เจ้าอยากให้ข้าเป็นวายร้ายอย่างงั้นเหรอ?? เจ้าเปิดตาดูสิข้าหรือพวกเขากันแน่ที่เป็นตัวร้าย

    วันที่ 3

    หลังจากการรวบรวมทรัพยากรจากทั้งห้าทวีปสำเร็จ ทุกคนได้กลับมายังสถานที่ที่เจียงหยุนรออยู่ ยกเว้นเพียงผู้อาวุโสผู้พิทักษ์ที่ยังคงติดพันกับบางสิ่งบางอย่างอยู่ เจียงหยุนซึ่งอยู่ในนิกายโลหิตสวรรค์ได้หันมามองคนที่เหลือด้วยสีหน้าที่สงบและนิ่ง

    “พวกเจ้าทำได้ดีมาก” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่แฝงด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ ดวงตาของเขากวาดมองไปทั่วกลุ่มคนก่อนจะยกมือขึ้นและปลดปล่อยพลังวิญญาณ ส่งทุกคนเข้าสู่โลกใบเล็กที่เขาได้สร้างขึ้นเพื่อการฝึกฝนต่อไป

    ในโลกนั้น เต็มไปด้วยพลังชีวิตและสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การฝึกฝน เจียงหยุนได้ใช้เส้นเลือดวิญญาณอมตะที่เขามีอย่างมากมายในการเสริมสร้างสถานที่นี้ เขาส่งนิกายโลหิตสวรรค์ เข้าไปในโลกใบเล็กของเขาเช่นกัน

    หลังจากที่ทุกคน รวมถึงครอบครัวของพวกเขาถูกส่งเข้าสู่โลกใบเล็กแล้ว เจียงหยุนก็หันไปเห็นผู้อาวุโสผู้พิทักษ์เดินเข้ามาอย่างเงียบ ๆ

    “ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วขอรับ” ผู้อาวุโสผู้พิทักษ์พูดด้วยความเคารพ

    เจียงหยุนพยักหน้าด้วยความเรียบเฉย สีหน้าเขาไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ และพูดขึ้น

    “เริ่มดำเนินการแผนต่อไปได้เลย”

    “รับทราบขอรับ” ผู้อาวุโสผู้พิทักษ์พูดขึ้นและหายตัวไปในความว่างเปล่าทันที

    ผ่านไปหนึ่งวัน เข้าสู่วันที่สาม ข่าวการทำลายล้างของนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น ได้กระจายออกไป พวกเขาตกใจที่นิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นไม่ได้โจมตีแค่บางทวีปเท่านั้นแต่พวกเขาเลือกที่จะโจมตีทั้ง 5 ทวีปเลยและทำลายกองกำลังไปมากมาย และคนส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความโกรธมาก และ ในไม่นานช่วงเวลาที่สวรรค์ได้ยกเลิกการปิดกั้นแล้ว โลกเทียนหยวนได้รวมตัวกับเศษโลกอย่างสมบูรณ์ สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงพัดผ่าน ผืนฟ้าเปิดกว้างอย่างไร้ขีดจำกัด ทำให้ผู้คนจากภายนอกสามารถเข้ามายังเศษโลกนี้ได้

    ในขณะที่สวรรค์ได้เลิกปิดกั้น ราชวงศ์จักรพรรดิฟินิกซ์อมตะที่อยู่กลับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ทหาร 3 แสนคนถูกส่งเข้ามายังเศษโลกพร้อมกับเจ้าหญิงคนหนึ่งที่มีใบหน้าที่คุ้นเคย

