“ความร่วงโรยของเจ้าอย่างไรเล่า” หนิงเฟยหลงกล่าวเนิบนาบกระบี่ลอยออกจากมือหมุนวนในอากาศชั่วลมหายใจถัดมาปราณกระบี่สี่สายก่อรูปร่างแน่นอนว่ามันคือสี่สุดยอดกระบี่ของเขาเอง
กระบี่แรกหลอมรวมลมปราณเป็นวายุคลั่งมันคือความบ้าคลั่งของกระบี่กระบี่ที่สองแฝงไปด้วยเจตนารมณ์ที่คมกล้าฝ่าฟันทุกสรรพสิ่งกระบี่ที่สามรับเอาเขตแดนของกระบี่ร่วงโรยมากลายเป็นร่างกระบี่หม่นหมองแสงสลัวราวกับจะสูญสลายแต่แฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกว่ากระบี่ไหน ๆกระบี่สุดท้ายไร้ซึ่งรูปร่างที่แจ่มแจ้งมีเพียงจิตสัมผัสที่คมกล้าถึงจะสัมผัสได้มันเต็มไปด้วยพลังแห่งจิตวิญญาณ
สี่กระบี่น่าพรั่นพรึง !
เขาไม่คิดจะเปิดโอกาสให้โกรเวอร์แม้แต่น้อยงัดเอาวิชาก้นหีบออกมาใช้ในการโจมตีแรก
กระบี่ทั้งสี่พุ่งพรวดไปยังโกรเวอร์ทันใดสีหน้าของโกรเวอร์เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง เขารับรู้ได้ถึงวิกฤตเป็นตายจากการโจมตีนี้นี่เป็นครั้งที่สองในชีวิตที่เขามีความรู้สึกเช่นนี้นอกเหนือจากราชาคนเถื่อนแล้วชายหนุ่มเบื้องหน้านี้ก็เป็นอีกคนที่ทำให้หวาดหวั่น
“บัดซบเอ๊ย ! นี่มันปกปิดขั้นพลังไว้ ไม่ดีแล้ว...สามกระบี่ สามกระบี่ !”
โกรเวอร์ร้อนรนเป็นอย่างมาก ภายใต้แรงกดดันจากสามกระบี่เขาสัมผัสได้เพียงสามกระบี่อย่างที่ถูซุยเคยเป็นมาก่อน ทั้งยังหวาดกลัวว่านี่เพียงแค่การโจมตีแรกเริ่มหารู้ไม่ว่านี่คือการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของชายหนุ่มและไม่สามารถใช้อีกได้ในเวลาอันสั้น หากรู้เช่นนั้นเขาคงไม่ต้องหวาดกลัวไปถึงกับนึกไปว่าหนิงเฟยหลงปกปิดขั้นพลังเอาไว้ด้วยซ้ำ
สีหน้าของหนิงเฟยหลงแม้จะเรียบเฉยแต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดไม่รู้ว่าการโจมตีนี่จะได้ผลอย่างไรบ้าง ?
กระบี่สี่สายกลายเป็นภาพติดตาโกรเวอร์เบิกตากว้างรีดเค้นพลังระเบิดแรงกายและขั้นพลังอย่างสุดกำลัง พยายามจะหลุดพ้นจากขอบเขตร่วงโรยนี้ไปให้ได้มือขวาเหวี่ยงขวานปัดกวาดไปยังกระบี่ทั้งสี่
ตูม !!!!
