บทที่ 45
สาวใช้
ราตรีนั้นได้ผ่านพ้นไปหลี่หยางที่ตั้งหลักอยู่บริเวณนอกเมืองในยามเช้าเดินมาบริเวณริมลำธารที่อยู่ติดกับบริเวณนั้นแสงอรุณแรกของวันสาดส่องลงมาด้านล่างให้ทั้งความสว่างไสวและความอบอุ่นกระนั้นในช่วงเวลาเช่นนี้บรรยากาศหนาวเย็นก็ยังคงปกคลุมอยู่รอบบริเวณ
ในตอนนี้เป็นช่วงเวลาเดือน 9มันเป็นช่วงเวลาที่ใกล้เคียงจะเข้าสู่ฤดูเหมันต์แล้วเพราะแบบนั้นในตอนกลางคืนอากาศจะหนาวเป็นพิเศษแม้ในตอนนี้จะเป็นช่วงเวลายามเช้าตรู่ของวัน แต่ว่าแสงแดดก็ยังไม่แรงพอที่จะบรรเทาความหนาวเย็น
หลี่หยางเดินมาถึงบริเวณนี้เท้าทั้งสองข้างของเขาต้องผงะไปชั่วขณะดวงตาของเขามองเห็นบริเวณริมลำธารร่างของแม่นางที่มีช่วงอายุระหว่างสิบหกสิบเจ็ดปีกำลังก้มอยู่บริเวณใกล้ๆลำธารพร้อมกับวิดน้ำขึ้นมาล้างแขนล้างขาของนาง
นางไม่ได้เปลือยกายทั่วทั้งกายนั้นสวมใส่ชุดผ้าสีแดงที่เป็นชุดแต่ว่านางถกแขนเสื้อและถกกระโปรงขึ้นเล็กน้อย เพื่อใช้น้ำในลำธารล้างเนื้อล้างตัว
แต่การที่นางถกแขนของตัวเองขึ้นมันทำให้เขาได้มองเห็นแขนที่เล็กเรียวของนางมีผิวสีขาวผ่องแถมมันยังดูนุ่มนวลและดูละเอียดละออราวกับว่าเป็นหยกชั้นดี
ผู้ใดบ้างที่ได้มองเห็นแขนและขาที่มีผิวที่งดงามขนาดนั้นแล้วจะไม่หยุดนิ่งเพื่อจ้องมองมันด้วยความหลงใหล
หนิงเอ๋อร์หลังจากที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าหลุมศพมาทั้งคืนนางได้ลุกออกจากจุดนั้นแล้วก็มาล้างเลยล้างตัวบริเวณลำธาร
หลี่หยางจ้องมองแขนขาขาวๆของนั่งอยู่นั้นต้องทำการส่ายหน้าไปมาดึงสติของตัวเองอย่างรวดเร็วใช้มือตบเข้าที่ใบหน้าเล็กน้อยเพื่อเรียกสติ
เกือบจะปล่อยให้ไฟราคะแผดเผาจิตใจของเขาแล้ว
เสียงที่ฝ่ามือตบเข้าที่ใบหน้าเกิดเป็นเสียงดังเบาๆมันทำให้หนิงเอ๋อร์กำลังล้างเนื้อล้างตัวอยู่บริเวณริมลำธารหันกลับมาอย่างรวดเร็ว
มองเห็นร่างของหลี่หยางกำลังยืนอยู่นางรีบทำการดึงแขนเสื้อของตนเองลงไปอย่างรวดเร็วลุกขึ้นจากจุดนั้นและจัดแต่งร่างกายของตนเองให้เพียบพร้อม
หลี่หยางกระแอมหนึ่งคราก่อนที่เขาจะทำใจเดินตรงเข้าไปอย่างรวดเร็ว ในใจนั้นก็หวังว่านางคงจะไม่มองเขาว่าเป็นพวกโรคจิตที่มาแอบถ้ำมอง
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆก็ได้ทำการกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่เฉย“ ขออภัยแม่นางด้วยข้าเพียงแค่มาล้างหน้าเท่านั้น ”
