เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นภรรยาชาวสวนผู้กล้าหาญ (จบแล้ว)

    เล่มที่ 3 บทที่ 89 ความหวัง

            ผู้ที่นอนอยู่บนพื้นคือชายชราท่าทางมอมแมมที่ดูเหมือนจะหมดสติไป

            หลิวจือโม่คุกเข่าลงด้วยสีหน้าเศร้าหมอง พลิกยาสมุนไพรในตะกร้าดู เขารู้จักเพียงสมุนไพรลดไข้ แต่เขาไม่รู้จักสมุนไพรอื่น

            ชายชราคนนี้เป็นหมอหรือ?

            เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หลิวจือโม่ก็ตื่นเต้นเล็กน้อย เขายื่นมือออกไปกดเหนือริมฝีปากชายชราเพื่อพยายามปลุกเขา

            หลังจากกดอยู่ครู่หนึ่ง ชายชราก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น หลิวจือโม่มองแล้วถามเขาว่าเขาเป็นหมอหรือไม่?

            เวลานี้เขาไม่ได้คิดเลยว่าชายชราจะเป็นคนดีหรือไม่ ขอแค่เขาสามารถรักษาหลี่ชิงหลิงได้ก็พอ

            ชายชราจ้องมองหลิวจือโม่อย่างว่างเปล่าครู่หนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้าและพูดว่าหิวมาก...

            เมื่อเห็นท่าทางของชายชรา หลิวจือโม่ก็เดาว่าเขาเป็นลมเพราะความหิว

            เขาช่วยพยุงชายชราก่อนจะแบกขึ้นบนหลัง เตรียมแบกเขากลับไป

            ชายชรายังมึนงงจึงทำตามที่หลิวจือโม่พูด

            “อาหวง เอาตะกร้ามาด้วย เรากลับกันเถอะ” หลิวจือโม่หายใจเข้าลึกๆ ขอให้อาหวงเอาตะกร้ามา ส่วนตนแบกชายชรากลับ

            ชายชราดูผอมแห้ง แต่แบกขึ้นหลังจึงค้นพบว่าหนักไม่เบา

            บวกกับช่วงนี้เขาพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายจึงล้ามาก การแบกคนจึงรู้สึกเหมือนจะถูกบดขยี้ทุกย่างก้าว

            แต่เมื่อคิดถึงหลี่ชิงหลิงที่สภาพไม่สู้ดีก็เหมือนจะมีพละกำลังไม่มีที่สิ้นสุดคอยช่วยสนับสนุนให้เขาก้าวไปข้างหน้า

            การเดินครั้งนี้ใช้เวลาเกือบสองเค่อ

            ทันทีที่เขากลับมาที่ถ้ำ เขาก็วางชายชราลงบนพื้นแล้วหอบหายใจอย่างหนัก

            หากไกลกว่านี้เขาก็คงไม่ไหวแล้ว ยังดีที่กลับมาได้

            "พี่ใหญ่ คนนี้คือ..." หลิวจือเยี่ยนรีบนำชามน้ำมาให้หลิวจือโม่ดื่ม มองชายชราที่นอนอยู่บนพื้นด้วยความสงสัย

            ช่วงนี้พวกเขาเองก็กินไม่อิ่ม ทำไมพี่ใหญ่ถึงพาคนกลับมา? เขารู้จักคนนี้หรือ?

            หลิวจือโม่ดื่มน้ำในอึกเดียว หลังหายใจทันแล้วจึงพูด "เขาเป็นหมอ ให้เขามาช่วยดูพี่เสี่ยวหลิง” เขาส่งชามในมือคืนให้หลิวจือเยี่ยน "ไปเอาน้ำอีกชามให้ท่านปู่ดื่ม ส่วนข้าจะไปดูพี่เจ้าก่อน”