    เจ้าหญิงผู้นั้นเคยถูกเจียงหยุนเกือบสังหารในอดีต แม้เธอจะรอดชีวิตมาได้ แต่เหตุการณ์นั้นทิ้งรอยแผลลึกในใจของเธอ ทว่าที่น่าประหลาดใจคือ ปราศจากวี่แววของนายน้อยเหวิน และกองกำลังต่างก็ได้เข้ามาในพื้นที่นี้เช่นกันและพวกเขาได้รีบมุ่งตรงไปยังจุดที่ติดต่อกับกองกำลังของตนเองไว้ทันทีเนื่องจาก 3 เดือนที่ผ่านมาพวกเขาไม่สามารถติดต่อกองกำลังของตนเองได้เลยและพวกเขาก็ต้องตกใจเมื่อพบเพียงเศษซากการทำลายล้างและผู้ฝึกตนที่อ่อนแอ่เท่านั้นและพวกเขาก็ได้บังคับถามคนเหล่านั้นว่าเกิดอะไรขึ้น

    ผู้ชายคนนั้นได้เหล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ทุกคนฟังและมันก็เกิดขึ้นกับกองกำลังที่เหลือด้วยเช่นกันและทุกคนที่รู้ข่าวแล้วรีบบินพุ่งตรงไปทันทีและพวกเขาได้มุ่งตรงไปยังที่เดียวกันนั้นคือ ดินแดนตะวันตก ที่ตั้งของ นิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น

    เจ้าหญิงแห่งราชวงศ์จักรพรรดิฟินิกซ์อมตะได้นำกองกำลังของนางมุ่งตรงไปที่ดินแดนตะวันตกในทันที นางมีเพียงเป้าหมายเดียวเท่านั้นคือสังหารคนทุกคนที่เกี่ยวข้องกับ นิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น ทั้งหมดโดยไม่เหลือใครไว้ข้างหลังนางได้นำกองทัพส่วนตัวเขามาจำนวน 300,000 ในระดับอมตะ และทันใดนั้นทหารทุกนายก็หยุดเดินทัพเนื่องจากพวกเขาเห็นชายคนหนึ่งนั่งอยู่ท่ามกลางซากศพมากมายพร้อมทหารบางคนพูดขึ้น

    “นั้นมันคนจากนิกายอมตะปิศาจโลหิต”

    “เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขากันทำไมพวกเขากลายเป็นศพและสภาพศพน่ากลัวแบบนี้กัน”

    “ที่สำคัญ ชายหนุ่มคนนั้นเป็นใครกันและการเพาะปลูกของชายคนนั้นอยู่ที่ อมตะแห่งสวรรค์ระดับสูงสุดอีกด้วย”

    [ติ้ง ตรวจพบธิดาแห่งโชค]

    เจียงหยุนมองไปที่หญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังควบคุมกองกำลังทั้งหมดอยู่อย่างสง่าผ่าเผย

    ชื่อ : เฟิ่งหลิง

    ตัวตน : ธิดาแห่งโชคชะตา, เจ้าหญิงลำดับ 9 แห่งราชวงศ์จักรพรรดิฟินิกซ์อมตะ

    สังกัด : ราชวงศ์จักรพรรดิฟินิกซ์อมตะ

    ระดับการเพาะปลูก : นักบุญผู้ยิ่งใหญ่ ระดับ 9

    ร่างกาย : ร่างกายจักรพรรดิอมตะแห่งฟีนิกซ์เพลิง (70%)

    อาชีพพิเศษ : -

    ทักษะ : (วิชาระดับจักรพรรดิอมตะ ฟีนิกซ์อมตะ) (วิชาระดับสูงสุด ขนเพลิง) (วิชาระดับสูงสุด ร่างกึ่งฟินิกซ์) (วิชาระดับสูงสุด ดาบเพลิงขนนก) (วิชาระดับสูงสุด ปีกฟีนิกซ์) (วิชาระดับสูงสุด เพลิงแผดเผา) (วิชาระดับเต๋า 9 หมัดไฟ) (วิชาระดับเต๋า รูปแบบนกเพลิงสังหาร) (วิชาระดับเต๋า ฟินิกซ์อมตะโบยบิน) ……………. (วิชาระดับจักรพรรดิ เพลิง)

