ตงฉินยึดอำนาจ

    ตงฉินยึดอำนาจ_68_แผนดักทาง

    เสวี่ยเหวินหลงสับสนในทันที เขาไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีการแถลงข่าวเกิดขึ้น


    เนื่องจากอีกฝ่ายเป็นคนเก่าคนแก่ในแวดวงข่าวเขาจึงขอบคุณนักข่าวแล้วบอกว่าจะมีรางวัลให้ หลังจากวางสาย เสวี่ยเหวินหลงก็หยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้หลังจากที่ดำรงตำแหน่งมาหลายปี เขาเดาว่าคนที่จะแถลงข่าวก็คือ เซี่ยเจิ้งเต๋อ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การแถลงข่าวโดยเลือกเวลาเก้าโมงครึ่ง ก็เพื่อตั้งใจจะชิงตัดหน้าเวลาในการแถลงข่าวสิบโมงที่เสวี่ยเหวินหลงได้ประกาศเอาไว้ และผู้สื่อข่าวทุกสำนักก็ได้รับทราบโดยทั่วกัน ยากจะเปลี่ยนแปลงกำหนดการเรื่องเวลา ถึงตอนนั้นการแถลงข่าวของเซี่ยเจิ้งเต๋อย่อมประสบความสำเร็จ ข้อตกลงระหว่างรัฐบาลเทศมณฑลและหยู่เทียนกรุ๊ปจะเป็นอย่างไร มันจะเป็นโมฆะหรือไม่


    ต้องรู้ว่าภูเขาชุ่ยผิงมีเพียงหนึ่งไม่มีสองและเป็นไปไม่ได้ที่หญิงคนเดียวจะแต่งสามีสองคนพร้อมกัน แม้จะเป็นเพียงข้อตกลงเบื้องต้น แต่มันก็ยากสำหรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเสวี่ยเหวินหลงไม่เต็มใจจะยอมแพ้ เพราะการเจรจากับหยู่เทียนกรุ๊ปเป็นผลงานของเขาทั้งหมด เซี่ยเจิ้งเต๋อแม้จะมีเครดิตในการเป็นผู้นำต้อนรับ แต่ด้านเจรจาเป็นของเขาทั้งหมด นี่เป็นสิ่งที่เขายอมปล่อยไปไม่ได้ ในระหว่างการเจรจา ปาร์คเจชองยังกระซิบอีกว่าถ้าการเจรจาครั้งนี้สำเร็จเขาจะได้ผลประโยชน์ตอบแทน เห็นชัดว่าเสวี่ยเหวินหลงจะได้ผลประโยชน์หลายด้าน เขาจึงไม่สามารถปล่อยให้การแถลงข่าวของเซี่ยเจิ้งเต๋อเกิดขึ้น


    แต่ปัญหาคือเขาจะหยุดการแถลงข่าวของ เซี่ยเจิ้งเต๋อ ได้อย่างไร


    หลังจากทบทวนเรื่องนี้มานานเสวี่ยเหวินหลงก็ตัดสินใจโทรหาคนสนิทอย่าง เปาเทียนหยางแล้วพูดเรื่องการแถลงข่าวของเซี่ยเจิ้งเต๋อ มันทำให้เปาเทียนหยางขมวดคิ้วทันที “ผู้ว่าการ แผนของเซี่ยเจิ้งเต๋อร้ายกาจมาก นี่มันเป็นการดึงควักข้าวก้นหม้ออย่างแน่นอน ผมสงสัยมากเลยว่าเซี่ยเจิ้งเต๋อไปหานักลงทุนมาจากไหน ถ้ามีนักลงทุนแบบนี้ทำไมเขาไม่เปิดเผยแต่แรก หรืออาจเป็นไปได้ว่าหลิวชิงหยู่พบทั้งสองฝ่ายมานานแล้ว แต่เขาเลือกที่จะพานักลงทุนชาวเกาหลีออกมาเป็นกับดักเพื่อล่อให้เรากระโจนเข้าใส่ จากนั้นก็ใช้นักลงทุนอีกคนเพื่อโจมตีเรา”


