เกิดความเงียบทันทีหลังสิ้นเสียง เหลียงซานเองก็มิคิดว่าสตรีเหล่านี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเผ่าผู้ใช้มนต์นั้น
“ เ้าแน่ใจแล้วหรือ “ เหลียงซานเอยถามอีกครั้ง
" เ้าค่ะ " เห็นทีต้องตรวจสอบตระกูลไป๋อย่างละเอียดเสียแล้วหากราชครูมีส่วนรู้เห็นกันกับบุตรสาวเพียงคนเดียวของตนเองแล้วล่ะก็
" แล้วเ้ารู้หรือไม่ตอนนี้สตรีในภาพวาดชื่ออันใด ตอนนี้อยู่ที่ไหนบ้าง "
" ฮ่าาาาา " บุรุษที่อยู่ข้างๆหลินฮวาหัวเราะออกมาหน้าตาดูกระเหี้ยม " พวกนางมิมีชื่อที่แท้จริงหรอก เพราะชื่อที่ใช้นายหญิงเป็ผู้ตั้งให้ " หลิวหยางหันไปหาหลินฮวาประมาณว่าที่เ้านี่พูดมาจริงหรือไม่
" ตามนั้นเลยเ้าค่ะ " เหลียงซานเห็นว่าเอาผู้ใช้มนต์ไปขังไว้ก่อน ก่อนขังก็ป้ายยาสลบเช่นเดิม มิให้ทานอาหารใดๆ ให้นอนอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ
ส่วนหลินฮวาก็ถูกย้ายมาห้องที่ดูดีขึ้นมาหน่อย แต่ก็มิได้ดีถึงเพียงนั้น เหลียงซานให้เสี่ยวซานฉีดยาชนิดหนึ่งเอาไปเพื่อป้องกันหากหลินฮวาเล่าเื่มิเป็ความจริงก็จะรู้สึกทรมานขึ้นมาจะได้รู้ว่าเป็ความจริงหรือไม่
ที่นี่เหลียงซานต้องรู้เื่ทุกอย่างที่หลินฮวารับรู้มาทั้งหมด
เริ่มแรกเลยหลินฮวาได้เห็นใบประกาศหาสาวใช้นางจึงลองไปปรากฏว่านางสามารถเป็หนึ่งในสิบสองสาวใช้ที่ถูกคัดเลือกมารับใช้นายหญิงแต่ละคนก็จะได้ชื่อตามที่นายหญิงตั้งให้แล้วมิใช่เพียงแค่นั้นทั้งสิบสองคนก็มีหน้าที่การทำงานแตกต่างหันไป ส่วนหลินฮวาจะทำงานอยู่ในบริเวณสวนมากกว่าเพราะนายหญิงชมชอบดอกไม้เป็อย่างมากแล้วหลินฮวาก็ทำหน้าที่นี่ได้ดีกว่าคนที่เหลือด้วย
แต่จู่ๆคืนหนึ่งนายท่านก็ทะเลาะกับนายหญิงอย่างรุนแรง เื่ที่ทะเลาะกันก็เป็เื่ที่มีสาวใช้ไปยั่วยวนนายท่านหวังจะเป็อนุจนเข้าเป็ที่ต้องตาของนายท่านแต่นายหญิงมิยอมอย่างเด็ดขาด
เอาจริงๆหลินฮวามิรู้รายละเอียดไปมากกว่านี้เพราะหน้าที่ล้วนแต่อยู่แค่ในสวนที่รู้เื่มาบางก็เพราะมีคนมาซุบซิบนินทาเื่นี้กันอย่างออกอรรถรส
นั่นจึงทำให้นายหญิงคิดสั่งฆ่าสาวใช้ทุกคนทั้งสิบสองนางให้หมดจะได้มิมีปัญหา พอนายท่านทราบเข้าก็ให้คนของตนมาช่วยเอาไว้ให้พาหนีรอดมาได้อย่างปลอดภัยจนมาถึงเมืองนี้เข้า
