ล่าผ่าแดนทมิฬ

    ตอนที่ 57 ทิวา

    เสียงหวานที่ดังขึ้นทำให้อสูรและเชนที่กำลังนอนคว่ำเอื้อมมือไปจับดาบที่สะพายไว้ต้องหยุดชะงักนิ่งเขาลอบมองผ่านพุ่มไม้ที่ปกปิดซอกหินออกไปยังด้านนอกบริเวณที่ได้ยินเสียงซึ่งจากมุมที่เขาอยู่ยังไม่สามารถเห็นเจ้าของเสียงนั้นได้เสียงฝีเท้าค่อยๆ ใกล้เข้ามา ซึ่งจากเสียงฝีเท้าที่ได้ยินเขาพอจะบอกได้ว่าผู้ที่มานี้ไม่ได้มาเพียงคนเดียวแต่มีด้วยกันสองคนผ่านไปอึดใจ ในที่สุดเจ้าของเสียงฝีเท้าทั้งสองคู่ก็ได้เดินมาถึงจุดที่เชนมองเห็นได้ และเมื่อเชนได้เห็นหนึ่งในสองคนนั้นดวงตาของเขาก็ต้องเบิกออกกว้างอย่างไม่อาจควบคุมหนึ่งในนั้นเป็นชายที่อายุน่าจะราวสามสิบกว่าปี ไว้ผมดำยาว รูปร่างของเขาสูงใหญ่กำยำล่ำสัน รอบรอบร่างของชายคนนี้ราวกับมีพลังบางอย่างที่เชนไม่อาจเข้าใจแผ่กระจายเป็นแรงกดดันที่ทำให้ผู้พบเห็นสั่นสะท้าน แต่..ที่ทำให้เชนต้องเบิกตากว้างอย่างไม่อาจควบคุมนั้นไม่ใช่ชายผู้นี้แต่เป็นอีกคนที่ตอนนี้ยืนอยู่เบื้องหน้าของเขาอีกคนที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของชายร่างกำยำผู้นั้นคือ...หญิงสาวผู้หนึ่งหญิงสาวผู้นี้มองจากภายนอกอายุน่าจะราวยี่สิบต้นๆ เธอมีผมสีบรอนด์ทองราวกับดวงจันทร์บนฟ้าในคืนวันเพ็ญ บวกกับดวงหน้าที่งดงามราวกับถูกมือของพระเจ้าจับแต่งอย่างประณีตนั้นทำให้เธองดงามราวกับนางสวรรค์ที่ผลัดตกลงมาจากฟากฟ้า รูปร่างเพรียวบางแต่ส่วนที่ผู้หญิงควรนูนหญิงสาวผู้นี้ก็นูนเด่น ส่วนที่ควรแบนเรียบก็แบนเรียบอย่างน่าสัมผัส หน้าตาอันงดงามไร้ที่เปรียบเมื่อบวกกับเรือนร่างของเธอชายใดได้เห็นก็คงต้องเบิกตาค้างกลืนน้ำลายอย่างไม่อาจควบคุม...เช่นเดียวกับเชนที่เป็นอยู่ในขณะนี้เชนที่กำลังเหม่อมองเธออยู่นั้นบอกได้เลยว่า หญิงสาวผู้นี้เป็นหญิงสาวที่สวยที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เขาเคยได้พบเห็นมา เขาได้เห็นหญิงสาวมาไม่น้อยไม่ว่าจะเห็นตัวเป็นเป็นหรือทางอินเทอร์เน็ต แต่เธอคนนี้กลับเบียดผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยเห็นพวกนั้นให้ตกขอบไปอย่างไม่ต้องคิดตัดสินใจแม้แต่น้อยแต่ถ้าจะให้ติบางอย่างของหญิงสาวผู้นี้ คงจะเป็นดวงหน้าที่งดงามของเธอกลับเย็นชาเรียบนิ่งไร้รอยยิ้ม โดยเฉพาะดวงตาเรียวราวกับตากวางที่แม้เชนจะไม่ได้มองตรงๆ ก็เหมือนกับถูกสายตาคู่นั้นแช่แข็งไปถึงขั้วหัวใจ แต่การเรียบนิ่งเย็นชาของเธอก็ทำให้เกิดเป็นสเน่ห์อันลึกลับน่าค้นหาที่ยากจะอธิบายต่อผู้พบเห็น'พวกเขา..