เพียงชั่วข้อยาม[5]ต่อมาเหนือน่านฟ้าอาณาจักรม่านดารา ยามนี้ถูกปกคลุมไปด้วยเหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์ที่ต่างก็มุ่งตรงมายังเรือนวิหคจันทรา ด้วยจุดประสงค์เดียวกันนั่นก็คือตัวของเด็กน้อยที่เพิ่งถือกำเนิดได้มินาน
"เยว่ฮูหยิน! ท่านตัดใจแล้วส่งลูกของท่านมาเสียเถอะอย่าให้พวกข้าต้องใช้กำลังเลย" ชายชราชุดสีเทาดำ เขามีหนวดเคราสีขาวรุงรังเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงพลัง คลื่นเสียงไหวสั่นรุนแรง พาให้จวนสกุลเยว่สั่นไหวไปทั้งอาคาร
"ท่านาุโเมิ่งเฉิงเหตุใดท่านต้องทำถึงเพียงนี้ข้าเฟิ่งซือเซียนไม่เคยยุ่งเกี่ยวหรือเคยมีเหตุผิดใจกับท่านมาก่อนเหตุใดท่านจึงพาคนมาหมายเอาชีวิตลูกข้าถึงเพียงนี้กัน!"เยว่ฮูหยินจ้องสบตาชายชรา ที่นับว่าเป็ผู้าุโลำดับสูงของอาณาจักรม่านดาราสายตาเต็มไปด้วยความกริ้วโกรธขุ่นเคือง
"นี่เ้าโง่เขลาจริงๆ หรือแสร้งมิรู้กันแน่ เฟิ่งซือเซียน!ลูกของเ้าเป็หงส์ดาราามาถือกำเนิด เืเพียงหยดของลูกเ้าสามารถชุบชีวิตคนตายได้แล้ว หลายหมื่นปีมานี้อาณาจักรของเรายังไม่มีผู้ใดก้าวข้ามผ่านเขตแดนนิรันดร์กาล หากเป็เช่นนี้ต่อไปอีกไม่ถึงสามร้อยปี จะมีผู้าุโดับขันธ์ตามกาลไปอีกหลายท่านทว่าขอเพียงได้เืของลูกเ้ามา จะสามารถต่อชีวิตผู้คนได้อีกนับหมื่นส่งลูกเ้ามาเสีย! อย่าให้พวกข้าต้องเสียเวลากันนักเลย" ฮูหยินรอง เมิ่งลู่ซินกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์นัก
เมิ่งลู่ซินนางนี้คือฮูหยินคนรองของสามีนางความงามนับว่ามิเป็รองผู้ใด ทว่าจิตใจอำมหิตเกินใคร เฟิ่งซือเซียนปราดสายตาคมมองหญิงชั่วช้าด้วยความโมโห
"ตำนานเป็เพียงเื่เล่าขาน ลูกข้าเป็คนธรรมดาดังคนทั่วไปพวกท่านกลับไปเสีย! หากสามีข้ารู้เื่นี้ เขาจะไม่มีทางปล่อยพวกท่านไปแน่!"เยว่ฮูหยินยังคงโตแย้งไม่ลดละ
"ท่านพี่กักตนอยู่ใต้มหาสมุทรทมิฬกาล อีกหนึ่งร้อยปีจึงจะกลับออกมาเ้าอย่ามาข่มขวัญหน่อยเลย ส่งลูกของเ้ามาเสียดีๆ" เมิ่งลู่ซินยังคงะโด้วยความโมโหเดือดดาล
"เซียนเอ๋อร์ เ้าหนีไปก่อนเถอะ ทางนี้พวกข้าจะรับมือเอง"าุโสองแห่งตระกูลเฟิ่ง กล่าวอย่างอ่อนโยน
