กริ๊งๆ
“พัสดุมาส่งครับ” เสียงออดหน้าประตูดังขึ้นสองครั้ง จากนั้นก็มีเสียงชายหนุ่มดังขึ้นไล่หลัง
“เอาวางไว้ในกล่องรับพัสดุได้เลยค่ะ” ซูเหยาะโตอบรับด้วยความเคยชิน บ้านตระกูลซูของซูเหยานี้มีสมาชิกในบ้านเพียงเธอคนเดียว หากมีพัสดุมาส่งจึงไม่ต้องถามเลยว่าเ้าของพัสดุคนนั้นคือใคร
ั้แ่ที่บิดามารดาจากไปด้วยอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อน ซูเหยาก็ใช้ชีวิตตามลำพังเสมอมา นี่ไม่ใช่ว่าญาติสนิทมิตรสหายอย่างปู่กับย่าจะไม่เหลียวแล พวกเขาไม่ใช่คนใจจืดใจดำ แต่เป็หญิงสาวเองนั่นแหละที่เป็ฝ่ายปฏิเสธความปรารถนาดีนั้นเอง เนื่องจากตัวเธอไม่ชินกับการที่ต้องอยู่อาศัยกับคนอื่นที่ไม่ได้สนิทสนม พ่อแม่ซูได้แยกครอบครัวออกมาั้แ่ที่พวกเขาสมรสกัน สามพ่อแม่ลูกจะกลับบ้านเดิมของทางฝั่งพ่อและฝั่งแม่ก็ต่อเมื่อวันสำคัญอย่างเช่นวันชาติ วันปีใหม่หรือพวกวันหยุดต่างๆ ปีละครั้งเท่านั้น
และด้วยเพราะการเจอกันเพียงปีละครั้ง แม้เธอจะมีความสุขมากในทุกๆ ครั้งที่ได้ไปบ้านเกิดของพ่อและแม่เพื่อเยี่ยมปู่ย่าตายาย แต่การไปเที่ยวเป็ครั้งคราวกับการใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นนั้นมันไม่เหมือนกัน เธอกลัวว่าจะเข้ากับพวกเขาไม่ได้และกลัวสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นชิน สู้อยู่บ้านที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้เป็มรดกดีกว่า อย่างน้อยมันก็เป็สถานที่ที่เธออยู่ั้แ่เกิดและยังสบายใจกับมันมากที่สุด
แรกๆ ก็ไม่ชินที่บรรยากาศทั้งบ้านเงียบเหงา แต่พอวันเวลาผ่านไปความเงียบเหงาและความเศร้าก็ได้แปรเปลี่ยนเป็ความสงบทำให้ซูเหยามีสมาธิและยังสบายกายสบายใจ การอยู่คนเดียวอยากทำอะไรก็ทำ ไม่มีใครมาคอยว่าคอยสั่ง เงินก็มีใช้ไม่ขัดสน การเดินทางไปทำงานก็สะดวกเพราะการคมนาคมสาธารณะที่เจริญก้าวหน้า หรือถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศก็สามารถขับรถไปทำงานเองได้
ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณพ่อแม่ซูที่สร้างทุกอย่างไว้ให้ครบหมด หากเป็กรณีที่ต่างออกไปอย่างเช่น เมื่อพ่อแม่เสียแล้วเธอต้องเช่าบ้านอยู่ในเมืองที่ค่าครองชีพแพงเช่นนี้ และมรดกอะไรก็ไม่มี ซูเหยาคงตัดสินใจอย่างไม่ลังเลที่จะย้ายไปอยู่กับปู่ย่าที่อีกมณฑลแน่นอน
“พัสดุชิ้นนี้จำเป็ต้องส่งถึงมือผู้รับและให้ผู้รับลงลายมือชื่อครับ” คนส่งพัสดุเอ่ยอีกครั้ง
ซูเหยาขมวดคิ้ว พัสดุอะไรทำไมถึงมีเงื่อนไขวุ่นวายขนาดนั้น ดีนะวันนี้ที่เธออยู่บ้าน ไม่อย่างนั้นคงได้เลื่อนการรับสินค้าแหงๆ
“มาแล้วค่ะ สักครู่นะคะ” หญิงสาวรีบล้างเศษดินและหญ้าที่ติดมือเนื่องจากตอนนี้เธอกำลังดูแลแปลงดอกไม้ที่มารดาผู้ล่วงลับเป็ผู้ปลูกไว้อยู่
ซูเหยาวิ่งมาอย่างกระหืดกระหอบก่อนจะชะงักเมื่อเห็นว่ากล่องพัสดุนั้นเล็กนิดเดียว เธอไม่ยักจะจำได้ว่าเคยสั่งอะไรแบบนี้มาก่อน
นี่ไม่ใช่ว่าพวกมิจฉาชีพส่งอะไรมาอีกแล้วนะ โอ้ชีวิตหนอชีวิตช่างอยู่ยากขึ้นทุกวัน เมื่อไม่กี่วันก่อนเธอได้รับพัสดุเป็เทียนหักๆ วันก่อนๆ ก็เป็เพียงกล่องเปล่า
แล้ววันนี้มันจะมามุกไหนอีกล่ะนี่?