เป็นใคร' เชนที่ได้สติจากหญิงสาวสะบัดหัวแล้วมองไปยังเหตุการณ์เบื้องหน้า"เฮ้อ..ทำไมอสูรขั้นพื้นฐานถึงมาต่อยศิลาปราณล่ะเนี่ย ทำเสียงดังหนวกหูไปหมด" ชายรูปร่างกำยำที่ยืนอยู่เบื้องหลังหญิงสาวผมบรอนด์ราวกับผู้ติดตามถอนหายใจพร้อมเอ่ยขึ้นชายคนนั้นมองนิ่งไปยังอสูรขั้นพื้นฐานซึ่งตั้งแต่ที่คนพวกนี้โผล่มามันก็ไม่ขยับเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย ถ้าสังเกตให้ดีคือมันในตอนนี้ค้างนิ่งอยู่ในท่าง้างหมัดราวกับถูกพลังบางอย่าง...มัดมันตรึงไว้!"ทำฉันหนวกหูไม่ว่าหรอก..แต่ทำนายหญิงน้อยหนวกหู โทษของแกคือ..ตาย" ชายรูปร่างกำยำพูดจบก็ยกมือขวาขึ้นแล้วทำการบีบมือข้างนั้นลงราวกับกำลังบีบบางสิ่งที่มองไม่เห็นอยู่กร๊าซ!!อสูรตนนั้นที่ค้างนิ่งอยู่ในท่าง้างหมัดอยู่ๆ ร่างทั้งร่างของมันก็เหมือนกับถูกมือยักษ์ที่มองไม่เห็นบีบใส่! มันคำรามอย่างเจ็บปวดแต่เชนที่ได้ฟังเสียงที่เขาได้ยินนั้นกลับแฝงไว้ด้วย...ความกลัว!อสูรขั้นพื้นฐานกำลัง...หวาดกลัว!'คนพวกนี้...เป็นใคร! ' เชนที่เห็นต้องเหงื่อตกหอบหายใจอย่างไม่อยากเชื่ออสูรตนนี้เพียงแค่ต่อยใส่เขาแค่เฉียดๆ เขาตายได้แล้ว แต่ชายคนนั้นทำกับอสูรขั้นพื้นฐานเหมือนกับกำลังจะ...บี้มดสักตัว!อสูรตนนั้นตอนนี้ทำได้เพียงคำรามอึกอักในลำคอเท่านั้น ร่างของมันถูกบีบจนได้ยินเสียงกระดูกแตกหักน่าขนลุกมาให้เชนได้ยิน ส่วนชายร่างกำยำบีบมือเข้าหากันเรื่อยๆ พร้อมมองไปยังอสูรตนนั้นแล้วยิ้มมุมปากเล็กน้อยในจังหวะนั้นเอง หญิงสาวผมบรอนด์ที่ยืนเงียบนิ่งมาตลอดอยู่ๆ ก็ยกแขนขวาเรียวสวยที่เหมือนจะไร้เรี่ยวแรงขึ้น เธอทำการสะบัดมือไปทางอสูรขั้นพื้นฐานที่กำลังถูกบีบจากมือที่มองไม่เห็นเบาๆ โดยไม่พูดไม่จาภาพต่อมาที่ได้เห็นทำให้เชนต้องตกตะลึงไปอีกครั้ง!หลังจากการสะบัดมือเบาๆของหญิงสาว อยู่ๆร่างของอสูรขั้นพื้นฐานก็หยุดนิ่งไปแล้วก็ค่อยๆ ถูก...ตัดแยกออกเป็นหลายสิบส่วน!ไม่หยุดเพียงแค่นั้น ราวกับมีพลังบางอย่างซึ่งเป็นพลังที่ตัดร่างของอสูรขั้นพื้นฐานตนนั้นพุ่งไปปะทะเข้ากับก้อนหินที่อยู่ด้านหลังของอสูรขั้นพื้นฐานเสียงดังแล้วปรากฏตัวอักษรสองคำขึ้นสองคำนั้นคือคำว่า...ทิวาแต่ตัวอักษรสองคำนี้อยู่ได้เพียงครู่เดียวเท่านั้นเพราะก้อนหินก้อนนั้นหลังจากปรากฏตัวอักษร'ทิวา'มันก็ราวกับถูกพลังบางอย่างบดขยี้ใส่จนแตกกระจายออกจนแทบจะกลายเป็นผุยผง!เชนมองไปยังก้อนหินสุดแข็งที่อสูรขั้นพื้นฐานก่อนหน้านี้ไม่สามารถทำให้เกิดได้แม้แต่รอยขีดข่วน กลับถูกการลงมือที่เหมือนไม่ออกแรงของหญิงสาวป่นจนเป็นผุยผง!'