"ท่านลุง ข้าไปไม่ได้หรอกเ้าค่ะ เป็หรือตายข้าขออยู่สู้กับพวกท่านที่นี่" เฟิ่งซือเซียนหรือเยว่ฮูหยินนางยังคงยืนกรานเสียงแข็ง
"หากเ้ารอดไปสักคน ตระกูลเฟิ่งยังนับว่ามีทายาทหลงเหลือ เชื่อพวกเราเถอะเซียนเอ๋อร์ เ้าพาลูกของเ้าหนีไปเสีย" าุโหนึ่งเห็นด้วยกับาุโสอง
"พอเถอะท่านป้า หลานจะทิ้งพวกท่านได้อย่างไรกันสกุลเฟิ่งเป็เช่นนี้ก็เพราะหลาน หลานจะไม่ไปไหนเ้าค่ะ"เยว่ฮูหยินยืนแนวหน้า พร้อมกับเหล่าผู้าุโสกุลเฟิ่งและบ่าวรับใช้จำนวนหนึ่งของสกุลเยว่
"เช่นนั้นข้าคงต้องล่วงเกินพวกท่านแล้ว"าุโเมิ่งเฉิงกล่าวอย่างขออภัย เขารีบวาดมือส่งพลังปราณระดับไร้ร่างขั้นสูงสุดพุ่งเข้าใส่เยว่ฮูหยินทันที
ศึกการต่อสู้ระหว่างผู้ฝึกตนระดับสูงกินเวลาล่วงเลยมานานกว่าสิบวันสิบคืน เยว่ฮูหยินและผู้าุโจากสกุลเฟิ่งยามนี้ต่างอ่อนล้าเต็มทีอาณาจักรม่านดาราเจิ่งนองอาบย้อมไปด้วยโลหิตและซากอาคารเสียหายจากแรงปะทะกันระหว่างสองฝ่าย จนเวลาล่วงเลยเข้าสู่วันที่สิบเอ็ด
"หึ! สิ้นฤทธิ์เสียที บอกข้ามา เ้าเอาลูกไปไว้ที่ใด"เมิ่งลู่ซินตวาดอย่างเดือดดาล ดวงตาหรี่เล็กปราดมองเฟิ่งซือเซียน
"ฆ่าข้าเสีย" เยว่ฮูหยินเอ่ยเสียงแ่ ก่อนนางจะหลับตาลงอย่างช้าๆนางจำใจต้องยอมรับในชะตากรรม การต่อสู้ต่อเนื่องหลายวันมานี้นางไม่เหลือพลังปราณใดๆ อีกแล้ว
"เฟิ่งซือเซียน ั้แ่เล็กจนโต เ้าก็ชอบวางท่าชอบคิดว่าตนเหนือกว่าผู้อื่น เป็หญิงงามอัจฉริยะของอาณาจักรม่านดาราเ้าเลยไม่คิดล่ะสิ ว่าเ้าจะมีวันนี้ได้ น่าสมเพชนัก!"เมิ่งลู่ซินบีบแก้มเยว่ฮูหยินจนเป็รอยช้ำ กดปลายนิ้วฝังแก้มนิ่มจนมีเืซึมเข้าตามซอกเล็บ
"ท่านลุง นางไม่ตอบเช่นนี้ จะทำอย่างไรดีเ้าคะ"เมิ่งลู่ซินถามผู้าุโเมิ่งเฉิง
"นางคงซ่อนลูกไว้ไม่ไกล เช่นนั้นเ้าก็จัดการนางเถอะ พวกข้าจะตามหารอบๆบริเวณนี้เอง" าุโเมิ่งเฉิงกล่าว ก่อนจะเคลื่อนกายอย่างรวดเร็วตรงเข้าไปยังป่ากักตนของสกุลเยว่
"ข้ารังเกียจเ้าเพียงใด ไม่ต้องบอก เ้าก็คงรู้สินะเช่นนั้นก็หมดเวลาของเ้าแล้ว เฟิ่งซือเซียน!" เมิ่งลู่ซินกล่าวจบ
นางเรียกใช้กระบี่บั่นศีรษะเยว่ฮูหยินทันที เืสีแดงฉานพวยพุ่งออกจากคองามระหงก่อนจะสาดกระเซ็นเลอะไปทั่ว ศีรษะของเยว่ฮูหยินร่วงหล่นพื้นหมุนกลิ้งห่างจากร่างไร้ิญญาไปไกล
