หมอกสีดำทมิฬลอยอ้อยอิ่งปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ แดนลับต้องสาปแห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายและซากปรักหักพัง บรรยากาศเงียบสงัดจนน่าขนลุก มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านซอกโครงกระดูกยักษ์ ฟังดูคล้ายเสียงคร่ำครวญของวิญญาณร้ายที่ถูกจองจำ ทุกย่างก้าวของหลีเฮงเต็มไปด้วยความหวาดระแวง เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงมดปลวกในดินแดนของยักษ์ที่พร้อมจะถูกบดขยี้ได้ทุกเมื่อ พื้นดินที่เขาเหยียบย่ำลงไปนั้นเต็มไปด้วยเศษกระดูกป่นละเอียดที่ส่งเสียงกรอบแกรบทุกครั้งที่ขยับตัว ยิ่งตอกย้ำความน่าสะพรึงกลัวของสถานที่แห่งนี้
หลีเฮงค่อยๆ ย่องฝีเท้าไปตามโขดหินอย่างระมัดระวังที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยทำมา สองมือของเขากำแน่น เตรียมพร้อมใช้งาน 'ดรรชนีสยบจุดบุปผา' ที่เพิ่งเรียนรู้มาหมาดๆ แม้ในใจจะรู้ดีว่าวิชานี้ออกแบบมาเพื่อนวดทะลวงชีพจร ไม่ใช่วิชาต่อสู้สังหาร แต่ในยามคับขันเช่นนี้ มีอะไรก็ต้องงัดออกมาใช้ก่อน! เขานึกถึงตำราโบราณที่เคยแอบอ่านในหอสมุดของหลินเสวี่ยเหยา แดนลับหมื่นอสูรคือสุสานของเหล่าจอมมารและอสูรร้ายในอดีตกาล ผู้ที่หลงเข้ามาหากไม่มีระดับพลังขั้นเทพตบะเซียน ก็อย่าหวังจะได้รอดกลับไปครบสามสิบสองประการ
"พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์... เอ๊ะ โลกนี้ไม่มีพระนี่หว่า งั้นท่านเทพธิดาทั้งหลาย ท่านเทพเซียนทั้งปวง ช่วยคุ้มครองลูกช้างด้วยเถิด ถ้าลูกช้างรอดไปได้จะถวายหมูหันสิบตัว ไก่ย่างร้อยตัวเลยเอ้า!" ชายหนุ่มพึมพำภาวนา เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมตามกรอบหน้า ความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างมันช่างทรมานเหลือเกิน ตอนนี้เขาคิดถึงอ้อมกอดอุ่นๆ ของภรรยาทั้งสามจับใจ
ในขณะที่เขากำลังคลำทางไปตามซอกหินศิลาขนาดใหญ่ ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของสายลม หูของเขาก็พลันแว่วเสียงบางอย่าง...
"ฮึก... ฮือออ... น่ากลัวเหลือเกิน ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว... ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าอยากกลับบ้าน"
เสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาดังมาจากหลังโขดหินเบื้องหน้า หลีเฮงชะงักฝีเท้าทันที ขนแขนลุกซู่ 'เสียงผู้หญิง? ในสถานที่บ้าๆ แบบนี้นะ? หรือว่าจะเป็นผีพราย! อสูรแปลงกายมาหลอกลวงข้าแน่ๆ! ข้าเคยอ่านเจอในนิยาย อสูรจิ้งจอกชอบแปลงกายเป็นหญิงงามมารีดหยางเสริมหยิน ข้าจะไม่หลงกลเด็ดขาด!'