มือของโกรเวอร์สั่นสะท้านขวานของเขากระเด็นไปไกลใบหน้าซีดเผือดมุมปากมีโลหิตไหลย้อย แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด และเลื่อนลอยร่างกายสั่นเทา ไม่นานก็กระอักโลหิตออกมาอีกครั้ง
ความเจ็บปวดในครั้งนี้ไม่เพียงได้รับทางร่างกายวิญญาณของเขาก็ฉีกขาดอย่างรุนแรง จำต้องเร่งรักษาฟื้นฟูวิญญาณโดยด่วนสิ่งนี้เป็นอันตรายต่อชีวิตมากเสียยิ่งกว่าการบาดเจ็บทางร่างกายเสียอีก ต่อให้บาดเจ็บสาหัสเพียงใดก็สามารถฟื้นคืนได้แต่สำหรับวิญญาณนั้นยากจะฟื้นคืน หากไม่ได้โอสถระดับสามหลอมวิญญาณขึ้นไปก็อย่ากล่าวถึง
ดูเหมือนการกระทำทุกอย่างจะช้ามากแต่อันที่จริงแล้วพึ่งผ่านไปไม่กี่ลมหายใจ
โกรเวอร์คาดไม่ผิดสามกระบี่นี่สามารถนำเขาสู่ความตายได้ !
ทว่าความจริงแล้วไม่ใช่สาม แต่เป็นสี่ สี่กระบี่ !
กระบี่ที่สำคัญที่สุดคือ กระบี่วิญญาณ แม้แต่ถูซุยยอดฝีมือเข้าสู่พิภพซึ่งสูงส่งกว่าโกรเวอร์หลายเท่าก็จับสังเกตได้ลำบากนักจะมีเพียงขั้นที่เจ็ดขึ้นไปถึงสามารถสังเกตเห็นได้ชัดแจ้งขึ้นนับว่าเป็นไม้ตายของหนิงเฟยหลงเลยก็ว่าได้
อันที่จริงหากพวกเขาเคยพบเจอผู้บ่มเพาะพลังจิตเสียบ้างการต่อสู้คงไม่ลำบากถึงเพียงนี้ หากหนิงเฟยหลงสามารถเลื่อนระดับพลังจิตได้และเข้าสู่เจตจำนงกระบี่จิตวิญญาณไม่รู้ว่าการโจมตีนี้จะน่ากลัวขนาดไหนอาจถึงขึ้นดับชีวียอดฝีมือขอบเขตแดนพิภพทั้งหลายได้ภายในกระบี่เดียว
โกรเวอร์ถอยกรูดไม่กล้าต่อสู้ต่ออีก ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เมื่อเห็นเช่นนั้นหนิงเฟยหลงก็ผ่อนคลายลงในใจก็ฮึกเหิมขึ้นไม่น้อยทั้งยังอดที่จะชื่นชมกระบี่วิญญาณนี้ไม่ได้“ไม่รู้ว่าจะใช้ได้ผลกับเข้าสู่พิภพขั้นสี่ขึ้นไปหรือไม่ ?”หนิงเฟยหลงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
ต้องรู้ว่าผู้ฝึกยุทธ์แม้จะไม่ใช่ผู้บ่มเพาะพลังจิตแต่ก็มีพลังจิตอยู่ในตัวมีมากมีน้อยตามแต่ละบุคคล และขั้นพลังยิ่งพลังสูงล้ำพลังจิตก็ยิ่งเพิ่มพูนไปด้วยอย่างเช่นการต่อสู้ของหนิงเฟยหลงกับถูซุยและเยว่หยางกระบี่วิญญาณแทบจะไม่มีผลกับพวกเขาเลยถึงแม้ว่าในปัจจุบันกระบี่วิญญาณจะดีกว่าก่อน แต่ก็ไม่ถึงขั้นสั่นคลอนจอมยุทธ์ขั้นเข้าสู่พิภพทุกคนได้
แต่ถึงอย่างนั้นกระบี่นี้กลับส่งผลดีกับพวกที่ฝึกกำลังกายนักถึงขั้นสามารถทะลวงเข้าไปทำลายวิญญาณได้อย่างง่ายดายแต่หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นก็ไม่แน่ว่าจะมีผลร้ายแรงถึงเพียงนี้
