อากาศในยามเช้าแจ่มใสสดสว่างด้วยอาทิตย์ที่ลอยดวงสูงขึ้น กลิ่นฟางอวลละไออยู่ในจมูกคละเคล้าอยู่ด้วยกลิ่นไอตัวม้า ผสมอยู่กับกลิ่นหนังและสบู่ฟอกอานที่มักจะติดมือเธออยู่เสมอ หัวใจเต้นรัวแรงขึ้นเมื่อได้ยินเสียงสั่งให้เข้าประจำที่ดังขึ้น เ้าของคอกม้ามักจะแสดงมรรยาทที่ดีต่อกันเสมอ และในฐานะของความเป็เพื่อนแล้ว เธอก็มีเพื่อนประเภทนี้อยู่กระจัดกระจายทั่วไปตามแนวฝั่งทะเลด้านตะวันออกจากฟลอริด้าจรดนิวยอร์ค
ก็แล้วมันจะเป็อะไรไปเล่าถ้าเธอจะมีกระเป๋าซึ่งบรรจุเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชิ้น ไม่เคยมีกระโปรงชุดสวยๆ งามๆ ตามความหมายแห่งเพศ? มันจะเป็อะไรไปถ้ากางเกงยีนส์กับเสื้อยืดที่แนบรัดเรือนกายสูงโปร่งจะทำให้เธอดูคล้ายเด็กชายมากกว่าเด็กสาว? หรือการศึกษาเล่าเรียนที่เธอได้รับอยู่จะต้องถูกส่งมาทางไปรษณีย์? อาหารค่ำที่รับประทานจะเป็เพียงแฮมเบอร์เกอร์กับโค้กเท่านั้น? เพราะทั้งหลายที่กล่าวมานี้มันก็ไม่เห็นจะทำให้บาร์เรทท์ คิงเหนือกว่าเธอที่ตรงไหนเลย
และกับเหตุผลข้อสุดท้ายที่ให้กับตัวเองนั่นที่ทำให้แววในดวงตาจุดประกายกล้า เมื่อพ่อกับบาร์เรทท์ คิง เดินเข้ามาสมทบ มันมีแววพิศวงปรากฏขึ้นในดวงตาของฝ่ายหลังเมื่อหันมาสบตาเธอเข้า แต่ก็เช่นเคยที่เขามิได้ประสานสายตาอยู่กับเธอนานนัก บาร์เรทท์ คิง เห็นเธอมาั้แ่เป็เพียงหญิงสาวคนหนึ่งอยู่เสมอ แม้ดานี่จะล่วงเข้าสู่วัยสาวแล้วก็ตาม และนี่ก็เป็อีกเหตุผลหนึ่งที่ดานี่ใคร่จะสำแดงให้เขาเห็นว่าเธอกับเขานั้นเท่าเทียมกันทุกประการ แต่สายตาคาดคั้นที่พ่อมองมาทำให้สาวน้อยต้องกล้ำกลืนความรู้สึกที่อยากจะพูดออกมาลงไว้
ดานี่ปิดปากสนิท เบือนสายตากลับไปยังทางวิ่งจับตามองม้าทั้งสองตัวที่ออกวิ่งในลักษณะตามเข็มนาฬิกาอยู่เมื่อไม่มีคู่ขาที่คุ้นเคย เดอะ โร้คก็แสดงออกถึงความกระหายที่จะได้ออกวิ่งให้เต็มเหยียด ต่อสู้กับสายบังเหียนที่ดึงมันไว้ด้วยกำลังของแมนนี่
“ท่ามันดีจริงๆ นะ ลิว” บาร์เรทท์เอ่ยขึ้น
“ยิ่งกว่าดีเสียด้วยซ้ำ วิเศษเลยเชียวละ” ดานี่สอดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น คำวิจารณ์ของเขาสร้างความหงุดหงิดใจให้กับเธออย่างเหลือกำลัง “เอาไว้ให้มันครบ 3 ขวบเสียก่อน รับรองว่ามันจะต้องคว้าถ้วยรางวัลชั้นยอดมาครองแน่ ทั้ง เคนทัคกี้ ดาร์บี้ ทั้งพรีคเนสส์ แล้วก็เบมองท์ด้วย”
“การไว้วางใจในอะไรมากนักน่ะมันอันตรายนะ” บาร์เรทท์พูดเหมือนจะปราม ซ่อนสำเนียงเยาะไว้ในน้ำเสียง “อย่าลืมสิว่า เดอะ โร้คน่ะมันก็แค่ม้าตัวหนึ่งเท่านั้นแหละ”
เธอหันขวับไปมองเขาอย่างขุ่นเคือง
“คุณพูดอย่างนั้นได้เพราะว่าคุณยังไม่เคยเห็นมันวิ่งนี่ ไว้ให้คุณเห็นเดอะ โร้ค มันบินออกไปเต็มที่เสียก่อนเถอะน่า รับรองว่าไม่มีม้าตัวไหนมาเทียบมันได้หรอก ไม่มีเลยจริงๆ” และเมื่อเห็นเขาเลิกคิ้วเป็เชิงสงสัยความรุนแรงในน้ำเสียงของดานี่ก็เพิ่มขึ้น “คุณรู้อยู่แก่ใจนะคุณคิง ว่ามันเป็ม้าที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นคุณถึงได้พยายามของซื้อมันไงล่ะ แต่มันเป็ม้าที่จะต้องเป็ของลิวกับฉันเท่านั้น”
เป็ครั้งแรกที่แววในดวงตาของบาร์เรทท์ คิง มิได้จุดประกายเลศนัยไว้เมื่อเขาหันมามองเธอ
“มันไม่เป็การดีเลยที่เราจะเอาตัวเข้าไปผูกพันไว้กับม้าถึงขนาดนั้น โดยเฉพาะม้าที่มีสายเืตรงอย่างนี้ เพราะมันอาจจะทำให้เราหัวใจสลายได้ง่ายๆ นะ.. อย่างที่เคยเกือบจะเป็มาเมื่อครั้งที่แล้วนั่นน่ะ”
“อ่อ....ก็แปลว่า จริงๆ แล้วคุณอยากจะเห็นมันพิการไปเสียเลยใช่ไหมล่ะ?” ดวงตาคู่สีน้ำตาลอ่อนจุดประกายเรืองขึ้นมาทันที “ก็แปลได้อีกด้วยว่า ถ้าคุณไม่มีโอกาสที่จะเป็เ้าของเดอะ โร้คแล้ว ก็ไม่้าจะให้ใครได้เป็เ้าของมันเหมือนกัน”
“หยุดพูดเสียที่เถอะน่า” เสียงลิว วิลเลียมส์คำรามขึ้น สีหน้าของเขาเหมือนจะขออภัยอยู่เมื่อหันกลับไปมองทางบาร์เรทท์ คิง “ผมต้องขอโทษคุณแทนลูกสายด้วยนะ รู้สึกว่าเป็การยากเหลือเกินที่จะสั่งสอนให้มันรู้จักมรรยาทในการพูดจาเมื่อเราต้องอยู่กันในสภาพอย่างนี้”
“ฉันจะนับถือก็เฉพาะแต่คนที่ควรแก่การนับถือเท่านั้น” ดานี่สะบัดเสียงใส่
สาวน้อยเชิดคางขึ้นเหมือนจะบอกให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้ว่าเธอไม่เคยพรั่นต่อสายตาเ็าที่เขามองมาเลยแม้แต่น้อย แต่ลึกลงไปในใจเธอรู้อยู่ว่า ตัวเองได้ทำให้คนใจเย็นคนนี้โกรธขึ้นมาจริงๆ ได้แล้ว
แต่แล้วบาร์เรทท์ก็กลับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบว่า
“ม้ากำลังจะออกแล้ว”
ได้มีการตัดสินใจกันว่าจะไม่มีการปล่อยม้าออกจากทางประตูอีกต่อไป ทั้งนี้เพราะเ้า เดอะ โร้คเคยได้รับาเ็มาแล้ว ดังนั้นจึงเปลี่ยนเป็ใช้เส้นเป็จุดเริ่มต้นแทนเมื่อคนฝึกม้าที่ชื่อซิมม์ให้สัญญาณ ม้าทั้งสองตัวก็โผนออกจากที่ ม้าสีน้ำตาลตัวของบาร์เรทท์ คิงซึ่งต้องจัดว่าเป็ม้าขนาดใหญ่ตัวหนึ่งพอๆ กันกับเดอะ โร้ค วิ่งนำไปก่อน ขณะที่ผ่านจุดซึ่งคนทั้งสามยืนอยู่ เ้าม้าสายเืตรงตามม้าสีน้ำตาลมาติดๆ ถึงแม้ว่ามันจะออกวิ่งแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ใช้ความเร็วอย่างเต็มฝีตีน เส้นทางวิ่งนี้มีระยะ 1 ไมล์รอบวงรี และม้าตัวที่ชนะจะต้องเข้าเส้นตรงจุดสุดท้าย มิใช่จุดเริ่มต้น
