ตอน หวั่นไหว
กาลเวลาล่วงเลยเข้าสู่่บ่ายแก่ แสงอาทิตย์ที่เคยเจิดจ้าเริ่มอ่อนแสงลงและทอประกายสีทองอมส้มสาดส่องผ่านบานหน้าต่างกระจกสีของห้องซ้อมดนตรีส่วนตัว บรรยากาศภายในห้องกว้างที่บุผนังด้วยไม้เก็บเสียงชั้นดีนั้นเงียบสงบและตัดขาดจากโลกภายนอกอันแสนวุ่นวาย ดารินขังตัวเองอยู่ภายในห้องนี้ั้แ่่สาย เธอหยิบไวโอลินสตาดีวาริอุสตัวโปรดขึ้นมาประทับบ่า คันชักไม้ฝรั่งเศสกรีดลากผ่านเส้นเสียงอย่างพลิ้วไหว บทเพลงคลาสสิกที่มักจะเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและหม่นหมองเพื่อระบายความร้าวรานในใจ บัดนี้กลับมีจังหวะที่เบาหวิวและพริ้วไหวขึ้นเล็กน้อยอย่างน่าประหลาด ความขบขันและรอยยิ้มที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ลานจอดรถเมื่อ่เช้ายังคงทิ้งร่องรอยของความอารมณ์ดีตกค้างอยู่ในห้วงความรู้สึก ทำให้ท่วงทำนองที่เปล่งออกมามีความหวังแอบแฝงอยู่บางเบา
ภายนอกบานประตูไม้บานหนา เคนในชุดสูทสีดำสนิทกำลังยืนไขว้หลังทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ั์ตาคมกริบของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษหลับลงช้าๆ เพื่อซึมซับเสียงดนตรีที่เล็ดลอดออกมา เขาเป็คนเดียวที่คอยเฝ้าสังเกตเธอในทุกอิริยาบถ จึงรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในจิตใจของนายหญิงผ่านท่วงทำนองที่เปลี่ยนไป ความสงบสุขเล็กๆ ก่อตัวขึ้นในหัวใจอันหยาบกระด้างของบอดี้การ์ดหนุ่มเพียงชั่วครู่ ก่อนที่ลางสังหรณ์อันตรายจะเตือนให้เขาลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวผิดปกติจากลานหน้าคฤหาสน์
เสียงเครื่องยนต์ของขบวนรถหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูใหญ่ก่อนเวลาอันควร ท่านนายกก้าวลงจากรถพร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์ชาวต่างชาติรูปร่างสูงใหญ่ที่สวมสูทสีเข้ม ท่าทางของพวกมันดูหยาบกระด้าง แววตาเต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์และอันตรายเกินกว่าจะเป็เพียงนักการเมืองหรือนักธุรกิจทั่วไป บรรยากาศภายในคฤหาสน์ที่เคยเงียบสงบกลับกลายเป็เย็นะเืและตึงเครียดขึ้นมาทันทีราวกับมีเมฆดำทะมึนเคลื่อนตัวเข้าปกคลุม
คำสั่งเด็ดขาดถูกส่งผ่านแม่บ้านมายังห้องดนตรี ท่านนายกสั่งให้ดารินหยุดเล่นดนตรีและไปแต่งตัวด้วยชุดที่สวยงามและหรูหราที่สุดเพื่อลงมาต้อนรับและรินไวน์ชั้นเลิศให้กับแขกวีไอพีของเขา ดารินต้องจำใจเก็บไวโอลินลงกล่อง สวมหน้ากากภรรยาที่แสนดีและสมบูรณ์แบบอีกครั้ง เธอถูกจับแต่งกายด้วยชุดเดรสเปิดไหล่สีน้ำเงินเข้มที่ขับเน้นผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่น เธอเดินลงบันไดวนมายังห้องรับรองด้วยท่วงท่าสง่างาม ทว่าในใจกลับรู้สึกขยะแขยงและไร้ค่าเมื่อตระหนักว่าสามีมองเธอเป็เพียงเครื่องประดับชิ้นงามที่เอาไว้อวดอ้างบารมีและสร้างความประทับใจให้กับกลุ่มอิทธิพลมืด