    อาวุธ : เศษวิญญาณจักรพรรดิอมตะ (ระดับจักรพรรดิอมตะสูงสุด) , ดาบเพลิง 36 เล่ม (ระดับสูงสุด) ,เกราะเปลวเพลิง (ระดับสูงสุด) ตราฟินิกซ์เพลิง (ระดับสูงสุด) รถม้าเพลิง 9 สี (ระดับสูงสุด)

    โชคอมตะ : ทอง (5,000,000,000)

    เจียงหยุนยืนอย่างสงบในพื้นที่ที่ถูกรายล้อมไปด้วยกองกำลัง 3 แสนของราชวงศ์ฟีนิกซ์อมตะ สายตาของเขาดูเย็นชาไร้ความหวาดหวั่น เขายิ้มเล็กน้อยและคิดหลังจากนี้คงน่าสนุกขึ้นเยอะแน่นอน แต่เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากกลางกองทัพนั้น เป็นเจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ฟีนิกซ์อมตะ เธอยืนอย่างเย่อหยิ่งท่ามกลางทหารของเธอ และถามเสียงเข้มว่า

    "เจ้าเป็นใคร เอ่ยนามของเจ้ามา เจ้ากับนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร?"

    เจียงหยุนยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นที่แฝงไปด้วยอำนาจ

    "ข้ามีนามว่า เจียงหยุน แล้วเจ้าไม่มีตาหรือไง? เจ้าเห็นตราประทับนิกายที่อยู่ข้างเอวของข้ามันเขียนว่า เจ้าแห่งนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น เจ้าต้องการอะไรกัน? ทำไหมถึงได้คำถามแบบนั้นออกมา"

    เจ้าหญิงยิ้มเย้ยหยันด้วยความโกรธ "ข้าต้องการอะไรงั้นหรือ..."

    น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง "ข้าต้องการชีวิตของเจ้า และคนของเจ้าทั้งหมด ทหาร ฆ่ามันซะ! อย่าให้มันหนีไปได้!"

    ทหารทุกนายพุ่งเข้าไปจะสังหารเจียงหยุนทันที แต่ทันใดนั้น ทหารทุกคนก็ต้องหยุดลงเมื่อร่างของทหารนับพันเริ่มกลายเป็นน้ำแข็ง ตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นไปจนถึงหัว ความหนาวเย็นบีบรัดและค่อยๆ ยึดครองทุกอณูของพวกเขา ทันใดนั้นเอง คลื่นน้ำแข็งขนาดมหึมาก็พุ่งตรงเข้ามา สาดเข้าหากองทหารราวกับคลื่นยักษ์ทำให้ร่างกายของพวกเขาแตกกระจายทันทีพร้อมกวาดทุกสิ่งทุกอย่างให้จมดิ่งสู่ความตายอย่างไม่ปรานี

    ท่ามกลางการบุกโจมตีของจิตวิญญาณจักรพรรดิฟีนิกซ์ที่แข็งแกร่งอย่างไม่อาจหยุดยั้ง คลื่นน้ำแข็งและความหนาวเย็นที่ครอบคลุมสมรภูมิก็ยังคงดำเนินต่อไป การปะทะของพลังทั้งสองฝ่ายทำให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ที่ก้องกังวานไปทั่วเศษโลก

    ทหารมากกว่า 20,000 คนถูกคลื่นน้ำแข็งกลืนหายไปในพริบตา ร่างกายของพวกเขาถูกบีบอัดและแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยโดยไม่มีโอกาสต่อต้าน ความตายเข้าครอบงำด้วยความเงียบสงัดอันเยือกเย็น เหล่าทหารที่เหลืออยู่เริ่มรู้สึกถึงความสิ้นหวังเมื่อพวกเขาเห็นเพื่อนร่วมรบถูกตัดขาดเป็นชิ้น ๆ โดยสิ่งที่มองไม่เห็นแต่ก็ยังพุ่งเข้าไปโจมตีเจียงหยุนต่อ