“ เชิญเจ้าค่ะ ”นางพูดด้วยน้ำเสียงไพเราะพร้อมกับปรายมือก็เชิญให้เขาเดินเข้ามา
หลี่หยางเดินตรงเข้าไปอย่างรวดเร็วร่างกายของเขาย่อต่ำลงแล้วก็ใช้ปลายนิ้วมือของตนเองสัมผัสลงไปที่บริเวณผิวน้ำ
น้ำเย็นกว่าปกติทั่วไปอาจจะเป็นเพราะว่าอากาศบริเวณรอบๆมันเย็นตัวลงด้วยเมื่อเขาใช้นิ้วมือของตนเองลงไปสัมผัสขนทั่วร่างกายของเขามันก็ลุกพองขึ้นมาในทันทีแต่กระนั้นหลี่หยางก็ยังคงทำการใช้มือวิดน้ำขึ้นมาแล้วก็ล้างหน้าล้างตา
เพื่อทำการล้างหน้าของตนเองแล้วก็ล้างเนื้อล้างตัวจนเสร็จเขาลุกขึ้นมาหันมองไปที่น้ำที่ยังคงยืนอยู่ในตำแหน่งเดิมแล้วใช้ดวงตาจ้องมองมาที่เขา
“ ท่าน… ”
หลี่หยางมองเห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของนางก็นึกได้ขึ้นมาในทันทีจึงพูดออกไป“ ข้ามีนามว่าหลี่หยาง ”
จนถึงตอนนี้ถึงพึ่งมานึกได้ว่าตนเองนั้นยังไม่ได้แนะนำตัวกับอีกฝ่ายเลยเพราะว่าเหตุการณ์วุ่นวายทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วให้เขานั้นไม่มีเวลาจะมาแนะนำตัวซึ่งกันและกันว่าตนเองนั้นชื่ออันใด
“ นายท่านหลี่หยาง ”นางก้มใบหน้าคารวะเขาหนึ่งครา
หลี่หยางกำลังยืนอยู่ยกฝ่ามือของตนเองขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะกล่าว“ ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกขอรับ? ”
“ ไม่ได้เจ้าค่ะท่านพ่อบอกให้ข้าติดตามในท่านและเป็นสาวใช้ของนายท่านและคอยปรนนิบัติท่าน” นางยังคงจำคำสั่งเสียของบิดาของตนเองได้เป็นอย่างดี
หลินซานมองเห็นเช่นนั้นท่าทางของนามที่แสดงออกมามันดูจริงจังเป็นอย่างมากเขารู้ได้ในทันทีว่าตนเองคงจะไม่สามารถขัดความประสงค์ของนางได้
ตาของเขาพับปิดลงพร้อมกับแสดงใบหน้าเข้าใจก่อนจะกล่าว “ 2 คนนั้นเป็นผู้ติดตามของข้าเองคนที่มีร่างกายใหญ่โตชื่อว่าหลันเซ่อส่วนอีกคนนึงมีชื่อว่าอี้ชิง ”
นางทำการพยักหน้าเข้าใจอย่างรวดเร็ว
หลี่หยางใช้ดวงตาของตนเองมองตรงไปยังบริเวณกำแพงเมืองที่ตั้งสูงตระหง่านก่อนที่เขาจะพูดออกมา “ ตอนนี้ภายในเมืองกำลังตรวจการอย่างหนักน่าเสียดายค่าคงจะไม่สามารถพาเจ้าเข้าไปภายในสถานที่แห่งนั้นได้แล้วคงจะต้องทำการออกเดินทางตั้งแต่ในตอนนี้ข้าวของทุกอย่างคงจะไม่สามารถเข้าไปเอาได้”
“ ส่วนเรื่องเสื้อผ้าของเจ้ารอถึงเมืองข้างหน้าข้าจะซื้อให้ใหม่” หลี่หยางคิดทุกอย่างเอาไว้ทั้งหมดแล้ว
