ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 45 การโต้กลับของเฟิ่งหยู 1

    บรรดาสำนักใหญ่ล้วนมีปฏิกิริยาดุจเดียวกันศิษย์ของพวกเขาล้วนยืนขึ้นพร้อมถูไม้ถูมือ กระหายในการประลองแม้อู่ฉินอยากปฏิเสธเพียงใด ล้วนไม่สามารถกระทำได้อย่างไรก็ตามมันยังรักษาท่าทีเยือกเย็นและสงบสำรวมอู่ฉินลุกขึ้นยืนและเผยรอยยิ้มจากนั้นผงกศีรษะพร้อมกล่าวว่า

     

            “ข้อเสนอของผู้อาวุโสเซียวล้วนไม่เลวเลยเช่นนั้นพวกเราสมควรแลกเปลี่ยนฝีมือกันอย่างไรดี”

             

            “ง่ายยิ่งนัก”

             

            อาวุโสเซียวหัวร่ออย่างเบิกบานพร้อมกล่าวว่า

             

            “เหล่าผู้เยาว์ล้วนต่างจากผู้อาวุโสพวกเขาล้วนยังคงอยู่ในขั้นเริ่มต้น ที่ระดับอายุกำหนดย่างก้าวสู่ระดับพลังฝีมือในอนาคตดังนั้น การใช้อายุเป็นเกณฑ์ในการจับคู่ประลองล้วนยุติธรรมอย่างยิ่งแน่นอนว่าผู้ที่อายุน้อยกว่า สามารถท้าประลองต่อผู้ที่มีอายุมากกว่าได้หากเอาชนะได้ด้วยเงื่อนไขนี้ย่อมแสดงถึงความยอดเยี่ยม ฮ่า ๆๆๆๆ”

             

            ประโยคสุดท้ายของอาวุโสเซียว รวมถึงเสียงหัวเราะที่ตามมาสื่อความหมายชัดเจนอย่างหนึ่งว่าแม้ทางฝั่งเราจะอายุน้อยกว่าพวกเรายังสามารถทุบตีศิษย์อาวุโสฝั่งของท่านได้

             

            “เมื่อความคิดนี้ถูกเสนอจากเราผู้เฒ่าเช่นนั้นสมควรเริ่มต้นที่ตระกูลเซียวของเรา เซียวยู่ เจ้าขึ้นไป จงอย่าลืมประกาศอายุของเจ้าด้วย”

             

            “ขอรับ ท่านผู้อาวุโส”

             

            เด็กหนุ่มตระกูลเซียวที่ถูกเรียกออกมาอายุประมาณสิบห้าปีทั้งอายุยังน้อย และคณะศิษย์จากตระกูลเซียว มันยังมีรูปร่างค่อนไปทางผอมทว่าสมส่วนเด็กหนุ่มกระโดดขึ้นไปพร้อมพลังที่รุนแรงส่งตัวเองเข้าไปยืนอยู่กลางห้องโถงสองมือประสานไขว้ไว้ด้านหลัง จากนั้นตวัดสายตาแสดงความแข็งแกร่งไปยังแถวที่นั่งของศิษย์สำนักของเมืองจินเฟิง

             

            “ข้าคือศิษย์ต่ำต้อยจากตระกูลเซียว นามเซียวยู่ อายุสิบห้าปีมีผู้ใดต้องการออกมาให้คำชี้แนะสั่งสอนหรือไม่”

             

            ทันทีที่เซียวยู่ประกาศตัวเหล่าผู้อาวุโสจากสำนักเมืองจินเฟิงกลับเงียบงัน เซียวยู่ผู้นี้อายุสิบห้าปีทว่ากลับสามารถบรรลุระดับชั้นแก่นแท้วิญญาณระดับสองในฐานะผู้อาวุโสแน่นอนพวกมันล้วนตระหนักดีถึงขุมกำลังของสำนักเมืองจินเฟิงที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่ในเหล่าศิษย์อายุสิบห้าปี ผู้มีพลังฝีมือสูงสุดเพียงอยู่ในชั้นเขตแดนขั้นที่ เจ็ดหรือขั้นที่แปดเท่านั้น นอกจากนี้ศิษย์จากสำนักใหญ่ต่างได้รับสืบทอดวิชาประจำสำนักแม้ว่ามีพลังยุทธ์อยู่ในชั้นเดียวกันทว่าศิษย์จากสำนักของเมืองจินเฟิงล้วไม่มีความหวังเอาชัยแน่นอนดังนั้นไม่จำเป็นต้องพุดถึงการเลือกประมือกับผู้ที่มีพลังด้อยกว่าเพราะเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะรับมือกับเซี่ยวยู่ผู้นี้ เมื่อเปรียบเทียบกับเหล่าศิษย์ทั้งหลายในสำนัก