แข็งแกร่ง! ' เชนตกตะลึงพร้อมทำการตรวจสอบพวกเขาทั้งสองคนแต่ที่ได้เห็นมีเพียง...???? ????อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็ต้องอยู่ขั้นพื้นฐาน! ประสบการณ์และความเข้าใจในวิถีพลังของเชนยังน้อยนิดนัก เขาไม่อาจจะคาดการณ์หรือวิเคราะห์ได้ว่าคนพวกนี้อยู่ในขั้นใด แต่ก็มีความคิดหนึ่งเกิดขึ้นมาในหัวของเขาเมื่อมองไปยังร่างสองร่างนั้น'หรือพวกเขาจะอยู่ในขั้นที่สูงขึ้นไปยิ่งกว่าขั้นพื้นฐาน..' เชนเหงื่อตกเมื่อคิดได้เช่นนั้นตั้งแต่ที่หญิงสาวลงมือผ่านไปเพียงสามอึดใจเท่านั้น แล้วทุกอย่างก็กลับสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง"นายหญิงน้อย" ชายร่างกำยำมองไปยังแผ่นหลังของหญิงสาวเบื้องหน้าแล้วเอ่ยขึ้นเบาๆ"เลิกเล่นได้แล้ว เรามีเรื่องต้องทำ" เสียงเรียบนิ่งเย็นชาของหญิงสาวพูดขึ้นโดยไม่ได้หันไปมองเชนได้ยินคำพูดจากหญิงสาวคนนั้นก็ทำหน้าไม่ถูก เล่น? หญิงสาวพูดว่าการจัดการอสูรขั้นพื้นฐานคือการ...เล่น"ขอโทษครับนายหญิงน้อย" ชายร่างกำยำเมื่อได้ยินก็เอามือขวาแตะที่อกด้านซ้ายแล้วก้มหัวพร้อมพูดขอโทษอย่างนอบน้อมจากการกระทำยิ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่าชายคนนี้เป็นผู้ติดตามของหญิงสาว ไหนจะคำว่านายหญิงน้อยอีก...พวกเขาเป็นใครกันแน่?"แต่..ทิวาล่องหนของนายหญิงน้อยยังยอดเยี่ยมเช่นเดิมเลยนะครับ" ชายร่างกำยำเงยหน้าแล้วพูด"..." หญิงสาวไม่ได้พูดตอบอะไร ใบหน้างดงามของเธอนั้นตั้งแต่ที่เชนเห็นไม่มีการแสดงอารมณ์ให้เห็นเลยแม้แต่น้อย"ที่จริงนายหญิงน้อยไม่ต้องลำบากมาถึงเมืองเล็กๆ แบบนี้ก็ได้นะครับ ให้ผมมาคนเดียวก็ได้" ชายร่างกำยำพูดต่อด้วยน้ำเสียงนอบน้อมในทันที"ไม่ได้หรอก..เรื่องที่เกี่ยวกับพวกมันฉันต้องมาเอง..จากที่คุณรายงานสายของเราได้ทิ้งของสำคัญไว้ใช่ไหม" ในที่สุดหญิงสาวก็เอ่ยคำ เมื่อคำว่าพวกมันหลุดออกจากปากบางแดงระเรื่อนั้น ใบหน้าที่ไม่เคยแสดงอารมณ์ใดๆ มาก่อนก็ต้องขมวดคิ้วน้อยๆ"ใช่ครับ...สายของเราที่ให้แฝงเข้าไปยังพวกมันดันถูกคนที่ชื่อหมินจับได้" ชายร่างกำยำถอนหายใจเศร้าๆ "ก่อนจะถูกฆ่าเขาได้ส่งข้อความมาว่าได้ทิ้งของบางอย่างที่สำคัญมากๆ ไว้ที่นี่"เชนเมื่อได้ยินบทสนทนานั้นก็เบิกตากว้างเพราะเขาได้ยินชื่อหนึ่งที่คุ้นเคย 'หมิน...พวกมันที่พวกเขาว่าหรือว่าจะเป็น...พฤกษาสิ้น! '



    error loaded
    พิมพ์คำอธิบายที่นี่หญิงสาวปริศนา