    เสวี่ยเหวินหลงส่ายหัวแล้วพูดว่า “เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้แน่นอน แม้ว่าทั้งสองคนนั้นจะฉลาด แต่ผมก็ยังรู้น้ำหนักของพวกเขา พวกเขาไม่มีทางอ่านเกมวางแผนไปได้ไกลขนาดนั้น มิฉะนั้นหลิวชิงหยู่คงไม่ไปภูเขาชุ่ยผิงทุกวันเพื่อโพสต์ภาพลงบนอินเทอร์เน็ตอย่างเปิดเผย”


    เปาเทียนหยางฟังการวิเคราะห์ของเสวี่ยเหวินหลง เขาก็พยักหน้าแล้วพูดว่า “นี่เป็นเหตุผลที่พอจะใช้หักล้างได้ แต่โดยพื้นฐานแล้ว เราไม่สามารถปรับเปลี่ยนแผนใดๆ เรื่องการร่วมมือกับหยู่เทียนกรุ๊ปจากเกาหลีใต้ได้ ดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องทำตอนนี้คือหาทางจัดการแผนการร่วมมือของเซี่ยเจิ้งเต๋อและดำเนินการตามแผนของเรา”


    เสวี่ยเหวินหลงใบหน้ามืดมนเล็กน้อย เขากล่าวขึ้นว่า “คุณพูดถูก แต่เราจะจัดการแผนความร่วมมือของเขาได้ยังไง เรายังไม่รู้เนื้อหารายละเอียดเลยด้วยซ้ำ”


    เปาเทียนหยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม: "เรื่องนี้ง่ายมาก เนื่องจากเซี่ยเจิ้งเต๋อจะแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ ผมเชื่อว่า พวกเขาจะต้องเผยมันออกมา ปกติแล้วแผนการร่วมมือ ในฐานะคณะกรรมาธิการ ประจำเทศมณฑล เรามีสิทธิ์ที่จะรู้ แน่นอนว่าแผนความร่วมมือของพวกเขาคืออะไร เราสามารถเสนอให้เซี่ยเจิ้งเต๋อนำออกมาพูดในการประชุมฉุกเฉินและตัดสินใจโหวตว่าจะเลือกนักลงทุนฝ่ายใดได้ ด้วยจำนวนคนที่ยืนอยู่ข้างเราในตอนนี้มันเพียงพอที่จะเอาชนะเซี่ยเจิ้งเต๋อได้อย่างง่ายดาย ผมกังวลแค่ว่าเงื่อนไขตามแผนการร่วมมือของเซี่ยเจิ้งเต๋อจะดีกว่าของเรามากแค่นั้น”


    เมื่อได้ยินการวิเคราะห์ของเปาเทียนหยาง เสวี่ยเหวินหลงก็ยิ้มออกมาแล้วโบกมืออย่างพัลวัน “ไม่ว่าเซี่ยเจิ้งเต๋อและคนอื่นๆ จะมีแผนอะไร แต่เราจะต้องผลักดันแผนการความร่วมมือฝ่ายเราให้ได้ แม้ว่าเงื่อนไขทางนั้นจะดีกว่าเรา แต่เรายังสามารถหาเหตุผลมาหักล้างแผนของพวกเขาได้ อย่างแย่ที่สุดเราก็ต้องหาเรื่องบอกว่าแผนการร่วมมือของเขา ไม่มีความน่าเชื่อถือ ถึงแม้จะไม่เพียงพอที่โน้มน้าวให้คณะกรรมาธิการฝ่ายกลางปฏิเสธแผนของพวกเขา แม้พวกเขาจะร้องเรียนไปถึงเทศบาลเมืองแต่เราก็มีเหตุผลมารองรับ ซึ่งไม่มีทางถูกจับได้”