นับั้แ่หลิวฮวามาอยู่ที่เมืองนี้ก็หางานทำเพราะเงินก็ถูกคนของนายหญิงจัดการไปแล้วสุดท้ายก็ไปถูกใจแม่เล้าเข้าให้แล้วตนก็มิมีทางเลือกมากนัก จึงยอมแต่นางก็มิได้ขายเรือนร่างนะ ส่วนใหญ่ค่อยเอาอกเอาใจบรรดาแขกมากกว่า
" แต่ข้าจำได้ว่าเ้าด่าสตรีนางนั้น " หลิวหยางนึกไปถึงตอนที่เ้าไปจัดการศัตรูแล้วช่วยหลินฮวาออกมา
" ข้ากับนางนั้นมิค่อยจะถูกกันสักเท่าไหร่ "
" มิถูกกันเื่อันใด "
" เพราะั้แ่มีเื่ที่สาวใช้ไปยั่วยวนนายท่านทำให้สาวใช้ที่เหลือถูกมองมิดี "
พอถามไปเพิ่มว่าสาวใช้ที่ไปยั่วยวนนั่นมีผู้ใดบาง แต่หลินฮวากลับมิรู้เื่นี้แม้แต่น้อย ขนาดความสนิทสนมก็มิมีเพราะนางเองก็จัดได้ว่าเป็คนเถรตรง ปากจัดพอสมควร อาจเป็เช่นนี้ก็ได้เลยมิค่อยมีใครอยากพูดคุยกับนางมากนัก
เหลียงซานจึงให้หน่วยลับพาหลินฮวาไปพักผ่อนก่อน
" ข้าคิดว่าต้องมีเหตุผลมากกว่านี้ " จริงอยู่ว่าพวกนางไปยั่วยวนนายท่านที่ว่านั่นจริงแต่อีกที่เหลือล้วนมิได้เกี่ยวข้องแต่อย่างไร
" ส่งคนไปตรวจสอบประวัติคุณหนูไป๋ั้แ่ยังเด็กจนถึงตอนนี้มาให้หมด " เหลียงซานหันไปสั่งเสี่ยวซานให้ตัดการให้เรียบร้อย
คุณหนูไป๋เป็คุณหนูในห้องหอแถมยังเป็สหายของเหล่าองค์ชายองค์หญิงอีกด้วย ใน่เวลาสั้นๆต้องไปเป็ถึงบ่าวรับใช้ของเผ่านั้นเลยหรือ แปลกอีกแล้ว
" พี่เหลียง พี่หลิวหยาง เมื่อสักครู่มีมือปราบมาแจ้งว่าพบร้านเสื้อผ้าที่ศพสวมใส่แล้ว " เลี่ยงหรงก่อนหน้านี้ออกจากคุกไปข้างนอกไปนำชามา เพราะรู้สึกคอแห้ง แต่ตอนกลับก็มีมือปราบมาพอดี
" แล้วเป็เช่นไรบาง " หลิวหยางถาม
" มือปราบนำผ้าตัวอย่างของร้านมาด้วยเห็นว่าร้านนี้เปิดที่เมืองหลวงด้วย แล้วขยับขยายมาขายที่นี่ ผ้านี้เป็ผ้าจากต่างแคว้นจึงมีราคาสูง พอสอบถามว่ามีผู้ใดมาซื้อผ้านี้ก็เห็นว่าเป็คุณหนูผู้หนึ่ง " คุณหนูผู้นั้นคงมิใช่คุณหนูไป๋หรอกละมั้ง
เหลียงซานเลยให้หน่วยลับนำภาพวาดของคุณหนูไป๋ไปให้เถ้าแก่เนี่ยดูว่าใช่คุณหนูผู้รี้หรือไม่
“ แล้วเ้าจะทำอย่างไรต่อ “ หากสืบต่อก็ต้องไปสืบที่เผ่าเท่านั้น ทั้งยังมีผู้ใช้มนต์ดำอีกมากที่อยู่ที่นั้นมันอันตรายและใช้เวลานานพอสมควร
