cosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ

    เผชิญหน้ามังกรมาร 2

    เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของมังกรมารเก้าเศียรในใจของทั้งสามคนก็พลันเริ่มที่จะแตกตื่นขึ้นมา พวกเขาไม่คิดเลยว่าเวลาเพียงไม่กี่วันมันจะเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้

     

    ในขณะที่ทั้งไป๋ฉีและกู่เย่เฉินกำลังตัดสินใจที่จะถอยกลับ เสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของเทพสงครามจื่อยวนก็ดังขึ้นมา

     

    "ไม่! พวกเรายังถอยไม่ได้ ตั้งแต่รับภารกิจนี้นั่นก็หมายความว่าพวกเราเตรียมใจมาตายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ลองคิดดูถ้าหากเราถอยโดยไม่มีข้อมูลอะไรกลับไปเลย แล้วอบิสตนนี้เข้าไปในเมืองจะเกิดอะไรขึ้น"

     

    "พวกเราคงหาวิธีรับมือมันไม่ได้แน่ และนั่นจะนำไปสู่ความตายของคนบริสุทธิ์จำนวนมาก"

     

    สิ้นเสียงของจื่อยวน สองตาหลานไป๋ฉีและกู่เย่เฉินก็ตาสว่างขึ้นมา เทพสงครามจื่อยวนพูดถูก พวกเขารับงานที่เสี่ยงขนาดนี้มา ก็เหมือนกับเตรียมใจมาตายอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรก็จะต้องเอาข้อมูลของมังกรมารเก้าเศียรกลับไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

     

    "รับทราบแล้วครับ แต่ผมขอบอกเอาไว้ก่อนนะ ไม่ว่าอย่างไรผมจะไม่ยอมให้พวกคุณตาย พวกเราทั้งสามคนต้องรอดกลับไปด้วยกัน"ไป๋ฉีกล่าวอย่างมุ่งมั่น

     

    เทพสงครามจื่อยวนและกู่เย่เฉินยิ้มพลางพยักหน้าให้กัน จากนั้นสองเทพสงครามหนึ่งจ้าวพิภพก็พากันบินทะยานเข้าไปหามังกรมารในทันที

     

    แน่นอนว่ามังกรมารตนนี้ก็ไม่ได้ยอมให้พวกเขาเข้าใกล้โดยง่าย เกล็ดสีดำหนึ่งร้อยชิ้นพุ่งออกจากหลังด้วยความเร็วสูงจนกลายเป็นเส้นแสงสีน้ำเงินอมดำ

     

    กู่เย่เฟิงเปิดมิติดูดกลืนเกล็ดเหล่านั้นเข้าไป เทพสงครามจื่อยวนใช้โอกาสนี้บุกตะลุยพร้อมกับดาบในมือที่เต็มไปด้วยประกายสายฟ้าสีม่วงดูน่ายำเกรงยิ่ง

     

    มังกรมารเก้าเศียรเมื่อสัมผัสได้ว่ากำลังมีอันตรายมาถึงตัวมันก็สบัดหางของมันไปทางจื่อยวนด้วยไม่รอช้า ทำให้จื่อยวนต้องพลิกตัวกลับและทั้งท่าเพื่อป้องกันการโจมตีจากหางของมัน

     

    ไป๋ฉีที่รอจังหวะนี้อยู่ก็เรียกใช้ทักษะดาบประกายแสงของตัวเองเช่นเดียวกัน เส้นแสงสีทองอร่ามพุ่งตรงไปยังกลางหลังที่ไร้เกล็ดป้องกันนั้น ทว่าในขณะที่เขากำลังจะลงดาบ อยู่ดีๆเกล็ดของมันก็งอกออกมาป้องกันการโจมตีของไป๋ฉีได้อย่างง่ายดาย ทำให้เขาต้องถอยหร่นออกไปและรักษาระยะห่างจากมัน

     

    'เสี่ยวไป๋ วิเคราะห์ได้ไหม'ไป๋ฉีกล่าวถาม

     

