ปลาสดๆ นั้นย่อมเป็ที่้าของผู้คน เพราะการจะได้มาค่อนข้างจะเป็เื่ยาก ส่งผลให้เวลาแค่ถูปเผาไหมหมดหนึ่งก้าน(15 นาที) ปลาเต็มตะกร้าไม้ไผ่ก็เป็อันหมดลง
อีกเหตุผลหนึ่งที่ช่วยให้จ้าวหยางจื่อขายปลาได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ เป็เพราะเขาขายปลาได้ถูกมาก มันราคาถูกถึงครึ่งต่อครึ่งถ้าเทียบกับราคาปลาภายในเมืองอำเภอ
พวกชาวบ้านคงคิดว่าซื้อที่นี่ก็ถูกอยู่แล้ว เหตุใดต้องเสียเวลาถึงสองชั่วยามเพื่อเดินทางไปซื้อของที่แพงกว่า ดังนั้นพวกชาวบ้านซื้อจากจ้าวหยางจื่อก็เลยรู้สึกว่าคุ้มค่ามากนั่นเอง
อย่างไรก็ตามถึงจ้าวหยางจื่อจะขายปลาจนหมด แต่ก็ไม่ได้ขายให้หมดทุกคน มีลูกค้าหลายคนที่ซื้อปลาเขาไม่ทันด้วยเช่นกัน ซึ่งพวกเขาเ่าั้ก็เอ่ยขึ้นอย่างนึกเสียดายว่า
“เ้าหนูจื่อหยาง พรุ่งนี้เ้าจะนำปลามาขายอีกหรือไม่ ถ้ามาขายอีกข้าจะอย่าลืมไปหาข้าเป็คนแรกล่ะ ข้าจะซื้อปลาจากเ้าอย่างแน่นอน”ตาแก่หวังสุ่ยบ้านของเขาติดกับบ้านของผู้ใหญ่บ้านหาน ทำให้เขารู้จักจ้าวหยางจื่อเป็การส่วนตัว เลยพูดขึ้นเช่นนั้น
ได้ยินคำถามจากหวังสุ่ย จ้าวหยางจื่อก็ทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นในเวลาต่อมา
“ถ้าข้าจับปลาได้เยอะ ข้าก็จะนำมาขายให้ท่านเป็คนแรกขอรับ”
"ได้อย่างไรกัน ผู้อื่นก็อยากซื้อปลาจากเ้า ไฉนถึงลำเอียงขายให้คนรู้จักก่อนเล่า!"ชาวบ้านคนหนึ่งที่ซื้อปลาไม่ทันกล่าวขึ้นอย่างไม่พอใจที่หวังสุ่ยใช้ความสนิทสนมส่วนตัว
"เช่นนั้นข้าจะมาขายที่จุดเดิม ข้าขออภัยด้วยขอรับท่านลุงหวังสุ่ย"
เสียงของจ้าวหยางจื่อดังพอทำให้ทุกคนได้ยิน รับรู้ได้เช่นนั้นพวกเขาก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ที่จ้าวหยางจื่อค้าขายอย่างยุติธรรม จากนั้นก็กระจายตัวกันออกไปในเวลาต่อมา
มีเพียงแค่หวังสุ่ยเท่านั้นที่ไม่พอใจในที่จุดนี้ แต่เขาก็ไม่กล่าวอะไรมาก ถ้าจะดื้อด้านต่อ กลัวว่าชาวบ้านจะรุมประณามเอาได้
ก่อนหน้านี้จ้าวหยางจื่อกังวลมาก เขาคิดว่าทุกคนจะเค้นเอาคำตอบจากเขาว่าหาปลาได้มากมายมาได้อย่างไรเสียอีก แต่สุดท้ายพวกชาวบ้านมีคุณธรรม ไม่เอ่ยถามวิถีทำกินของคนอื่น ทำเอาเขาเบาใจลงมาก
..