    เมื่อเปาเทียนหยางได้ยินแบบนั้นก็พูดอย่างไม่ลังเลว่า “เอาล่ะตอนนี้ คุณไปติดต่อ เซี่ยเจิ้งเต๋อก่อน ผมจะติดต่อคณะกรรมาธิการคนอื่นๆ ทันที บางทีเราอาจจะต้องขอความช่วยเหลือเพื่อยับยั้งแผนของพวกเขา”


    ทั้งสองคนเป็นคู่หูกันมานานดังนั้นทุกอย่างจึงดำเนินไปอย่างคล่องแคล่ว


    ต่อจากนั้นเสวี่ยเหวินหลงก็โทรหาเซี่ยเจิ้งเต๋อ แต่เพราะเซี่ยเจิ้งเต๋ออยู่บนเครื่องบินเขาจึงปิดโทรศัพท์เอาไว้ เสวี่ยเหวินหลงที่โทรไม่ติดเป็นเวลานานก็โกรธจนเขวี้ยงโทรศัพท์ลงพื้น ต่อจากนั้นเขาก็โทรเข้าห้องทำงานเซี่ยเจิ้งเต๋อแต่ก็ไม่มีใครรับสาย และเมื่อเขาได้โทรหาเลขาของเซี่ยเจิ้งเต๋อ ก็ได้รู้ว่าเซี่ยเจิ้งเต๋อไปหยานจิงมีกำหนดกลับวันนี้


    เสวี่ยเหวินหลงกังวลขึ้นมาทันที เขาต้องการจัดการแผนของเซี่ยเจิ้งเต๋อก่อน 9.30 น. มิฉะนั้นหากปล่อยไปจนกระทั่งเช้า และมีการแถลงข่าวเกิดขึ้นมา เรื่องนี้จะต้องแก้ไขได้ยากมากกว่าเดิมแน่นอน


    หลังจากนั้นเขาก็พยายามโทรหาเซี่ยเจิ้งเต๋อ แต่เมื่อโทรได้สักพักเขาก็เหนื่อย และให้เลขาบอกเซี่ยเจิ้งเต๋อให้โทรหาเขา ก่อนจะเข้าไปนอนพักสมองไป


    เลขาของเสวี่ยเหวินหลงโทรมานานกว่า 2 ชั่วโมงแต่ก็ติดต่อไม่ได้ตอนนี้เหงื่อชุ่มไปทั่วตัวของเขาและมือของเขาก็เมื่อยจนแทบเป็นตะคริว


    ขณะนี้เป็นเวลาตีหนึ่งแล้ว เซี่ยเจิ้งเต๋อ กับหลิวชิงหยู่อยู่ห่างจากชางชานราวๆ 20นาที


    ทั้งสองก็ตื่นขึ้นมา


    เซี่ยเจิ้งเต๋อมองไปยังหลิวชิงหยู่แล้วพูดว่า “เสี่ยวหลิว เธอลองเดาดูสิว่าตอนนี้ผู้ว่าการเสวี่ยเป็นไงบ้างแล้ว”


    หลิวชิงหยู่ยิ้มแล้วพูดว่า “ผมว่าตอนนี้ผู้ว่าการเสวี่ยน่าจะกังวลมาก ด้วยลักษณะนิสัยของเขา เมื่อเขารู้ว่าจะมีการแถลงข่าวก่อนหน้าการแถลงข่าวของเขาครึ่งชั่วโมง เขาคงไม่ยอมแพ้และพยายามหาทางใช้เสียงคณะกรรมาธิการเข้าควบคุมแก้ไขสถานการณ์ ดังนั้นหากไม่มีอะไรผิดพลาดเขาจะหาวิธีให้คุณเรียกประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินแน่นอน จากนั้นเขาก็จะใช้การลงคะแนนเพื่อจัดการกับแผนความร่วมมือของคุณครั้งนี้ได้โดยไม่ผิดกฎใดๆ ”