เพียงไม่ถึงหนึ่งก้านธูป[6]เหล่าสกุลเฟิ่งและบ่าวผู้ภักดีของสกุลเยว่ ถูกกำจัดจนสิ้นสังเวยชีวิตอันบริสุทธิ์ให้แก่ความโลภของคนละโมบเหล่านี้
ทวีปใต้กาลอาณาจักรปฐีเร้นลับ
จวนอัครมหาเสนาบดีกู้แคว้นเจียง
หลังกระแทกกับพื้นอย่างแรงกงล้อมิติจึงหยุดเคลื่อนไหว แรงกระแทกก่อให้เกิดหลุมลึกสั่นะเืไปทั้งอาณาจักรหลงลี่ฟางค่อยๆ ขยับกายออกจากกงล้อมิติ นางโอบอุ้มคุณหนูน้อยไว้อย่างหวงแหนก่อนจะวางเด็กทารกไว้กับโพรงหญ้านุ่ม
"ดีนะที่มืดแล้ว คงไม่มีใครสังเกตเห็นมากนัก เอาล่ะคุณหนูรอบ่าวตรงนี้สักครู่หนึ่งนะเ้าคะ บ่าวจะทำลายกงล้อมิติก่อนสักครู่เดียวเท่านั้นเ้าค่ะ" หลงลี่ฟางเอ่ยกับคุณหนูน้อยที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่อย่างเอ็นดูก่อนนางจะรีบย้อนกลับไปยังหลุมลึกที่มีกงล้อมิติอยู่ในนั้น
"บ้าจริง! นี่ลดจนเหลือแค่ขั้นราชันย์อย่างนั้นหรือ ไม่นะข้าอยู่ขั้นเทพไปแล้วนะ โธ่!" หลงลี่ฟางบ่นพึมพำกับตนเองเล็กน้อยก่อนจะหักห้ามใจ
กงล้อมิติขนาดเท่าคนยังคงไม่มีทีท่าจะย่อหดเล็กลง หลงลี่ฟางเริ่มตั้งสมาธิรวบรวมลมปราณปรากฏพลังสายหนึ่งแผดเผากงล้อมิติไม่หยุด ลี่ฟางเริ่มอ่อนล้าเหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายเต็มหน้าผากมน ร่างกายของนางไหวสั่นอย่างยากควบคุม
กงล้อมิติเริ่มเคลื่อนไหวสั่นอย่างรุนแรงก่อนมันจะหดเล็ก พุ่งชนลี่ฟางเข้าอย่างจัง แรงปะทะทำให้ทั้งกงล้อมิติและหลงลี่ฟางกลายเป็ลำแสง พุ่งกลับเข้าไปในจี้หยกสีน้ำเงินคล้ายเปลวเพลิงของทารกน้อย
แสงสีน้ำเงินจากจี้หยกเปล่งประกายวูบหนึ่งก่อนจะดับไป เหลือเพียงหินหยกสีน้ำเงินธรรมดา
ทารกน้อยยังคงหลับใหลไม่รับรู้เื่ราวต่างๆจนเวลาล่วงผ่านเลยไปกว่าสองชั่วยาม ความหิวเริ่มคุกคามเด็กน้อยส่งเสียงร้องอ้อแอ้อย่างไร้เดียงสาเสียงเล็กเรียกความสนใจจากสตรีวัยกลางคนนางหนึ่งนางกำลังเอาสิ่งปฏิกูลของเหล่าเ้านายมาทิ้งพอดี
หญิงร่างท้วมท่าทางใจดีนางรีบเดินตามเสียง เพื่อดูว่าเป็เสียงของอะไรพบเพียงเด็กทารกที่กำลังร้องงอแงเพราะความหิว นางรีบอุ้มทารกน้อยขึ้นมาแล้วปลอบโยนด้วยความเอ็นดู
"อาลี่! นั่นเ้าเอาอะไรกลับมาด้วย"เสียงพ่อบ้านฟูที่ตวาดออกมาอย่างดัง ทำให้อาลี่ถึงกับสะดุ้ง นางรีบกระชับวงแขนกอดทารกน้อยในอ้อมแขนแน่นขึ้น
