Gashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ

    บทที่ 34

    ย้อนกลับไปก่อนหน้าสักครู่หนึ่ง เดวิดที่ได้รับข้อความจากกรผ่านบัตรประจำตัวเทพ ก็รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นคร่าวๆ จึงรีบถอดชุดคลุมบาทหลวงออกแล้วตามมาทันที แน่นอนว่าเขาที่เป็นแม่งานออกบูธในครั้งนี้ของโบสถ์มาหลายปีย่อมเข้าใจการจัดแผนผังงานแสดงสินค้าครั้งนี้ ชายวัยกลางคนผมสีน้ำตาลเชื้อสายยุโรปในเสื้อเชิ้ตขาว เดินสวนกับกลุ่มบอดี้การ์ดหน้าโหดด้วยอาการเฉยเมย แต่แท้จริงแล้วสายตาของเขากลับสังเกตกลุ่มคนเหล่านั้นอยู่ตลอดเวลา‘พวกบอดี้การ์ดรีบวิ่งไปที่ทางออกจริงๆด้วย พวกมันคงคิดว่าผู้หญิงคนนั้นต้องพยายามหนีออกจากที่นี่ แต่ด้วยตัวเธอที่ถูกวางยาไม่มีทางที่จะมีแรงหนีไปได้เร็วอย่างนั้นแน่นอน อีกเดี๋ยวพวกมันคงย้อนกลับมาทางนี้แน่ๆ’ ในขณะที่เดวิดกำลังวิเคราะห์สถานการณ์ภายในใจอยู่นั้น เขาก็เดินมาถึงบูธมูลนิธิชาวไทยภูเขาที่มีผ้าใบปิดบังหน้าร้านเอาไว้ และก่อนที่เขาจะเข้าไปด้านในก็จำเป็นจะต้องให้สัญญาณพวกเด็กๆด้วย ไม่อย่างนั้นพวกเขาอาจจะตกใจเสียงดังจนเรียกความสนใจจากคนด้านนอกได้“สวัสดีครับ ผมบาทหลวงเดวิดคนที่คุณกรให้มาหา” เทพแห่งการรักษากล่าวพร้อมกับหันซ้ายหันขวาสังเกตผู้คนโดยรอบ“มาแล้วเหรอครับ เข้ามาข้างในได้เลยครับ” เป็นเสียงของจาเกอที่ตอบรับคำของผู้มาเยือน เมื่อเดวิดเลิกผ้าใบมุดเข้ามาในบูธเขาก็ได้เห็นหญิงสาวสวยที่นอนอยู่กับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง พร้อมกับกลุ่มเด็กๆที่นั่งล้อมรายรอบ บาทหลวงไม่รอช้ารีบเข้าไปดูอาการของเธอทันที เขาทั้งตรวจสอบม่านตา ชีพจร การเต้นของหัวใจ ซึ่งสภาพก็ไม่ได้หนักหนาอะไร รอเพียงแค่ให้ยาหมดฤทธิ์เท่านั้น แต่เมื่อเทพแห่งการรักษาอยู่ตรงนี้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องรอให้เสียเวลาเดวิดใช้มือของเขาสัมผัสไปที่ต้นแขนของเมล่อนเพื่อที่เขาจะเรียกใช้สกิล แต่ทันใดนั้นเองก็เกิดเหตุแทรกซ้อนเข้ามาขัดจังหวะสมาธิเสียก่อน“ปัง! โครม!” ผนังด้านหลังบูธถูกกระแทกอย่างแรง ตามมาด้วยเสียงการพังทลายของสิ่งของ โชคที่มันยังไม่พังจนทะลุมาอีกด้าน“เกิดอะไรขึ้น?” เดวิดตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ยิ่งหลังจากนั้นเสียงต่อยตีของผู้คนก็ดังต่อเนื่องมาอีกไม่ขาดสาย“เอิ่ม...ผมว่าท่านบาทหลวงรีบรักษาพี่สาวก่อนจะดีกว่า หากเธอสามารถเดินได้เองคงจะไม่มีปัญหาเรื่องหนีไปจากที่นี่แล้ว ส่วนทางด้านพวกหน้าโหดนั่นปล่อยพี่ชายไปจัดการเถอะครับ” จาเกอเร่งบาทหลวงตรงหน้าเพราะหากกรถ่วงเวลาไม่สำเร็จก่อนที่จะช่วยเมล่อนออกไปได้ เรื่องทุกอย่างคงจบลงไม่สวย“ว่าไงนะ! อ่า....