สายตาหื่นกระหายและจาบจ้วงของแขกชาวต่างชาติที่จ้องมองเรือนร่างของเธอั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าทำให้ดารินรู้สึกสะอิดสะเอียนจนแทบอยากจะอาเจียน เธอต้องฝืนยิ้มและทำหน้าที่รินไวน์แดงสีเืลงในแก้วคริสตัลอย่างระมัดระวัง ในขณะที่เคนซึ่งยืนอารักขาอยู่ในมุมมืดของห้องรับรองจ้องมองทุกเหตุการณ์ด้วยดวงตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ สันกรามของเขาขบเข้าหากันแน่นจนเส้นเอ็นบนลำคอปูดโปน กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนในร่างกาย**ตึงเปรี๊ยะ**ด้วยความโกรธแค้นที่ต้องทนเห็นนายหญิงของตนถูกแทะโลมทางสายตาโดยที่เขาไม่สามารถชักปืนออกมายิงเจาะกะโหลกพวกมันได้
เมื่อการสนทนาทางธุรกิจมืดเริ่มเข้าสู่เนื้อหาที่ลึกซึ้ง ท่านนายกก็หันมาออกคำสั่งกับภรรยาด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้ดูนุ่มนวลต่อหน้าแขก ทว่าแววตากลับแฝงความบังคับข่มขู่ เขาสั่งให้ดารินขึ้นไปหยิบซิการ์คิวบากล่องพิเศษที่เก็บไว้ในห้องทำงานส่วนตัวของเขาที่ชั้นบน ดารินพยักหน้ารับคำสั่งและรีบเดินหลบฉากออกมาจากห้องรับรองที่น่าอึดอัดนั้นทันที
ห้องทำงานส่วนตัวของท่านนายกเป็พื้นที่ต้องห้ามที่ปกติแล้วไม่อนุญาตให้ใครล่วงล้ำเข้าไปเด็ดขาด ภายในห้องตกแต่งด้วยไม้สีเข้มและเฟอร์นิเจอร์หนังแท้ที่ให้ความรู้สึกหนักอึ้งและลึกลับ ดารินก้าวเท้าเข้าไปด้วยความระมัดระวัง สายตากวาดมองหากล่องซิการ์บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ทว่าสายตาของเธอกลับไปสะดุดเข้ากับตู้เซฟฝังผนังด้านหลังโต๊ะทำงานที่ถูกเปิดแง้มทิ้งไว้ด้วยความสะเพร่าของสามีที่คงจะรีบร้อนออกไปในตอนเช้า
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ไม่อาจห้ามได้ ดารินค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ตู้เซฟที่เปิดอ้าอยู่นั้น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดกึก ภายในนั้นไม่ได้มีเพียงโฉนดที่ดินหรือเอกสารราชการลับดังที่เธอเคยคาดคิด แต่มันอัดแน่นไปด้วยแฟ้มรูปถ่ายการส่งมอบอาวุธาเถื่อน บัญชีรายรับรายจ่ายจากการฟอกเงินสกปรกข้ามชาติ และที่เลวร้ายที่สุดคือถุงพลาสติกใสที่บรรจุผงสีขาวขุ่นจำนวนมหาศาลซึ่งซุกซ่อนอยู่ชั้นล่างสุดของตู้เซฟ
ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวฟาดเปรี้ยงเข้ากลางใจ ดารินเบิกตากว้างด้วยความช็อกสุดขีด ความหวาดกลัวอย่างรุนแรงแล่นไปทั่วสรรพางค์กายจนขนลุกซัน สามีที่แสนดีต่อหน้าสื่อมวลชน แท้จริงแล้วคืออาชญากรระดับชาติที่พัวพันกับสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบ มือเล็กๆ ของเธอสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เธอเผลอก้าวถอยหลังด้วยความตื่นตระหนกจนสะโพกไปชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานอย่างแรง
เพล้ง!