ตอนนี้ภายในเมืองตรวจตราอย่างเข้มข้น ถ้าให้เขานั้นคาดเดาเอาไว้ไม่ผิดก็คือนางน่าจะมีของที่อยากได้จากภายในบ้านของตนเองที่ตั้งอยู่ภายในเมือง
แต่มันช่างน่าเสียดายที่ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้เพราะว่าอย่างไรเสียในตอนนี้ภายในเมืองพวกเขานั้นก็ไม่มีโอกาสที่จะเดินทางเข้าไปแล้ว
ปิดเอาไว้อย่างแน่นหนา ถ้าพวกเขาเดินทางกลับเข้าไปเกรงว่าจะโดนทหารมากมายล้อมหน้าล้อมหลังแล้วก็ยังที่จะเอาตัวรอดออกมา
หนิงเอ๋อร์ยังไม่ใช่คนโง่แล้วไม่ใช่คนดื้อรั้นเพียงแค่ฟังครั้งเดียวนางก็เข้าใจแล้วก็พยักหน้า
หลังจากนั้นทั้งสองก็ได้ทำการเดินทางกลับมาบริเวณที่ตั้งหลุมศพของบิดาของนาง
อี้ชิงและหลันเซ่อกำลังจัดเตรียมของทุกอย่างเอาไว้เพื่อให้พร้อมกับการออกเดินทาง
เดินมาถึงบริเวณนี้หลี่หยางได้ทำการเอ่ยอย่างรวดเร็ว “อี้ชิงดูเหมือนว่าพวกเราคงจะต้องซื้อรถม้าที่เมืองด้านหน้าแล้ว ”
อี้ชิงกลับมามองอย่างรวดเร็ว เขาทำการกระพริบตาปริบๆจ้องมองนายท่านของตนเองด้วยความสงสัย
หลี่หยางมองเห็นเช่นนั้นยกมือของตนเองขึ้นมาชี้ตรงไปที่หนิงเอ๋อร์แล้วกล่าว“ ตอนนี้พวกเราไม่ได้เดินทางเพียงแค่ 3 คนอีกแล้ว มีนางด้วย อย่างน้อยก็ซื้อรถม้าเอาไว้สัก 1 คันมันคงจะสะดวกกับการเดินทางมากกว่า พวกเราจะได้ขนของเข้าไปภายในรถม้าได้ด้วย”
อี้ชิงได้ยินเช่นนั้นพยักหน้าเข้าใจแล้วก็ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว“ เข้าใจแล้วขอรับนายท่านเช่นนั้นก็คงจะดีเหมือนกันมันคงจะสะดวกและสบายกับการเดินทางมากกว่าให้ท่านพักอยู่ด้านในไม่ต้องทำการควบม้าทั้งวัน ”
หลันเซ่อทำการพยักหน้าตอบรับเห็นด้วยกับความคิดเห็นในครั้งนี้
พวกเขานั้นได้รางวัลกับภารกิจที่เป็นค่าตอบแทนในการทำภารกิจที่กองทัพได้รับมอบหมายให้สำเร็จ
รางวัลที่ได้มามันก็มากมายพอที่จะดำรงชีวิตได้อีกนานในตอนนี้เสียสละซื้อรถมาซักคันมันคงจะไม่ทำให้หมดเนื้อหมดตัวหรอก
“ ว่าแต่นายท่านต่อจากนี้ท่านจะเดินทางไปที่ใดอย่างนั้นหรือขอรับ?” หลันเซ่อเอ่ยถามขึ้นมาหลังจากที่ไม่มีธุระกับเมืองแห่งนี้แล้วพวกเขานั้นก็ต้องมีเป้าหมายใหม่ในการเดินทาง
หลี่หยางไปจ้องมองก่อนที่จะพูดออกมา “ตอนนี้เรื่องที่เมืองหลวงคงจะไม่จำเป็นจะต้องกังวลเพราะว่าฝากให้ท่านลุงช่วยดูแลท่านแม่แล้ว”
“ คงจะสามารถซื้อเวลาได้สักประมาณ 1หรือ 2 เดือน ”
“ ส่วนเป้าหมายใหม่ของพวกเราถ้าจะเดินทางไปที่สมาพันธ์จอมยุทธทำการลงทะเบียนจอมยุทธ ”หลี่หยางทำการกำหนดเป้าหมายของตนเองเอาไว้พร้อมกับแสดงรอยยิ้มที่มุมปาก