“ ก็ต้องสืบต่อนั้นแหละ ต้องหาแหล่งที่กบดานของเผ่าเสียก่อน “ เหลียงซานไม่รอช้า ส่งสาร์นไปยังรองแม่ทัพอุดรให้จัดเตรียมหน่วยพิเศษมาปฏิบัติงานในคราวนี้อย่างเร่งด่วน
ที่ไม่ได้ให้หน่วยลับทำก็เพราะว่ายังมีเื่ที่ต้องจัดการอยู่อีก จึงให้หน้าที่นี้ให้หน่วยพิเศษทำ มิใช่แค่นั้นเหลียงซานก็ส่งสาร์นไปให้รุ่ยอ๋องรับรู้เื่ราวที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดอีกด้วย
เหลียงซานยังมิมั่นใจมากกว่านักว่าชนเผ่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องหนิงอ๋องมากน้อยเพียงใด
“ ท่านอ๋องคงจะลืมในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเป็งานพระราชสมทบของฝ่าา “ เสี่ยวซานเอยเพื่อให้นายของตนได้รับรู้
อ่า จริงเสียด้วย แต่ทำไมเร็วนักเหล่าปกติน่าจะอีกสักสองเดือนนี่
“ เช่นนั้นข้าขอไปจัดการคดีของตระกูลซ่งให้เรียบร้อยเสียก่อน “ เพราะเห็นว่าต้องใช้เวลาในการสืบคดีนี้อีกนาน จึงต้องเว้น่เอาไว้เสียก่อน แล้วไปจัดการเื่น่ารำคาญให้เรียบร้อยจะได้ไม่ปล่อยไว้นานจนเกินไป
“ อืม “
ก็แต่ละอย่างก็ใช้เวลามิน้อย
ทั้งสืบประวัติคุณหนูไป๋
ทั้งสืบแหล่งกบดานของเผ่าอีก
“ เลี่ยงหรงข้าคิดว่าสตรีที่เจอในป่าคราวนั้นคงเป็องครักษ์ที่เหลืออยู่ “ จากคำให้การของหลินฮวาบอกว่ามากันทั้งหมดสามคน แล้วตอนนี้อีกสองคนถูกจับเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“ ดูจากนิสัยแล้วสตรีผู้ใช้มนต์ดำน่าจะหลงรักนายท่านที่ว่านั้นแต่ด้วยความจงรักภักดีต่อนายหญิงจึงทำให้นางอาจจะทำงานลำบาก “ ถ้าดูจากน้ำเสียงของบุรุษผู้ใช้มนต์เหมือนจิตใจบิดเบี้ยวก็จริงแต่ก็คงไปรู้อะไรดีๆมาไม่น้อย ทั้งแววตา ทั้งสีหน้าตา แสดงออกชัดเจนจนราวกับว่าโกรธแค้นกันมานาน
“ ก็ดูเป็ไปได้นะ แต่เ้ามิคิดบางหรือว่านางอาจจะมีเจตนามิดีก็ได้นะ อย่างเช่นยั่วยุนายหญิงของตนให้มาฆ่าพอนายท่านรู้ก็จะมิพอใจนายหญิงก็เป็ได้ นางเองจะได้มาแทนที่อะไรประมาณนี้ “ เลี่ยงหรงมองหน้าลู่เฟินอย่างเบื่อหน่าย
ไปอ่านอะไรไร้สาระอีกแล้วเ้านี่
แต่เลี่ยงหรงก็มิได้ขัด ก็มีความเป็ไปได้สตรีที่เพื่อความรักย่อมยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา
“ ลู่เฟิน เลี่ยงหรง “ หลิวหยางและเหลียงซานเดินเข้ามานั่งข้างๆแล้วจิบชาเพียงเล็กน้อยเพื่อดับความกระหายและความเหนื่อยล้า