จ้าวหยางจื่อเดินกลับถึงบ้านก็เป็ยามเฉินพอดี เวลานี้เริ่มมีแดดให้แสงสว่างแล้ว
ซีซวนผู้เป็น้องสาวของเขา มองเห็นพี่ชายเดินมาแต่ไกล นางก็วิ่งออกมาต้อนรับเขาอย่างดีอกดีใจ พร้อมกับกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงออดอ้อนว่า
“พี่ใหญ่กลับมาแล้ว ขายปลาได้หรือไม่เ้าคะ?”
“ขายดีเลยล่ะ..” จ้าวหยางจื่อกล่าวออกมาเสียงเบาพลางนิ่งค้าจิตใจเหม่อลอยกับภาพที่เห็นตรงหน้า
อาจเป็เพราะก่อนหน้านี้ความมืดมิดส่งผลให้เขาสังเกตน้องสาวได้ไม่ถนัดตานัก แต่เวลานี้เขาสามารถมองเห็นได้ชัดแจ้งแล้ว จึงตกตะลึงอย่างปิดไม่มิด เมื่อไม่มีสิ่งใดบดบังวิสัยทัศน์เมื่อได้มองไปยังซีซวนผู้เป็น้องสาว
ในครรลองสายตาของจ้าวหยางจื่อปรากฏเป็ดรุณีน้อยผู้น่ารัก ใบหน้ารูปไข่ผิวพรรณผ่องใสขาวนวลราวกับสำลี ดวงตากลมโตคู่นั้นทำเอาเขาหัวใจละลาย
แม้จะมีเสื้อผ้าปะซ่อมแซม ก็ไม่อาจปกปิดความน่ารักของซีซวนไม่ได้ เวลานี้รอบตัวนางแผ่กลิ่นอายที่ไม่เหมือนชาวบ้านทั่วไปออกมา เรียกได้ว่าน่าดึงดูดไม่น้อย
อนิจจา ด้วยความเป็อยู่ที่ยากลำบากในตอนนี้ ส่งผลให้แม่นางน้อยตรงหน้าซูบผอมลงเล็กน้อย จึงไม่ได้อุดมสมบูรณ์มากนัก
ในเวลาต่อมาความเศร้าพุ่งเข้ามาในหัวใจผู้เป็พี่ชายอย่างช่วยไม่ได้ การที่ไม่สามารถดูแลครอบครัวได้ ถึงอย่างไรก็เป็ความผิดของเขา
แว่วเสียงใสเรียกสติของจ้าวหยางจื่อขึ้นอีกครั้ง
“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่เ้าคะ!! พี่ใหญ่เหม่อลอยอีกแล้ว!!”
“อ่าาา พี่ขอโทษซวนเอ๋อร์ พอดีพี่ตกตะลึงในความน่ารักของน้องมากไป...”
ถึงแม้จ้าวหยางจื่อจะปากหวานเอ่ยชม แต่ซีซวนกลับมีสีหน้านิ่งเฉยราวกับคุ้นชินกับมัน พลางกล่าวขึ้นว่า
“พี่ก็พูดเช่นนี้อยู่ทุกวันน้องฟังจนเบื่อแล้ว เข้าบ้านไปทานอาหารดีกว่าเ้าค่ะ พี่ใหญ่ใช้กำลังไปมากคงรู้สึกหิว น้องทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เอ่อ พี่ใหญ่ขายปลาเท่าไหร่หรือเ้าคะ?”
“ยังไม่รู้ว่าได้เท่าไหร่ พี่ยังไม่นับเลย งั้นทานอาหารเช้าเสร็จซวนเอ๋อร์มาช่วยพี่นับได้หรือเปล่า?”
“ได้เ้าค่ะ”
“ตอนนี้ห่าวเอ๋อร์ทำอะไรอยู่งั้นรึ?”
“เขารดน้ำผักเสร็จแล้ว ก็กลับไปท่องตำราเ้าค่ะ”
“งั้นรึ”
สองพี่น้องพูดคุยกันอย่างสนิทสนมระหว่างเดินเข้าเรือนไป
..