            หลิวจือเยี่ยนมีความสุขมาก และวิ่งไปเทน้ำอย่างมีความสุข

            ช่วงนี้ที่พี่เสี่ยวหลิงป่วย เขาเป็นห่วงมาก กลัวว่าพี่เสี่ยวหลิงจะไม่รอด

            ตอนนี้มีหมอแล้ว พี่เสี่ยวหลิงจะฟื้นตัวอย่างแน่นอน

            หลิวจือโม่ลุกขึ้น เดินโซเซไปหาหลี่ชิงหลิง ถามหลี่ชิงเฟิงเสียงแผ่วเบาว่านางเป็นอย่างไรบ้าง

            หลี่ชิงเฟิงได้ยินแล้วรีบเช็ดน้ำตาจากมุมตา "อุณหภูมิลดลงนิดหน่อย แต่ก็ยังร้อนมาก” เขามองหลิวจือโม่อย่างคาดหวัง "พี่จือโม่ทำ คนที่พากลับมาเป็นหมอจริงหรือ เขาจะรักษาพี่ได้ไหม?”

            หลิวจือโม่แตะหน้าผากของหลี่ชิงหลิงและรู้สึกว่ามันยังร้อนอยู่มาก เขาเม้มริมฝีปาก "ต้องลองดู" อย่างไรเสียก็เป็นหมอ เขาไม่อยากปล่อยโอกาสไป

            หลี่ชิงเฟิงตอบรับ มองหลี่ชิงหลิงด้วยสายตาที่เป็นกังวล ภาวนาให้ชายชราที่พี่จือโม่พากลับมาสามารถรักษาพี่สาวของเขาได้จริงๆ

            "พี่ใหญ่ เขา... เขาบอกว่าเขาหิว" หลิวจือเยี่ยนป้อนน้ำให้ชายชรา ได้ยินชายชราบอกว่าหิวก็รีบเรียกหลิวจือโม่

            หลิวจือโม่ตบไหล่ของหลี่ชิงหลิง เขาลุกขึ้นเดินไปหาชายชรา

            “ผู้เฒ่า ไข้ของคู่หมั้นข้าไม่ลดลงเลย ถ้าช่วยรักษาได้ ข้าจะทำอาหารให้กิน”

            เขาไม่ได้ใจดีถึงขั้นพาคนแปลกหน้ากลับมา และให้อาหารเขาฟรีๆ

            ถ้าเขาอยากกิน เขาก็ต้องจ่ายสิ่งที่เหมาะสม

            ชายชราเปิดตา มองตาหลิวจือโม่เงียบๆ หลังจากนั้นครู่หนึ่งจึงยอมพยักหน้า

            "ช่วยพยุงข้าไปหน่อย" ชายชราอ่อนแรง ไม่มีคนพยุงย่อมลุกไม่ไหว

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลิวจือโม่รีบเอื้อมมือไปพยุงเขาเดินไปหาหลี่ชิงหลิง

            ชายชรานั่งลงบนพื้น ยื่นมือออกไปจับชีพจรของหลี่ชิงหลิงแล้วถาม “แม่สาวคนนี้สามารถอยู่ได้นานถึงเพียงนี้ก็ปาฏิหาริย์แล้ว" เขาวางมือลงและขอให้หลิวจือโม่นำตะกร้าหลังมาให้

            ก่อนที่หลิวจือโม่จะทันได้ขยับตัว อาหวงก็วิ่งคาบตะกร้าเข้ามาวางตรงหน้า

            ชายชราเห็นอาหวงแล้วผงะ เมื่อเห็นว่ามันไม่ได้โจมตีเขาจึงกระตุกมุมปากแล้วพูด "นี่... เจ้าตัวใหญ่นี่ฉลาดจริงๆ” มองอาหวงอยู่หลายครั้งจึงก้มหัวหยิบสมุนไพรออกมาส่งให้หลิวจือโม่ "น้ำสามชามต้มให้เหลือน้ำเดียว"

            หลิวจือโม่รีบรับมาและหายไปต้มยา

            ชายชราใช้โอกาสนี้สำรวจถ้ำ พบว่าในถ้ำมีแต่เด็กๆ ไม่มีผู้ใหญ่อยู่ด้วย จึงถามด้วยความสงสัย "พ่อแม่ของพวกเจ้าล่ะ?” ดูสภาพของเด็กๆ แล้วดูไม่เหมือนผู้ลี้ภัยเลย..

