“ผู้ที่ออกบวชเช่นเจ้าจะต้องมีเมตตากรุณาและไม่โกรธโมโหไม่ใช่หรือ”
คุณชายรูปงามนึกสงสัย “ทว่าเมื่อดูจากการต่อสู้ของเจ้ากับคนชั่วผู้นั้นเจ้ากลับไม่ได้ยั้งมือเลยแม้แต่น้อย สู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายเช่นนี้น่าจะพอมีเหตุผลอยู่บ้างเป็นเพราะเหตุใดหรือ”
“คือว่า...” เณรน้อยลังเลสักพักก่อนพูดออกมาตามความจริงอย่างซื่อตรง “อมิตาพุทธผู้ออกบวชต้องไม่พูดเท็จ เหตุผลที่ข้าสู้กับคนชั่วผู้นั้นเป็นเพราะ...สมบัติในถ้ำเทพสถิตหลังนี้”
“เป็นไปตามคาด”
คุณชายรูปงามยิ้มกว้างให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นตามความคาดหมาย
ในความเป็นจริงแล้วเรื่องนี้คาดเดาได้ไม่ยาก ในเมื่อจุดประสงค์ของทุกคนที่เข้ามาในสระกระบี่เนินพยัคฆ์นี้ล้วนชัดเจนมากอยู่แล้วดูเผินๆ พวกเขาเหมือนมาที่นี่เพื่อสั่งสมประสบการณ์ ทว่าในความเป็นจริงพวกเขากลับเข้ามาที่นี่เพื่อสมบัติหายากกันต่างหาก
ต่อสู้เพื่อแย่งชิงสมบัติจึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล
ซึ่งหากพบเจอกับคนคุ้นเคยหรือเหล่าศิษย์ของสำนักฝ่ายธรรมพวกเขาจะยังจับมือเป็นพันธมิตรร่วมช่วยเหลือซึ่งกันและกันและแบ่งฝันผลประโยชน์กันได้อย่างเท่าเทียม ทว่าหากพบเจอกับพวกคนจากลัทธิมารคงต้องกังวลว่าอีกฝ่ายอาจคิดชั่วเมื่อเห็นสมบัติ
เห็นได้ชัดว่าคงเป็นเพราะเณรน้อยเจอสมบัติสักชิ้นแล้วโดนกู่ฉางเฟิงพบเห็นเข้าจึงเกิดการต่อสู้เช่นนั้นขึ้น
ส่วนข้อสงสัยที่ว่าเณรน้อยได้สมบัติอะไรมากันแน่ไม่ว่าจะเป็นเซียวจิ่งหยวนหรือคุณชายรูปงาม พวกเขาล้วนไม่ได้อยากถาม เพราะความสัมพันธ์ของพวกเขายังไม่สนิทสนมกันมากถึงเพียงนั้นหากฉาบฉวยถามรายละเอียดของอีกฝ่าย อาจทำให้อีกฝ่ายระแวงเอาได้
คุณชายรูปงามเงียบนิ่ง ก่อนหันศีรษะกลับไปมองเซียวจิ่งหยวน “นี่ อีกไม่กี่ชั่วยามสระกระบี่จะปิดลงแล้วเจ้าอยากไปถ้ำกระบี่เพื่อเสี่ยงโชคของตนสักหน่อยหรือไม่”
“หืม” เซียวจิ่งหยวนงุนงง “เสี่ยงโชคเช่นนั้นหรือ”
“ใช่แล้ว โอกาสกับโชคชะตา”
คุณชายรูปงามยิ้มเอ่ย “ภายในถ้ำกระบี่มีกระบี่อยู่เป็นแสนเล่ม ว่ากันว่ามีกระบี่เซียนที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้ปะปนอยู่และยังมีตำนานเล่าอีกว่าหนึ่งพันปีก่อนในยามที่สระกระบี่เปิดขึ้นเป็นครั้งแรกอาจารย์ทงเสวียนเจ้าสำนักแห่งภูเขาหลัวฝูในดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์แห่งหลิงหนานได้รับกระบี่ดาราจักรวาลซึ่งเป็นอาวุธวิเศษประจำกายมาจากในถ้ำกระบี่แห่งนี้!”
