ดอกเบี้ยพรหมจรรย์ (Nc20+)

    ตอนที่4 บุญคุณท่วมหัว



            ตอนที่4 บุญคุณท่วมหัว

            คุณผู้หญิงและคุณผู้ชายผู้มีพระคุณล้นหัวไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรกับเธอมากนัก นอกจากประโยคที่พวกท่านชอบพูดกรอกหูจนหลับเธอยังละเมอออกมาเป็๲คำพูดพวกนั้นได้ทุกถ้อยคำ

            “ฉันเลี้ยงแกมา๻ั้๫แ๻่พ่อแม่แกตาย แกต้องตอบแทนบุญคุณของฉันกับคุณผู้ชาย”

            คุณนายวราภรณ์เปิดประโยคแรกอันคุ้นหู หญิงสาวได้แต่ก้มหน้าตอบรับคำเบาๆ

            “ฉันจะให้คนขับรถไปส่งแกที่สถานีรถไฟ เมื่อไปถึงที่นั้นแกต้องทำตัวดีๆ อย่าสร้างความเดือดร้อนให้ฉันกับคุณผู้หญิงเด็ดขาด จำที่ฉันบอกได้ทุกอย่างใช่ไหม”

            “จำได้ค่ะคุณผู้ชาย” ดาริกาเม้มปากก้มหน้ามองมือตัวเองที่วางประสานไว้บนตัก

            “ไปอยู่ที่โน่นก็ทำตัวดีๆ พูดให้น้อยทำงานให้มาก อย่าได้ทำให้ฉันกับคุณผู้ชายต้องเดือดร้อนเป็๞อันขาด อย่าลืมซะล่ะว่าที่แกมีกินมีใช้มีที่ซุกหัวนอนและได้ร่ำเรียนจนจบปริญญาอย่างทุกวันนี้เป็๞เพราะใคร ถ้าแกทำความเดือดเนื้อร้อนใจให้ฉันกับคุณผู้ชายละก็ ฉันเอาแกตายแน่จำใส่หัวไว้”

            คุณนายวราภรณ์พูดกำชับอีกครั้ง

            “ดาไม่มีวันลืมหรอกค่ะว่าคุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายมีบุญคุณกับดามากแค่ไหน”

            “แกคิดแบบนั้นได้จริงก็ดี เอออีกอย่าง ไปอยู่ที่โน่นแล้วแกไม่ต้องติดต่อกลับมาละ ถ้ามีอะไรฉันจะติดต่อไปเอง”

            “ค่ะคุณผู้หญิง”

            ความอัดอั้นบางอย่างที่เอ่อล้นอยู่ในอกแปรเปลี่ยนเป็๲หยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอ จนเธอไม่สามารถสะกดกลั้นได้อีกต่อไป

            “ทำเป็๞สำออยอะไรตอนนี้ ไปๆ เดี๋ยวก็ไม่ทันรถกันพอดี พิรี้พิไรอยู่ได้” คุณนายวราภรณ์ชักสีหน้ารำคาญพร้อมกับโบกไม้โบกมือไล่

            “ดากราบลาคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงค่ะ ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”

            หญิงสาวก้มลงกราบเท้าผู้มีพระคุณทั้งสอง

            ก่อนออกมาจากคฤหาสน์แห่งความทรงจำในวัยเด็กดาริกาน้ำตาไหลพราก เธอต้องจากสถานที่แห่งนี้ไปแล้วสินะ สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกิดเ๱ื่๵๹ราวแห่งความสุขในวัยเยาว์ของเธอเอาไว้มากมาย ความทรงจำอันแสนสุขของเธอกับบิดามารดา

            “ดาไปก่อนนะคะคุณพ่อคุณแม่”

            หญิงสาวมองประตูทางเข้าคฤหาสน์เจริญไพศาลเป็๲ครั้งสุดท้ายแล้วก้าวขึ้นรถของลุงสาธิตคนขับรถคนเก่าของบิดาเธอเมื่อครั้งท่านยังมีชีวิตอยู่

            “ไปกันได้แล้วค่ะลุงสาธิต”

            ดาริกายกมือปาดน้ำตาฝืนยิ้มให้กับชายสูงวัย

            “ครับคุณหนู”

            ความมืดและความโศกเศร้าที่กำลังจะจากบ้านที่เธออยู่มานับยี่สิบปีทำให้ดาริกาไม่ทันสังเกตความผิดปกติในน้ำเสียงของคนขับรถ

            “ดูแลตัวเองดีดีนะครับคุณหนู” ดวงตาของชายสูงวัยเอ่อคลอ

            รถยนต์เคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์เจริญไพศาลช้าๆ ภายในห้องโดยสารเงียบกริบไร้บทสนทนาใดๆ อีก หากแต่ในหัวใจของดาริกากับกำลังร่ำร้องปานจะขาดใจ

            เสียงกรนราวกับมีอะไรติดคอของเพื่อนร่วมทางดึงดาริกาออกจากภวังค์ความคิด หญิงสาวก้มมองนาฬิกาเรือนน้อยซึ่งครั้งหนึ่งมันเคยสวมอยู่บนข้อมือของมารดา เธอยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงให้พักระหว่างเดินทาง เวลาในตั๋วบอกว่าเธอจะถึงปลายทางในเวลาหกโมงเช้า

            ดาริกาฝืนหลับตาลงช้าๆ เธอต้องออมแรงเอาไว้ ไม่รู้ว่าปลายทางจะมีอะไรรออยู่บ้าง หากหญิงสาวก็เฝ้าบอกกับตัวเองเสมอว่าเธอจะสู้และฝ่าฟันมันไปให้ได้