            หรือจะอาศัยอยู่ที่นี่มาโดยตลอด?

            ทันทีที่ได้ยิน พวกหลี่ชิงเฟิงก็เพิ่มความระมัดระวัง พูดเสียงเบาว่าถามเรื่องนี้ทำไม

            พูดจบก็มองชายชราเพื่อดูว่าเขาเป็นคนเลวหรือเปล่า

            ชายชราหัวเราะ ฮ่าๆ เด็กๆ พวกนี้ระวังตัวดีจริงๆ

            "ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ได้คิดร้ายอะไร แค่สงสัย แล้วที่นี่ก็มีเจ้าตัวใหญ่สองตัวนี้ ข้าคงไม่กล้าทำอะไร!"

            เขาไม่เพียงอยากรู้เกี่ยวกับเด็กเหล่านี้เท่านั้น แต่ยังอยากรู้เกี่ยวกับเจ้าตัวใหญ่สองตัวนี้ด้วย

            เขาไม่เคยเห็นใครที่สามารถเลี้ยงสัตว์ตัวใหญ่ได้ ช่างเปิดหูเปิดตาดีจริงๆ

            แม้ว่าเขาจะพูดเช่นนั้น พวกหลี่ชิงเฟิงก็ไม่ได้ละทิ้งความระมัดระวัง พวกเขายังคงจ้องมองชายชราด้วยดวงตาเป็นประกาย

            เมื่อเห็นเช่นนี้ ชายชราก็ลูบจมูก ไม่กล้าถามคำถามสุ่มสี่สุ่มห้าอีกต่อไป

            หลังจากหลิวจือโม่ต้มยาเสร็จก็ยกมาป้อนหลี่ชิงหลิง  เขาไม่อายชายชราและยังคงใช้วิธีป้อนแบบเดิม

            ชายชราเห็นแล้วก็จิ๊ปาก บอกว่าเจ้าเด็กนี่เอาเปรียบสาวน้อย! ทำลายชื่อเสียงของนาง

            หลังจากที่หลิวจือโม่ป้อนหลี่ชิงหลิงเสร็จจึงพูด “ต่างเวลาต่างสถานการณ์ ชื่อเสียงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็ไม่อาจสำคัญเท่าชีวิต หากชีวิตหาไม่แล้วจะต้องการชื่อเสียงไปเพื่อสิ่งใด” เขาและหลี่ชิงหลิงไม่ใช่คนที่ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงมากนัก 

            หากชื่อเสียงเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งสองตระกูลก็คงจะไม่อาศัยอยู่เป็นครอบครัวเดียว

            เมื่อเห็นท่าทางไม่แยแสของหลิวจือโม่ ชายชราก็เงียบไป

            หลังจากนั้นไม่นาน ดูเหมือนเขาจะคิดอะไรบางอย่างได้ เขายื่นมือออกไปตบไหล่ของหลิวจือโม่ พูดอย่างปลงอนิจจังว่า คนแก่ก็ยังคิดไม่ได้เหมือนเด็กอย่างเจ้า!

            หากเขาคิดได้ตั้งแต่แรก เขาก็คงไม่ตกต่ำถึงเพียงนี้

            หลิวจือโม่หัวเราะ หันไปบอกให้หลิวจือเยี่ยนต้มโจ๊ก "ผู้เฒ่า ขอโทษนะ ที่บ้านมีเสบียงไม่มากแล้ว คงมีแต่โจ๊ก” หยุดเล็กน้อย “ท่านคงจะเป็นลมเพราะหิว กินโจ๊กก็ดีต่อท้องไส้ด้วย”

            ชายชราหัวเราะอีกครั้ง คิดว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่เลวจริงๆ คิดไปถึงจุดนี้ด้วย

            เพราะมีความประทับใจที่ดี เขามองหลี่ชิงหลิงและพูดกับหลิวจือโม่ "สุขภาพแม่หนูไม่ดีนัก ช่วงนี้พักผ่อนไม่เพียงพอ จิตใจตึงเครียดเกินไป พอผ่อนคลายแล้วโรคก็ถามหา" เขามองหลี่ชิงหลิงซึ่งใบหน้าไม่แดงเท่าเดิม "โชคดีที่แม่หนูมีความมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตรอดอย่างแรงกล้า ไม่เช่นนั้นคงไม่รอดมาถึงตอนข้ามา” เขาเองก็ชื่นชมความมุ่งมั่นของแม่หนูคนนี้