ซีห่าวที่กำลังท่องตำราอยู่ในบ้านก็รู้ความ พอได้ยินเสียงของซีซวนกับจ้าวหยางจื่อเขาก็ลุกขึ้นเพื่อไปเตรียมอาหาร
อาหารที่ซีซวนทำก็เป็อาหารง่ายๆ นั่นก็คือย่างปลากับผักต้ม ด้วยสภาพการเป็อยู่ ทำได้เท่านี้ก็ดีมากแล้ว
เมื่อทั้งสองเดินเข้าบ้านมา อาหารก็พร้อมกับประทานพอดี
ทันใดนั้นจ้าวหยางจื่อก็เหลือบไปเห็นตำราเล่มหนึ่งวางอยู่บนเตียงนอน ความทรงจำฉากหนึ่งก็ปรากฏในสมองของเขา
เป็เพราะว่าจ้าวหยางจื่อคนเก่าที่รักน้องมาก เห็นว่าน้องมีความฝันที่จะสอบเป็ขุนนาง เขาถึงกับขายจี้หยกเพื่อซื้อหนังสือราคาแพงเลยทีเดียว
ช่างเป็พี่ใหญ่ที่โอบอ้อมอารีของเหล่าน้องๆ
ระหว่างนั้นเองเสียงใสเรียกความสนใจของจ้าวหยางจื่ออีกครั้ง
“ท่านพี่ มาทานอาหารกันเถอะเ้าค่ะ”
“ตกลง!”
ตอบรับเสร็จจ้าวหยางจื่อเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อรับประทานอาหารพร้อมกับทุกคน
การทานอาหารครั้งนี้ของจ้าวหยางจื่อก็ยังคงไม่น่าพอใจ เพราะรสชาติของอาหารยังจืดชืดเหมือนเดิม เนื่องจากไม่มีเครื่องเทศแม้แต่ชนิดเดียวผสมอยู่ในอาหาร
คิดถึงเื่นี้จ้าวหยางจื่อก็ถอดถอนใจ เป็เพราะทางการเข้มงวดกับเครื่องเทศเหล่านี้ ทำให้มันมีราคาแพงมาก พวกเขาจึงไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อมัน
แต่ถึงรสชาติมันจะจืดชืดเช่นไร เด็กน้อยทั้งสองคนก็ทานอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ดี ทำเอาจ้าวหยางจื่อรู้สึกอับอายต่อผู้เป็น้องทั้งสองคนเล็กน้อย
ทานเสร็จคนแรกจ้าวหยางจื่อก็ลุกขึ้น แล้วเดินไปดื่มน้ำบนโอ่งดินเผา
ทว่าก่อนที่เขาจะดื่มน้ำ เขาได้เทน้ำพุวิเศษในกระบอกไม้ไผ่ลงทั้งหมดโดยที่น้องทั้งสองคนไม่ทันสังเกต แล้วค่อยดื่มน้ำ..
'อือ เป็ไปอย่างที่คิด น้ำใสและสะอาดขึ้นมาก แถมรสชาติยังดีอีกด้วย'จ้าวหยางจื่อคิดในใจหลังจากดื่มน้ำ ครั้งนี้เขาน้ำดื่มลื่นคอกว่าเดิมมาก อีกทั้งยังไม่มีกลิ่นแปลกๆ เจือปน
หลังจากนั้นจ้าวหยางจื่อก็เดินออกจากห้องครัว มารอซีซวนที่ห้องนอนเพื่อรอนับเงินด้วยกัน
ไม่นานนักซีซวนก็ตามออกมา เพราะกลัวว่าพี่ใหญ่จะรอนาน ส่วนเื่ทานอาหารเอาไว้ทีหลังก็ได้ ปลายังเหลือตั้งเยอะ
เมื่อซีซวนนั่งตรงข้ามจ้าวหยางจื่อก็กล่าวขึ้น
“เริ่มกันเถอะ”
พูดเสร็จจ้าวหยางจื่อก็เทเหรียญอีแปะออกมาจากถุงผ้า ซีซวนถึงกับตาลุกวาวเมื่อเห็นเหรียญอีแปะทั้งหลายเ่าั้..
“เยอะมากเลยเ้าค่ะ”
สามารถกดหัว ใจส่งของขวัญ เป็กำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ
หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel