ผู้กอบกู้

    ตอนที่ 38 นักรบจิตวิญญาณปะทะสัตว์ร้ายระดับทวีป

            ในช่วงที่การต่อสู้ของการินกับราจาเพิ่งเริ่มทางฝั่งของพวกบราม่า ปาซาโร และทารอส ทั้งสามแยกย้ายกันไปคนละทาง


            นักรบจิตวิญญาณทับทิมตามบราม่าไปนักรบจิตวิญญาณอเมทิสตามปาซาโรไป ส่วนนักรบจิตวิญญาณมรกตตามทารอส


            หลังจากบินไปได้หลายสิบกิโลเมตรปาซาโรพลันหยุดร่างกะทันหันเพราะเบื้องหน้ามีนักรบจิตวิญญาณอเมทิสดักรออยู่


            “ข้าไม่คิดเลยว่าแค่สิ่งที่ผู้มีรอยประทับระดวงดาวอัญเชิญออกมาก็สามารถตามความเร็วของข้าได้ทันด้วยสมแล้วจริง ๆ ที่เจ้าเด็กนั่นเป็นระดับดวงดาว”


            ปาซาโรบ่นเสียงเจื้อยแจ้ว


            นักรบจิตวิญญาณอเมทิสไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อคำพูดของอีกฝ่ายร่างสีม่วงอเมทิสพุ่งเข้าใส่ปาซาโรด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้า


            ปาซาโรทำมือเป็นกรงเล็บแล้วตวัดไปทางนักรบจิตวิญญาณอเมทิสทว่าการโจมตีนี้กลับผ่านร่างของนักรบจิตวิญญาณอเมทิสไปราวกับไม่มีอะไรอยู่


            นักรบจิตวิญญาณอเมทิสใช้การเปลี่ยนร่างเป็นวิญญาณ


            เสี้ยววินาทีต่อมาในขณะที่ปาซาโรผงะอยู่นักรบจิตวิญญาณก็มาถึงตรงหน้าปาซาโรแล้ว


            นักรบจิตวิญญาณอเมทิสปล่อยหมัดที่มีประกายสายฟ้าเข้าใส่กลางอกสัตว์ร้ายที่มีร่างเป็นมนุษย์แต่มีหัวเป็นนก


            ร่างปาซาโรปลิวไปหลายกิโลเมตร


            ปาซาโรร้องเสียงแหลมด้วยความโกรธเกรี้ยวพลันปรากฏพายุหมุนนับร้อยลูกขึ้นจากความว่างเปล่ารอบตัวปาซาโรพายุหมุนขยายขนาดขึ้นเรื่อย ๆ มวลน้ำในทะเลเริ่มหมุนขึ้นตามพายุไปบนท้องฟ้าพายุนับร้อยลูกพุ่งเข้าล้อมรอบนักรบจิตวิญญาณอเมทิส


            นักรบจิตวิญญาณอเมทิสนิ่งเฉยพายุหมุนนับร้อยลูกพุ่งเข้าไปรวมกัน ณ จุดที่นักรบจิตวิญญาณอเมทิสอยู่ท้องทะเลปั่นป่วนราวกับทะเลคลั่ง รออยู่เกือบนาทีพายุถึงได้สงบลง


            ผลก็คือนักรบจิตวิญญาณอเมทิสยังคงนิ่งอยู่ที่จุดเดิมร่างสีอเมทิสนั้นเอียงคอมองปาซาโรราวกับจะพูดว่า ‘แกก็รู้ว่าฉันเปลี่ยนร่างเป็นร่างวิญญาณได้ถ้าไม่โดนโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัวก็ทำอะไรฉันไม่ได้แล้วทำไมแกถึงใช้พายุพวกนี้มาโจมตีฉันอีก แกโง่หรือเปล่า’


            ทว่าดูเหมือนปาซาโรจะไม่รู้ความนัยที่นักรบจิตวิญญาณอเมทิสส่งมาจึงได้พุ่งเข้าใส่นักรบจิตญญาณอเมทิสพร้อมสร้างเกลียวสายลมล้อมรอบร่างกายตัวเอง


            นักรบจิตวิญญาณอเมทิสไม่หลบแต่ชูแขนขึ้นท้องฟ้าทันใดนั้นพลันมีสายฟ้าเส้นหนึ่งพุ่งมาจากท้องฟ้าที่ไร้เมฆผ่าเข้าใส่ปาซาโร


            ปาซาโรร่างชาชะงักไปชั่วขณะเกลียวสายลมรอบตัวสลายหายไป


            ใช้โอกาสนี้นักรบจิตวิญญาณอเมทิสพุ่งเข้าไปหาปาซาโรแล้วง้างหมัดต่อยเข้าใส่หน้าอกมันอย่างถนัดถนี่


            ร่างปาซาโรปลิวขึ้นฟ้าไปสูงทะลุชั้นเมฆไปไกลผิวหนังทั่วร่างปริแตกหน้าอกที่โดนหมัดของนักรบจิตวิญญาณอเมทิสต่อยทะลุเป็นพร้อมกับมีกระแสสายฟ้าไหลผ่าน


            เดิมทีพละกำลังของนักรบจิตวิญญาณอเมทิสไม่ควรจะมีมากมายขนาดต่อยให้ปาซาโรตายได้ในหมัดเดียวแต่เป็นเพราะการินใช้ความสามารถ‘ถ่ายทอดพลัง’ของตัวเองถ่ายทอดความสามารถจากรอยประทับกลางหน้าอกที่เพิ่มพลังกายให้นักรบจิตวิญญาณอเมทิส


            ดังนั้นการโจมตีครั้งนี้ของนักรบจิตวิญญาณอเมทิสจึงมีพลังเทียบเท่ากึ่งระดับดวงดาว


            มองร่างปาซาโรที่หล่นกระทบผืนน้ำจมลงใต้ก้นทะเลร่างนักรบจิตวิญญาณอเมทิสค่อย ๆ เลือนหายไป


            ...


            นักรบจิตวิญญาณมรกตไล่ตามทารอสตามได้อย่างรวดเร็วร่างสีเขียวมรกตตวัดมือคราหนึ่งก็มีสายลมกรรโชกปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าทารอสเป็นเหตุให้สัตว์ร้ายตนนี้ต้องชะงักร่าง


            นักรบจิตวิญญาณมรกตพุ่งเข้าใส่ทารอสพร้อมง้างหมัดเตรียมต่อยทารอส


            ทารอสตวัดมือไปทางนักรบจิตวิญญาณมรกตหนึ่งคราพลันปรากฏกำแพงหินหนาขนาดใหญ่ยักขึ้นกลางอากาศขวางนักรบจิตวิญญาณมรกตไว้


            ทว่าร่างของนักรบจิตกลับลอยทะลุกำแพงหินนี้แล้วยังคงพุ่งเข้าใส่ทารอสต่อ


            ทารอสยกสองแขนขึ้นมาป้องกันพร้อมเคลือบแขนทั้งสองข้างด้วยหินแข็งสีเทาหม่น


            นักรบจิตวิญญาณมรกตต่อยเข้าที่แขนซึ่งยกขึ้นมากันของทารอส


            สัตว์ร้ายระดับทวีปตัวนี้ลอยปลิวไปหลายกิโลเมตรหินที่สร้างขึ้นมาเคลือบแขนทั้งสองข้างไว้ปริแตก สองแขนสั่นเทิ้มเล็กน้อย


            ทารอสพลันประกบมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันทั่วร่างทารอสมีหินสีเทาเข้มเกือบดำปกคลุมราวกับเป็นชุดเกราะ


            นักรบจิตวิญญาณมรกตตวัดแขนสร้างลมเฉือนเข้าใส่ทารอส


            ทารอสไม่หลบปล่อยให้ลมเฉือนปะทะเข้ากับร่างที่เคลือบด้วยเกราะหินของตัวเองเกราะหินที่ถูกลมเฉือนเข้าปะทะมีเพียงรอยล่องไม่ลึกมากแล้วก็ค่อย ๆฟื้นฟูกลับมาเป็นเหมือนเดิม


            ทารอสพุ่งเข้าใส่นักรบจิตวิญญาณมรกตแล้วต่อยเข้าไปที่ร่างสีมรกตนั้น


            ทารอสไม่คิดจะใช้ท่าโจมตีระยะไกลกับนักรบจิตวิญญาณมรกตเพราะจากที่ดูก่อนหน้านักรบที่การินผู้มีรอยประทับระดับดวงดาวอัญเชิญมานี้สามารถทำให้ทุกอย่างทะลุร่างไปได้ต้องโจมตีโดยไม่ให้อีกฝ่ายใช้ความสามารถนั้นได้ทัน


            นักรบจิตวิญญาณมรกตพุ่งเข้าปะทะกับทารอสอย่างไม่เกรงกลัวทุกครั้งที่หมัดของทั้งคู่ปะทะกันล้วนทำให้น้ำในทะเลเบื้องล่างแตกกระจาย


            ทารอสกับนักรบจิตวิญญาณแลกหมัดกันอยู่นานเกราะบนร่างทารอสร้าวอยู่หลายหนแต่ก็ฟื้นฟูกลับมาได้เพียงไม่นานส่วนนักรบจิตวิญญาณมรกตร่างกายเสียหายไปหลายครั้งแต่ก็ฟื้นฟูกลับมาในทันทีเช่นกัน


            ทันใดนั้นนักรบจิตวิญญาณพลันง้างหมัดหมายจะต่อยเข้ากลางหน้าอกทารอสทารอสรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีแต่ก็ไม่สามารถหลบเลี่ยงได้


            ตูม!


            ทารอสปลิวกระเด็นไปไกลพร้อมกระอักเลือดออกมาคำโตเกราะหินสีเทาเข้มที่กลางหน้าอกทารอสแตกกระจายรอยแตกยังกระจายลามไปที่เกราะหินทั่วร่างอีกด้วย


            ตลอดการต่อสู้ที่ผ่านมานักรบจิตวิญญาณมรกตยังไม่เคยใช้‘ถ่ายทอดพลัง’ที่จะถ่ายทอดพลังจากรอยรอยประทับกลางหน้าอกการินซึ่งช่วยเพิ่มพลังกายเลยสักครั้งแต่การโจมตีเมื่อครู่นี้นักรบจิตวิญญาณมรกตได้ใช้ความสามารถเพิ่มพลังกายกะทันหันจนทารอสตั้งตัวไม่ทัน


            นักรบจิตวิญญาณมรกตพุ่งเขาไปหมายจะปิดบัญชีทารอสทว่าร่างของทารอสกลับกลายเป็นทรายทำให้หมัดของนักรบจิตวิญญาณมรกตทะลุทรายไป


            ทรายสีน้ำตาลเข้มไหลไปรวมตัวกันกลายเป็นร่างทารอสณ จุดที่ห่างไปไกล


            ทว่าร่างทารอสเพิ่งรวมตัวกันเสร็จสมบูรณ์ก็พลันมีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของมัน


            นักรบจิตวิญญาณอเมทิส!


            นักรบจิตวิญญาณอเมทิสที่เพิ่งสู้กับปาซาโรเสร็จง้างหมัดต่อยเข้ากลางหลังทารอส


            เกราะหินมีเทาเข้มกลางแผ่นหลังทารอสแตกกระจายทารอสกระอักเลือดอีกรอบ ร่างใหญ่โตสูงราวสามเมตรของมันปลิวไปทางนักรบจิตวิญญาณมรกต


            นักจิตวิญญาณมรกตที่รออยู่แล้วต่อยเข้ากลางหน้าอกทารอสเกราะหินสีเทาเข้มกลางหน้าอกทารอสแตกกระจายร่างของมันปลิวกลับไปทางนักรบจิตวิญญาณอเมทิส


            นักรบจิตวิญญาณอเมทิสเคลือบหมัดด้วยกระแสไฟฟ้าแล้วต่อยเข้ากลางแผ่นหลังร่างที่ปลิวมาร่างทารอสปลิวลิ่วตกลงไปใต้ก้นทะเล


            นักรบจิตวิญญาณมรกตและนักรบจิตวิญญาณอเมทิสลอยเข้ามาใกล้กันทั้งสองนำหมัดมาแตะกันก่อนแปะมือกันหนึ่งครั้งร่างของพวกมันทั้งคู่ก็เลือนหายไป


            ...


            บราม่าบินไปไกลจากจุดเดิมนับร้อยกิโลเมตรนักรบจิตวิญญาณทับทิมถึงได้ตามทัน


            นักรบจิตวิญญาณทับทิมเสกลูกไปขนาดยักษ์พุ่งเข้าใส่บราม่า


            บราม่ากางมือออกเบื้องหน้าของมันปรากฏโครงกระดูกของสัตว์ร้ายลักษณะคล้ายโครงกระดูกช้างแต่มีขนาดใหญ่โตกว่าหลายเท่า


            อัญเชิญโครงกระดูกสัตว์ร้าย!


            โครงกระดูกช้างยักษ์เอาร่างมาบังบราม่าจากลูกเพลิงไว้บอลเพลิงสร้างความเสียหายให้กับโครงกระดูกช้างยักษ์ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย


            นักรบจิตวิญญาณทับทิมที่ร่างลุกท่วมด้วยเปลวเพลิงพุ่งเข้าใส่โครงกระดูกช้างยักษ์เพียงหมัดเดียวกะโหลกศีรษะของโครงกระดูกช้างยักษ์ก็แตกกระจาย


            ทว่าบราม่ากลับยิ้มออกมา


            ร่างของโครงกระดูกช้างยักษ์พลันระเบิดออกมาอย่างรุนแรงผืนน้ำในทะเลถูกแรงระเบิดจนกลายเป็นคลื่นสูงหลายสิบเมตร


            ระเบิดโครงกระดูก!


            ทันทีที่หมอกควันจางลงก็เผยให้เห็นร่างของนักรบจิตวิญญาณทับทิมที่ร่างกายซีกขวาหายไปเกือบหมดทว่าไม่นานมันก็ฟื้นฟูกลับมาดังเดิม


            บราม่ารู้ว่านักรบจิตวิญญาณที่ถูกอัญเชิญมาเหล่านี้สามารถฟื้นฟูร่างกายได้ราวกับเป็นอมตะแต่มันก็รู้อีกเช่นกันว่าการฟื้นฟูของนักรบจิตวิญญาณที่ถูกอัญเชิญมาต้องกินพลังงานของผู้ที่อัญเชิญไม่มากก็น้อยดังนั้นบราม่าจึงคิดจะให้นักรบจิตวิญญาณเหล่านี้ฟื้นตัวเองให้บ่อยที่สุดหวังว่าอย่างน้อยตนก็ช่วยองค์ราชันลดกำลังของศัตรูไปเล็กน้อยก็ยังดี


            บราม่าอัญเชิญโครงกระดูกสัตว์ร้ายที่เป็นหมาป่ามาเกือบสิบตัว


            นักรบจิตวิญญาณทับทิมพุ่งเข้าใส่โครงกระดูกหมาป่าอย่างไม่เกรงกลัวทว่าร่างสีแดงทับทิมยังไม่ทันได้ปล่อยหมัดโครงกระดูกหมาป่าเหล่านั้นก็ระเบิดขึ้นมาเสียก่อน


            “ใครว่าโครงกระดูกที่ข้าอัญเชิญมาต้องถูกทำลายก่อนถึงจะระเบิดได้ล่ะ?”


            บราม่ากล่าวเย้ยหยัน


            ทว่าหลังจากหมอกควันจางลงร่างของนักรบจิตวิญญาณทับทิมที่ปรากฏให้เห็นกลับไร้รอยขีดข่วนนักรบจิตวิญญาณทับทิมยักไหล่ให้บราอีกฝ่าย


            บราม่ามุมปากกระตุกมันอัญเชิญโครงกระดูกสัตว์ร้ายออกมาอีกนับร้อยตัวแต่ไม่ได้ใช้ให้พวกมันรุมโจมตีนักรบจิตวิญญาณทับทิมในคราเดียวแต่ส่งหนึ่งในโครงกระดูกสัตว์ร้ายพุ่งเข้าใส่นักรบจิตวิญญาณทับทิม


            การกระทำนี้คล้ากับว่าบราม่าคิดจะส่งโครงกระดูกไประเบิดนักรบจิตวิญญาณทับทิมครั้งละตัว


            นักรบจิตวิญญาณทับทิมแปรเปลี่ยนเป็นร่างวิญญาณทันทีที่โครงกระดูกสัตว์ร้ายนั้นเข้ามาใกล้


            ทว่าโครงกระดูกสัตว์ร้ายนั้นกลับไม่ระเบิดจึงพุ่งทะลุนักรบจิตวิญญาณทับทิมที่แปรเปลี่ยนเป็นร่างวิญญาณไป


            “แบบนี้นี่เองที่แท้แกก็มีความสามารถในการทำให้ทุกอย่างทะลุผ่านได้เพราะแบบนี้การระเบิดก่อนหน้านี้ถึงทำอะไรแกไม่ได้สินะ”


            บราม่ากล่าววิเคราะห์จากนั้นมันตวัดมือ โครงกระดูกสัตว์ร้ายนับร้อยพลันลอยเข้าไปที่บราม่าโครงกระดูกนับร้อยบีบอัดกันจนกลายเป็นชุดเกราะกระดูกสีขาวเทาให้บราม่า


            บราม่าพุ่งเข้าใส่นักรบจิตวิญญาณทับทิมด้วยความเร็วที่ลดลงจากเดิมเล็กน้อย


            ทว่าทันใดนั้นเองพลันมีร่างสองร่างปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าที่เบื้องหน้าบราม่า


            นักรบจิตวิญญาณมรกตกับนักรบจิตวิญญาณอเมทิสที่โผ่มาอย่างกะทันหันง้างหมัดต่อยเข้ากลางหน้าอกบราม่า


            ร่างของบราม่าปลิวกระเด็นไปไกลหลายสิบกิโลเมตรเกราะกระดูกที่เพิ่งสร้างขึ้นมาแตกกระจายไม่เหลือชิ้นดี


            นักรบจิตวิญญาณทั้งสามรีบบินทะยานตามร่างบราม่าไป


            นักรบจิตวิญญาณมรตกเตะบราม่าจนร่างของมันลอยไปบนท้องฟ้าที่นักรบจิตวิญญาณอเมทิสรออยู่แล้ว


            นักรบจิตวิญญาณอเมทิสใช้สองมือทุบบราม่าลอยไปทางที่นักรบจิตวิญญาณทับทิมรออยู่แล้ว


            นักรบจิตวิญญาณทับทิมง้างหมัดต่อยบราม่าจนร่างอีกฝ่ายจมลงไปในทะเลผิวน้ำกระเพื่อมเป็นคลื่นสูง


            นักรบจิตวิญญาณทั้งสามลอยมาหากันแล้วแปะมือกัน