            หลิวจือโม่ฟังแล้วรู้สึกตกใจกลัว เขาจับมือของหลี่ชิงหลิงและรู้สึกขอบคุณมากที่นางรอดชีวิตจนกระทั่งชายชรามาถึง

            “ไข้หายแล้ว” เขาแตะฝ่ามือของหลี่ชิงหลิง แล้วเอื้อมมือไปแตะหน้าผาก ไข้ที่ร้อนรุ่มมาหลายวันหายไปกับยานี้แล้ว

            เขาคำนับชายชราด้วยความซาบซึ้งใจและกล่าวขอบคุณเขาหลายครั้ง

            ซึ่งก็ต้องขอบคุณอาหวงด้วย ถ้าไม่ใช่มัน เขาก็คงไม่ได้พบชายชราคนนี้

            พวกหลี่ชิงเฟิงก็โค้งคำนับชายชรา กล่าวขอบคุณอย่างเคารพ

            ชายชราลูบเครา โบกมือแล้วบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะโชคชะตา หากไม่มีโชคชะตาข้าก็คงช่วยพวกเจ้าไม่ได้

            เขาไม่คาดคิดว่าจะได้พบกับเด็กๆ กลางป่ากลางเขาแบบนี้

            ในความเห็นของเขา นี่เป็นโชคชะตาที่หายากจริงๆ

            "ท่านผู้เฒ่า ข้าขอโทษจริงๆ ที่ก่อนหน้านี้ทำตัวแบบนั้น” หลิวจือโม่มองชายชราอย่างจริงจัง

            ชายชราเข้าใจความหมายของหลิวจือโม่ เขากล่าวอย่างไม่ใส่ใจมากนัก "ควรระวังไว้ก่อนอยู่แล้ว เจ้าหนู เจ้าทำได้ดีมาก" นอกจากนี้ เด็กคนนี้ยังจริงใจมาก หลังเขาดูแม่หนูเสร็จก็ขอให้น้องชายไปทำโจ๊ก

            แค่จุดนี้ เขาก็ไม่กล่าวโทษอีกฝ่ายแล้ว

            เมื่อเห็นว่าชายชราไม่ได้คิดอะไรจริงๆ หลิวจือโม่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก "ไม่ทราบว่าผู้เฒ่าจะไปไหน? หากไม่รีบก็อยู่ต่ออีกสองสามวันก็ได้ รอให้อาการป่วยของคู่หมั้นข้าหายแล้วค่อยไปได้หรือไม่?” หากไม่เห็นหลี่ชิงหลิงหายดี เขาก็คงไม่อาจวางใจ

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ ชายชราก็ถอนหายใจ พูดว่าช่วงนี้จะไปไหนได้อีก หากให้เขาอยู่ได้อีกสองวัน เขาสิจะรู้สึกขอบคุณมาก

            เขาไม่อยากลี้ภัยจึงขึ้นเขา แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็นลมเพราะความหิว

            ถ้าคนพวกนั้นรู้เข้า ไม่รู้ว่าจะต้องถูกหัวเราะเยาะไปอีกนานแค่ไหน!

            เมื่อได้ยินความอ้างว้างในคำพูดของชายชรา หลิวจือโม่ก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพูดว่า เดี๋ยวมันก็ผ่านไป

            แค่ไม่รู้ว่าฝ่ายไหนจะชนะเท่านั้นเอง

            “ใช่แล้ว มันจะผ่านไป” ชายชราก็ถอนหายใจด้วยความปลง

            ไม่ว่ายังไงก็ยังต้องใช้ชีวิตต่อไป เจ้าเด็กคนนี้เก็บชีวิตเขากลับมาได้ เขาเองก็จะทะนุถนอมชีวิตให้มากกว่าเดิม


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นภรรยาชาวสวนผู้กล้าหาญ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786