พูดอย่างเป็นกลางหลันเฟิงและหยางเจิ้นพ่อลูกไม่ได้มีความแค้นอันใดต่อกัน สำหรับหยางเจิ้นพ่อลูกนั้นก็ไม่ได้มีความแค้นกับหลันเฟิงมากนัก แค่รู้สึกไม่มีความสุขเล็กๆ เท่านั้น
คนหนึ่งคืออัจฉริยะน่าภาคภูมิใจที่ถูกตามใจคนหนึ่งคือบิดาที่ตามใจลูกเกินไป มันไม่คุ้มค่าที่จะจดจำไว้ในใจ
สิ่งสำคัญก็คือเวทีของหลันเฟิงไม่ใช่ที่นี่พ่อลูกคู่นี้เป็นเพียงคนที่ผ่านมาในชีวิตของเขาเท่านั้น วงกลมใหม่จะถูกวาดขึ้นและไม่ทับซ้อนกันดังนั้นความแค้นที่เคยมีย่อมสลายหายไป
ยามนี้ถูกท่านผู้นำตระกูลหยางเซียวตำหนิไปรอบหนึ่งคิดดูแล้วพ่อลูกคู่นี้คงสำรวมขึ้นมาก หลันเฟิงย่อมไม่จำเป็นต้องเจ้าคิดเจ้าแค้นใดๆ
เมื่อได้ยินคำพูดราบเรียบของหลันเฟิงพ่อลูกหยางเจิ้นก็นิ่งงันเล็กน้อย หินก้อนใหญ่ที่แขวนอยู่ในใจเองก็ค่อยๆ ลดลงมา
“ขอบคุณมาก!”
หยางเจิ้นเอ่ยขอบคุณอย่างซาบซึ้งใจสายตาพลันสลับซับซ้อน
แต่หยางกวงกลับเงียบกริบไม่พูดไม่จาราวกับว่าไม่ได้ยินอะไรเลย ในหัวมีเพียงฉากที่หยางเจิ้นค้อมตัวลงด้วยความอับอายปรากฎขึ้น
“นี่ถึงจะเป็นการระงับใจที่ผู้แข็งแกร่งคนหนึ่งควรจะมี!” หยางเซียวลอบชื่นชมเงียบๆ ในใจ ใบหน้าเผยรอยยิ้มบางๆ ออกมาอีกครั้ง
จากนั้นไม่นานเขาก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ก่อนพยักหน้าให้อาวุโสใหญ่หยางเอ้าและอาวุโสรองหยางเจิ้น“ถึงเวลาอันสมควรแล้ว ออกเดินทางได้”
“ขอรับ”
ทั้งสองคนส่งเสียงตอบรับก่อนก้าวออกไปก้าวหนึ่ง แล้วเอ่ยกับอัจฉริยะตระกูลหยางทั้งเก้าคนว่า “ออกเดินทาง!”
อาวุโสรองหยางเจิ้นกวาดสายตามองหลันเฟิงและหยางกวงแวบหนึ่งก่อนเดินไปด้านนอกลานชุมนุมอย่างช้าๆ โดยมีอาวุโสใหญ่หยางเอ้าเดินเคียงไหล่อยู่
อัจฉริยะทั้งเก้าเดินตามอาวุโสทั้งสองไปอย่างเงียบๆ
หลังจากเดินออกมาจากลานชุมนุมสองข้างทางมีคนยืนอยู่รออยู่กลุ่มหนึ่ง
การปรากฏตัวของอาวุโสทั้งสองและอัจฉริยะทั้งเก้าทำให้เกิดเสียงอื้ออึงเล็กๆในฝูงชน
“รีบดูเร็วชายหนุ่มร่างกายกำยำดุจลูกวัวตรงกลางนั่นคือบุตรชายของข้า! หยางตง ระดับไอปราณขั้นสอง!”
“ยังมีบุตรชายของข้าคนที่อยู่หางแถว ลี่ว์เจียงหลิน ระดับไอปราณขั้นหนึ่ง!”
“คนสุดท้ายคือบุตรชายของข้าหยางหัวเซิง รีบดูเร็ว หล่อเหลามากใช่หรือไม่...”
ใบหน้าของพวกเขามีความภาคภูมิใจปรากฏขึ้นฝูงชนในตระกูลต่างก็ร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้นดีใจและภาคภูมิใจ
อัจฉริยะทั้งเก้ามองไปตามเสียงก็เห็นเงาร่างของญาติตนเองในบรรดาฝูงชนรางๆยามนั้นในใจพลันรู้สึกภาคภูมิใจอย่างหาที่เปรียบมิได้!
