เดิมที่เขาก็คิดว่าจะให้พวกเขาทั้งสี่พี่น้องเป็นอาจารย์สั่งสอนศิษย์สายนอก แต่ลองคิดไปคิดมาดูแล้ว มันดูจะไม่เหมาะสมซักเท่าไหร่? เพราะถึงจะอย่างไรพวกเขาก็เป็นถึงเซียนแล้ว
อีกอย่างศิษย์สายนอกก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้เซียนเป็นผู้สั่งสอน เพียงแค่ระดับมหาจักรพรรดิก็เพียงพอแล้วที่จะสั่งสอนพวกเขา
ตามขุมกำลังขั้นหนึ่งอื่นๆ ระดับมหาจักรพรรดิสามารถเป็นอาจารย์สั่งสอนศิษย์สายใน หรือกระทั่งศิษย์หลักได้ด้วยซ้ำ แต่ที่เขาไม่ทำเช่นนั้นก็เป็นเพราะเขาว่า เขารู้ว่าจุดสูงสุดของผู้ฝึกยุทธ์ไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับเทพ
เขามั่นใจได้เต็มร้อยว่า ในภายภาคหน้าเหล่าผู้อาวุโสแกนหลักของภูเขาเทพเซียน จะต้องสามารถทะลวงขึ้นสู่ระดับเทพได้ทุกคนอย่างแน่นอน ส่วนอาจารย์ผู้ฝึกสอนก็จะต้องเป็นระดับเซียน….
" อิงฮวา คารวะผู้อาวุโสทั้งสี่เจ้าค่ะ"เมื่อนางทราบแล้วว่าทั้งสี่ท่านนี้คือผู้อาวุโสของภูเขาเทพเซียน นางจึงประสานมือคำนับพวกเขา
"ตามสบายเถอะ"ทั้งสี่กล่าวขึ้นมาพร้อมกันด้วยความเก้ๆกังๆ เพราะว่านี้เป็นครั้งแรกที่พวกเขาถูกทำความเคารพในฐานะผู้อาวุโสของภูเขาเทพเซียน พวกเขาจึงทำตัวไม่ค่อยถูก
อีกอย่างคนที่ทำความเคารพพวกตนก็เป็นถึงสาวน้อยที่มีความงดงามเกินจะบรรยาย ความงามของนางสามารถก่อให้เกิดส่งครามเพื่อแย่งชิงตัวนางได้เลยทีเดียว มันจึงทำให้พวกเขาที่เป็นชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ เกิดอาการคันยุกยิกยุกยิกในใจเหมือนกับโดนขนไก่อ่อนนุ่มสัมผัสไปมาอย่างช่วยไม่ได้
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น พวกเขาก็เป็นถึงเซียนแล้ว อีกอย่างยังไม่ใช้พวกมากตัณหา พวกเขาจึงสามารถสลัดอาการเหล่านั้นออกไปได้อย่างรวดเร็ว
อีกทั้งสตรีน้อยนางนี้ก็เป็นเพียงแค่รุ่นเยาว์เพียงเท่านั้น อายุของนางห่างจากพวกเขามากกว่าสามพันปี! จะให้พวกเขาคิดอกุศลกลับนางได้เช่นไร....
"หึหึหึ ไม่ต้องประหม่าไปหรอก อีกเดียวพวกเจ้าก็จะชินไปเอง..."เมื่อเห็นอาการของพวกเขาทั้งสี่คน หยางตงเทียนก็หัวเราะขึ้นมาเล็กน้อยแล้วกล่าวออกมา
“อิงฮวา ที่ข้าเรียกเจ้ามาในวันนี้เพราะข้ามีเรื่องจะกำชับกับเจ้า…ในเรือเหาะลำนี้นอกจากพวกข้าและพวกเจ้าทั้งสามคนที่เป็นศิษย์แล้ว ยังมีทาสที่ข้าซื้อมาอีกสิบกว่าคน พวกเขาอาศัยอยู่ที่ชั้นล่างสุดของเรือเหาะ”
"ข้าและผู้อาวุโสทั้งหกจะเข้าไปสำรวจที่ด้านในภูเขาหมื่นมายา หากว่าเกินเจ็ดวันไปแล้วแต่พวกข้ายังไม่กลับออกมา เจ้าในฐานะศิษย์พี่ใหญ่จงนำพวกเขาทั้งหมดไปหาสถานที่สงบๆและห่างไกลผู้คน"
"แล้วซื้อจวนซักหลังเพื่ออยู่อาศัยเสีย จงจำเอาไว้ว่ายิ่งห่างไกลผู้คนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี! เจ้าคงรู้ดีว่าที่ข้าสั่งเช่นนี้เป็นเพราะอะไร?....."