ที่เขี่ยบุหรี่คริสตัลเจียระไนราคาแพงลิ่วที่วางอยู่ิ่เหม่ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นหินอ่อนจนแตกกระจายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย เสียงแตกของกระจกดังลั่นก้องไปทั่วห้องที่เงียบสงัด ดารินยกมือขึ้นปิดปากตัวเองด้วยความใสุดขีด หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
เพียงไม่กี่อึดใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ท่านนายกที่ได้ยินเสียงของแตกจากชั้นล่างพุ่งพรวดเข้ามาในห้องทำงานด้วยใบหน้าที่ถมึงทึงและโกรธจัด ั์ตาของเขาแดงก่ำดั่งปีศาจร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่น เขาไม่ได้สังเกตเห็นตู้เซฟที่เปิดแง้มอยู่เพราะร่างของดารินบังเอาไว้มิดชิด สิ่งเดียวที่เขาเห็นคือเศษคริสตัลที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นและความซุ่มซ่ามของภรรยา
"ทำบ้าอะไรของเธอ ดาริน" เสียงตวาดกร้าวของท่านนายกดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า เขาสืบเท้าเข้าหาเธอด้วยท่าทีคุกคาม
"ฉัน ฉันขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ" ดารินละล่ำละลักตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านราวกับลูกนกที่ตกอยู่ในกรงเล็บของพญาเหยี่ยว ความหวาดกลัวทำให้ขาของเธออ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่อยู่
"แค่มารหยิบซิการ์กล่องเดียวมันยากนักหรือไง ทำไมถึงได้ทำตัวงี่เง่าและสร้างแต่ปัญหาแบบนี้" ท่านนายกสบถด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนน่าขนลุก เขาเงื้อฝ่ามือหนาขึ้นสูงตระหง่าน เตรียมจะฟาดลงบนใบหน้างดงามของภรรยาเพื่อระบายโทสะ
ดารินหลับตาปี๋ หดคอหนีและยกแขนขึ้นบังใบหน้าด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว เธอรอรับความเ็ปที่กำลังจะฟาดฟันลงมา ทว่าฝ่ามือนั้นกลับหยุดชะงักกลางอากาศ ท่านนายกขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงกรอด เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ดิบเถื่อน หากเขาตบเธอตอนนี้ รอยช้ำบนใบหน้าอาจจะทำให้แขกวีไอพีที่รออยู่ข้างล่างสงสัย และอาจส่งผลเสียต่อการเจรจาธุรกิจหมื่นล้านในคืนนี้
"ทำความสะอาดเศษขยะพวกนี้ให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว" เขากดเสียงต่ำข่มขู่ สลัดมือทิ้งอย่างหัวเสีย "ฉันต้องออกไปคุยธุรกิจต่อที่งานเลี้ยงข้างนอก หวังว่ากลับมาฉันจะไม่เห็นเื่งี่เง่าแบบนี้อีก"
พูดจบเขาก็คว้ากล่องซิการ์บนโต๊ะและหมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไป ปล่อยให้ดารินยืนตัวสั่นเทาอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของคริสตัลและเศษซากของชีวิตคู่ที่พังทลายไม่มีชิ้นดี
ตอนเย็น