หญิงสาวมองกล่องพัสดุด้วยความคับข้องใจจนคิ้วขมวดเป็ปม
ผู้ส่งพัสดุเห็นอีกฝ่ายมองกล่องพัสดุในมือเขาด้วยแววตาเช่นนั้นเขาก็ทำอะไรไม่ถูก นี่สู้อุตส่าห์ไปเรียนรู้งานจากมนุษย์ที่เป็พนักงานส่งของคนอื่นมาเป็สัปดาห์แล้วนะ ยังดูไม่แเีอีกเหรอ?
เฮ้อ มนุษย์เอาใจยากเสียจริง...
“มีอะไรหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
ซูเหยาส่ายหน้า เื่พวกนี้ไม่ได้เกี่ยวกับพวกพี่ๆ พนักงานขนส่งเลย เธอไม่พอใจกับพวกมิจฉาชีพที่ชอบต้มตุ๋นทั้งหลายต่างหาก
“เปล่าค่ะ ให้เซ็นรับตรงไหนคะ”
พนักงานส่งพัสดุรีบคลำร่างกายเพื่อค้นหาสมุดภารกิจแล้วรีบยื่นมันพร้อมปากกาให้หญิงสาวตรงหน้า
ซูเหยามองสมุดเล็มเล็กสีทองแล้วเงยหน้าไปสบตากับอีกฝ่ายที่กำลังถือมันอยู่
“ไม่ใช่ต้องเซ็นในแอพเหรอคะ” แต่ถึงแม้เธอจะพูดอย่างนั้น แต่ก็ยอมลงชื่อให้กับพนักงานส่งพัสดุแต่โดยดี เพราะอีกฝ่ายจะได้ไม่เสียเวลาทำงาน
พอเห็นว่าหญิงสาวลงชื่อในสมุดสีทองแล้ว ดวงตาของพนักงานขนส่งก็สว่างวาบ ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก ในที่สุดภารกิจที่เขาได้รับมอบหมายก็เสร็จสิ้นแล้ว วุ้วฮุ้ว จะได้กลับ์เสียที ส่วนเื่ที่ใครจะพามนุษย์คนนี้ไปยังเมืองโบราณ นั่นไม่ใช่เื่ที่เขาต้องสนใจเพราะเทพเ้าตี้กวนได้แบ่งงานให้แต่ละคนต้องร่วมรับผิดชอบ
คล้อยหลังเมื่อพนักงานส่งพัสดุจากไป ซูเหยาก็ถือกล่องพัสดุเล็กๆ นั่นแล้วเดินเข้าไปในบ้านเพื่อหาของมีคมอย่างพวกกรรไกรหรือคัตเตอร์เพื่อเปิดกล่องดูให้หายข้องใจ
“เฮอะ ถ่ายคลิปวิดีโอไว้ด้วยดีกว่า ร้านพวกนี้ชอบตุกติก” หญิงสาวแค่นเสียงก่อนจะเริ่มตั้งกล่องด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์
ในทุกๆ วันมีพัสดุมากมาย จนบางครั้งตัวคนสั่งอย่างซูเหยาเองก็จำไม่ได้ว่าเธอสั่งอะไรมาบ้าง กล่องไหนจากร้านไหนซึ่งรวมถึงพัสดุในครั้งนี้ด้วย แน่นอนว่าซูเหยาไม่คิดว่านี่คือกล่องสุ่มที่เธอลองสั่งจากร้านคนประหลาดนั่น ด้วยว่ามันก็ผ่านมาเป็สัปดาห์แล้วั้แ่สั่ง เรียกได้ว่ารอนานจนลืม
ก็นะ...ซูเหยาไม่ได้คิดว่าตัวเองจะถูกรางวัลใหญ่อะไรทำนองนั้นอยู่แล้ว เธอคาดหวังว่ากล่องสุ่มราคา 88 หยวนที่จะได้รับมันน่าจะเป็กล่องที่ใหญ่กว่านี้และภายในเป็สินค้าจำพวกของกินของใช้เสียมากกว่า
หลังจากที่ลงคัทเตอร์ไปตามแนวกระดาษกาวที่แปะเอาไว้แล้ว หญิงสาวก็ไม่รอช้ารีบเปิดกล่องพัสดุออกเพื่อมองหาสิ่งของที่อยู่ด้านในทันที
“ฮะ!?” หญิงสาวอุทาน ใบหน้าบ่งบอกว่าทั้งฉุนทั้งขำ เพราะด้านในมีเพียงกระดาษหนึ่งใบที่ดูเหมือนจะเป็...
คูปอง?
สมัยนี้ยังมีคูปองแบบกระดาษอยู่อีกเหรอ?
ว่าแต่มันคือคูปองอะไรกันล่ะนี่?
เอาเถอะ ไหนๆ ก็ไหนแล้ว ถ้าไม่ตรงปกก็ทำเื่ขอเงินคืนแล้วส่งกลับไป เมื่อคิดได้ดังนั้นมือเรียวเล็กก็หยิบคูปองใบนั้นขึ้นมาอ่าน
“ตั๋วย้ายถิ่นฐานไปอยู่เมืองโบราณ?”