หยางตงเทียนจ้องหน้าอิงฮวาแล้วกล่าวขึ้นมาด้วยความจริงจัง
"ทาสทุกคนที่ข้าซื้อมาล้วนแล้วสามารถฝึกฝนวรยุทธ์ได้ ในนั้นมีสิบคนที่อยู่ในระดับรวมวิญญาณ รวมกับพวกเจ้าอีกสามคน ก็จะมีถึงสิบสามคนที่อยู่ในระดับรวมวิญญาณ มันคงจะไม่มีปัญหาอะไร ที่พวกเจ้าจะลงหลักปักฐานในสถานที่อันห่างไกลจากผู้คนซักแห่งได้อย่างมั่นคง"
"ด้วยทรัพยากรที่อยู่ในห้องเก็บสมบัติที่ชั้นล่างของเรือเหาะ มันคงจะทำให้พวกเจ้าอยู่ได้หลายสิบปีโดยไม่ลำบากอะไร?"
"เมื่อมีความแข็งแกร่งเพียงพอแล้ว พวกเจ้าค่อยริเริ่มสร้างขุมกำลังขึ้นมา แล้วค่อยปรากฏตัวออกสู่โลกภายนอก หากเจ้าไม่ถึงระดับเซียน! ห้ามปรากฏตัวออกมาโดยเด็ดขาด! เข้าใจหรือไม่!?.."
หยางตงเทียนกล่าวกำชับอิงฮวาอย่างดิบดี เพราะเขาก็ไม่รู้เช่นกันว่าการที่พวกเขาเข้าไปที่ด้านในภูเขาหมอกมายา พวกเขาจะพบเจอกับอะไรบ้าง? จะเป็นโชคหรือจะพบหายนะก็ยากเกินที่จะคาดเดา?
อิงฮวานางนั้นเป็นบุคคลที่หน้าสงสาร หากว่าถูกผู้คนล่วงรู้เรื่องกายาพิเศษของนางเข้า ในชีวิตนี้นางคงจะหาความสงบสุขไม่ได้อีก
ด้วยทรัพยากรที่เขายึดมาจากตระกูลอวิ้นและตระกูลเหยา คงเพียงพอให้นางและคนทั้งหมดใช้ได้หลายสิบปี
ด้วยกายหยินพิสุทธิ์ของนาง มันคงสามารถทำให้นางทะลวงขึ้นสู่ระดับเซียนได้อย่างรวดเร็ว เมื่อถึงตอนนั้นภัยคุกคามของนางก็จะลดลงได้บ้าง
ที่เขาต้องกำชับนางในเรื่องต่างๆเช่นนี้ ก็เผื่อเอาไว้หากว่าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น จนเขาไม่สามารถกลับออกมาจากภูเขาหมื่นมายาได้
"ท่านประมุขนี่ท่าน?......"เมื่อได้ฟังท่านประมุขกล่าวกำชับนางเช่นนั้น สีหน้าและแววตาของนางก็เริ่มปรากฏความกงวลขึ้นมา
นางจะไม่รู้ได้เช่นไรว่าภูเขาหมื่นมายานั้นอันตรายมากเพียงใด ตามที่นางเคยได้ยินท่านปู่ของนางเล่าให้ฟังตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ถึงแม้ว่าสถานที่ต้องห้ามอีกหกแห่งจะอันตรายไม่แพ้กัน
แต่ผู้คนก็ยังสามารถเข้าไป และมีผู้ที่เหลือรอดกลับออกมาได้ กลับกันกับภูเขาหมื่นมายา? ที่ไม่ว่าผู้ใดจะเข้าไปด้านใน ก็ไม่เคยมีใครได้กลับออกมาอีกเลยแม้แต่คนเดียว....