“เอ๊ะ”
เซียวจิ่งหยวนเบิกตาโพลง ข้อมูลที่ได้จากคำพูดนี้ดูเหมือนจะดูเกินจริงไปเล็กน้อย
“ไปกันเถิด ไปเสี่ยงดวงกับข้า”
คุณชายรูปงามรีบดึงเซียวจิ่งหยวนออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ให้โอกาสได้คิดเลยแม้แต่น้อย
เณรน้อยแม้นลังเล ทว่ากลับก้าวเดินตามอยู่ด้านหลัง
คนทั้งสามออกจากถ้ำเทพสถิตอย่างรวดเร็วซึ่งอาจเป็นเพราะดวงของพวกเขาดี หรืออาจเป็นเพราะผู้อื่นยังคงเสาะหาสมบัติอยู่ในถ้ำเทพสถิตจนไม่มีเวลามาสนใจพวกเขาดังนั้นพวกเขาจึงเดินมาถึงจุดหมายได้อย่างราบรื่นไร้อุปสรรค
ถ้ำกระบี่ตั้งอยู่อยู่ด้านข้างของถ้ำเทพสถิตเป็นโถงถ้ำไร้ก้นบึ้งแลดูยากหยั่งถึง
คนทั้งสามกระโจนและค่อยๆ เหาะลงไปอย่างระมัดระวัง พวกเขาต้องใช้เวลานานกว่าครึ่งชั่วยามเต็มกว่าจะเห็นแสงอันมืดสลัวซึ่งอาจเป็นก้นบึ้งด้านล่างของโถงถ้ำแห่งนี้
โถงถ้ำมีรูปร่างเป็นขวด ซึ่งมีด้านบนแคบแต่ด้านล่างกว้าง
เซียวจิ่งหยวนมองไปรอบๆ ก้นถ้ำ ก่อนพบว่าภายในนี้กว้างขวางไร้จุดจบและรอบด้านยังเต็มไปด้วยรูขนาดเล็กใหญ่กระจายตัวอยู่ทั่ว มีอุโมงค์อยู่ภายในถ้ำทุกอุโมงค์เชื่อมต่อกันภายในอุโมงค์มีทางแยกที่คดเคี้ยวสลับซับซ้อนไม่มีที่สิ้นสุด
กวาดสายตามองเพียงไม่นานเซียวจิ่งหยวนก็รู้สึกตาลายเริ่มเวียนหัว จึงยิ้มออกมาอย่างขมขื่น“เจ้ายืนยันให้ข้าอีกสักทีสิว่าในถ้ำกระบี่แห่งนี้มีกระบี่วิเศษไร้เทียมทานซ่อนอยู่จริงๆ”
“ไร้สาระ มีตัวอย่างให้เห็นมากมายพยานกับหลักฐานล้วนยังคงอยู่ แล้วเหตุใดข้าถึงต้องโกหกด้วยเล่า” คุณชายรูปงามขมวดคิ้ว “เพียงแต่โอกาสในครั้งนี้กลับไม่ได้ได้มาโดยง่าย”
“เหตุใดถึงพูดเช่นนี้” เซียวจิ่งหยวนสงสัยจากใจจริง
“เพราะ...”
น้ำเสียงของคุณชายรูปงามดูลึกลับเล็กน้อย “สถานที่แห่งนี้คือสุสานกระบี่ต่างหาก หาใช่ถ้ำกระบี่ไม่!”