นับว่าเป็นโชคร้ายของโกรเวอร์จริง ๆ ที่ต้องมาเจอกับกระบี่วิญญาณ
“ทั้งที่ตนสามารถรอดพ้นไปได้โดยการปล่อยให้กองทหารม้าถอยกลับแท้ ๆแต่กลับรนหาที่ตาย พวกคนเถื่อนไม่มีสมองหรืออย่างไร ?คนเรามักชอบหาเรื่องใส่ตัวกันเสียจริง”
หนิงเฉิงมองดูด้วยสายตาปลดปลงราวกับว่าเรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้น หากเขาเป็นโกรเวอร์คงไม่เลือกหยุดยั้งกองทหารม้านี้ไว้และคงไม่เลือกตอแยกับหนิงเฟยหลง ทั้งที่ความจริงแล้วหากเขาเป็นโกรเวอร์จริงก็สมควรจะไม่รู้ถึงความร้ายกาจของหนิงเฟยหลงด้วยซ้ำนั่นทำให้จงฉีที่อยู่ด้านข้างได้แต่ยิ้มเจื่อน
หลังจากที่หนิงเฟยหลงลงมือไปช่างจิ่นกวางมาถึงพอดีช่างจิ่นกวางเอื้อมมือไปคว้าตัวโกรเวอร์ได้อย่างไม่ยากเย็นแม้ว่าอีกฝ่ายจะพยายามดิ้นรนถอยหนียังไงก็ตามก็ไม่อาจรอดพ้นไปได้
“เพียงโฉบเดียวก็คว้าชนชั้นพิภพไปได้ สมแล้วที่เป็นยอดฝีมือ”หนิงเฟยหลงทอดสายตามองร่างมายาเหยี่ยว ในใจก็เกิดปณิธานอันยิ่งใหญ่ความว่างเปล่าในการฝึกฝนมีเป้าหมายขึ้นมาไม่น้อย อย่างน้อย ๆเขาสมควรต้องเป็นผู้แข็งแกร่ง “แข็งแกร่งเพื่อปกป้อง !”
เนื่องจากไม่มีการขัดขวางจากโกรเวอร์แล้วกองทหารม้าจึงถอยกลับทัพใหญ่ได้อย่างราบรื่น
หน้าไม้ทลายแก่นแท้เริ่มระดมยิงอีกครั้ง อัลเดนที่ต้านทานยอดฝีมือของฉู่อยู่ก็ยิ่งกระวนกระวายใจทั้งยังโกรธเกรี้ยวสุดประมาณได้ ทหารคนเถื่อนไม่อาจต้านทานลูกศรยักษ์ได้เลยเพียงดอกเดียวที่มาถึงก็กวาดเอาคนเถื่อนไปหลายสิบถึงหลายร้อยคนแล้ว อานุภาพของลูกศรนี้ช่างน่าสะพรึงนัก!
“โกรเวอร์เจ้าทำอะไรอยู่ทำไมถึงยังไม่ไปทำลายอาวุธนั่นกัน !”ราชาคนเถื่อนขบเคี้ยวเขี้ยวฟันตะเบ็งเสียงออกมาด้วยความยากลำบากทางฝั่งหนึ่งก็ระดมยิงอีกฝั่งก็กัดไม่ปล่อย เขาแทบจะเป็นบ้า !
ราชาคนเถื่อนกวาดสัมผัสไปโดยรอบก็เห็นเอ็ดมันด์ ฮาโลว์และชาร์อีกสองคนที่ยังรบศึกติดพันอยู่ที่นี่จึงโจมตีออกไปสร้างโอกาสถอยให้กับชาร์ทั้งสี่คน“เร็วเข้าไปทำลายอาวุธนั่นซะ”ชาร์ทั้งสี่หลุดออกมาได้ก็รีบทะยานร่างออกจากสนามรบแนวหน้ากลับสู่ทัพหลัง
ยอดฝีมือฉู่เห็นโอกาสนี่ก็ไม่คิดจะปล่อยไปลงแรงอย่างเต็มที่ราชาคนเถื่อนตั้งรับไม่ทันก็ถอยกรูดออกมาพร้อมกับกระโลหิตยามนี้ราชาผู้เกรียงไกรบาดเจ็บแล้ว