“รู้สึกว่าจ๊อคกี้ของคุณดึงบังเหียนตึงไปหน่อยนะ” ซิมม์ซึ่งเดินเข้ามาสมทบเอ่ยขึ้น
“เดอะ โร้คมันไม่ชอบเห็นม้าตัวอื่นวิ่งขึ้นหน้ามัน” ลิวอธิบาย “เดี๋ยวมันจะต้องปล่อยเต็มเหยียดขึ้นหน้าไปจนได้” เขาไม่ยอมถอนสายตาจากม้าที่บัดนี้วิ่งรอบแรกผ่านไปแล้ว “เราไม่มีทางจะบังคับมันไว้ได้หรอก”
เสียงกีบเท้าม้าที่กระแทกกระทั้นอยู่กับพื้นดินนั้นเหมือนเสียงเต้นในหัวใจของดานี่ ในการวิ่งเที่ยวที่สองนี้จมูกของเ้าเดอะ โร้ค ยื่นเลยอานบนแผ่นหลังของเ้าม้าสีน้ำตาลออกไปแล้วถ้าจะพูดกันตามความรู้สึก มันเป็การแข่งขันที่เข้าคู่กันได้อย่างดีเยี่ยม เช่นที่หนังสือพิมพ์ได้วิจารณ์ว่า มันเป็ม้าอายุ 3 ปีที่ฝีเท้าจัดที่สุด และดานี่รู้ว่าฝีเท้าของมันนั้นดีกว่าม้าที่อายุ 4 หรือ 5 ปีเสียด้วยซ้ำ เธอลอบมองจับสังเกตสีหน้าของบาร์เรทท์ คิงอยู่
“คุณคงรู้แล้วนะว่า เดอะ โร้ค มันต้องเอาชนะม้าของคุณได้แน่” เธอพูดเสียงเบากระแสเสียงนั้นแฝงความมีชัยไว้
เขาตวัดสายตาเ็ามองหน้าเธอหยิ่งๆ แต่มิได้ตอบว่ากระไร ขณะที่ม้าวิ่งเลี้ยวเข้ามาในรอบที่ 3 นั้น ดานี่เกร็งไปทั้งตัว โน้มตัวไปข้างหน้าจับราวรั้วไว้แน่น สกัดกั้นเสียงร้องที่จะะเิออกมาจากในอกว่า “ไปเลยโร้ค..ไปเลย” ความาเ็ที่มันเคยได้รับหายไปจากใจแล้ว จ๊อคกี้ที่อยู่บนหลังม้าตัวสีน้ำตาล ตวัดแส้ลงตรงก้านคอม้าของเขา แต่แมนนี่อยู่ในท่าที่จับบังเหียนไว้สบายๆ ปล่อยให้เดอะ โร้ค วิ่งไปเต็มเหยียดตามธรรมชาติของมัน
ม้าส่วนใหญ่นั้นเมื่อจะเข้าถึงเส้นชัย มันจะต้องเร่งฝีเท้าขึ้นเต็มที่เช่นที่ม้าตัวสีน้ำตาลนี้กำลังทำอยู่ แต่สำหรับเ้า เดอะ โร้คแล้ว มันเพียงแต่เหยียดตัวออกราวจะลอยเลื่อนไปเหนือพื้นดินเท่านั้น และสามารถขึ้นหน้าอีซี่โคซิทไปได้
“ผมไม่อยากจะเชื่อเลย” เสียงซิมม์พูดขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตาเมื่อเห็นเดอะ โร้ค วิ่งใกล้เส้นชัยเข้าไปทุกทีและนำหน้าอีซี่ โคซิทอยู่ 5-6 ่ตัว หูของมันตั้งชันอย่างไม่แพ้แรงแม้แต่น้อย
“ฉันบอกแล้ว” ดานี่ร้องขึ้น ดวงตาเป็ประกายด้วยความตื่นเต้นเมื่อหันมามองผู้ชายคนที่ยืนอยู่ใกล้ “ฉันบอกแล้วว่าไม่มีม้าตัวไหนจะทาบมันได้”
ทันใด มันก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น มันเป็คล้ายเสียงแตกหักที่ไม่เหมือนกับเสียงอื่นใดในโลก เป็เสียงเบาที่ไม่น่าจะมีความสำคัญอะไร แต่ก็สามารถจะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่กับม้าทั้งหลายเืเย็นเฉียบราวน้ำแข็งลงได้ในทันทีเช่นกัน เสียงที่เกิดขึ้นนี้มีสาเหตุมาจากประการเดียวเท่านั้นคือ เสียงกระดูกหัก...