ตอนที่ 38 – ฟ้าครามหลังลมกรรโชก (ช่วงอายุ: 13 ปี ต้นฤดูหนาว)
หลังเหตุการณ์ในป่าแนวตะวันออก ทั้งหมู่บ้านอวิ๋นซานตกอยู่ในความระแวดระวัง แต่ก็ไม่ได้ปล่อยให้ความกลัวเข้าครอบงำ ชาวบ้านร่วมกันสร้างแนวรั้วใหม่ ใช้หินกับไม้ผสมผสานเข้ากับกับดักที่หลี่เหวินคิดค้นขึ้นจากประสบการณ์ฝึกกับไป่หลง
“เราจะไม่ปล่อยให้ใครแอบเข้ามาได้อีก แม้แต่แมวก็ต้องขออนุญาต” เด็กหนุ่มกล่าวพลางยืนควงพัดไม้ด้วยสีหน้ายียวน
ไป๋ซือที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ หัวเราะเบา ๆ “พี่ข้าคงหวังให้ศัตรูสะดุดกับดักแล้วหัวเราะตัวเองตายก่อนถูกจับแน่ ๆ”
หลี่เหวินหันมายักคิ้ว “หากข้าจะฆ่าใครด้วยเสียงหัวเราะ ก็ถือว่าเป็นชัยชนะที่เมตตาที่สุดแล้ว”
...
กลางลานหมู่บ้าน เด็กชายหญิงหลายคนในวัยใกล้เคียงกันนั่งเรียงราย พวกเขาเฝ้ามองหลี่เหวินซึ่งยืนอยู่ตรงกลาง ใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“วันนี้ เราจะเรียน ‘ท่วงท่าดอกบ๊วยเจ็ดทิศ’ กัน”
“มีชื่อด้วยเหรอ?” เจียวเกอถาม
“มีสิ” หลี่เหวินตอบพร้อมสะบัดพัดชี้ขึ้นฟ้า “เจ็ดทิศ คือทิศหน้าทิศหลัง ซ้ายขวา บนล่าง และใจกลาง เจ้าโจมตีทั้งเจ็ดพร้อมกันได้ไหม?”
เด็ก ๆ ทำหน้าเหวอ หลี่เหวินจึงหัวเราะเบา ๆ “ล้อเล่น...แค่โจมตีให้ถูกยังยากเลย”
เขาเริ่มสาธิตช้า ๆ ก่อนปล่อยให้แต่ละคนฝึกซ้อม ชาวบ้านเดินผ่านไปมาก็อดมองไม่ได้ หลายคนยืนยิ้ม ภูมิใจที่ลูกหลานเริ่มมีวิชาไว้ป้องกันตัว
...
คืนนั้น ในหุบเขาทมิฬ แม่ทัพลับระดับรองแห่งกลุ่ม “มารารัตติกาล” ได้รับข่าวการล้มเหลวของศิษย์สอดแนม
“หลี่เหวิน...” เขาขยี้จดหมายในมือ “เด็กอายุสิบสอง แต่กลับทำให้คนของเราถอยไปแบบไม่กล้าหายใจเสียงดัง”
อีกคนในห้องกล่าวขึ้น “ให้ข้าไปเองไหม? แฝงตัวเป็นพ่อค้าแล้วลอบจับเด็กคนนั้น”
“ไม่ต้อง” เสียงทุ้มเย็นชาตอบ “ส่ง ‘ไป๋หรู’ ไปแทน นางจะเล่นบทแม่ค้าให้สมบทบาทกว่าใคร”
...
หลายวันต่อมา ในตลาดนอกหมู่บ้าน มีพ่อค้าแปลกหน้าเร่ขายของ มีกล่องสมุนไพรหายากและของเล่นจากเมืองหลวง หนึ่งในนั้นคือหญิงสาวหน้าหวานผู้เรียกตัวเองว่า “ไป๋หรู”
“ของจากภาคเหนือแท้ ๆ นะเจ้าคะ ท่านหนุ่มน้อยสนใจไหม?”