    "โดยปกติแล้วเกล็ดของมังกรมารเก้าเศียรแม้จะแข็งมากแต่ไม่ได้มีคุณสมบัติเป็นโลหะ ทว่าเกล็ดที่งอกออกมาใหม่พวกนี้กลับมีส่วนผสมของโลหะต่างดาวอยู่ น่าจะเป็นพลังพิเศษของหัวที่มีดวงตาสีเงิน"เสี่ยวไป๋วิเคราะห์เสร็จก็กล่าวออกมา

     

    'ธาตุโลหะงั้นหรือ นี่มันคุณลักษณะที่แพ้ทางฉันนี่น่า'ไป๋ฉีอุทานออกมาในใจ

     

    "จะว่าใช่ก็ใช่เจ้าค่ะ ทว่าในตอนนี้ระดับของมันสูงกว่านายท่านมาก ดังนั้นการที่จะใช้แม่เหล็กในการควบคุมมันก็เป็นไปได้ยากเช่นเดียวกัน"เสี่ยวไป๋กล่าวดับฝันของไป๋ฉีไปในทันที ซึ่งตัวของไป๋ฉีพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดนั้นของเสี่ยวไป๋

     

    "คุณตา หัวที่มีตาสีเงินมีคุณลักษณะพลังเป็นโลหะครับ"ไป๋ฉีถอยไปจนถึงจุดที่กู่เย่เฉินอยู่แล้วกล่าวข้อมูลที่ตนรู้ออกมา กู่เย่เฉินพยักหน้าเขาเชื่อคำพูดของหลานชายสุดหัวใจ เนื่องจากไป๋ฉีมีคอสมิคฟรอสธาตุแม่เหล็กย่อมต้องตรวจสอบเรื่องนี้ได้อย่างแม่นยำ

     

    "โฮก!!"

     

    ในทางตรงข้าม มังกรมารเก้าเศียรตอนนี้เริ่มหงุดหงิดที่มีคนกล้ามาท้าทายตัวมัน เกล็ดบนหลังตั้งชันขึ้นอีกครั้งและลอยวนเวียนอยู่รอบตัวมันคล้ายดั่งในตอนที่มันสังหารอบิสจ้าวพิภพเมื่อครั้งก่อน

     

    "แย่แล้ว! ผู้อาวุโสจื่อยวนรีบมาหาผมเร็วเข้า"ไป๋ฉีตะโกนออกไป เทพสงครามจื่อยวนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักก็พลันพุ่งกลับไปหาไป๋ฉีในทันที ชายหนุ่มจึงรีบกางปีกของชุดเกราะดาร์ก เอ็มเพอร์เรอร์ปกคลุมตัวเอง กู่เย่เฉิน และจื่อยวนอีกครั้ง

     

    ซึ่งมันเป็นเวลาเดียวกันกับที่พายุเกล็ดมังกรของมังกรมารเก้าเศียรได้สำแดงพลังออกมา ทำให้พื้นที่บริเวณนั้นพินาศสิ้น

     

    'นี่มันชุดเกราะอะไรกัน ทำไมถึงได้มีการป้องกันที่แข็งแกร่งขนาดนี้'นี่คือความคิดของทั้งกู่เย่เฉินและจื่อยวนในตอนนี้ มิน่าไป๋ฉีถึงได้พูดอย่างมั่นใจว่าจะไม่ยอมให้พวกเขาตาย

     

    "ผุ้อาวุโสจื่อยวน ตอนนี้ผมได้ข้อมูลหัวที่มีดวงตาสีเงินมาแล้ว พวกเรากลับกันเลยดีกว่าไหมครับ"

     

    ในขณะที่อยู่ในการคุ้มกันของชุดเกราะดาร์ก เอ็มเพอร์เรอร์ ไป๋ฉีก็เริ่มกล่าวถามเพื่อปรึกษาแนวทางว่าจะทำอย่างไรต่อไป

     

