สองผู้ใหญ่กับอีกหนึ่งเด็กชายตัวน้อย ต่างพากันลงมือรับประทานอาหารกันไป โดยที่อรภาขันอาสาป้อนอาหารเด็กชายตัวน้อยเอง ซึ่งมันก็ไม่ใช่เื่ยากอะไร เพียงแค่ป้อมข้าวเด็ก เพราะส่วนตัวแล้ว อรภาก็เป็คนที่ชอบเด็กเล็กๆ อยู่เป็ทุนเดิมอยู่แล้ว และแถมยังเคยเลี้ยงหลานๆ ช่วยพี่สาว สมัยที่เธอยังไม่ได้เข้ามาเรียนและทำงานในเมืองกรุง
“รู้สึกว่าลูกชายของผมจะชอบคุณเข้าให้แล้วล่ะครับ ดูสิติดคุณแจเลย ปกติแล้วเ้าจอมซนจะไม่ยอมสนิทกับใครง่ายๆ เลยนะครับ มีคุณนี้แหละคนแรกเลย ที่พอเห็นหน้าปุ๊บก็โดนใจปั๊บเลย” แบรี่ บอกเล่าเกี่ยวกับลูกชายตัวน้อยไป ก็ส่งยิ้มกรุ่มกริ่มไปด้วย
‘โดนใจปั๊บ!’ อรภางงกับคำที่ชายหนุ่มใช้ เพราะเด็กเล็กอย่างนี้จะบอกโดนใจได้ยังไงกัน แต่ก็ช่างเถอะ จะไปคิดมากไปทำไมกับคำพูดนั้น อรภาปัดความคิดนั้น ให้ออกไปทันทีอย่างไม่ใส่ใจอีก
“เอ่อ! ไม่ทราบว่าเท่าไรหรือคะ?” อรภาถามขึ้น เมื่อเห็นพนักงานในร้านนำบิลค่าอาหารมายื่นให้แบรี่
“ไม่เท่าไรหรอกครับ ผมจ่ายเอง” แบรี่ไม่คิดจะบอกราคาค่าอาหารที่รับประทานกันไป ให้อรภารู้อย่างแน่นอน ชายหนุ่มหยิบบัตรเครดิตจากกระเป๋าสตางค์ มายื่นให้พนักงานอย่างไม่คิดจะใส่ใจดูราคาอาหารเลยแม้แต่น้อย
“คงไม่ดีมั้งค่ะ ฉันทานด้วย ฉันก็ต้องช่วยจ่ายสิคะ” อรภาร้องคัดค้านขึ้นมา อย่างรู้สึกไม่สบายใจ เพราะเธอกับเขาก็พึ่งจะรู้จักกัน เพื่อนก็ไม่ใช่ แล้วยังจะให้เขามาจ่ายให้เธออีกอย่างนี้ มันดูจะไม่ค่อยยุติธรรมกับเขาสักเท่าไร
“ดีสิครับ! ผมเป็คนชวนคุณมาทานข้าวด้วยกัน ผมก็ต้องจ่ายให้สิครับ ถ้าคุณอยากจะจ่ายจริงๆ เอาไว้คราวหน้าสิครับ (รับรองคุณได้จ่ายให้ผมทั้งตัวอย่างแน่นอน)” แบรี่พูดไปก็ยิ้มกรุ่มกริ่มไป และคำพูดประโยคหลังนั้น ชายหนุ่มพูดต่ออยู่ในใจ
‘หึ! ยังจะมีคราวหน้าอีกหรือ ตลกล่ะ’ อรภาคิดอยู่ภายในใจอย่างไม่เชื่อกับคำพูดที่ว่าจะมาเจอกัน และได้รับประทานอาหารกันอย่างนี้อีก เขาคงจะเพียงแค่หาข้ออ้าง ที่จะจ่ายค่าอาหารเท่านั้นเองแหละ ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะมาเจอกับเธออีกหรอก แต่ถึงกระนั้นก็รู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่รู้เหตุผล
“ถ้างั้นก็ขอบคุณนะคะสำหรับอาหารมื้อนี้” อรภาจึงยอมให้ชายหนุ่มจ่ายค่าอาหารแต่โดยดี เพราะคิดว่าหากเหนี่ยวรั้งคิดจะขอจ่ายช่วย ก็คงไม่มีประโยชน์อะไร เพราะถึงยังไงเขาก็ไม่ให้เธอจ่ายช่วยอยู่ดี
‘ผมยินดีจ่ายให้คุณมากกว่านี้อีก ถ้าคุณ้าน่ะนะ’ แบรี่เพียงแต่ผงกศีรษะรับคำขอบคุณของสาวเ้ายิ้มๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมาให้ได้ยิน เพียงแต่นึกคิดอยู่ภายในใจเท่านั้น