เขาพยายามกลั้นหายใจ ชะโงกหน้าออกไปมองอย่างกล้าๆ กลัวๆ หวังจะเห็นปีศาจหน้าตาน่าเกลียด แต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาเขาเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจจนอ้าปากค้าง
ร่างที่นั่งคุดคู้กอดเข่าร้องไห้อยู่ตรงนั้น ไม่ใช่ผีร้ายหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว ทว่าเป็นสตรีสาวเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้น ผิวพรรณขาวผ่องเนียนละเอียดราวกับหิมะแรกฤดู ตัดกับความมืดมิดของสถานที่แห่งนี้อย่างสิ้นเชิง นางสวมชุดเกราะอ่อนสีแดงเพลิงที่เว้าแหว่งเผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนใจ หน้าอกหน้าใจอวบอิ่มจนเกราะอ่อนแทบจะปริแตก หน้าท้องแบนราบขาวเนียนวับๆ แวมๆ เรียวขาขาวยาวสลวยดูงดงามไร้ที่ติ แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือ 'ปีกขนนกสีแดงชาด' คู่ใหญ่ที่งอกอยู่กลางแผ่นหลังของนาง ขนนกแต่ละเส้นเงางามและเปล่งประกายจางๆ ขับไล่ความมืดมิดรอบตัว แม้จะลู่ลงและสั่นเทาตามแรงสะอื้น แต่ก็ไม่อาจบดบังความงดงามและเสน่ห์อันน่าหลงใหลที่แฝงความน่ารักน่าทะนุถนอมเอาไว้ได้เลย
'เผ่าปักษาชาด?' หลีเฮงนึกทบทวนความรู้ในหัว 'นักรบเผ่าปักษาขึ้นชื่อเรื่องความเย่อหยิ่ง ทะนงศักดิ์ศรี และเก่งกาจด้านไฟนี่นา ทำไมนางถึงมานั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งเป็นเด็กหลงทางอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ? แถมหุ่นยัง... อื้ม ไม่เบาเลยทีเดียว... เดี๋ยวก่อน! ไม่ใช่เวลามาหื่นนะเว้ยหลีเฮง! เอาชีวิตรอดก่อนค่อยว่ากัน!'
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายน่าจะใช่มนุษย์ (หรือกึ่งมนุษย์) มากกว่าจะเป็นผี หลีเฮงจึงกระแอมไอเบาๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ
"อะแฮ่ม... แม่นาง..."
"กรี๊ดดดด! อย่ากินข้านะ! เนื้อข้าไม่อร่อย ข้าเพิ่งกินผักมาเยอะ เนื้อข้าเหม็นเขียว แถมข้ายังไม่ได้อาบน้ำมาสามวันแล้วด้วย! ข้าเหม็นเปรี้ยวไปหมดแล้ว อย่ากินข้าเลยนะ ฮือออ!" ปักษาสาวสะดุ้งสุดตัว ร้องกรี๊ดลั่นพร้อมกับใช้สองมือปิดตาแน่น ปีกขนนกสีแดงชาดห่อหุ้มร่างกายราวกับนกกระจอกเทศที่มุดหัวลงทราย ตัวสั่นงันงกน่าสงสารปนน่าขำเสียเหลือเกิน
หลีเฮงถึงกับกุมขมับ 'นี่มัน... โคตรจะขี้ขลาดเลยนี่หว่า! เผ่าปักษาชาดที่เล่าลือกันว่าดุดันนักหนา ไปอยู่ไหนหมด! ยัยนี่มันไก่ตื่นตูมชัดๆ ขืนพึ่งพายัยนี่มีหวังได้ตายหมู่แน่ๆ'
เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะปรับสีหน้าและท่าทางให้ดูเป็นผู้ใหญ่ที่พึ่งพาได้ อาศัยทักษะการแสดงระดับรางวัลออสการ์จากชาติก่อนที่เคยใช้หลอกล่อ... เอ้ย บริการลูกค้า วางมาดเป็นผู้เชี่ยวชาญผู้ทรงภูมิ ยืดอกขึ้นเล็กน้อยให้ดูผึ่งผาย
"แม่นาง โปรดใจเย็นลงก่อน ข้าไม่ใช่อสูรร้าย ข้าเป็นเพียงนักเดินทางและหมอรักษาโรคผู้ผ่านทางมาเท่านั้น ข้าได้ยินเสียงร้องไห้จึงตามมาดู ด้วยเกียรติของแพทย์ผู้รักษา ข้าไม่มีวันทำอันตรายสตรีผู้อ่อนแอเด็ดขาด" น้ำเสียงของหลีเฮงทุ้มนุ่มและอบอุ่น แฝงไปด้วยความน่าเชื่อถือราวกับพระเอกงิ้ว พร้อมกับส่งรอยยิ้มที่คิดว่าดูดีที่สุดออกไป
ปักษาสาวค่อยๆ แง้มปลายนิ้วออก มองลอดผ่านช่องว่างระหว่างนิ้วด้วยดวงตากลมโตที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตา เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่เป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ท่าทางใจดีและไร้ซึ่งกลิ่นอายคุกคาม แถมยังแต่งตัวดูสะอาดสะอ้านไม่เหมือนพวกโจรป่า นางก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปลดปีกที่ห่อตัวออก เผยให้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราที่เปื้อนคราบน้ำตา ปลายจมูกรั้นของนางแดงระเรื่อจากการร้องไห้อย่างหนัก
"ทะ... ท่านเป็นมนุษย์จริงๆ ด้วย" นางรีบพยุงตัวลุกขึ้นยืน แม้ขาจะยังสั่นอยู่บ้าง "ข้าชื่อ 'เฟยเฟย' เป็นนักรบ... เอ่อ เป็นคนของเผ่าปักษาชาด ข้าพลัดหลงเข้ามาในรอยแยกมิติโดยบังเอิญตอนที่กำลังแอบหนีเที่ยว ท่านหมอ ท่านรู้วิธีออกไปจากที่นี่หรือไม่? ข้าอยากกลับบ้าน ข้าเกลียดที่นี่!"