"เ้าเป็อะไรไป ไหน อุ้มอะไรไว้ เอามาให้ข้าดูเร็ว" พ่อบ้านฟูเอ่ยเริ่มสงสัย เมื่อเห็นสาวใช้ใต้อาณัติทำทีมีพิรุธ เบี่ยงกายกอดห่อผ้าแน่น
"อาลี่ นี่เ้ากล้าขัดคำสั่งข้าหรือ! อยากโดนไล่ออกหรือไง นางใบ้!"พ่อบ้านฟูตวาดลั่นด้วยความโมโห จนอาลี่สาวใช้ร่างท้วมวัยกลางคนถึงกับสะดุ้งอาลี่อุ้มทารกน้อย รีบวิ่งไปหลบยังมุมห้องครัว
นางทรุดกายกับพื้นกอดทารกน้อยแน่น น้ำตาคลอหน่วย ดวงตาแดงก่ำด้วยความหวาดกลัวอาลี่เอาแต่ส่ายศีรษะไปมา นางส่งเสียงร้องอือๆ อย่างแ่เบา
"เอามานี่!" พ่อบ้านฟูแม้จะไม่เก่งกาจเท่าใดแต่ก็นับว่าเป็ผู้มีวรยุทธ์อยู่บ้าง เขาเหวี่ยงฝ่ามือตบร่างอาลี่จนกระเด็นก่อนจะคว้าเอาห่อผ้าขึ้นมาดู
"ไอ่หยา เด็กคนนี้ทำไมอัปลักษณ์นัก เ้าไปเก็บมาจากที่ใด"พ่อบ้านฟูถามอาลี่ ที่ถูกเขาตบจนร่างแนบอยู่กับพื้นห้องครัว
อาลี่รีบเหยียดกายลุกขึ้นแม้จะรู้สึกปวดร้าวระบมไปทั้งร่าง กระนั้นนางก็รีบยกแขนเสื้อเช็ดมุมปากที่มีเืซึมออกมาน้อยๆแล้วจึงขยับมือชี้นิ้วไปทางบ่อทิ้งสิ่งปฏิกูลหลังจวนให้แก่พ่อบ้านฟูทราบว่านางเก็บเด็กทารกมาจากตรงนั้น
"ดูจากห่อผ้าคงจะมาจากสกุลมั่งมี คงกำเนิดลูกได้อัปลักษณ์นักพวกเขาเลยเอามาทิ้งเช่นนี้ อาลี่ เราไม่มีปัญญาเลี้ยงหรอกนะเ้าเอาไปวางที่เดิมเถอะ" พ่อบ้านฟูเอ่ยอย่างจนใจด้วยพวกเขาก็เป็เพียงแค่บ่าวในจวนอัครมหาเสนาบดีมิได้มีอำนาจจะทำสิ่งใดได้ตามอำเภอใจ
อาลี่ได้ยินเช่นนั้นนางก็รีบคุกเข่าขอร้องทันที นางโขกศีรษะลงพื้นไม่หยุด จนหน้าผากปริแตกพร้อมทั้งส่ายหน้าไปมา ร่ำไห้อย่างสิ้นหวังนางมองไปยังพ่อบ้านฟูร้องขอความเห็นใจผ่านทางแววตา
"ท่านลุง เด็กคนนี้ยังเล็กนักขอรับ ไว้โตหน่อยค่อยไล่ไปเถอะเด็กตัวแค่นี้คงกินอะไรได้ไม่มาก เลี้ยงไว้สักคนก็ดีนะขอรับท่านลุง" เด็กชายวัยสิบขวบหลานชายพ่อบ้านฟู เขาเอ่ยช่วยอาลี่ขอร้องเช่นกัน เห็นเด็กน้อยในห่อผ้าหายใจรวยรินเขาก็อดสงสารไม่ได้
"พวกเ้าเป็อะไรกันไปหมด ฮูหยินเพิ่งคลอดคุณหนูไม่นานยามนี้ในจวนมีพี่เลี้ยงและคนงานมากมายพวกเ้าคิดจะปิดเื่นี้ได้นานแค่ไหนกัน" พ่อบ้านฟูเอ่ยอย่างจนใจ
1. ข้อยาม ราวๆ สิบห้านาที
2. หนึ่งก้านธูป ราวๆ สิบห้านาที