เข้าใจแล้วเดี๋ยวฉันจะรีบรักษาเลยละกัน” แม้ว่าเดวิดจะตกใจ แต่ด้วยประสบการณ์ชีวิตเทพที่ยาวนานเขาจึงสามารถตั้งสติ และประมวลผลเรื่องสำคัญได้อย่างรวดเร็ว ทางด้านกรที่ตอนนี้ถูกบอดี้การ์ดตัวใหญ่หลายคนรุมล้อม ก็ยังคงยืนล้วงกระเป๋าเก๊กหล่ออยู่เช่นเดิมโดยที่ไม่มีร่องรอยบาดแผลแม้แต่น้อย กลับกันเป็นฝ่ายพวกหน้าโหดที่ตอนนี้หน้าซีดเหงื่อตกกันเป็นแถว เพราะพวกของมันนั้นลงไปนอนกองกับพื้นสลบไสลไม่ได้สติแล้วถึงสามคน ซึ่งสิ่งที่พวกเขากังวลใจอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่เพราะกรสามารถล้มคนได้สามคนเท่านั้น แต่เพราะทุกการโจมตีของชายหนุ่มหมวกฟางนั้น ใช้เพียงแค่การเตะครั้งเดียวต่อหนึ่งคนก็ทำให้พวกนั้นหลับคาที่ได้แล้ว โดยที่มือของเขาก็ยังล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกงเช่นเดิมไม่เปลี่ยน กรสามารถทำลายขวัญกำลังใจทั้งหมดของฝ่ายตรงข้ามลงได้อย่างง่ายดาย ตอนนี้ในใจของเขาที่เคยสั่นไหวก่อนหน้ากลับกลายเป็นมีความมั่นใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ภายใต้หมวกฟางปีกกว้างนั้นเผยรอยยิ้มยินดีอย่างที่สุดเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ที่กรได้จุติมาเป็นกามเทพในชาตินี้‘นี่คือพลังของครึ่งเทพ ทั้งการมองเห็น และประสาทสัมผัสทั้งหมดเหนือกว่ามนุษย์ธรรมดาตั้งหลายเท่าสินะ ถ้าเป็นร่างกายทิพย์ไม่อยากคิดเลยว่าพลังจะมหาศาลถึงขนาดไหน ที่ผ่านมาฉันก็ไม่เคยออกแรงแบบนี้มาก่อน ชักอยากจะกลับไปไลเทนเนียเร็วๆแล้วสิ’ กรตื่นเต้นดีใจกับพละกำลังเหนือมนุษย์ที่ตัวเองมีเป็นอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาในชีวิตเทพนี้เขาแทบจะล้มเหลวในการใช้ชีวิตมาตลอดทั้งเดือน อีกด้านหนึ่งในมุมมองของหัวหน้าบอดี้การ์ดที่สั่งการอยู่ด้านหลังลูกน้อง เขากำลังมีสีหน้าที่สับสน และแค้นเคืองเป็นอย่างยิ่ง เพราะตลอดชีวิตการต่อสู้ของเขาไม่เคยเจอยอดฝีมือระดับนี้มาก่อน แม้กระทั่งปรมาจารย์กังฟู และครูมวยชื่อดังที่เคยสู้ด้วยยังไม่สามารถล้มศัตรูได้ในท่าเดียวตั้งแต่เริ่มสู้มาก่อน“โธ่เว้ย! ไอ้พวกลูกกระจ๊อกเข้าไปรุมมันเลยสิวะ! จะปล่อยให้มันล้มพวกเราทีละคนทำไม! ย้าก!” ชายหน้าโหดสั่งการลูกน้องให้จู่โจมทันทีด้วยความหัวร้อน เขาไม่เชื่อหรอกว่าคนอีกเจ็ดคนจะล้มคนคนเดียวไม่ได้ แน่นอนว่าเขานั้นเป็นคนวิ่งเข้าไปเป็นคนเปิดฉากใส่หนุ่มหมวกฟางเป็นคนแรก“หึๆ พุ่งเข้ามาพร้อมกันก็ดี ฉันจะได้จัดการพวกแกในทีเดียว!” กรประกาศกล้าออกมาพร้อมกับคิดท่าเท่ๆเตรียมรับมือหมาหมู่ไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว หากจังหวะมาถึงเขาก็สามารถจู่โจมสวนกลับได้ทันทีแน่นอนว่าเมื่อเหล่าบอดี้การ์ดมากมายที่ปิดกั้นเส้นทางเดินชมงานเส้นนี้หายไปหมด ในเวลาเดียวกันนี้เหล่าไทยมุงก็เข้ามาชมเหตุการณ์ครั้งนี้กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดก็เริ่มตั้งแต่ที่ชายหนุ่มหมวกฟางปรากฏตัวออกมาขัดขวางบอดี้การ์ดหน้าโหดทั้งสิบคนนั่นเอง“หนึ่งต่อสิบยังไม่กลัวเลยเหรอเนี่ย