“สุสานกระบี่หรือ”
เซียวจิ่งหยวนงงงวยและสงสัย หันมองซ้ายขวาเขาสังเกตรูขนาดเล็กใหญ่ที่อยู่แน่นขนัดอย่างละเอียด ก่อนพบกับเงื่อนงำบางอย่างภายในถ้ำแห่งนี้มีปราณแห่งความตายไหลเวียนอยู่อย่างเอื่อยเฉื่อยและเลือนราง
ปราณแห่งความตายทำให้เขาตกใจทว่ายังทำให้เข้าใจด้วยว่าเพราะเหตุใดคุณชายรูปงามถึงพูดว่าที่นี่คือสุสานกระบี่เพราะสัญญาณแห่งความเสื่อมโทรมนั้นชัดเจน เพียงแต่เขายังคงไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดกันแน่ถึงทำให้ถ้ำกระบี่เสื่อมโทรมได้เพียงนี้
“สุสานแห่งซากกระบี่”
ในยามนี้ คุณชายรูปงามถอนหายใจออกมาเล็กน้อย “ท่านเซียนเนินพยัคฆ์เป็นปราชญ์ที่บรรลุเต๋าตั้งแต่สมัยโบราณทั้งที่เขามีพลังมากพอให้เป็นเซียนได้ แต่เพราะเหตุผลต่างๆ มากมายเขาจึงติดอยู่ในโลกใบนี้ ดูเหมือนเขาจะมีการตีกระบี่เป็นงานอดิเรกตลอดหลายพันปีที่ผ่านมาเขารวบรวมวัสดุอันล้ำค่าจากรอบโลกมาหล่อหลอมและตีจนเป็นกระบี่บินจำนวนนับไม่ถ้วนทว่าท่ามกลางกระบี่บินเหล่านี้มีเล่มที่สมบูรณ์ และมีบางเล่มที่เกือบสมบูรณ์”
คุณชายรูปงามอธิบายต่อ “โดยก่อนกลายเป็นเซียน ท่านเซียนเนินพยัคฆ์ได้นำกระบี่บินทั้งหมดมาฝังไว้ในนี้”
“อมิตาพุทธ จริงๆ แล้วไม่ใช่การฝังทว่าเป็นการลับคมอย่างหนึ่งต่างหาก”
เณรน้อยพูดขึ้นพร้อมสีหน้าชื่นชม “ข้าเคยได้ยินพระอาจารย์พูดว่าที่นี่เต็มไปด้วยค่ายกลประหลาด เมื่อสระกระบี่ปิดลงกระบี่บินที่อยู่ในถ้ำกระบี่แห่งนี้จะบินออกมาจากรูเหล่านั้นก่อนจะเข้าปะทะเสียดสีเพื่อลับคมกันไปมา โดยตลอดพันปีที่ผ่านมากระบี่บินจำนวนมากล้วนอยู่ในกระบวนการลับคมให้กันและกันทำให้กระบี่บินบางส่วนที่ไม่สามารถทนการถูกลับคมได้ไหวแตกสลายไปเองกลายเป็นท่อนเหล็กธรรมดา ทว่ากลับยังมีกระบี่บินบางส่วนที่แหลมคมมากขึ้นจากการลับคมซึ่งกระบี่เหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงจนมีความสามารถอันลึกลับเพิ่มมากขึ้น...”
เณรน้อยเอ่ยอย่างเคารพจากใจจริง “วิธีการเช่นนี้ช่างยากเกินคาดเดายิ่งนัก”
“น่าประทับใจจริงๆ”
เซียวจิ่งหยวนชื่นชมพร้อมเข้าใจถึงสิ่งที่แฝงเร้นอยู่ในสุสานกระบี่แห่งนี้สถานที่แห่งนี้คล้ายกับการทำพิษกู่ เป็นการเอาชีวิตรอดของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดหรือเรียกได้ว่าทิ้งเปลือกเก็บแก่น
เมื่อกระบี่บินที่มีคุณภาพไม่ดีถูกขจัดออกจนหมดดังนั้นกระบี่บินที่เหลืออยู่จึงเป็นกระบี่ที่มีคุณภาพและหายาก
ทว่าสิ่งของดีๆ เหล่านี้เจอได้ แต่ไม่อาจครอบครอง
กระบี่บินจะปรากฏออกมาเมื่อยามที่สระกระบี่ปิดลง...
เซียวจิ่งหยวนมองรอบด้านซ้ายขวา พลางพูดขึ้นด้วยเสียงอันแผ่วเบา “เช่นนั้นตอนที่สระกระบี่เปิดออกกระบี่บินเหล่านั้นจึงหลบซ่อนอยู่จนหาได้ยากใช่หรือไม่”
“ถูกต้องแล้ว”
คุณชายรูปงามพยักหน้า “ถ้ำกระบี่มีขนาดใหญ่เกินไปประกอบกับทางแยกต่างก็ซับซ้อน ภายในยังเต็มไปด้วยอาคมพรางตา อาคมสะกดจิตและผนึกรูปแบบต่างๆ ที่ถูกร่ายไว้มากมายเพื่อรบกวนสายตาและจิตสัมผัสของทุกคน นอกจากนี้กระบี่เซียนเหล่านี้ยังมีจิตวิญญาณซึ่งสามารถหลบซ่อนได้ด้วยตัวเองและบางทีกระบี่ที่สกปรกซอมซ่ออาจเป็นสมบัติล้ำค่าที่หาได้ยากหรือบางทีกระบี่ที่มีผิวเรียบเปล่งแสงอาจเป็นเพียงสิ่งที่สวยแต่รูปจูบไม่หอมก็เป็นได้”
คุณชายรูปงามเอ่ยอย่างจำใจ “ดังนั้นหากอยากได้สมบัติจากที่นี่ดวงกับโชคชะตาจึงต้องดีมาก”
“โชคชะตา...”