บอกตามตรงตอนนี้เธอไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรเพราะรู้แน่ๆ แล้วว่ามันคือมิจฉาชีพ ใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีซูเหยาก็ทบทวนความทรงจำเพราะคำว่าเมืองโบราณนี่มันคุ้นๆ อย่างไรชอบกล
และแล้วหญิงสาวก็ถึงบางอ้อ เป็ร้านนั้นนั่นเอง! เมื่อสัปดาห์ก่อนตอนที่เธอสะดุ้งตื่นกลางดึกแล้วร้านยวี่จี้ขายทุกอย่างงดถ่ายทอดสด คืนนั้นซูเหยาได้เจอร้านแปลกๆ แล้วก็ได้ลองสั่งซื้อกล่องสุ่มราคา 88 หยวนแบบขำๆ
หากจำไม่ผิดมันคือกล่องสุ่มของกินและของใช้ โดยมีรางวัลใหญ่หนึ่งรางวัลเป็ตั๋วย้ายถิ่นฐานไปเมืองโบราณอะไรนี่แหละ อย่าบอกนะว่าสิ่งที่ถืออยู่ในมือคือรางวัลใหญ่ที่ว่านั่น
ไม่จริงน่า...
ด้านหลังของตั๋วมีเพียงการระบุอีเมลติดต่อร้าน พร้อมทั้งมีตัวอักษรใจความว่า หากพร้อมแล้วให้ติดต่อร้านได้เลย โดยกดส่งอีเมลหาแอดเดรสปลายทางว่าพร้อมแล้ว นอกนั้นไม่มีรายละเอียดอื่นใดเกี่ยวกับเมืองโบราณทั้งสิ้น แค่นี้ก็ชัดแล้วว่าเป็มิจฉาชีพ!!!
แม้จะปักใจไปเกือบร้อยส่วนแล้วว่าถูกหลอกเข้าให้แล้ว แต่ซูเหยาก็ยังภาวนาว่าเธอคงไม่โชคร้ายขนาดนั้นหรอกมั้ง บางทีตั๋วย้ายถิ่นฐานที่ว่านี้อาจเป็บ้านพร้อมที่ดินในเมืองโบราณอย่างพวกเมืองเฟิ่งหวงก็ได้
“เอาเถอะ ลองหน่อยก็ไม่เสียหาย เรามันโง่เองที่ซื้อกล่องสุ่ม”
ไม่ใช่ว่าซูเหยาไม่อยากทำเื่ขอเงินคืน ถ้าเป็ของอื่นที่ไม่ตรงปกเธอคงส่งคืนโดยไม่ลังเลแล้ว แต่กฎของการซื้อกล่องสุ่มก็คือไม่ว่าจะได้อะไรก็ไม่อาจขอเงินคืนได้ เพราะกล่องสุ่มก็คือกล่องสุ่ม เพียงแต่ว่าหากสินค้าที่ได้นั้นย่ำแย่เกินไปและมีผู้เสียหายจำนวนมากถึงจะสามารถทำเื่ได้ อีกทั้งยังจะได้เป็ข่าวใหญ่โต
แต่ว่าในวันนั้นมีผู้ชมเพียงคนเดียวนั่นก็คือเธอ เธอจะไปหาผู้เสียหายจำนวนมากมาจากไหนกันล่ะ อีกอย่างเมื่อครู่นี้หลังจากที่ทบทวนเื่ราวดู ซูเหยาก็ไม่ได้อยู่เฉย เธอลองเข้าไปในแอปพลิเคชันเพื่อจะกดสนทนากับร้านค้าผ่านระบบหลังบ้าน ซึ่งพอเข้าไปก็พบว่าคำสั่งซื้อและร้านค้าบ้าๆ นั่นหายไปอย่างไร้ร่องรอย จนซูเหยาได้แต่ถอนหายใจอย่างสิ้นหวังและเริ่มกล่อมตัวเองให้ส่งอีเมลและรูปตั๋วใบนั้นไปยังแอดเดรสที่มีบนตั๋วที่ได้รับ
[ถึง: TeeguanGod-JubJub@Heaven.888]
เนื้อหา: พร้อมแล้ว/ แนบภาพ]
เมื่อส่งอีเมลเสร็จเรียบร้อย ซูเหยาก็วางโทรศัพท์ทิ้งไว้อย่างไม่ไยดี แล้วหันไปสนใจงานเดิมที่ทำค้างไว้ก่อนหน้าอย่างการดูแลแปลงดอกไม้ของมารดา
และด้วยเหตุนั้นทำให้เธอพลาดตัวเลือกที่สำคัญไป จนไม่อาจบอกได้ว่ามันคือความโชคร้ายหรือโชคดีกันแน่
[การแจ้งเตือน: คุณมีหนึ่งอีเมลใหม่]
[การแจ้งเตือน: คุณมีสามอีเมลใหม่]
[การแจ้งเตือน: คุณมีห้าอีเมลใหม่]