ในบรรดาคนทั้งเก้ามีเพียงหลัวเทียนที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาใบหน้าอ่อนเยาว์ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
แม้แต่หลันเฟิงและหยางจ้านเองยังกวาดสายตาไปทางฝูงชนเล็กน้อย
“ท่านพ่อเหมือนจะไม่ได้มา”ในแววตาแฝงไว้ด้วยความผิดหวังเล็กๆ หลันเฟิงถอนสายตากลับมาอย่างช้าๆ แม้เขาจะเป็นคนบอกให้ท่านพ่อไม่ต้องมาเองแต่ในใจกลับยังรู้สึกผิดหวังอย่างอดไม่ได้
ด้านหลังมีมือข้างหนึ่งตบบ่าของเขาเบาๆตามมาด้วยเสียงปลอบใจของหยางจ้าน “เจ้าไม่เป็นไรนะ?”
หลันเฟิงโคลงศีรษะแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มน้อยๆ “วางใจเถิด ข้าไม่เป็นไร”
แต่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าระหว่างที่ตนพูดฝีเท้าที่ก้าวออกไปกลับดูวุ่นวายเล็กน้อย ขาดความมั่นคงเหมือนในยามปกติ
กลุ่มคนเดินตรงไปที่ประตูใหญ่ของจวนหยางต่อไม่ได้หยุดฝีเท้าเพราะฝูงชน
ไม่นานเงาร่างสิบเอ็ดสายก็ปรากฏขึ้นที่ประตูจวนหยางและเดินไปที่ประตูใหญ่ของจวนหยางอย่างแช่มช้า
ในยามที่หลันเฟิงเต็มไปด้วยความผิดหวังเสียงกังวานสายหนึ่งก็ดังเข้ามาในโสต “พี่หลันเฟิง พี่หลันเฟิง ช้าก่อน!”
แม่นางเสวี่ย!
หลันเฟิงมองสายตาของทุกคนที่มองมายังตัวเองแปลกๆก่อนกระแอมดัง “แค่ก" ด้วยความเขินอาย แล้วหันกายมองไปทางด้านหลังอย่างจนปัญญาเล็กน้อย
คิดไม่ถึงว่าข้างๆแม่นางน้อยจะมีเงาร่างที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มยืนอยู่
ใบหน้าของชายวัยกลางคนเผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมาไม่ได้สว่างไสว แต่กลับทำให้รู้สึกสดชื่น และรู้สึกเป็นกันเอง
“เฟิงเอ๋อร์”ชายวัยกลางคนเอ่ยปากด้วยเสียงแผ่วเบาแล้วค่อยๆ ยื่นมือออกไปกุมด้ามกระบี่ “เจ้าลืมกระบี่แล้ว”
นี่คือกระบี่บางที่หลันเฟิงหลอมออกมาเมื่อวานกระบี่เล่มนี้คือผลงานที่เขาภาคภูมิใจที่สุดในยามนี้แม้แต่ชายชราเห็นแล้วก็ยังรู้สึกพึงพอใจมาก จนล้มเลิกความคิดที่จะกลืนวิญญาณของมันและแนะนำให้หลันเฟิงพกมันไปเข้าร่วมการล่าประสบการณ์ด้วย
กระบี่เล่มนี้บางเท่าปีกจักจั่นน้ำหนักบางเบา คมกระบี่คมกริบไร้ที่เปรียบ มีแสงเย็นเยียบจางๆ
หลันเฟิงตั้งชื่อมันว่า‘จุยเฟิง!’ (ปลิวไปตามลม)
นี่เป็นครั้งแรกที่ตนตั้งชื่อให้กระบี่ที่ตนหลอมขึ้น!
แม้ว่าจุยเฟิงจะสร้างขึ้นจากแร่เหล็กแต่ระดับความแข็งแกร่งและความทนทานของมันกลับไม่ด้อยไปกว่าศาสตรายุทธ์ระดับสุดยอดที่สร้างขึ้นจากวัตถุดิบชั้นสูงโดยช่างตีเหล็กคนหนึ่ง!