            เซียวยู่ยืนนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ทว่ายังคงไม่มีปฏิกิริยาใด ๆจากทางสำนักของเมืองจินเฟิง แม้แต่น้อยรอยยิ้มบนใบหน้าของเซียวยู่แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มหยันผู้คนจากสำนักใหญ่เองต่างมองมาด้วยความดูแคลน หากสภาพการณ์ยังคงเป็นแบบนี้จะไม่มีแม้แต่การแลกเปลี่ยนฝีมือ กลับกันสำนักของเมืองจินเฟิงอาจจะต้องเสื่อมเสียหน้าอย่างที่สุดผู้อาวุโสสำนักเมืองจินเฟิงโบกมือคราหนึ่ง “หลี่จิน เจ้าไป”

             

            “ขอรับ” หลี่จินผู้ถูกขานชื่อกระโดดจากที่นั่งบริเวณที่จัดไว้สำหรับศิษย์ขึ้นไปยืนอยู่เบื้องหน้าเซียวยู่พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียเด็ดเดี่ยวว่า

             

            “ศิษย์สำนักเมืองจินเฟิง หลี่จินอายุสิบห้าปี โปรดชี้แนะด้วย”

             

            “ไม่ต้องพูดให้มากความ เข้ามา”เซียวยู่หัวเราะพร้อมตอกกลับด้วยวาจาถากถาง

             

            “เหอะ” แววตาเหยียดหยามในสายตาของเซียวยู่ส่งผลให้หลี่จินคำราม อย่างโกรธแค้นเด็กหนุ่มรวบรวมลมปราณไว้ที่ฝ่ามือพร้อมกดทับใส่เซียวยู่ด้วยเสียงอันดัง

             

            “ฝีมือ แค่นี้”เซียวยู่เย้ยหยันพร้อมทั้งยกฝ่ามือพันปรากฎประกายแสงสีแดงเคลือบคลุมนี่คือเคล็ดวิชาตระกูลเซียว  เคล็ดวิชาเพลิงตะวันหนึ่งในผู้อาวุโสสำนักเมืองจินเฟิงอุทานออกมาเมืองจินเฟิงมิเพียงห่างชั้นทางด้านพลังยุทธ์รวมถึงเคล็ดวิชาประจำสำนักอีกด้วย สำนักใหญ่ทั้งหลายใช้เวลานับร้อยปีขัดเกลาเคล็ดวิชายุทธ์สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น เคล็ดวิชาต่าง ๆ เป็นเคล็ดวิชาลับภายในสำนักเหล่านั้นทั้งไม่สอนให้แก่คนนอก หากเมืองจินเฟิงต้องการสอนเคล็ดวิชาใดให้แก่ศิษย์ของตนพวกเขาจำต้องคิดค้นวิชายุทธ์ขึ้นมาใหม่ ก่อน นอกจากนี้ทักษะยุทธ์ทั้งหลายที่มีในเมืองจินเฟิงล้วนเป็นทักษะระดับล่างแน่นอนว่าต้องด้วยกว่าอย่างไม่ต้องสงสัยกลุ่มก้อนพลังบนฝ่ามือของเซียวยู่เดือดพล่านมันเปลี่ยนจากฝ่ามือกำหมัดพร้อมเหวี่ยงเข้าปะทะกับกำปั้นของหลี่จินโดยตรงสองหมัดธรรมดาไม่มีการใช้กระบวนท่าอันใด เมื่อกำปั้นปะทะกันประกายแสงสีสาดส่องลามไปเบื้องหน้าหมัดของหลี่จินกลับเบนออกด้านข้างไปพร้อมกับเด็กหนุ่มเผยสีหน้าเจ็บปวดกำปั้นประกายสีแดงอัดกระแทกเข้าตรงช่องท้องของหลี่จินและจมลึกลงไปสีหน้าของหลี่จินแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดราวกระดาษในทันใดเด็กหนุ่มถูกกระแทกลอยถอยหลังไปพร้อมกับเสียงครวญครางร่างของมันหมุนกลางอากาศหลายรอบก่อนตกกระแทกลงบนพื้นอย่างแรง มันกระอักเลือดออกมาใบหน้าคว่ำลงบนพื้นพร้อมสองมือกุมอยู่ในตำแหน่งท้องน้อยไม่สามารถลุกขึ้นมาต่อสู้ได้อีกต่อไป