    "ร่างกายจักรพรรดิอมตะแห่งน้ำแข็ง...และวิชานั้นมันคืออะไรกัน" แม่ทัพเอ่ยเสียงสั่นเมื่อเห็นคลื่นพลังอันน่ากลัวตรงหน้า

    "และยังมีการบ่มอมตะแห่งสวรรค์ระดับสูงสุดอีกด้วย ชายคนนี้... "

    เจ้าหญิงฟีนิกซ์อมตะมองสถานการณ์ด้วยความร้อนใจ นางรู้ว่าสถานการณ์เช่นนี้ไม่อาจปล่อยให้ยืดเยื้อไปได้อีก นางตัดสินใจใช้ไพ่ตายสุดท้ายของตนเองทันที

    "เศษเสี้ยวจิตวิญญาณของบิดา..." นางพึมพำก่อนจะเรียกพลังแห่งจักรพรรดิอมตะฟีนิกซ์ที่บิดาของนางทิ้งไว้ จิตวิญญาณแห่งจักรพรรดิแผ่พลังอำนาจออกมาราวกับเปลวเพลิงที่สว่างเจิดจ้า มันเป็นพลังที่สามารถทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้าได้

    เจียงหยุนสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่พุ่งตรงเข้ามา เขายืนนิ่งอยู่กลางสมรภูมิ ความเยือกเย็นในสายตาของเขาสะท้อนถึงความไม่กังวล

    ทหารที่รายล้อมส่งเสียงขานรับพร้อมเตรียมบุกเข้าไปหาทางเจียงหยุน แต่ในขณะเดียวกัน เจียงหยุนยังคงยืนอยู่อย่างไม่สะทกสะท้าน เขาพลิกมือขึ้นเบา ๆ ก่อนที่ร่างของผู้คนนับไม่ถ้วนจะปรากฏขึ้นรอบตัวเขาในทันที

    เจ้าหญิงที่เห็นสถานการณ์นี้ถึงกับชะงัก แต่ด้วยความเย่อหยิ่ง นางยังคงเชิดหน้าและหัวเราะ "เจ้าคิดจะต่อต้านข้าด้วยผู้ฝึกตนที่อ่อนแอ่และบาดเจ็บสาหัสเหล่านี้หรือ? เจ้าคงไม่คิดจริง ๆ หรอกนะว่าแค่พวกอ่อนแอที่รวมตัวกันจะต้านทานกองกำลังของข้าได้! ข้าเตือนให้เจ้ารู้ไว้ คนที่อ่อนแอที่สุดในกองทัพของข้าก็คืออมตะ! เจ้าใช้สมองที่มีได้เพียงเท่านี้หรือ?"

    เจียงหยุนยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความเย็นชา เขามองไปที่เจ้าหญิงแล้วพูดเบา ๆ แต่ทรงพลัง "ถึงการวางแผนการของข้าจะไม่สามารถเรียกว่าอัจฉริยะได้แต่มันกลับใช้พวกไร้สมองย่างพวกเจ้าได้ดีเสมอ"

    ทันใดนั้น เสียงฟ้าร้องคำรามดังขึ้นพร้อมกับแสงสีแดงที่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า กองทัพของราชวงศ์ฟีนิกซ์อมตะเริ่มรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินอย่างรุนแรง และในพริบตา พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับพลังที่พวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้...

