น้ำเสียงที่แลนด์กรีสพูดออกมาตอนนี้รู้ได้เลยว่าเขากำลังจริงจังมาก และกำลังโกรธอยู่อย่างเห็นได้ชัด ดวงตาทั้งสองมี้กำลังมองผมตอนนี้ ผมรู้ดีว่าถ้าบอกความจริงไปได้โกรธ และมันต้องเกิดสงครามขึ้นแน่
เพราะแลนด์กรีสให้เปรียบเทียบก็คงไม่ต่างอะไรจากเดฟีเรียในประเทศเมซัส ถ้าเขาคนนี้เคลื่อนไหวคนอื่นต้องเคลื่อนไหวตามอย่างแน่นอน
" ผมรู้แค่ว่ามันเป็นทหารที่ปลอมตัวมาเป็นโจร "
ยังไงตอนนี้ก็ต้องทำให้ไม่เกิดสงคราม ถึงเรื่องคราวนี้จะเป็นความผิดของประเทศทอซัสก็เถอะ แต่ว่าเดี๋ยวเราคอยไปคิดบัญชีกับพวกมันทีหลังก็แล้วกัน
" แน่ใจนะ? "
" ครับ "
" ถ้างั้นก็คงเป็น 1 ในประเทศของพวกมนุษย์ที่ต้องการเทพอสูร "
แลนด์กีสบ่ลพรึมพรัมออกมา
" แต่ว่าผมยังมีเรื่องสงสัยอยู่ "
" อะไร? "
" ช่วยบอกผมหน่อยได้ไหมว่าทำไมพวกนั้นถึงได้รู้ที่อยู่เทพอสูรแบบนี้ แล้วอีกอย่างยังมาช่วงที่ท่านไม่อยู่ด้วย พวกนั้นมันต้องมี- "
" คนภายในร่วมมือด้วย- เจ้าจะพูดแบบนี้ใช่ไหม "
แลนด์กรีสพูดขัดขึ้นมาเหมือนรู้อยู่แล้ว ขณะที่ผมกำลังพูดอยู่ แต่ว่าเรื่องนี่แหละที่มันเป็นปัญหาก่อนที่จะเริ่มสร้างเมือง หรือทำเรื่องอะไรใหม่ เพราะถ้ายังจัดกรกับคนทรยศไม่ได้เรืองแบบนี้ก็จะเกิดขึ้นอีก แล้วอีกอย่างตอนนี้ก็เป็นโอกาศในการจัดการกับวกมมันด้วย
" ใช่ครับ! "
" เรื่องนั่นไม่ต้องเป็นห่วง ข้าให้ทาร์เทียร์ตามเรื่่องนี้อยู่ รู้สึกว่าจะจับได้ 1 คน เมื่อเช้านี้ และอีกไม่นานก็น่าจะรู้ตัวของพวกมันทั้งหมดอย่างแน่นอน "
แลนด์กรีสพูดออกมาด้วคำพูดที่มั่นใจในตัวเองอย่างมาก
แต่ว่ามันก็คงต้องเป็นแบบนั้นแหละ เพราะคนพวกนี้ส่วนมากน่าจะเป็นพวกเอลฟ์ที่เห็นแก่เงิน ไม่ใช่พวกสายหลับที่ฝึกมาอย่างดี ถ้าจับตัวได้แล้วการล้วงข้อมูลมันก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรมากนัก
" ฮืม.... "
ระหว่างที่ผมกับแลนด์กรีสกำลังคุยกันอยู่เอเนเชียร์ก็เอาหัวขึ้นมาจากที่นอน และทำท่าทางบิดขี้เกียจ ในระหว่างนั้นตาของเธอก็ยังสมึมสลืออยู่ และก็มองมาทางผมพร้อมกับดวงตากลมโตทั้งสองข้างที่กระพริบขึ้นลงไปมาช้าๆ
" ดรารอน์!!! "
ฟุบ!