หลีเฮงลอบมองประเมินสตรีตรงหน้า นางมีระดับพลังตบะที่ไม่ธรรมดา ซ่อนเร้นอายพลังที่ร้อนแรงเอาไว้ลึกๆ ภายในร่าง หากประเมินด้วยสายตา น่าจะอยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ทว่าจิตใจที่เปราะบางและขี้ขลาดของนาง ทำให้พลังเหล่านั้นถูกกดทับเอาไว้จนแทบไร้ประโยชน์ แต่สำหรับหลีเฮง ผู้ซึ่งไร้พลังต่อสู้และเพิ่งสูญเสียเกราะคุ้มกันเมียรักไป สตรีผู้นี้คือฟางเส้นสุดท้าย! นางคือ 'โล่เนื้อ' ชิ้นใหม่ที่ฟ้าประทานมาให้เขา! หากเขาสามารถหลอกใช้นางได้ โอกาสรอดชีวิตก็จะมีสูงขึ้นเป็นกอง
'ข้าต้องทำให้นางเชื่อใจ และยอมเป็นบอดี้การ์ดให้ข้าให้ได้! ถึงจะขี้ขลาด แต่ระดับพลังขนาดนี้ ถ้าปลุกใจได้ล่ะก็ แจ่มแน่! สู้โว้ยหลีเฮง งัดมารยาชายร้อยเล่มเกวียนออกมาใช้ซะ!' หลีเฮงคิดแผนชั่วร้ายในใจอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มยิ้มอย่างอ่อนโยน ก้าวเข้าไปใกล้เฟยเฟยอีกนิด แกล้งทำเป็นมองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวัง "ข้าพอจะรู้วิธี แต่สถานที่แห่งนี้อันตรายยิ่งนัก ปราณมืดที่นี่สามารถกัดกินจิตวิญญาณได้ ข้าเองก็กำลังตามหาทางออกเช่นกัน หากแม่นางไม่รังเกียจ เรามาร่วมทางกันเถิด ข้าเป็นหมอ ย่อมสามารถรักษาร่างกายและเยียวยาชีพจรของท่านได้หากได้รับบาดเจ็บ ข้าสัญญาว่าจะปกป้องเจ้าสุดความสามารถ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม!"
คำพูดของหลีเฮงเปรียบดั่งน้ำอมฤตชโลมจิตใจของปักษาสาวผู้กำลังหวาดกลัว นางพยักหน้ารัวๆ ราวกับไก่จิกข้าวสาร "ได้สิ! ข้าไปกับท่านด้วย! ข้ากลัวความมืด ข้ากลัวผี ข้ากลัวอสูรที่นี่ที่สุดเลย ท่านหมอ ท่านต้องปกป้องข้านะ! ห้ามทิ้งข้าไว้คนเดียวนะ!"