ในแววตาสีดำสนิทเผยความตกตะลึงระคนดีใจออกมาความผิดหวังในใจพลันหายวับไป
หลันเฟิงสาวเท้าเดินไปหาอย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มน้อยๆแล้วรับ ‘จุยเฟิง’ มาจากมือของบิดา “ขอบคุณท่านพ่อ”
พ่อลูกคู่นี้ปกติแล้วมักจะไม่ค่อยพูดคุยกันนักแต่ความรู้สึกระหว่างพวกเขากลับลึกซึ้งมาก
ยามนั้นเองสีหน้าชายหนุ่มพลันเคร่งขรึมขึ้นใบหน้ามีความมั่นอกมั่นใจเป็นอย่างมาก
หลันเสียนหลงพยักหน้าเล็กน้อยไม่ได้เอ่ยอะไร เพราะสิ่งที่เขาอยากพูดหลันเฟิงรับรู้ได้จากในดวงตาแล้ว
“ยังมีข้าอยู่นะพี่หลันเฟิง!” แม่นางน้อยประท้วงอย่างไม่พอใจเล็กๆนางใช้วิธีเช่นนี้เตือนถึงการมีอยู่ของตนกับหลันเฟิง
หลันเฟิงลูบหน้าผากของแม่นางน้อยอย่างหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้“แน่นอน ต้องขอบคุณเจ้าด้วย แม่นางน้อย”
ใบหน้างดงามของหยางเสวี่ยแดงระเรื่อขัดเขินจนหันหนีไป
หลันเฟิงมองท่านพ่ออยู่ชั่วครู่ก่อนพยักหน้าให้หลันเสียนหลง “ท่านพ่อ ข้าไปก่อนนะขอรับ”
“ไปเถิด”หลันเสียนหลงดูเหมือนจะสัมผัสได้ว่าตนรบกวนเวลาทุกคนไปไม่น้อยแล้ว จึงโบกมือไล่หลันเฟิงไม่ได้อาลัยอาวรณ์มากนัก
หลันเฟิงหันกายเดินเข้าไปในฝูงชนแต่แค่ในมือของเขามีกระบี่บางที่ไม่สะดุดตาเพิ่มขึ้นมาเล่มหนึ่ง
หยางเสวี่ยรอจนกลุ่มคนใกล้จะหายไปจากครรลองสายตาถึงได้เงยหน้าขึ้นร้องตะโกน“พี่หลันเฟิง ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยล่ะ!”
หลันเฟิงที่อยู่ไกลออกไปไม่ได้หันกลับมาทว่ามือซ้ายกลับยกขึ้นเล็กน้อย แล้วโบกไปมา
การล่าประสบการณ์กินเวลาสามวันแม้ว่าสถานที่ล่าสัตว์จะอยู่แค่ด้านนอกสุดของป่าอสูรแต่สำหรับชายหนุ่มอัจฉริยะผู้อ่อนเยาว์เหล่านี้แม้ว่าจะเป็นปีศาจอสูรที่อยู่ชั้นนอกสุด ก็มีอำนาจคุกคามแล้วหากดวงไม่ดีไปเจอปีศาจอสูรที่ร้ายกาจหน่อย ก็อาจจะต้องเพลี่ยงพล้ำ
กลุ่มคนตระกูลหยางใช้เวลาครึ่งชั่วยามถึงได้มาถึงจุดรวมตัวของทุกคน
รอจนพวกเขามาถึงเสียงแหบพร่าสายหนึ่งก็ดังขึ้น“หยางเอ้า ครั้งนี้พวกเจ้ามาสายไปหน่อยนะ”
ทุกคนหันไปมองต้นเสียงเห็นชายชราคนหนึ่งเดินออกมาจากกลุ่มคนฝั่งตรงข้าม
“ยังไม่ถึงเวลานัดไม่นับว่าสายหรอก”หลังจากที่อาวุโสใหญ่หยางเอ้าเห็นผู้มาเยือนก็ฉีกยิ้มบางๆ “กลับเป็นพวกเจ้าที่มาเร็วกว่าปกติทุกครั้ง”
หยางจ้านที่อยู่ในกลุ่มคนเองก็เอ่ยอย่างเคร่งขรึม“ชายชราผู้นี้คืออาวุโสใหญ่แห่งตระกูลจ้าว จ้าวหยวนซานพละกำลังไม่ด้อยไปกว่าท่านปู่ของข้า พวกเจ้าอย่ามองว่าเขาใบหน้าดูใจดีความจริงแล้วเป็นคนที่โหดเหี้ยมมาก คนตระกูลหยางของพวกเราต้องลำบากไปไม่น้อยเพราะน้ำมือเขาแม้แต่ท่านปู่ยังเกรงกลัวเขา”
สายตาของจ้าวหยวนซานกวาดมองมาที่เรือนร่างของอัจฉริยะทั้งเก้าคนก่อนมองไปที่หยางเอ้าอีกครั้งแล้วเอ่ยพร้อมกับอมยิ้ม“ได้ยินว่าอัจฉริยะที่ร้ายกาจมากผู้นั้นของตระกูลหยางก็เข้าร่วมการล่าประสบการณ์ด้วยพวกเจ้าไม่กลัวว่าเขาจะตายในป่าอสูรหรือ”
คำนี้แทบจะเป็นเหมือนการสาปแช่งหลันเฟิง!