เอเนเชียร์ตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงดีใจ แล้วเธอก็ใช้มือทั้งสองข้างของเธอเข้ามากอดตัวของผมเอาไว้แน่น และเริ่มพูดออกมาต่อ
" ฉันคิดว่านายจะไม่ตื่นมาแล้วสะอีก- "
เอ๋~ อย่าพูดอะไรที่มันเป็นล่างแบบนั้นสิ-
" นายหลับไปตั้ง 2 วัน "
เป็นแบบที่คิดเอาไว้ แต่ว่าสองวันมันก้นานไปเหมือนกัน ไม่คิดเลยว่าจะขนาดนั้น เฮ้อ~
" เข้าใจแล้วๆ ตอนนี้ฉันตื่นมาแล้วช่วยปล่อยได้ไหม ไม่งั้นได้กลับไปนอนแบบเดิมแน่ "
แรงที่เอเนเชียร์กำลังกอดผมอยู่ตอนนี้เป็นแรกอดที่แรงมาก แต่หลังจากที่ผมพูดไปเธอก็เริ่มปล่อยมือของเธอพร้อมกับพูดออกมาด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
" ขอโทษ... "
" ไม่เป็นอะไรเมื่อกี้ฉันแค่พูดเล่น "
" ถ้าอย่างงั้นเรามาคุยเรื่องของเจ้าต่อกันดีกว่า เกี่ยวกับเรื่องในอนาคต "
แลนด์กรีสพูดออกมา
" หมายถึงเรื่องอะไรครับ "
เรื่องของอนาคตมันหมายความว่ายังไง
" เจ้าจำเรื่องเมื่อ 6 ปีที่แล้วได้ไหม ในตอนที่ข้าไปรับเจ้ามาจากเดฟีเรียที่หมู่บ้านของมนุษย์ตอนนั้น "
" ครับ! แล้วมันทำไม...? "
" ข้อตกลงของข้ากับยััยนั่นก็คือเมื่อเจ้าอยู่ในร่างจำแรงอสูรระดับ 3 จะต้องส่งตัวคืนให้กับประเทสเมซัส แต่ว่าเจ้ากลับไปถึร่างที่ 4 เลยแบบนี้ ข้าคิดว่ามันก็น่าจะถึงเวลาแล้วเหมือนกัน และอีกอย่างตอนนี้ก็คงแทบไม่มีใครกล้าสู้กับเจ้าแล้วด้วย "
" ไม่นะ!!! คุณปู่จะส่งดรารอน์กลับประเทศทำไม อยู่อย่างนี้ก็ดีอยู่แล้ว!!! "
เอเนเชียร์ตะโกนออกมา และก็เอามือของเธอมากันตัวของผมเอาไว้
แต่ว่าสักวันเราเองก็ต้องไปจากประเทศของเอลฟ์เหมือนกัน และเรื่องที่แลนด์กรีสพูดออกมามันก็เป็นเรื่องจริงที่เขาทำข้อตกลฝกับเดฟีเรียเอาไว้ และยังมีเรื่องของโอทารอสที่บอกให้เราพลังเวทย์เข้าขั้นตำนานก่อนอายุ 20 ปี เฮ้อ~
" ถ้างั้นผมขออยู่ที่นี่จนกว่างานประจำปีของประเทศเอลฟ์จะจบได้ไหม เพราะบอกกับทาร์เทียร์เอาไว้แล้วว่าจะไปดูการแข่งของพวกเอลฟ์ที่เมืองหลวง "
ถึงใจจริงจะยากไปแค่ตรวจสอบพลังของพวกเอลฟ์ก็เถอะ เพราะพวกที่ลงแข่งต่างก็เป็นเด็กรุ่นใหม่ของประเทสเอลฟ์ และเราอาจจะต้องเจอกับพวกนี้ไปอีกนาน เพราะงั้นตอนนี้ตรวจสอบเอาไว้ก่อนก็ไม่เสียหายอะไร
" ถ้าแบบนั้นก็ตกลง "
" แต่ว่าตอนนี้เจ้าต้องอธิบายเองแล้วละ "
แลนด์กรีสพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักใจ
" อธิบาย??? "
ถ้าดูจากน้ำเสียงและสีหน้าของแลนด์กรีสแล้ว ต้องไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างแน่นอน!
แต่มันเป็นเรื่องอะไร???
" ตอนนี้ยัยแก่นั้นมารอรับตัวเจ้าอยู่ที่ห้องรับแขกแล้ว หลังจากที่ข้ากลับมาข้าก็รีบแจ้งข่าวไปทันที- "
ยัยแก่นั้นก็คงหมายถึงเดฟีเรียแน่นอน และอีกอย่าง ที่แลนด์กรีสแจ้งไปแบบนั้นก็เพราะว่าไม่อยากให้เกิดปัญหาตามมา เพราะถ้าเราตายละก็มันจะเป็นปัญหาเอา-
" เพราะเหตุผลนี้เจ้าก็ไปอธิบายให้ยัยนั้นเข้าใจเอก็แล้วกัน "
" คะ-ครับ.... "
................