โคตรเท่!” เณรน้อยรูปหนึ่งกล่าวกับเพื่อนคนข้างๆ“นี่มันยอดฝีมือผู้เร้นกายแห่งยุทธภพชัดๆ” นักพรตเต๋าหนวดยาวที่ยืนดูอยู่กล่าวชื่นชมจากใจ“เขาต้องได้รับพรจากพระเจ้าแน่นอน” นักบวชชราในชุดคลุมสีแดงตื่นเต้นกับความสามารถของกรไม่น้อย นอกจากผู้เข้าร่วมชมงานที่เป็นประชาชนทั่วไปที่มาเป็นไทยมุงแล้ว เหล่านักบวชจากนิกายต่างๆซึ่งมาออกงานในโซนมูลนิธิก็มาชมดูเหตุการณ์ด้วยความสนใจเช่นกัน ซึ่งสิ่งนี้ก็อยู่ในแผนการของกรที่เขา และจาเกอต้องการให้เป็น เพราะฝูงชนมากมายเหล่านี้จะเป็นตัวขัดขวางกำลังเสริมจากบอดี้การ์ด และรปภ.นั่นเอง“ลูกเตะพายุหมุน!” กรตะโกนชื่อท่าออกมาเสียงดังอย่างมั่นใจ พร้อมกับย่อขาขวาลงเป็นแกนหมุนตัวเพื่อใช้ขาซ้ายเตะกวาดขาศัตรูที่วิ่งเข้ามาพร้อมกันโดยรอบ และก็เป็นไปดั่งใจนึกคิด คนทั้งเจ็ดล้มลงแทบจะพร้อมกันอย่างไม่เป็นท่า“บัดซบ!” หัวหน้าบอดี้การ์ดที่ล้มลงไปเป็นคนแรกถูกลูกน้องที่ล้มตามมา ทับลงกลางตัวพอดีจึงสบถระบายความแค้นเคืองใจออกมา ด้วยท่าเตะนี้จึงเป็นครั้งแรกในการต่อสู้นี้ ที่กรต้องเอามือออกจากกระเป๋ากางเกงเพื่อใช้ในการทรงตัว แต่มันก็ยังคงเป็นท่าที่สุดยอดอยู่ดีในสายตาผู้คนรอบด้าน เขาจึงเปลี่ยนเป็นยืนกอดอกเท่ๆแทน“หึๆๆ ยังเร็วไปร้อยปีนะที่พวกแกจะสู้กับฉัน” กามเทพหนุ่มไม่วายเยาะเย้ยทับถมพวกบอดี้การ์ดลงไปอีก“กูไม่ยอมมึงหรอกเว้ย!” หัวหน้าบอดี้การ์ดที่ผลักลูกน้องออกจากตัวก็ลุกขึ้นมาอย่างไม่ยอมแพ้“โอ้โห! หนังเหนียวดีนี่ สงสัยฉันจะต้องใช้ท่าไม้ตายกับแกซะแล้ว แน่จริงก็เข้ามา!” กรที่กอดอกอยู่ต้องเปลี่ยนท่าทางทันที ตอนนี้จิตใจเขาฮึกเหิมเป็นอย่างมาก กรจึงกวักมือเรียกให้ฝ่ายตรงข้ามเข้ามาเป็นการท้าทาย“ย้าก!!!” หัวหน้าบอดี้การ์ดหน้าโฉดคำรามเรียกพลังอย่างคลุ้มคลั่ง ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความโกรธถึงขีดสุด เขาพุ่งตรงเข้าไปหาศัตรูด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี“ดี! ฉันจะไม่หลบแน่นอน!” ชายหนุ่มหมวกฟางประกาศกล้าอีกครั้ง กรนั้นอยากรู้ว่าขีดจำกัดของร่างครึ่งเทพนั้นมีมากขนาดไหน เขาจึงคิดจะรับการโจมตีของอีกฝ่ายตรงๆ แต่ก็ไม่ใช่เพียงตั้งรับเปล่าๆ“หมัด ปืน กล!” เมื่อตะโกนประกาศชื่อท่าเสร็จกรนั้นเพียงกางขายืนให้มั่นคง แล้วต่อยหมัดตรงออกไปรัวๆเท่านั้น ถ้าหากไม่ใช่ร่างครึ่งเทพการทำแบบนี้ไม่มีทางรับท่าพุ่งชนของฝ่ายตรงข้ามได้แน่นอน“ปักๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!” เสียงหมัดรัวของกรต่อยเข้าเป้าหัวหน้าบอดี้การ์ดทุกหมัด แถมยังผลักร่างใหญ่โตนั้นจนกระเด็นถอยหลังออกไป“หน่านิ๊!!!!!!!!!” 

    คล้ายกับเรื่องGashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ ที่คุณอ่าน