เมื่อแน่ใจว่ารถของสามีแล่นออกจากคฤหาสน์ไปแล้ว ดารินที่อยู่ในสภาวะสับสนและอัดอั้นตันใจจนถึงขีดสุด เธอเดินเหม่อลอยออกจากห้องทำงานและมุ่งหน้าไปยังห้องโถงกว้างฝั่งปีกตะวันตกของคฤหาสน์ ห้องโถงแห่งนี้โอ่อ่าและกว้างขวาง ปูด้วยพื้นไม้ปาร์เก้ขัดมันวาววับ ปราศจากเฟอร์นิเจอร์ใดๆ มีเพียงเปียโนหลังใหญ่สีดำสนิทตั้งตระหง่านอยู่มุมห้องเพียงตัวเดียว แสงจันทร์ยามค่ำคืนสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาอาบไล้พื้นที่ว่างเปล่า
ดารินถอดรองเท้าส้นสูงทิ้งไว้ที่หน้าประตู ทิ้งตัวตนของสตรีหมายเลขหนึ่งที่ถูกจองจำไว้เื้ั เธอก้าวเดินเท้าเปล่าลงบนพื้นไม้เย็นเฉียบ ในความเงียบสงัดที่ไม่มีแม้แต่เสียงดนตรีบรรเลง ดารินเริ่มเคลื่อนไหวร่างกายของเธอ เธอเริ่มเต้นบัลเลต์เพื่อปลดปล่อยความอัดอั้น ความหวาดกลัว และความเศร้าโศกที่กัดกินจิตใจให้ระเหยหายไปกับท่วงท่าของการร่ายรำ
เรียวขาที่เรียวยาวและแข็งแรงเขย่งปลายเท้าขึ้นสูงสุด หมุนตัวพลิ้วไหวราวกับเกลียวคลื่นในมหาสมุทร การหมุนตัวแบบพิรูเอตต์ที่รวดเร็วและต่อเนื่องแสดงให้เห็นถึงทักษะระดับปรมาจารย์ ชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มสะบัดพริ้วไปตามแรงเหวี่ยงราวกับปีกของผีเสื้อราตรี เธอะโลอยตัวขึ้นกลางอากาศในท่ากรองด์เจเต้ ร่างกายอรชรล่องลอยอยู่เหนือพื้นไม้อย่างสง่างามและไร้น้ำหนักราวกับท้าทายแรงโน้มถ่วงของโลก แขนเรียวเสลากรีดกรายและวาดลวดลายกลางอากาศอย่างอ่อนช้อย ใบหน้าที่เล็กเรียวและสวยสดงดงามของเธอยามที่หลับตาพริ้มและปล่อยตัวปล่อยใจไปกับการเต้นนั้น ดูบริสุทธิ์และงดงามราวกับนางฟ้าที่กำลังระบำอยู่บนปุยเมฆในสรวง์ เป็ความงามที่น่าหลงใหลและน่าทะนุถนอมอย่างหาที่สุดไม่ได้
ภายนอกห้องโถงกว้างที่กั้นด้วยผนังกระจกใสบานั์ เคนกำลังยืนหลบมุมอยู่ในความมืดมิดของสวนหย่อม เขาไม่ได้ละทิ้งหน้าที่อารักขาแม้ในยามที่คฤหาสน์ว่างเปล่า สายตาคมกริบของเขาจ้องมองทะลุกระจกเข้ามาภายในห้องโถง ภาพของดารินที่กำลังเริงระบำอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์สะกดสายตาและตอกตรึงความสนใจของเขาให้หยุดนิ่งไปชั่วขณะ
รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าดิบเถื่อนของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษ เขาเฝ้ามองนางฟ้าในกรงแก้วที่กำลังปลดปล่อยอิสรภาพทางิญญาด้วยความรู้สึกประหลาดล้ำ ทว่าลึกลงไปในอกซ้าย หัวใจที่เคยด้านชาและเย็นเยียบของเขากลับกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง มันสั่นไหวดั่งมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาลที่มีเพียงก้อนกรวดเล็กๆ หล่นกระทบผิวน้ำลงไปเพียงหนึ่งก้อน แต่แรงสั่นะเืนั้นกลับกระเพื่อมแผ่ขยายวงกว้างออกไปจนไร้ที่สิ้นสุด
ร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและรอยแผลเป็จากการกรำศึกของเขา แข็งแกร่งดุจหินผาที่ไม่อาจมีศัสตราวุธใดหรือผู้ใดทำลายล้างได้ แต่หัวใจของเขาในตอนนี้กลับกำลังถูกสั่นคลอนด้วยภาพความงดงามเบื้องหน้าอย่างไม่อาจควบคุมได้