หลังจากนั้นพวกเขาก็ทำการเดินทางออกจากเมืองแห่งนี้โดยที่ทำการออกเดินทางใช้เส้นทางที่ค่อนข้างจะห่างจากตัวเมืองสักหน่อยเพื่อทำการหลีกเลี่ยงสายตาของคนพวกนั้นมุ่งตรงไปยังเมืองถัดไปที่เป็นเมืองที่อยู่ใกล้ที่สุด
…
หลี่หยางเวลาในการเดินทางประมาณ 1 วันเต็มๆเขาเดินทางมาถึงเมืองขนาดกลางที่อยู่บริเวณใกล้ๆเมืองหลอมโลหะ
เดินทางมาถึงก็เป็นช่วงเวลาช่วงเย็นของวันสถานที่แห่งนี้เขาได้เข้าพักที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งตอนเช้าของอีกวันจะทำการจัดการเกี่ยวกับเรื่องรถม้าและเรื่องเสบียงอาหาร
อย่างไรเสียในตอนนี้พวกเขานั้นก็ทำการเดินทางมาทั้งวันแล้วเหนื่อยกับการเดินทางมามากพอสมควรเมื่อมาถึงโรงเตี๊ยมก็รีบทำการพักผ่อนอย่างรวดเร็ว
เช้าวันถัดมาหลี่หยางตื่นนอนตั้งแต่ในยามเช้าร่างของเขาที่ลุกขึ้นมาจากเตียงอย่างรวดเร็วบิดร่างกายไปมาเพื่อขับไล่ความเกียจคร้านแต่เมื่อลุกขึ้นมาก็ต้องตกใจ
เขานั่งมองเห็นร่างของหญิงสาววัยสิบหกสิบเจ็ดปีที่มีรูปหน้างดงามใส่ชุดสีแดงรูปเอวอ้อนแอ้นทรวดทรงงดงามกำลังอยู่ด้านหน้าของเขาพร้อมกับถังน้ำภายในมือ
หลี่หยางไม่เคยพบเจอสถานการณ์เช่นนี้เขาถึงกับสะดุ้งเฮือกร่างกายนั้นขณะถอยหลังไปจนติดเตียงจ้องมองแม่นางหนิงเอ๋อร์ที่อยู่ด้านหน้าอย่างตกตะลึงก่อนจะกล่าวถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่ลนลาน“ เจ้าเข้ามาได้อย่างไร? ไม่สิเข้ามาทำไมต่างหาก?”
หนิงเอ๋อร์ยื่นถังน้ำภายในมือของตนเองมาให้ก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะท่าทางที่อ่อนหวาน“ ถังน้ำเจ้าค่ะข้านำมาให้นายท่านล้างหน้าในยามเช้า ”
หลี่หยางแน่นอนว่าเขาที่ไม่เคยโดนปรนนิบัติเช่นนี้เมื่อมีสติมากปรนนิบัติตนเองเช่นนี้เขายิ่งแสดงท่าทีที่ลนลานออกมา
แต่หารู้ไม่ว่าเรื่องที่นางกระทำมันเป็นเรื่องปกติพวกคุณหนูตระกูลใหญ่ๆก็ล้วนแล้วแต่ด้วยปฏิบัติเช่นนี้ทั้งสิ้น
หลี่หยางแสดงท่าทางเก้ๆกังๆแต่ว่าก็ไหลตามน้ำไปความรู้สึกมันน่าประหลาดอยู่บ้างมีผู้คนคอยปรนนิบัติอยู่ข้างกายหนิงเอ๋อร์ไม่เพียงทำการยกน้ำให้เขาล้างหน้าตั้งแต่ในตอนเช้านางกระทำแม้กระทั่งจัดเตรียมเสื้อผ้าของเขาเอาไว้จนคิดจะกระทำกระทั้งการที่ช่วยเขานั้นเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่ว่าหลี่หยางนั้นห้ามปรามเอาไว้เสียก่อน
จบบท