเดินเล่นนะ"
"ข้า้าเข้าสำนัก"ไป๋ลั่วตอบสั้นๆ แววตาไม่หลบเลี่ยง
ชายชราหัวเราะเสียงแหบแห้ง "หึๆๆ เข้าสำนัก? รู้หรือไม่ว่าที่นี่คือที่ไหน?ที่นี่คือแหล่งรวมสวะ อาชญากร และคนบ้าที่โลกภายนอกไม่้าที่นี่ไม่มีกฎห้ามฆ่ากันเอง อยากได้อะไรก็แย่งเอา...เ้าคิดว่าเ้าจะรอดได้เกินหนึ่งคืนรึ?"
"ข้าชอบที่แบบนั้น"ไป๋ลั่วแสยะยิ้มเ็า "ข้าไม่ได้มาหาที่พึ่ง... ข้ามาหาที่ล่า"
ชายชราเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเขาเห็นแววตาอำมหิตที่ซ่อนอยู่ในตัวเด็กหนุ่มที่ดูาเ็สาหัสคนนี้"น่าสนใจ... ดี! สำนักเราเปิดรับศิษย์ตลอดเวลา ไม่สนพร์ ไม่สนที่มา...ขอแค่เ้า 'เดิน'ผ่านประตูนี้เข้าไปได้ ก็ถือว่าเป็ศิษย์แล้ว"
ไป๋ลั่วมองไปที่ประตูหิน มันเปิดแง้มอยู่ดูเหมือนไม่มีอะไรขวางกั้น แต่สัญชาตญาณของเขาร้องเตือนว่ามีอันตรายเมื่อเขาเพ่งมองดีๆ... พื้นดินหน้าประตูนั้นเต็มไปด้วย "พิษไร้สี" และ "แรงกดดันิญญา" ที่รุนแรงพอจะบดขยี้คนธรรมดาให้กระอักเื
"บททดสอบรึ..."
ไป๋ลั่วไม่ลังเลเขาก้าวเท้าเดินเข้าไปทันที
วิ้ง! วิ้ง!
ทันทีที่ก้าวเข้าเขตประตูแรงกดดันมหาศาลถาโถมใส่ร่าง พิษแทรกซึมเข้าสู่ิัทำให้ปวดแสบปวดร้อนเหมือนถูกไฟคลอก แต่ไป๋ลั่วไม่ร้องออกมาสักแอะเขาใช้พลังมารในหัวใจดูดกลืนพิษเ่าั้เข้ามาเปลี่ยนเป็พลังงาน แล้วก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคงหนึ่งก้าว... สองก้าว... เืไหลซึมออกจากมุมปาก แต่เขายังคงเดินหน้าจนกระทั่งก้าวพ้นธรณีประตูเข้าไป
"ผ่านแล้ว"
ชายชราหลังค่อมมองด้วยความทึ่ง "จิตใจเข้มแข็งใช้ได้... เอาล่ะรับนี่ไป" เขาโยนป้ายไม้สีดำสลักคำว่า 'ศิษย์สายนอก'ให้ไป๋ลั่ว "กฎของที่นี่มีข้อเดียว... อย่าไปท้าทายผู้าุโถ้าเ้ายังไม่อยากตาย นอกนั้นทำอะไรก็ได้" "อ้อ...แล้วถ้าเ้าหงุดหงิด อยากฆ่าใครสักคนแต่ไม่อยากโดนรุมทารุณกรรม แนะนำให้ไปที่ 'ลานประลองเป็ตาย' กลางสำนักที่นั่นเ้าจะฆ่าแกงกันยังไงก็ได้ เดิมพันด้วยชีวิตและสมบัติ...ขอให้สนุกกับนรกแห่งใหม่นะ เ้าหนู"
ไป๋ลั่วกำป้ายไม้ในมือแน่น มองเข้าไปภายในสำนักเขาเห็นศิษย์หลายคนกำลังต่อสู้กันแย่งชิงโอสถ บางคนนั่งเช็ดเืออกจากดาบบางคนมองมาที่เขาด้วยสายตาเหมือนเห็นเหยื่อรายใหม่
แต่สำหรับไป๋ลั่ว... เขาไม่ได้มองว่าตัวเองเป็เหยื่อเขามองว่าที่นี่คือ "บุฟเฟต์"
‘คนเยอะขนาดนี้...พลังขั้นต่อไปคงอยู่ไม่ไกล’
ไป๋ลั่วเลียริมฝีปากที่แห้งผากเดินก้าวเข้าไปในความมืดของสำนักมารไร้เงาอย่างเต็มภาคภูมิ