“ พี่ต้องกลับเมืองหลวงเพื่อไปจัดการตระกูลซ่งเสียก่อน “
“ หืม แล้วคดีศพในครั้งนี้ละจะทำอย่างไรต่อหรือ “ ลู่เฟินเป็ฝ่ายถามออกไป
“ ที่เหลือคงต้องให้ชินอ๋องจัดการตอนนี้นอกจากสืบหาแหล่งกบดานกับประวัติคุณหนูไป๋แล้ว ยังต้องหาสตรีในภาพวาดให้เจออีกด้วย “
“ มิใช่เพียงแค่นั้นอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเป็งานพระราชสมทบของฝ่าาอีก เกรงว่าต้องมีการต้อนรับคณะทูตจากต่างแคว้นอีก “ เร็วถึงเพียงนี้เลยหรือ เช่นนั้นก็ต้องรอดูว่าทัพไหนจะได้เป็รับคณะทูตแคว้นนั้นมา
“ พี่พอรู้หรือไม่ว่าจะมีแคว้นใดมาบาง “ ในอดีตเห็นว่ามีเพียงแค่แคว้นิที่มา
“ แคว้นิกับแคว้นจ้าว คราวนี้ต้องระวังตัวให้มาก “ ในราชสำนักตอนนี้เป็รุ่ยอ๋องกับฮองเฮาที่จัดการเป็ส่วนใหญ่ แล้วก็ปัญหาคดโกงก็เป็เหล่ามือปราบที่นำโดยหลิวหยาง ตอนนี้ก็สบายใจอยู่บาง
“ แล้วพี่หลิวหยางจะกลับตอนไหนหรือ “
“ วันพรุ่งนี้ยามเช้า “ เพื่อความปลอดภัยหลิวหยางเองก็ให้มือปราบจากเมืองหลวงมาสมทบแล้วคาดว่าคงใกล้จะถึงแล้ว
เมื่อมิมีอันใดทั้งสี่ก็ตกลงกันว่าจะไปเดินในงานเสียหน่อยเพราะอีกเดียวก็จะกลับแล้ว วันนี้จึงเป็วันสุดท้ายที่จะอยู่
เลี่ยงหรงคิดว่ามาเดินงานก็เป็เื่จริง แต่ว่าพอคิดดูดีๆแล้วเหมือนเป็กับดักล่อใครสักคนอยู่ ใครที่ว่าก็มิใช่ใครที่ไหนแต่เป็คนร้ายที่เหลืออยู่เป็คนสุดท้ายนั้นเอง
“ หรงเอ๋อร์ “ เหลียงซานนำน้ำตาลปั้นมาจ่อที่ปาก เลี่ยงหรงก็งับทันทีเป็ภาพที่ลู่เฟินก็ยังมิชินเสียที
สุดท้ายก็แยกกันอยู่ดี แล้วเป็คู่เดิมด้วย
“ เล่นกันดีหรือไม่ “ ข้างหน้าเป็ร้านยิ่งธนู เมื่อยิงตามเป้าได้ครบห้าครั้งจะของรางวัลต่างๆตามที่ยิงเป้าได้ แต่เป้าก็มีหลายระยะให้ยิง ยิ่งระยะไกลมากเท่าไหร่ก็จะรับของรางวัลเป็มูลค่าสูงขึ้นไปอีก
“ น่าสนใจ “ เหลียงซานเดินเข้าไปจ่ายเงินเพื่อเล่น แน่นอนอยู่แล้วว่าเหลียงซานต้องเลือกเป้าที่ไกลที่สุดอยู่แล้ว
เลี่ยงหรงเองก็เลือกอันเดียวกันกับเหลียงซานนั้นแหละ เมื่อเตรียมพร้อมเรียบร้อย เมื่อเ้าของร้านให้สัญญาณทั้งคู่ก็ทำการยิงไปที่เป้าอย่างรวดเร็วเฉียบขาด ทำเอาคนที่ดูอยู่ข้างๆและนอกร้านก็ให้ความสนใจมาก