ชาร์ทั้งสี่ไม่ได้รีบเร่งนักด้วยคิดว่าราชาเพียงมอบหมายให้พวกมันจัดทัพเพียงถอยหนีเท่านั้นกองทัพที่ลอบโจมตีจะนับเป็นอะไรได้ กล้ามาโจมตีพวกมันชาวเยว่ช่างไม่เจียมตัว
แต่เมื่อทั้งสี่มาถึงแล้วกลับพบว่าสถานการณ์แนวหน้านับเป็นอะไรได้แนวหลังนี่สิหายนะชัด ๆ ศพคนเถื่อนเกลื่อนกราดหลายหมื่นศพ สภาพศพไม่สมประกอบมีมากมายยิ่งสีหน้าก็พลันเปลี่ยนแปลงไปไม่น่าดูลูกศรยักษ์นับสิบก็มุ่งมาถึงพอดิบพอดีให้ทั้งสี่ดูชมอานุภาพของมันเสียหน่อย
เอ็ดมันด์ และฮาโลว์ยังดีหน่อยที่เป็นยอดฝีมือเข้าสู่พิภพแล้วแต่ชาร์อีกสองคนนั้นอยู่เพียงแก่นแท้พลังขั้นเก้าไหนเลยจะต้านทานลูกศรอันทรงพลังนี้ได้ดวงตาของพวกมันแดงก่ำใบหน้าบูดเบี้ยว และขาวซีด
“ชาวเยว่สมควรตาย ลูกศรนี้ก็ยิ่งสมควรตาย !!!!” ชาร์ทั้งสี่แหกปากแทบจะพร้อมกันด้วยความโมโหและหวาดกลัว
ตูม !!
ชาร์ทั้งสี่ที่ดูแคลนลูกศรแต่แรกก็ได้รับผลกรรมไป พากันกระเลือดอย่างบ้าคลั่งใบหน้าพากันดูไม่ได้เลย
“คนเถื่อนนี่ไม่มีสมองจริงด้วย” หนิงเฉิงพูดด้วยความเบื่อหน่ายทั้งยังส่ายศีรษะทำสีหน้าปลดปลงอีกครั้ง พร้อมกับมองไปยังจงฉีคล้ายยืนยันความคิดตนจงฉีไหนเลยจะกล้าคัดค้านรีบพยักหน้าพร้อมกับยิ้มเจื่อน
หนิงเฟยหลงไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย เขายังคงคาดเดาสถานการณ์โดยรวมและรอการสอดแนมจากหน่วยเฟิงเป็นพัก ๆ
“รายงานกองทัพเยว่กับฉู่เริ่มรบแตกหักกันแล้วขอรับ”หน่วยเฟิงรายงานเสร็จก็ถอยไป
“ดูเหมือนว่าอีกไม่นานจอมทัพทั้งสองจะลงมือกันแล้ว”หนิงเฉิงดวงตาเป็นประกาย เขารอเวลานี้มานาน รอให้ทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่เขาไม่หวังให้ล้มตายเพียงแค่บาดเจ็บก็พอ หากราชสำนักเหลือยอดฝีมือเข้าสู่พิภพตอนปลายแค่เยว่หยางนั่นย่อมไม่คณามือหนิงเทียนแน่เท่านี้ตระกูลหนิงก็จะกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง !
“ลูกคิดว่า จอมทัพทั้งสองยังไม่กล้าลงมือกันเร็ว ๆนี้สมควรต้องรอสถานการณ์บานปลายกว่านี้หน่อยลูกจะให้หน่อยเฟิงเข้าร่วมสร้างสถานการณ์ให้วุ่นวายยิ่งขึ้นจนสุดที่จะระงับจอมทัพทั้งสองฝ่ายจึงจะลงมือและยังจะลากทหารหลวงที่ยังไม่ออกโรงให้ลงมือเร็วกว่ากำหนดอยากจะรู้นักว่าฝ่าบาทจะมีสีหน้าเช่นไร”
หนิงเฉิงพยักหน้าเห็นด้วย อย่างไรเสียจอมทัพทั้งสองก็ไม่ใช่คนโง่หากยังไม่ถึงที่สุดคงไม่มีใครกล้าลงมือไพ่ลับของสองฝ่ายยังคงถือเอาไว้อย่างเหนียวแน่น
“แผนการนี้ของเจ้าก็ไม่เลวเอาตามที่เจ้าว่าเถอะ”
...