    เทพสงครามจื่อยวนกล่าว "แต่มันยังเหลืออีกหนึ่งพลัง ถ้าพวกเราถอยไปตอนนี้ถึงอย่างไรก็ต้องมาหยั่งเชิงมันใหม่อยู่ดี ไม่สู้ทำให้มันเสร็จๆไปไม่ดีกว่าหรือ"

     

    "เรื่องนี้ตาเห็นด้วยกับผู้อาวุโสจื่อนะ ลองหยั่งเชิงดูอีกสักหน่อยก็แล้วกัน ถ้าไม่ไหวตาจะเปิดมิติพาพวกเราหนีในทันที"กู่เย่เฉินกล่าวออกมา

     

    ไป๋ฉีที่ได้ยินก็พยักหน้า "ก็ได้ครับ ตอนนี้ทักษะพายุของมันสงบแล้ว เมื่อผมเปิดม่านป้องกันพวกเราจะโจมตีมันทันที"

     

    เมื่อตกลงกันได้ ไป๋ฉีก็เก็บปีกของชุดเกราะโดยไม่รอช้า ทั้งสามคนพุ่งตรงไปด้านหน้าพร้อมกับอาวุธครบมือพุ่งตรงเข้าไปโจมตีมังกรมารอีกครั้ง

     

    "โฮก!!"

     

    มังกรมารเก้าเศียรขู่คำราม เกล็ดของมันก็พลันพุ่งออกมาจากลำตัวพุ่งตรงไปหาพวกไป๋ฉีเช่นเดียวกัน ทว่าก็ยังโดนพลังมิติของกู่เย่เฉินดูดกลืนดังเดิมทำให้เกล็ดเหล่านั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับมิเคยมีอยู่อย่างไรอย่างนั้น

     

    ไป๋ฉีใช้โอกาสนี้ใช้ทักษะหน่วงเวลาสสมบูรณ์โดยพลัน ภายในรัศมีหนึ่งร้อยเมตรจากตัวของเขากลายเป็นภาพสโลโมชั่น จากนั้นก็ใช้ทักษะดาบประกายแสงเข้าโจมตีอีกครา

     

    "ฉับ!"

     

    การโจมตีครั้งนี้ของไป๋ฉีเข้าเป้าอย่างจัง เนื่องจากมังกรมารที่โดนหน่วงเวลาอยู่ไม่สามารถงอกเกล็ดโลหะออกมาป้องกันตัวเองได้ทัน

     

    "โฮกก!!"

     

    มันกรีดร้องคำรามอย่างบ้าคลั่ง ความเจ็บปวดนี้เป็นความเจ็บปวดครั้งแรกเลยตั้งแต่ที่ตัวมันได้เกิดมา

     

    ทางด้านไป๋ฉีเมื่อฟาดฟันมันแล้วก็ถอยหร่นอย่างไม่รอช้า ทว่าในเวลาต่อมาเขาก็พบกับสิ่งไม่คาดฝัน เนื่องจากอยู่ดีๆก็มีรากไม้มากมายพุ่งเข้ามาพันธนาการตัวเขาเอาไว้ อีกทั้งมันยังดูดกลืนพลังของไป๋ฉีอย่างบ้าคลั่ง

     

    ในเวลาเดียวกันด้านหลังของมังกรมารเก้าเศียรบริเวณที่ถูกไป๋ฉีฟันก็เปล่งประกายแสงสีเขียวออกมาพร้อมกับบาดแผลที่กำลังสมาน

     

    แน่นอนไป๋ฉีที่ถูกพันธนาการอยู่ไม่ไกลนักก็เห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่ามหัศจรรย์นี้อย่างเต็มตา ชายหนุ่มรีบควบคุมใบมีดด้านหลังมาตัดทำลายรากไม้ออกในทันที ทำให้เขาหลุดการพ้นพันธนาการมาได้

     

    "ที่แท้พลังสุดท้ายของมันก็ได้มาจากเจ้าต้นไม้ยักษ์ที่อยู่กลางเกาะต้นนั้น การดูดซับพลังจากสิ่งมีชีวิตอื่นมารักษาตัวเองงั้นหรือ เจ้านี่เข้าใจเลือกพลังเสียจริงๆ"