หยางเอ้าเอ่ยอย่างราบเรียบว่า“มีเพียงเคยเผชิญกับหยาดโลหิตและทะเลเพลิงถึงจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง! ต่อให้เป็นอัจฉริยะที่ร้ายกาจแค่ไหน ก็ต้องผ่านการทดสอบเหล่านี้เสียก่อนถึงจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งได้! หลันเฟิงน่ะข้าไม่ห่วงหรอก แต่กลับเป็นห่วงจ้าวหยางเสียมากกว่าด้วยฐานะอันสูงส่งของเขาแล้ว หากมาตายในป่าอสูรจะไม่น่าเสียดายหรือ”
แม้ว่าหยางเอ้าจะไม่เห็นด้วยกับการให้หลันเฟิงมาเข้าร่วมการล่าประสบการณ์เร็วไปนักแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าจ้าวหยวนซานเขาก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้
และจ้าวหยางที่หยางเอ้าพูดถึงก็คือหนึ่งในอัจฉริยะทั้งสี่คนที่หยางเซียวบอกให้จับตาดูก่อนหน้านี้!
นอกจากจ้าวหยางในบรรดาอัจฉริยะทั้งสี่ยังมีอีกคนของตระกูลจ้าว นั่นคือจ้าวฉีญาติสายรองของตระกูลจ้าว แต่ฐานะของเขาสู้จ้าวหยางไม่ได้ พรสวรรค์ก็ดูเหมือนจะด้อยกว่าด้วยเหตุนี้หยางเอ้าจึงไม่ได้เอ่ยถึงเขา
“เจ้าเป็นห่วงคนของตัวเองไปเถอะ! พวกเขาดูน่าเป็นห่วงกว่าอัจฉริยะสองคนของตระกูลจ้าวเราเสียอีก!” จ้าวหยวนซานไม่โกรธเลยสักนิด แล้วเขาก็หันมามองหลันเฟิงก่อนเอ่ยยิ้มๆ“หากข้าเดาไม่ผิด ชายหนุ่มผู้นี้ก็คืออัจฉริยะที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในช่วงนี้‘คุณชายเฟิง’ สินะ?”
หลันเฟิงมองจ้าวหยวนซานอย่างราบเรียบก่อนแสร้งเอ่ยอย่างดีใจที่ได้รับคำชม“ชนรุ่นหลังเป็นเพียงคนอ่อนแอ ยังไม่ถึงขั้นที่อาวุโสจะเรียกว่า ‘คุณชายเฟิง’ หรอก!”
จ้าวหยวนซานเกือบจะสำลักออกมาเมื่อครู่เขาไม่ได้จะเรียกหลันเฟิงว่าคุณชายเฟิงจริงๆ คำพูดนั้นมันแฝงไปด้วยการเยาะเย้ยต่างหากคิดไม่ถึงว่าหลันเฟิงจะแสร้งโง่เขลา ทำเป็นฟังไม่ออก หนามยอกเอาหนามบ่ง ทำให้เขาเสียหน้าต่อหน้าผู้คน
หยางจ้านและพวกที่อยู่ด้านข้างเหงื่อแตกพลั่กแทนหลันเฟิงเจ้าคนผู้นี้ช่างอาจหาญไม่น้อยจริงๆ !
หากจ้าวหยวนซานโกรธขึ้นมาจริงๆตาเฒ่าที่หน้าหนากว่าคนทั่วไปผู้นี้จะทำอะไรบ้างก็ไม่อาจล่วงรู้ได้เลย
‘เจ้าเด็กนี่โง่จริงๆ หรือแกล้งโง่กันแน่? คุณชายเฟิงงั้นเหรอ หึๆ จะให้ตาเฒ่าเรียกเช่นนั้นเจ้าต้องคู่ควรเสียก่อน’
จ้าวหยวนซานหรี่ตาพิจารณาหลันเฟิงแต่ใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้ม “ได้ยินชื่อไม่สู้พบหน้า คุณชายหลันเป็นอัจฉริยะดังคาด! ฝีปากคมเช่นนี้ ตาเฒ่ายอมรับเลยว่าสู้ไม่ได้!”คำพูดดูงดงาม แต่จริงๆ กลับแฝงไว้ด้วยการดูถูกและเย้ยหยัน
“แต่ฝีปากของข้ายังไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วนของพรสวรรค์ข้าหรอกนะขอรับ!” หลันเฟิงฉีกยิ้มบางพลางตอบกลับไป