ที่ท่านประมุขกำชับกับนางเช่นนี้ นางเกลงว่าท่านประมุขเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าหากเข้าไปด้านในแล้ว เขาจะได้กลับออกมาอีกหรือไม่?
และที่ท่านประมุขกำชับกลับนางเช่นนี้ นางจะไม่รู้ได้เช่นไรว่าเขาเป็นห่วงความปลอดภัยของนาง
"เจ้าอย่าได้กังวลมากไป บางทีมันอาจจะไม่มีอันตรายอันใดเกิดขึ้นก็ได้? เอาหล่ะ! เจ้าเป็นถึงศิษย์พี่ใหญ่ของภูเขาเทพเซียน เจ้าต้องเข้มแข็ง เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับศิษย์น้องของเจ้า รอข้าและเหล่าผู้อาวุโสอยู่ที่นี้ พวกข้าจะกลับออกมาอย่างแน่นอน..… "
เมื่อเห็นอิงฮวามีสีหน้าที่เป็นกังวล หยางตงเทียนจึงกล่าวขึ้นมาอีกครั้งเพื่อให้นางคลายความกังวลลง แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผล…...
"เอาหล่ะ! เข้าไปกันได้แล้ววว!" หยางตงเทียนหันไปกล่าวกับเหล่าผู้อาวุโสคนอื่นๆ จากนั้นก็พุ่งทะยานตัวออกจากเรือเหาะด้วยความรวดเร็ว! ร่างของเขาค่อยๆถูกกลืนหายเข้าไปในค่ายกลหมื่นมายา……
ซู๊ด!!!
"ขอรับ/เจ้าค่ะ"พวกเขาทั้งหมดกล่าวตอบรับ จากนั้นก็สูดเอากากาศเข้าไปเต็มปอด แล้วก็พุ่งทะยานออกไปจากเรือเหาะ ตามหลังหยางตงเทียนเขาไปติดๆ
อิงฮวายืนมองร่างของคนทั้งหมดถูกกลืนหายเข้าไปในหมอกด้วยสีหน้าเป็นกังวล สองมือของนางกำเข้าหากันแน่น จากนั้นก็กล่าวขึ้นมาเบาๆ"ท่านประมุข ผู้อาวุโส พวกท่านจะต้องไม่เป็นอะไรน่ะเจ้าค่ะ!? พวกท่านจะต้องกลับออกมาอย่างปลอดภัย ข้าจะรอการกลับมาของพวกท่าน….."
นางกลัวเหลือเกิน กลัวว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้นกลับพวกเขา ในชีวิตนี้นางไม่เหลือใครแล้ว หากไม่ใช่เพราะว่าครั้งนั้นท่านประมุข ให้ผู้อาวุโสใหญ่ลงไปช่วยนางจากเหตุการณ์อันเลวร้าย ปานนี้ก็ไม่รู้เช่นกันว่าชีวิตของนางจะเป็นเช่นไร?
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นางจึงนับถือพวกเขาทั้งสองเป็นเหมือนคนในครอบครัวของนาง นางเคารพพวกเขาในฐานะผู้ที่ช่วยเหลือนางให้หลุดพ้นจากเรื่องเลวร้าย และมอบชีวิตใหม่ให้
หากว่าพวกเขาไม่กลับออกมา นางจะทำเช่นไรดี? นางกลัว นางกลัวเหตุการณ์จะซ้ำรอย นางไม่ต้องการจะสูญเสียใครไปอีกแล้ว....
อิงฮวาเอาแต่ยืนนิ่ง ทอดสายตาที่เหม่อลอย จับจ้องไปยังภูเขาหมื่นมายาที่มีแต่หมอกขุ่นมัวลอยอยู่เต็มไปหมดตรงหน้า ตอนนี้ในสมองของนางมีเรื่องให้ครุ่นคิดมากมายจนสับสนปนเปกันไปหมด
............