    เจียงหยุนยังคงยิ้มเล็กน้อย แต่ดวงตาแฝงความเยือกเย็นและความลึกลับ จากนั้น ร่างของเขาก็ค่อย ๆ จางหายไปในความว่างเปล่า ท่ามกลางความประหลาดใจของทั้งองค์หญิงและทหารของนางแต่ทันใดนั้นเอง สิ่งที่พวกเขาพบกลับเป็นความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านทั่วร่างกายอย่างฉับพลันพลังน้ำแข็งแพร่กระจายไปยังพื้นที่ทั้งหมดทำให้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถขยับได้เลย

    "เกิดอะไรขึ้น!" เสียงของแม่ทัพร้องออกมาเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกาย

    "นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!?" องค์หญิงอุทานเสียงดัง พร้อมกับหันมองไปรอบ ๆ อย่างไม่เข้าใจ แต่ก่อนที่เธอจะทำอะไรได้ทันที เสียงระเบิดก็ดังก้องขึ้นกลางสนามรบ

    ตูม! ตูม! ตูม!

    เสียงระเบิดต่อเนื่องดังกระหึ่ม เหล่าทหารจากราชวงศ์ฟีนิกซ์อมตะล้มตายเป็นจำนวนมาก ผู้ฝึกฝนระดับต่ำที่องค์หญิงเคยดูถูกตอนนี้พวกเขาได้ระเบิดตัวเองเพื่อสร้างความหายนะ ร่างกายของพวกเขากลายเป็นอาวุธร้ายแรงที่ไม่มีใครคาดคิด เปลวเพลิงและแรงระเบิดเผาผลาญทหารนับไม่ถ้วนจนพวกเขาสูญเสียการควบคุม

    องค์หญิงซึ่งอยู่กลางการโจมตีเริ่มได้รับบาดเจ็บสาหัส ร่างกายของเธอสั่นสะท้านจากแรงระเบิด หยดเลือดสีแดงสดหยดลงจากมุมปากของนางขณะที่เธอพยายามรวบรวมพลังไว้เพื่อป้องกันตัวเอง แต่ทันใดนั้นเอง พลังมหาศาลก็ปกคลุมร่างของนางอย่างฉับพลัน ปกป้องเธอจากการถูกทำลายอย่างสมบูรณ์

    "คารวะท่านองค์จักรพรรดิ!" ทหารร้องขึ้นพร้อมกัน เมื่อเห็นรูปร่างของจิตวิญญาณจักรพรรดิอมตะจากราชวงศ์ฟีนิกซ์อมตะปรากฏขึ้นกลางอากาศ จิตวิญญาณนั้นขยายตัวจนเต็มท้องฟ้า และแผ่พลังอันยิ่งใหญ่เพื่อปกป้ององค์หญิง ทหารที่เหลืออยู่ประมาณห้าหมื่นนายก็มารวมตัวกันรอบนางด้วยความหวาดกลัว

    เจียงหยุนปรากฏขึ้นอีกครั้งบนเนินเขาเล็ก ๆ ใกล้ ๆ เขามองลงมาอย่างสงบ ราวกับกำลังชมการแสดงที่เขาได้กำกับไว้แล้วด้วยความมั่นใจ เขารู้ว่าพลังของเขาเพียงพอที่จะจัดการกับกองกำลังใด ๆ ที่จะมาท้าทาย และการที่จิตวิญญาณจักรพรรดิของราชวงศ์ฟีนิกซ์อมตะปรากฏขึ้น ไม่ได้ทำให้เขาสะทกสะท้านแต่อย่างใด

    เจียงหยุนเพียงยกมือขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงโห่ร้องและความสิ้นหวังของเหล่าทหารที่เหลืออยู่

    เจียงหยุนมองดูการระเบิดด้วยสายตาที่เย็นชาและมั่นใจ วิญญาณของทหารหลายนายถูกพลังลึกลับบางอย่างดูดกลืนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทหารที่เหลืออยู่รอบองค์หญิงถูกกวาดล้างไปทีละคน ความตายอันโหดร้ายและรวดเร็วได้บั่นทอนความหวังของพวกเขา ทิ้งไว้เพียงเสียงร้องครวญครางและความสิ้นหวัง

    องค์หญิงแห่งราชวงศ์ฟีนิกซ์อมตะ แม้จะบาดเจ็บหนักจากแรงระเบิดครั้งแรก แต่แววตาของเธอยังคงเปล่งประกายด้วยความโกรธแค้น

    “เจ้า... เจียงหยุน! ข้าจะล้างแค้นเจ้า! หากข้าทำไม่สำเร็จ ข้าจะไม่ใช่เจ้าหญิงของราชวงศ์ฟีนิกซ์อีกต่อไป!”