พรึ่บ~
ทั้งคู่ยิงครบห้าเป้าเข้าตรงกลางครบทั้งห้าเป้าเป็ที่เรียบร้อย ก็เดินไปที่หน้าร้านไปดูของรางวัล เหลียงซานนั้นเห็นมีของแปลกๆเยอะที่เดียวซึ่งส่วนใหญ่เป็ของที่ซื้อนำมาจากท่าเรือของชาวตะวันตกด้วย แต่ก็ดูมีเอกลักษณ์และดูแปลกดี
เหลียงซานเลือกหยิบอันที่ดูสะดุดตาขึ้นมาดู
ฟิ้ว ~
กรี๊ดดดด
แต่ก็ไม่ทันไรของชิ้นนั้นก็ถูกธนูปริศนายิงเข้าโดยตรงจนเกิดความเสียหาย
" ไม่นะ " เหลียงซานยื่นถุงตำลึงเงินให้กับเ้าร้านไปเป็การชดใช้
ทั้งคู่รีบตามคนร้ายอย่างรวดเร็วจนไปถึงที่ป่าที่ดูบรรยากาศอึมครึมมืดสนิทและไร้เสียงใดๆ ทำเอาขนลุกมิน้อยเลยทีเดียว
ดูเหมือนว่าในป่าแห่งนี้จะถูกว่ากับดักไว้เยอะทีเดียวต้องระวังให้มาก
" หรงเอ๋อร์เ้ามิต้องห่วงไปหรอก ขี้ขลาดขนาดนี้จะไปทำอะไรได้ " ดูท่าพี่เหลียง้ากล่าวคำยั่วยุอีกฝ่ายให้ปรากฏตัวออกมา ว่าแต่มันจะได้ผลหรอ
ฟิ้ว~
มีมีดจำนวนมากโจมตีมาทางที่ทั้งคู่ยืนอยู่ มีดที่โจมตีเข้ามามีขนาดเล็กแต่มีความเร็วมากปลายของมันคมกริบแต่การที่มันโจมตีมาทิศทางเดียวกันแบบนี้คงเป็ศัตรูที่ทำเช่นนี้ออกมา
ฟิ้ว~
" เอาแต่ปาอยู่นั่นแหละ " แปลกๆหรือคิดว่าสู้ไม่ได้ก็เลยใช้วิธีลอบโจมตีแทน หรือว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น
ยิ่งเวลาผ่านมามากเท่าไหร่จำนวนมีดที่ปามาก็มีมากขึ้นแต่ก็ไม่ได้ทำให้ศัตรูโผล่หัวมาสักที
มันเริ่มแปลกๆแล้ว
เลี่ยงหรงค่อยๆตั้งสมาธิฟังเสียง การเคลื่อนไหวไปมา พอเพ็งมองดูแล้วคงติดอยู่ในมนต์ดำอะไรสักอย่าง ส่วนมีดที่ปาเรื่อยๆคงเป็ผู้ร่ายมนต์ดำร่ายมันเพิ่มเรื่อยๆ จนตอนนี้พี่เหลียงก็ดูเริ่มเหนื่อยขึ้นมาเล็กน้อย
" หรงเอ๋อร์ ตรงกลาง " เลี่ยงหรงเพ็งมองตรงกลางทันทีก็เห็นมันรูที่กำลังจะแตกออกมาคงเป็มีดที่กระเด็นออกมาโดนตรงนี้หลายครั้ง
กะจะใช้มีดที่ผู้ร่ายมนต์ดำมาใช้ทำลายมนต์ดำอีกทีสินะ แล้วที่พูดจายั่วยุก็เพื่อให้ศัตรูโจมตีมามากขึ้น
เลี่ยงหรงทำการฟันเข้าไปที่รอยร้าวนั้นอย่างจังจนมันแตกสลายออกมา
พอสลายออกเหลียงซานก็รีบแทงเข้าไปที่กลางอกอย่างรวดเร็วแล้วอาศัยจังหวะนั้นรีบนำสร้อยแร่สีขาวใส่ให้เรียบร้อย
เมื่อศัตรูใช้มนต์ดำไม่ได้ก็ใช้เพียงพริบตาเดียวก็สามารถเอาชนะได้