เฟยเฟยโผเข้ามากอดแขนหลีเฮงแน่น ปทุมถันอวบอิ่มที่เบียดเสียดอยู่ใต้เกราะอ่อนแนบชิดกับท่อนแขนของเขาจนสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นและความคับแน่นอย่างชัดเจน กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้หอมหมื่นลี้ลอยมาจากตัวนาง หลีเฮงลอบกลืนน้ำลาย สัมผัสนี้มันช่าง... เย้ายวนใจเสียจริง แม้จะอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน แต่สัญชาตญาณของความเป็นชายก็ยังแอบทำงานอยู่ลึกๆ แต่เขาก็ยังคงรักษามาดชายหนุ่มผู้อบอุ่นไว้อย่างเหนียวแน่น
"แน่นอน ข้าจะดูแลเจ้าเอง" หลีเฮงลูบหัวนางเบาๆ ทว่าในใจกลับตะโกนลั่น 'เจ้านั่นแหละที่ต้องปกป้องข้า! ยัยนกขี้ขลาดเอ๊ย! กอดแน่นขนาดนี้ แขนข้าจะละลายแล้ว! แต่ก็... นุ่มดีเหมือนกันแฮะ'
"ฮึก... ท่านหมอใจดีที่สุดเลย ถ้าหนูรอดไปได้ หนูจะเลี้ยงขนมหวานท่านเยอะๆ เลย เอาขนมดอกท้อเชื่อมน้ำผึ้งของดีประจำเผ่าข้าเลยนะ" เฟยเฟยเงยหน้าขึ้นมาพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ริมฝีปากบางเฉียบเบะออกเล็กน้อยดูน่าเอ็นดู ดวงตากลมโตช้อนมองเขาอย่างมีความหวัง
หลีเฮงแทบกุมขมับ 'ขนมบ้าอะไร! ข้าต้องการคนคุ้มกันโว้ย! คุยกับยัยนี่แล้วปวดหัวจริงๆ ถ้านี่เป็นเมียข้าจะจับตีก้นให้เข็ด! แต่เอาเถอะ ตอนนี้ต้องตามน้ำไปก่อน'
[ติ๊ง!]
[ระบบตรวจพบการล่อลวงสตรีด้วยเล่ห์เหลี่ยมของโฮสต์!]
[คำประเมิน: ปากบอกจะปกป้องเขา แต่ในใจกะหลบหลังกระโปรงผู้หญิง แถมยังแอบหื่นกับหน้าอกของนางอีก ช่างเป็นวิถีของเทพแมงดาที่แท้ทรู! หน้าด้านหน้าทนหาใครเปรียบ! ไร้ยางอายที่สุด!]
[ค่าศักดิ์ศรีของโฮสต์: -50 แต้ม (ติดลบสะสม)]
[แต้มแมงดาคงเหลือ: 32,000 แต้ม]
[แต้มวิบัติ สะสมเพิ่มขึ้น: +13 แต้ม]
[หมายเหตุ: ยิ่งโกหกหน้าด้านๆ แต้มวิบัติยิ่งพุ่งสูง เตรียมรับแรงกระแทกได้เลยจ้ะพ่อรูปหล่อ! ระวังจะโดนอสูรเสยคางนะจ๊ะ! ด้วยความปรารถนาดีจากระบบเทพแมงดา]
หลีเฮงคิ้วกระตุกยิกๆ เมื่อเห็นข้อความของระบบ 'หนอย... ไอระบบปากหมา รอข้ารอดไปได้ก่อนเถอะ จะสับสวิตช์ปิดแกให้ดู! คอยจิกกัดข้าอยู่ได้!'
ทั้งสองเริ่มออกเดินทางร่วมกันท่ามกลางหมอกดำ เฟยเฟยเกาะแขนหลีเฮงแจราวกับปลิง ทุกครั้งที่มีเสียงแปลกๆ หรือเงาวูบวาบ นางจะกรีดร้องและหลับตาปี๋ ซุกหน้าเข้ากับไหล่ของเขา หลีเฮงต้องคอยปลอบโยนและเดินนำหน้า แม้ขาของเขาเองก็สั่นไม่แพ้กันก็ตาม
"นั่นเสียงอะไรน่ะท่านหมอ!" เฟยเฟยกระโดดเกาะหลังหลีเฮง ขาทั้งสองข้างรัดเอวเขาแน่นราวกับลูกลิงเกาะแม่
"โอ๊ย! แม่นางเฟยเฟย นั่นแค่เสียงลมพัดกระดูก! ลงไปเดี๋ยวนี้ หลังข้าจะหักแล้ว! ตัวเจ้าไม่ใช่เบาๆ นะโว้ย!" หลีเฮงโวยวาย พยายามแกะปักษาสาวจอมขี้แงออกจากหลัง การปะทะคารมระหว่างชายหนุ่มจอมกะล่อนกับนกน้อยขี้ขลาดดำเนินไปตลอดทาง
การเดินทางในแดนลับต้องสาปเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และหลีเฮงรู้ดีว่า เขาต้องหาวิธีดึงพลังที่แท้จริงของ 'โล่เนื้อ' ปีกแดงคนนี้ออกมาให้ได้ ก่อนที่พวกเขาจะกลายเป็นอาหารว่างของอสูรร้ายในดินแดนบัดซบแห่งนี้! บททดสอบของการเป็น 'แมงดาเอาตัวรอด' เพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น!