    แต่ทันใดนั้นเอง โลกทั้งใบก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง คลื่นพลังมหาศาลระเบิดออกมา ทวีปที่พวกเขาอยู่เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ เสียงดังสนั่น สะเทือนไปทั่วทั้งฟากฟ้า คนจากหลายกองกำลังที่กำลังเดินทางมาที่ดินแดนตะวันตกถูกพลังระเบิดลบล้างไปในพริบตา ทิ้งไว้เพียงเถ้าถ่านและซากปรักหักพัง เศษโลกนี้ถูกทำลายลงไปในพริบตาเดียวพร้อมกับคนเกือบทั้งหมดทั้งผู้ที่เข้ามาหรือเคยอาศัยอยู่ได้ถูกสังหารจากการระเบิดนี้ไปทั้งหมด

    องค์หญิงและทหารที่เหลืออยู่ถูกวาร์ปออกไปด้วยเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของจักรพรรดิอมตะฟีนิกซ์อมตะที่ยังคงปกป้องเธออยู่ แม้ร่างกายของนางจะรอดพ้นจากความตาย แต่พลังของจิตวิญญาณจักรพรรดินั้นก็เริ่มอ่อนแอลงเรื่อย ๆ เศษเสี้ยวจิตวิญญาณนั้นแทบจะสลายหายไปหมดสิ้น เนื่องจากจักรพรรดิแห่งราชวงศ์จักรพรรดิฟีนิกซ์อมตะ ได้ให้เศษจิตวิญญาณที่ป้องกันตัวพวกนางได้เท่านั้นและพลังก็อ่อนแอ่มากอีกด้วย

    ทันใดนั้น รูปร่างเลือนรางของจักรพรรดิอมตะฟีนิกซ์ก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า จิตวิญญาณของเขาพลันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสนใจ

    “เจ้าหนูตระกูลเจียง ไม่สิข้าไม่เคยเห็นเจ้าในตระกูลเจียงมาก่อนเลย.. ช่างมันเถอะ... เจ้าสนใจแต่งงานกับลูกสาวคนโตของข้าหรือไม่”

    จักรพรรดิอมตะฟีนิกซ์พูดจบ แต่กลับไม่มีคำตอบใดๆ จากเจียงหยุนทั้งนั้นและร่างจิตวิญญาณของเขาค่อย ๆ สลายหายไปในอากาศ

    ที่พระราชวังของราชวงศ์ฟีนิกซ์อมตะ ชายในชุดจักรพรรดิที่มีลวดลายฟีนิกซ์สวยสง่ากำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ทองคำอย่างสง่างาม ท่ามกลางความเงียบสงบ เขามองออกไปยังฟากฟ้าไกล ๆ ขณะพึมพำกับตัวเอง

    “ร่างกายจักรพรรดิอมตะแห่งความว่างเปล่าและร่างกายจักรพรรดิอมตะแห่งน้ำแข็ง และยังมีร่างกายอื่นๆ อีกด้วย มันคงจะทำให้ลูกสาวคนโตของข้าสนใจผู้ชายได้มากขึ้นนะ…ข้าหวังว่า..”

    คล้ายกับเรื่องเจ้าอยากให้ข้าเป็นวายร้ายอย่างงั้นเหรอ?? เจ้าเปิดตาดูสิข้าหรือพวกเขากันแน่ที่เป็นตัวร้าย ที่คุณอ่าน