“นี้ก็ดึกมากแล้ว ฉันคงจะต้องขอตัวกลับก่อนนะคะ” เมื่อคนทั้งสามเดินออกมาที่หน้าร้านอาหารกันแล้ว อรภาก็มองสบตาแบรี่ นิดหนึ่ง ก่อนจะบอกกล่าวจุดประสงค์ให้รับทราบ
“น้องดีออนค่ะ เอ่อ!.... มัมต้องกลับก่อนแล้วนะคะ เอาไว้หากมีโอกาส เราคงจะได้เจอกันอีกนะ” อรภานั่งยองๆ ลงไปบอกเด็กชายตัวน้อยใกล้ๆ
“กลับ... ดีออนจะกลับด้วยกันกับมัม” ว่าแล้วเด็กชายตัวน้อยก็โผเข้ามากอดคออรภาเอาไว้แน่น แบรี่เห็นอย่างนั้นจึงนั่งยองๆ ลงบ้าง
“ดีออนครับ มัมจะต้องกลับแล้วลูก ไว้เจอมัมคราวหน้านะครับ มัมไม่หนีเราไปไหนหรอกแด๊ดรับรอง แต่ถ้าดีออนดื้อไม่ยอมฟังที่แด๊ดบอก เราจะไม่ได้เจอมัมอีกนะเข้าใจไหม!” แบรี่พูดกึ่งปลอบกึ่งขู่ออกไป ให้ลูกชายตัวน้อยยอมเชื่อและคล้อยตามแต่โดยดี
“จริงนะ!?” ดีออนเอียงคอมาถามผู้เป็บิดาอย่างน่ารัก น่าเอ็ดดู
“จริงสิครับ มานี่มา มาหาแด๊ดมาเร็วคนเก่ง” แบรี่ชูมือใหญ่ขึ้นรอรับลูกชายตัวน้อย ซึ่งเด็กชายตัวน้อยก็ผละจากการโอบกอดคอระหง มาหาอ้อมกอดของผู้เป็บิดาแต่โดยดี
“โอเคค่ะแล้วเจอกันใหม่นะคะ” อรภาว่าแล้ว ก็ยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มเด็กชายตัวน้อย เพื่อเป็การร่ำลา
ในจังหวะนั้น ก็ทำให้ตัวเธอต้องเข้าไปใกล้คนตัวโต จึงทำให้คนทั้งสองรับรู้กลิ่นกายหอมๆ ของกันและกัน ซึ่งอรภาก็รู้สึกวาบหวามรัญจวนใจยังไงบอกไม่ถูก ส่วนคนตัวโตรู้สึกชอบกลิ่นกายสาวเ้าเป็อย่างมาก แทบอยากจะดึงเข้ามากอดมาหอมสักฟอด แต่ที่ทำได้ในตอนนี้ ก็เพียงแค่นิ่งสงวนท่าทีให้เป็ปกติ เพราะไม่อยากที่จะทำอะไรบู่มบ่ามไปมากกว่านี้ เดี๋ยวไก่จะตื่น แล้วหนีกระเจิดกระเจิงไปเสียก่อน
อรภาร่ำลาคนทั้งสองเสร็จเรียบร้อย ก็เดินจากมาทันที ซึ่งก็แปลกใจที่ทำไมตัวเธอ จะต้องไปรู้สึกวาบหวานรัญจวนใจ กับผู้ชายคนนั้นด้วยก็ไม่รู้สินะ
‘เธอเป็อะไรของเธอเนี้ยยัยภา บ้าไปแล้ว’ อรภาพยายามสลัดความรู้สึกนั้นให้หลุดออกไป แต่มันก็ยังคงติดตรึงอยู่ภายในใจอย่างไม่จางหายไปเสียเลย
แบรี่พยักหน้าเรียกบอดี้การ์ด ที่เฝ้ารักษาความปลอดภัยอยู่ห่างๆ ให้เข้ามาหา
“จอห์น! นายให้คนไปสืบประวัติคุณภามาให้ฉันโดยด่วน ฉันขอแบบละเอียดเลยนะ” เมื่อจอห์นนี่เดินเข้ามาใกล้แล้ว แบรี่ก็สั่งการออกไปอย่างเร็วไว
“ครับบอส” จอห์นรับคำสั่งจากผู้เป็เ้านายแล้ว ก็กดโทรศัพท์มือถือ โทรออกหาลูกน้องของตนอย่างรวดเร็วเช่นกัน
๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