    หลังจากได้ยินการวิเคราะห์ของหลิวชิงหยู่ เซี่ยเจิ้งเต๋อก็พยักหน้า เพราะหลิวชิงหยู่วิเคราะห์ในลักษณะเดียวกับเขา แต่ต่างกันที่หลิวชิงหยู่สามารถคิดได้ตั้งแต่เขายังอายุเท่านี้ ทำให้เขารู้สึกชื่นชมอย่างมาก เขาจึงหยั่งเชิง หลิวชิงหยู่ อีกครั้ง “ ถ้าผู้ว่าการเสวี่ยทำแบบนั้น เธอคิดว่าฉันควรทำอย่างไรดี”


    หลิวชิงยหยู่ยิ้มแล้วพูดไปว่า “หัวหน้าพรรคเซี่ย เรื่องนี้ไม่ยากเลยผมเชื่อว่าคุณทำได้แน่นอน” จากนั้นหลิวชิงหยู่ก็บอกความคิดของเขาออกไป ซึ่งเซี่ยเจิ้งเต๋อก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจก่อนพูดขึ้นว่า “เสี่ยวหลิว ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะมีความสามารถขนาดนี้ทั้งที่อายุน้อยแค่นี้ ความคิดความอ่านของเธอนี่มันยอดเยี่ยมมาก ไม่น่าเชื่อเลย แม้แต่ฉันเองก็ยังคาดไม่ถึง"


    หลิวชิงหยู่ยิ้มบางๆ อย่างไม่ทระนงตัวแล้วพูดออกไปว่า “คุณเชื่อไหมว่า ถ้าเราลงจากเครื่องบินและเปิดโทรศัพท์ เสวี่ยเหวินหลงจะโทรเข้ามาหาเราทันที”


    ต่อหน้าผู้นำหรือเจ้านายเราควรถ่อมตัว เพราะเมื่อไหร่ที่เจ้านายคิดว่าเราหยิ่งผยอง อนาคตจะประสบกับความลำบาก


    เซี่ยเจิ้งเต๋อยิ้มพยักหน้าและกล่าวว่า “ใช่ ด้วยนิสัยของเสวี่ยเหวินหลงมักจะเป็นแบบนั้น ถ้ามันเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเขา เขาจะทำมันอย่างไม่ลังเลรอช้า ถ้าเป็นสิ่งที่ทำให้เขาประสบปัญหาความลำบากเขาก็จะผลักไสเขี่ยมันออกไปอย่างแนบเนียน”


    หลิวซิงหยู่เดาถูก


    พวกเซี่ยเจิ้งเต๋อพึ่งลงจากเครื่องบินและเปิดมือถือ จากนั้นเลขาของเสวี่ยเหวินหลงก็โทรมาทันที “หัวหน้าพรรคเซี่ย ผมพานหงเจียเลขาของผู้ว่าการเสวี่ย ผู้ว่าการเสวี่ยอยากคุยกับคุณ กรุณาถือสายรอสักครู่” จากนั้นเสียงของพานหงเจียก็หายไปจากโทรศัพท์ แต่ไม่ได้วางสาย ก่อนที่จะเข้าห้องสำนักงานเพื่อปลุก เสวี่ยเหวินหลง


    เสวี่ยเหวินหลงได้ยินเสียงเรียกก็รีบลุกขึ้นมาจากเตียงแล้วหยิบโทรศัพท์ รีบพูดด้วยความกังวลว่า “หัวหน้าพรรคเซี่ยผมได้ยินว่าคุณจะจัดงานแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ 9.30 น. ผมคิดว่าเราจะต้องเรียกประชุมคณะกรรมาธิการฉุกเฉิน เพื่อจัดการเรื่องนี้อย่างเหมาะสม”

    คล้ายกับเรื่องตงฉินยึดอำนาจ ที่คุณอ่าน