เซียวจิ่งหยวนคลี่ยิ้มเจื่อน “สิ่งนี้นามธรรมเกินไปหน่อยกระมัง”
“ไม่เช่นนั้นเจ้าคิดว่าวาสนาแห่งการเป็นเซียนหาง่ายมากเช่นนั้นหรือ”
คุณชายรูปงามกลอกตามองบน ก่อนสะบัดมือเรียวยาว “พอได้แล้ว พวกเราไปกันเถิด...”
เขาพูดพลางตบหน้าอกตน มีแสงเรืองรองเปล่งประกายออกมาอย่างรวดเร็วแสงนั้นเป็นดั่งหยาดฝนที่โปรยปรายลงมาปิดบังร่องรอยของพวกเขาทั้งสามคนให้หายไป ทันใดนั้นแสงสว่างนั้นก็เจิดจ้าขึ้นพร้อมร่างของคนทั้งสามที่หายไป ประหนึ่งออกไปจากที่แห่งนี้แล้วจริงๆ
เซียวจิ่งหยวนตกตะลึง เขาเห็นได้ว่าทั้งหมดล้วนเป็นเพียงภาพลวงตาและหลังจากคุณชายรูปงามใช้อาคมปกปิดเพื่ออำพรางทุกคนเอาไว้พวกเขาล้วนหยุดนิ่งไม่ไหวติง คุณชายรูปงามกระทั่งจงใจทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดด้วยแสงวาบ
ทำไปเพื่อสิ่งใด
เซียวจิ่งหยวนยังคงสงสัยไม่หาย แต่เขากลับข่มความงุนงงไว้ในใจไม่ถามออกไปเพื่อไม่ให้ความลับถูกเปิดเผยออกมา
“ไม่เป็นไร เจ้าพูดมาเถิด”
ดวงตาคู่สวยของคุณชายรูปงามเป็นประกาย “ตราบใดที่เจ้าไม่ใช้อาคมตะโกนออกไปคนด้านนอกไม่มีทางได้ยินหรอก”
“เอ่อ...”
เซียวจิ่งหยวนกระพริบตาเล็กน้อยแล้วเอ่ยถามด้วยเสียงเบา “เจ้าไม่ได้บอกว่าอยากไปตามหาวาสนาเซียนหรอกหรือแล้วเหตุใดถึงยังอยู่ที่เดิม”
“การตามหาวาสนาเซียนและการเสี่ยงดวงล้วนเป็นวิธีการอันแสนโง่”
คุณชายรูปงามหมุนตัวเล็กน้อย ก่อนพูดขึ้นพลางเหล่ตามอง “เณรน้อย เจ้าพูดมาตามความจริงเสีย ก่อนที่เจ้าจะเข้ามาในสระกระบี่เนินพยัคฆ์แห่งนี้พระอาจารย์ของเจ้าได้บอกสิ่งใดมาบ้างหรือไม่”
“อมิตาพุทธ...”
ฝ่าเซี่ยงพนมมือ พลางตอบกลับอย่างซื่อสัตย์ “แน่นอน พระอาจารย์ได้เคยกำชับข้าว่า เมื่อได้เข้าไปในสระกระบี่แล้วต้องช่วยเหลือผู้อื่น...”
“หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว พูดสิ่งสำคัญออกมาเลย” คุณชายรูปงามมองบนพลางเอ่ยด้วยมารยา “การมาที่ถ้ำกระบี่แห่งนี้พระอาจารย์ของเจ้าไม่ได้สั่งอะไรมาเลยหรือ”
“คือว่า...” ฝ่าเซี่ยงลังเลเล็กน้อยก่อนพูดตามความจริง “เขาสั่งให้ข้ามาถ้ำกระบี่แห่งนี้ให้ช้าสักหน่อยจะได้ไม่เปลืองเวลาขอเพียงมาถึงถ้ำกระบี่ก่อนสระกระบี่ปิดครึ่งชั่วยามก็เพียงพอแล้ว”
“เป็นไปตามคาด”
คุณชายรูปงามไม่ได้มีสีหน้าพึงพอใจนัก ในทางตรงกันข้ามเขากลับขมวดคิ้วงามก่อนถอนหายใจแผ่วเบา “ดูไปแล้วไม่มีผู้ใดเป็นคนโง่เพราะล้วนรู้ความลับของถ้ำกระบี่นี้กันหมดแล้ว”
“ความลับอะไรหรือ” เซียวจิ่งหยวนทำท่าเหมือนคิดอะไรอยู่ เขาพอเข้าใจอยู่บ้างเพียงแต่ไม่แน่ใจนัก
“เณรน้อย เจ้าอธิบายสิ” คุณชายรูปงามไม่อยากเปลืองน้ำลายอีกแล้ว
“อมิตาพุทธ”
ฝ่าเซี่ยงพยัก ก่อนอธิบายอย่างสัตย์จริง “สิ่งที่เจ้าไม่รู้คือ พระอาจารย์ของข้าเคยเล่าว่าเวลาครึ่งชั่วยามก่อนสระกระบี่จะปิดกระบี่ที่ซ่อนตัวอยู่ตามซอกมุมต่างๆ ภายในถ้ำกระบี่จะบินเหินออกมาดุจมังกรจนเป็นเหมือนทะเลหมอกอันกว้างใหญ่ ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นกระบี่บินนับแสนเล่มจะบินออกมาจนมืดฟ้ามัวดินฉวัดเฉวียนไปมาราวสายฟ้าที่ปกคลุมไปทั่วถ้ำกระบี่”
คุณชายรูปงามพูดเสริม “พวกเรามีเวลาในการคว้าเอากระบี่บินที่ตนต้องการจากในกลุ่มกระบี่จำนวนมากที่บินว่อนทั่วอากาศเพียงครึ่งชั่วยามเท่านั้นหากถึงเวลาปิดสระ ป้ายคำสั่งเนินพยัคฆ์จะพาพวกเราออกไปส่งด้านนอกด้วยตนเอง จริงสิ ป้ายคำสั่งเนินพยัคฆ์ของเจ้ายังไม่หายไปเสียหรอกนะ”
คุณชายรูปงามผู้มีท่าทางสง่างามพูดขึ้นอย่างจริงจังเคร่งขรึม “อย่าคิดว่าป้ายคำสั่งเนินพยัคฆ์หายแล้วจะไม่เป็นไรสามารถฉวยโอกาสนี้แอบบำเพ็ญตนเป็นเวลาสามร้อยกว่าปีอยู่ภายในสระกระบี่แห่งนี้ได้นะสิ่งนี้ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายเลยสักนิด เมื่อสระกระบี่ปิดลง อาคมผนึกทั้งหมดในสระกระบี่จะเริ่มทำงานกวาดล้างทุกพื้นที่ไปทั่วทุกหนแห่ง หากมีผู้ใดยังกล้าอยู่ที่นี่คนผู้นั้นจะต้องโดนแรงระเบิดพุ่งโจมตีจนมอดไหม้กลายเป็นเถ้าธุลี”
คุณชายรูปงามยิ้มหยัน “ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีคนโง่เช่นนี้อยู่มากมายผู้ที่คิดว่าหากอยู่ต่ออาจสามารถใช้สระกระบี่ได้คนเดียว หารูไม่ว่าอาคมผนึกในสระกระบี่นี้ร้ายแรงเพียงใดไม่มีวันปล่อยช่องโหว่ให้คนลักลอบเข้ามาแน่นอน”
เซียวจิ่งหยวนฟังไปพร้อมหยาดเหงื่อที่ไหลหลั่ง เขาเคยมีความคิดเช่นนั้นรู้สึกว่าการอยู่ต่อในเวลาที่สระกระบี่จะปิดอาจทำให้เขามีโอกาสค้นหาความลึกลับทั้งหมดของสระกระบี่จนสามารถควบคุมสระกระบี่ได้
ทว่าดูจากตอนนี้แล้ว ความคิดของเขานั้นช่างไร้เดียงสา
ในเมื่อโลกนี้ไม่เคยขาดแคลนคนฉลาดเรื่องที่เขานึกได้ผู้อื่นคงคิดได้เช่นเดียวกัน ทว่าการที่สระกระบี่เนินพยัคฆ์ยังสามารถคงความเป็นอิสระมาได้ตลอดเวลาหลายพันปีทำให้เขาคิดได้ว่าภายในจะต้องเต็มไปด้วยกับดักแน่นอน...