หลี่เหวินที่เดินผ่านพร้อมน้องสาว หรี่ตามองอย่างสงสัยก่อนยิ้ม “ของดีขนาดนี้ ข้ายังไม่ซื้อจนกว่าจะเห็นเจ้ากินให้ดูเองสักคำสองคำก่อน”
ไป๋หรูชะงักเพียงครู่ ก่อนหัวเราะกลบเกลื่อน “ท่านนี่รอบคอบเหลือเกิน”
“ข้าไม่ได้รอบคอบ แต่ข้าเห็นคนขายหน้าหวานมากกว่าของที่ขายเสียอีก... น่าสงสัยไม่ใช่หรือ?” หลี่เหวินแกล้งทำท่าครุ่นคิด
“พี่!” ไป๋ซือกระซิบ
“ล้อเล่นน่ะน้องรัก” เด็กหนุ่มหัวเราะแต่ยังจ้องตาหญิงสาวไม่วางตา
...
คืนนั้นหลี่เหวินเฝ้ามองห่าง ๆ พบว่าไป๋หรูออกจากตลาดและเดินเข้าป่าคนเดียว เขาจึงแอบตาม และพบว่านางกำลังใช้ปราณส่งสารผ่านกระจกสีเงินเล็ก ๆ
“พวกเขาระวังตัวมากกว่าที่เราคิด หมู่บ้านนี้ไม่ใช่แค่หมู่บ้านธรรมดา”
“หึ เจ้าถึงกับต้องส่งรายงานเองเลยรึ?” หลี่เหวินพูดพลางก้าวออกจากพุ่มไม้พร้อมพัดในมือ “หรือว่านางพ่อค้าคือสายลับตัวแม่?”
ไป๋หรูหันกลับมา สีหน้าเปลี่ยนไปจากหวานเป็นเย็นเยียบทันที “เด็กน้อย เจ้าติดตามข้าได้อย่างไร?”
“ง่ายนิดเดียว เจ้าใช้กลิ่นดอกบ๊วยมากเกินไป นี่มันป่า ไม่ใช่โรงชาหรูหราในเมืองหลวง”
นางหยิบมีดสั้นออกมา ท่าเตรียมพร้อม “เจ้านี่...พูดมากจริง ๆ”
“แล้วเจ้าจะฟังข้าพูดอีกนิดไหม? หรือจะให้ข้าช่วยตัดบทให้สั้นลงดี?”
พัดไม้สะบัดออกพร้อมเสียงลมแรง ต้นไม้สองต้นข้างหลังไป๋หรูสะเทือนใบไม้ร่วงพราว
“เจ้าเด็กบ้า ข้าไม่ใช่สู้ไม่ได้นะ!” นางพุ่งเข้าจู่โจม หลี่เหวินหลบอย่างพลิ้วไหว พลางพูดเรื่อยเปื่อย
“ช้ากว่าน้องสาวข้าอีกนะเนี่ย... หรือเจ้าต้องฝึกกับข้าสักอาทิตย์?”
การต่อสู้ดำเนินอยู่ครู่ใหญ่ จนในที่สุดนางพลาดท่าลื่นกับดักที่เด็ก ๆ ช่วยกันขุดไว้ก่อนหน้า หลี่เหวินยืนมองนางที่ถูกมัดเชือกเถาวัลย์แน่น
“หวังว่าคราวหน้าจะส่งคนที่ฉลาดกว่านี้มานะ... ข้าเริ่มเบื่อบทแม่ค้าสวยแล้ว”
...
ไป๋หลงกับพ่อแม่รีบมาดู หลังได้ยินเสียงสัญญาณที่หลี่เหวินยิงขึ้นฟ้า ทั้งหมดร่วมกันสอบสวนหญิงสาวและส่งเธอไปขังไว้ที่กระท่อมท้ายหมู่บ้าน
“ข้าว่า...” หลี่เหวินพูดขณะเดินกลับบ้าน “ศัตรูพวกนี้คงยังไม่รู้ว่าพวกเขากำลังเล่นหมากล้อมกับใคร”
เขาหัวเราะเบา ๆ พลางโยนพัดขึ้นฟ้าแล้วรับไว้อย่างแม่นยำ