             

            “หลี่จิน ศิษย์น้องหลี่”

             

            ศิษย์เมืองจินเฟิงรีบออกไปช่วยพยุงหลี่จินที่พ่ายแพ้กลับมาศิษย์ฝ่ายเมืองจินเฟิงทุกผู้ทุกคนล้วนรู้สึกว้าวุ่นใจ หลี่จินและเซียวยู่อายุเท่าเทียมกัน ระดับพลังลมปราณเองเพียงต่างกันแค่หนึ่งขั้นแม้ว่าเด็กหนุ่มจะไม่สามารถเอาชนะได้ แต่สมควรจะต้านไว้ได้ระยะเวลาหนึ่งแต่ทว่าเมื่อต่อสู้กัน แค่กระบวนท่าเดียวหลี่จินกลับถูกทำร้ายจนไม่สามารถต่อสู้ได้

             

            “ออมมือแล้ว” เซียวยู่แย้มยิ้ม การต่อสู้รอบที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นจนจบมันมิได้สิ้นเปลืองเรี่ยวแรงเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้มันยังคงไม่ลงจากเวทีทว่ายังคงยืนหยัดอยู่ที่เดิม

             

            “ไม่ทราบว่าสหายเมืองจินเฟิงท่านใดต้องการแลกเปลี่ยนฝีมือเป็นคนต่อไป”

             

            “ซิ เจ้าเด็กนี่ ดูท่าทางติดใจการอยู่ท่านกลางความสนใจเสียแล้ว”ศิษย์จากสำนักทวนเหล็กเย้ยหยัน อย่างไรเสียไม่มีเหตุผลอันใดจะต่อกรกับเด็กน้อยนี่นี่เป็นแค่การอุ่นเครื่อง การถูกโค่นโดยกระบวนท่าเดียว สร้างความวิตกกังวลให้กับศิษย์เมืองจินเฟิงในระดับอายุสิบห้าปีทั้งหมดไม่มีใครผู้ใดหาญกล้าขึ้นเวที

             

            “เอ๋อย่าบอกนะว่าสหายจากวังยุทธ์จันทร์เสี้ยวล้วนเป็นเพียงลูกเต่าหดหัว”เซียวยู่กล่าวเยาะเย้ย

             

            “ คงเป็นเราศิษย์น้องต่ำต้อยเกินจะถูกสั่งสอนกระมังเช่นนั้นเราควรทำอย่างไรดี ศิษย์น้องผู้นี้ขอกล้าบังอาจเลือกคนเพื่อท้าประลองหากข้าชนะ แน่นอนว่าขึ้นอยู่กับโชควาสนา หากข้าแพ้ ข้าจะลงจากเวทีทันทีและทุกท่านในที่นี้ย่อมไม่ต้องทนฟังเรื่องล้อเล่นของข้าอีกต่อไป”

             

            ผู้คนจากสำนักเล็กน้อยใหญ่พลันระเบิดเสียงหัวร่อ โดยไม่รอปฏิกิริยาจากเมืองจินเฟิงเซียวยู่ยืดเหยียดแขนของมันชี้ออกมไปที่คนผู้หนึ่ง

             

            “ศิษย์พี่ผู้นั้น ดูจากภายนอกท่านสมควรมีฝีมือไม่เลวรบกวนช่วยชี้แนะศิษย์น้องผู้นี้สักเล็กน้อย”

             

            บุคคลที่มันชี้นิ้วใส่.... จะเป็นใครไม่ได้นอกจาก จ้าวหยวนเอง

             