ณ ห้องที่เดฟีเรียนั่งอยู่
" ไม่ได้!!! "
เดฟีเรียปฏิเสธออกมาด้วยน้ำเสียงแข็ง หลังจากที่ผมเดินเข้ามาในห้อ งและเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ว่าทำไมผมถึงได้อยากอยู่ประเทศของเอลฟ์ต่ออีก 3 เดือน
ภายในห้องตอนนี้เป็นห้องไม้โล่งขนาดใหญ่ที่มีเพียงชุดโต๊ะตั้งเอาไว้กลางห้อง และบนชุดโต๊ะก็มีผม เดฟีเรีย และแลนด์กรีสนั่งอยู่บนเก้าอี้คนละด้าน ทันทีที่เดฟีเรียปฏิเสธคำขอของผมเธอก็พูดออกมาต่อ
" ยังไงเจ้าก็ต้องกลับไปกับข้า "
" ขอเหตุผลได้ไหมครับ "
" เฮ้อ~ ก็ได้ ก็ได้ ตอนนี้ดิวนีสันต์กำลังจะประกาศตำแหน่งผู้สืบทอดเพราะตอนนี้เจ้าลูกคนที่ 1 มันอายุครบ 20 ปี ตามกฏของราชวงศ์ประเทศเมซัสพระราชาต้องประกาศตำแหน่งผู้สืบทอด "
เจ้าหมายเลข 1 มันพึ่งอายุครบ 20 ปีเองเหรอ ต้องยอมรับว่าตกใจนิดหน่อยเหมือนกัน แต่ว่าทำไม่ไม่ให้มันสืบทอดไปเลยจะมาประกาศเพื่ออะไร??? แล้วอีกอย่างเราก็บอกไปแล้วมาสละสิทธิ์การรับตำแหน่งจะมาเอาเราไปทำไม
" คือว่า...- "
" ถ้าจะถามว่าทำไมนายต้องไปละก็ไม่ต้องถามดีกว่า "
ระหว่างที่ผมกำลังจะพูดออกไปเดฟีเรียก็พูดออกมาเหมือนกับอ่านใจของผมได้ แล้วเธอก็เริ่มพูดต่อ
" ตอนนี้น้องนายเองก็อายุได้ 6 ปีแล้ว และเธอก็เป็นเด็กที่น่ารักมาก ไม่อยากเห็นงั้นเหรv... "
เดฟีเรียยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มแบบอ่อนๆ ขณะที่กำลังพูดถึงน้องของผมอยู่
ชิ!!!
จะบอกว่าไม่ก็ยังไงอยู่ เพราะเราก็เคยจิตนาการหลายรอบแล้วว่ามีหน้าตายังไง แถมก็อยากไปเจอเอรีน่ากับเวโรนิก้าด้วย แต่ว่างานประลองเอลฟ์เองก็จำเป็นเหมือนกัน-
" จริงสิ!!! งั้นเอาแบบนี้ไหมละ "
ระหว่างที่ผทกำลังคิดหนักกับทางเลือกอยู่นั้น แลนด์กรีสก้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเหมือนกับว่าคิดอะไรออก
ทำให้ผมกับเดฟีเรียหันไปมองทางเขาทันทีด้วยหน้าตาสงสัย และเดฟีเรียก็ถามออกไป
" แบบไหน??? "
เกล็ดความรู้ : ประกาศตำแหน่ง! การประกาศตำแหน่งผู้สืบทอดของประเทศเมซัสนั้นจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับลำดับการเกิดของแต่ละคน แต่ว่าจะอยู่ที่กรตัดสินใจของราชาทั้งหมด และกฏอกข้อก็คือเมื่อลูกคนที่ 1 อายุได้ 20 ปี จะต้องประกาศตำแหน่งผู้สืบทอดออกมานั่นเอง ไม่ว่าลูกคนอื่นจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม ถ้าคิดตามปกติก็คือคนที่ 1 จะได้สืบทอดอย่างแน่นอน [ ถ้าคิดแบบปกติ ]