            เมื่อเห็นหลี่จินผู้นับเป็นยอดฝีมือในช่วงอายุสิบห้าปีของเมืองจินเฟิงถูกฝ่ายตรงข้ามโค่นล้มอย่างง่ายดายจ้าวหยวนถึงกับกัดฟันอย่างแรง ชายหนุ่มเกลียดตนเองที่มีพลังฝีมืออ่อนด้วยจนเกินไปไม่ต้องพูดถึงการกู้หน้าแก่หลี่จิน หรือเมืองจินเฟิง เพียงคุณสมบัติในการท้าสู้เซียวยู่มันยังไม่มีพอด้วยซ้ำทว่ามันไม่คาดคิดว่าเซียวยู่กลับพุ่งเป้ามาที่มันโดยตรงเมื่อมองไปที่ปลายนิ้วของเซียวยู่ดวงตาของจ้าวหยวนเบิกกว้างชายหนุ่มตกตะลึงในทันใด สายตาทุกผู้ทุกคนมองไปยังจ้าวหยวนผู้อาวุโสทุกคนในเมืองจินเฟิงล้วนขมวดคิ้วนิ่วหน้า เหล่าศิษย์ทั้งหลายต่างนิ่งขึงราวกับโง่งมไม่มีใครทราบมาก่อนว่าชายผู้นี้คือใคร

             

            “จ้าวหยวนลองลงไปดูสักหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกจะได้เป็นประสบการณ์ของเจ้าด้วย”

            “ขอรับ ผู้อาวุโส” จ้าวหยวนผงกศีรษะพร้อมยืนขึ้นผู้คนทั้งหลายต่างเหลียวมองเป็นตาเดียว เห็นได้ชัดว่าเซียวยู่ต้องการท้าประลองผู้ที่อายุมากกว่าเพื่ออวดโอ่พลังฝีมือของมันทันทีที่มันทำการสำรวจพลังลมปราณของคู่ต่อสู้โดยพลการ มุมปากของมันพลันบิดกระตุกแค่ชั้นที่เก้า เขตแดนวิญญาณ เลือกได้คู่ต่อสู้แบบนี้นับเป็นการลดเกียรติของมันโดยแท้

             

            “เจ้าโง่นั่น คิดแล้วเซียวว่าจะต้องมีเรื่องเกิดขึ้นถ้าเราให้มันเข้าร่วมงานเลี้ยง หากให้ผู้อื่นรู้ว่าจ้าวหยวนอยู่ขั้นที่เก้าเขตแดนวิญญาณสามารถเข้ามาอยู่ในสำนักเมืองจินเฟิงของเราได้พวกเรามิใช่ว่าต้องกลายเป็นตัวตลกหมดหรือไร ฮื่มมม  น่าขายหน้าจริง ๆ”

             

            สุ้มเสียงเหยียดหยันดูแคลนดังขึ้นอย่างแว่วมาเข้าหูของเฟิ่งหยูสายตาของชายหนุ่มเบนเบือนไปด้านข้างพร้อมจับจ้องไปทางฟางหลงด้วยความเฉยเมย ฟางหลงซึ่งเพิ่งปิดปากของตนลงพลันรู้สึกหนาวเย็นจับจิตทั่วทั้งร่างมันพลันสั่นสะท้านขึ้นเล็กน้อย มันพลันหันมองสำรวจโดยรอบขณะที่หัวใจของมันเต้นทะยานอย่างบ้าคลั่งเมื่อครู่มันรู้สึกว่ามันเองเพิ่งตกลงไปในหล่มน้ำแข็งอันเย็นเยือกทั้งยังสัมผัสได้ถึงสายตาอสรพิษซึ่งจับจ้องมายังมันอย่างไม่คลาดสายตาทว่าไม่ว่าจะมองไปยังที่ใด มันกลับไม่สามารถค้นหาความผิดปกติใด ๆ ได้เลย

             

            “ย่ากก ฝ่ามือศิลา” จ้าวหยวนเริ่มลงมือก่อน สองมือกำหมัดร่างกระโจนพร้อมทั้งโถมโจมตีลงมาเมื่อรวมร่างกายมหึมาของมันเข้ากับแรงกดดันที่สัมผัสได้ สามารถนับว่าแสดงออกได้คล้ายท่า“แยกศิลา ผ่าขุนเขา” อยู่บ้าง

             

            เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสภาวะการจู่โจมอันรุนแรงของจ้าวหยวนเซียวยู่ไม่แม้แต่พยายามหลบหลีก ทั้งยังไม่ตั้งท่ารับมือแต่อย่างใดมันเพียงยกแขนขวาของมันขึ้นในแนวขวางขณะยืนนิ่งอยู่กับที่และขัดขวางการโจมตีที่ดูคล้ายดุร้ายรุนแรงของจ้าวหยวนตรงๆ โดยปราศจากลวดลายอันใด กำปั้นของจ้าวหยวนพลันกระแทกเข้าใส่แขนขวาของเซียวยู่โดยตรงแขนขวาของเซียวยู่ตกลงเล็กน้อย มันตวัดกลับเสยขึ้นในทันใดแขนข้างนั้นตรึงท่อนแขนของจ้าวหยวนทั้งสองข้างตรงระหว่างท้องน้อยและแขนท่อนบนไว้จากนั้นพลังพลมปราณของมันพลันปลดปล่อย

            กร๊อบ !!!

             

            “อ๊ากกกกกกก!!!”

             

            “จ้าวหยวน” เฟิ่งหยูลุกขึ้นยืนในทันทีท่ามกลางเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ข้อแขนทั้งสองข้างของมันเคลื่อนหลุดจากที่ภายในพริบตาเซียวยู่สะบัดแขนของตนเองออก พร้อมโยนร่างของจ้าวหยวนขึ้นสู่กลางอากาศ ปกติแล้ว “การประมือ”ควรยุติเพียงเท่านี้ จ้าวหยวนพ่ายแพ้ในท่าเดียว ล้วนเป็นผลลัพธ์ที่ทุกคนคาดไว้แล้วทว่า ขณะที่ร่างของจ้าวหยวนค้างอยู่กลางอากาศ และกำลังร่วงหล่นลงมาจนเกือบถึงพื้นมุมปากของเซียวยู่บังเกิดรอยแสยะยิ้มอย่างฉับพลัน หมัดขวาของมันพลันเคลือบคลุมด้วยประกาศมีแดง

             

            เฟิ่งหยูคาดเดาเจตนาของเซียวยู่ได้ในทันที พลางตะโกนก้อง

             

            “หยุดมือ!!” ทว่าเซียวยู่มีหรือจะฟังคำสั่งเฟิ่งหยูฝ่ามือฟาดใส่ร่างของจ้าวหยวนซึ่งกำลังจะตกถึงพื้นอย่างแรง เสียงกระดูกซี่โครงหักอย่างน้อยสามซี่ดังมาให้ได้ยินอย่างชัดเจน

             

            “จ้าวหยวน!!” โดยไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้นเฟิ่งหยูทะยานร่างเพียงครั้งเดียวชายหนุ่มก็ถึงข้างกายของจ้าวหยวนพร้อมรับร่างที่ตกลงมาไว้ เมื่อจ้าวหยวนลงถึงพื้น สีหน้าของมันกลับซีดขาวราวคนตาย ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดเฟิ่งหยูจับจ้องมองเซียวยู่สองตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความแค้น จากนั้นกล่าวด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ

             

            “การแข่งขันนี้เพียงการประลองฝีมือการประลองสิ้นสุดเมื่อเห็นชัดเจนว่าได้รับชัยชนะเมื่อได้ชัยอย่างชัดเจนแล้วเหตุใดเจ้ายังโจมตีใส่อย่างรุนแรงเพียงนี้”

             

            “เหอะ!!” เซียวยู่ส่งเสียงเยาะเย้ย  “จริงอยู่ว่านี่คือการจับคู่ประลองธรรมดาว่าดาบกระบี่ไร้นัยน์ตา หมัดฝ่ามือยากจะหยุดยั้งนี่ล้วนเป็นหลักการที่ทุกผู้ทุกคนล้วนล่วงรู้ บางครั้งถึงกับมีการเสียชีวิตเนื่องจากการไม่อาจจะยั้งมือระหว่างการประลองได้รับบาดเจ็บบ้างก็ไม่แปลก

             

            “ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าศิษย์ชั้นยอดของเมืองจินเฟิงของพวกเจ้าจะเปราะบางถึงเพียงนี้ถึงกับกระดูกแตกหักกระอักโลหิตแค่เพียงสองสามท่าเท่านั้นพวกเจ้าไม่ตำหนิตนเองไร้ฝีมือ ทว่ากลับมาตำหนิข้างั้นรึ”

             

            “ฮ่า ๆๆๆ ศิษย์น้องเซียวยู่กล่าวล้วนถูกต้องจริง ๆ”

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311