วาตีกลับขึ้นไปบนห้องนอน ผลัดเสื้อผ้าอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเสร็จจึงลงนั่งแท่นประจำหน้าจอคอมพิวเตอร์ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ระหว่างรอเปิดเครื่องสายตาเหลือบไปเห็นหนังสือกอสซิปตั้งสูงที่เลือกซื้อมาจากห้างสรรพสินค้าเมื่อวานจึงคว้าทีละเล่มขึ้นมาเพื่อเปิดหาข่าวเกี่ยวกับภูพัด
เมื่อเจอเนื้อข่าวทั้งหมดหล่อนก็ใช้กรรไกรตัดทุกหน้าข่าวของเขาใส่ลงกล่องกระดาษสี่เหลี่ยมขนาดพอเหมาะสำหรับการนำข่าวพวกนั้นกลับมาใช้ประกอบการเขียนภายหลังระหว่างนั้นความคิดบางอย่างจึงแวบเข้ามาหล่อนจับเมาส์เพื่อเซิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับภูพัด ค้นหาตรงคำว่า ‘รูปภาพ’ เมื่อปรากฏใบหน้าของเขาในหลายอิริยาบถเป็แถบหล่อนจึงเอี้ยวตัวไปต่อเครื่องพริ้นท์เตอร์จัดการเสียบกระดาษสีขาวขนาดเอสี่ใส่ลงไปในเครื่องครู่เดียวภาพของนายแบบหนุ่มผู้นั้นก็ไหลลงมาเกินกว่ายี่สิบแผ่นซอยเป็ภาพเล็กๆไม่น้อยกว่าห้าสิบรูป
หล่อนจัดการตามวิธีอันคุ้นเคยเพื่อตั้งต้นทำงานเขียนนิยาย ใช้ภาพของภูพัดแปะไว้ตามข้างฝารอบๆตัวจนละลานตาเสร็จแล้วจึงหย่อนก้นลงนั่งที่เดิม สองมือกอดอกพลางมองภาพเ่าั้
ทุกครั้งที่หล่อนจะเขียนนิยายเื่ใหม่นอกจากข้อมูลที่ค้นคว้าจากแหล่งต่างๆแล้ว หล่อนจะมีภาพพระเอกกับนางเอกตามที่จินตนาการเอาไว้...เื่นี้ก็เช่นกันพระเอกของเื่จะเป็ใครไปไม่ได้ นอกจากคนในรูป ซึ่งหล่อนจำเป็จะต้องแปะเอาไว้เพื่อให้ซึมซับรูปร่างหน้าตา กิริยาท่าทางที่จดจำอยู่ในหัวประหนึ่งว่าได้คลุกคลีอยู่ใกล้ชิดกับเขาตลอดเวลาเป็หนทางหนึ่งในการช่วยให้หล่อนสนิทสนมกับตัวละครมากขึ้น
ขณะนั้นเองหล่อนจึงนึกถึงชายหนุ่มอีกผู้หนึ่งที่ได้พบหน้าวันนี้...สารทูล
วาตีไม่รอช้ารีบค้นหาข้อมูลของสารทูลทางอินเตอร์เน็ตมีความมั่นใจว่าสารทูลจะต้องกลายเป็ตัวละครที่มีบทบาทขับเคี่ยวอยู่ในนิยายของหล่อนเล่มนี้แน่
แล้วก็ทันใจ...ภาพและเนื้อข่าวของสารทูลเรียงกันเป็พรืดหล่อนไล่สายตาอ่านหัวข้อข่าวเ่าั้พบว่าเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ส่วนตัวของเขากับชายหนุ่มอีกผู้หนึ่ง
วาเลน!
ผู้ชายหน้าหวานนามว่าวาเลนมีข่าวว่าเป็คนรักของสารทูล!
เข้าเค้า!แต่ถ้าสารทูลเป็แฟนวาเลนจริง แล้วทำไมถึงต้องไปดักพบภูพัดที่ทางออกด้านหลังโรงแรมทำไมต้องทำหน้าไม่พอใจเมื่อถูกปฏิเสธทานข้าวเย็นทำไมถึงต้องกำมือแน่นตอนเดินหันหลังกลับไปแถมคราวก่อนยังหยอกล้อกับภูพัดด้วยการโอบไหล่ จับไม้จับมือ เล่นหูเล่นตาแพรวพราวแล้วสำคัญกว่านั้น หล่อนตาไม่ฝาดแน่ๆ เพราะสารทูลกำลังกำหมัด!
หล่อนเผลอย่นหัวคิ้วอย่างไม่เข้าใจขณะที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ...ภาพผู้หญิงผมสีม่วงปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
“ว่ายังไงคะพี่ฉวี”
“เปล่าจ้ะพี่แค่อยากโทร.มาถามวานิดหน่อยว่าวันนี้เป็ยังไงบ้าง นัดพบกับน้องพัดราบรื่นดีไหมมีอะไรให้พี่ช่วยเหลือเบื้องต้นไหมจ๊ะ”
“วันนี้ขลุกขลักนิดหน่อยค่ะแต่ไม่มีปัญหาอะไร” ไม่วายหล่อนเผลอถอนหายใจจนเลอฉวีได้ยิน
“ไม่มีปัญหาแน่นะพี่เหมือนได้ยินเสียงถอนหายใจ”
หล่อนปฏิเสธอีกครั้งเพราะคิดว่า ‘ปัญหา’ ที่หล่อนขบคิด มันเกิดจากความไม่เชื่อ ไม่แน่ไม่มั่นใจ หรือความอะไรต่อมิอะไรที่นำหน้าด้วยคำว่า ‘ไม่’ซึ่งเกิดจากทัศนคติของหล่อนเอง ดังนั้นหล่อนจึงคิดต่อยอดออกไปว่าถ้าหล่อนจะแก้ไขปัญหาตรงนั้นได้คือหล่อนต้องหาเหตุผลมาหักล้างความเชื่อเ่าั้ให้ได้
“แล้วพี่ฉวีมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ”
“พี่จะโทร.มาบอกวาด้วยจ้ะตกลงนิยายเื่สาป์ลวง พี่จะวางแผงในงานสัปดาห์หนังสือที่จะถึงนี้อาจจะต้องขอคิววาไปโปรโมทนิยายแล้วก็แจกลายเซ็นที่บูธสำนักพิมพ์ด้วยรวมถึงในงานนี้พี่จะมีการประชาสัมพันธ์นิยายของเชรีเื่ ‘เพลิงพิศวาส’ ที่ช่อง 13 เขาซื้อไปทำละครอีกด้วยนะในงานนี้มีการเปิดตัวพระเอกของเื่ด้วย”
เมื่อพูดถึงผลงานชิ้นสำคัญอีกหนึ่งเื่ของเชรีซึ่งถูกผู้จัดละครซื้อไปสร้างล่าสุด วาตีรู้สึกธรรมดาไม่ได้ตื่นเต้นสักเท่าไหร่...เพราะความอคติส่วนตัวที่มาบังตา
“แล้วยังไงคะ พี่ฉวีจะเชิญให้วาไปเป็แขกร่วมงานเปิดตัวด้วยหรือคะ”
“ไม่ใช่แขกจ้ะเพราะว่างานนี้พี่จะให้วากับเชอรี่ร่วมไปเปิดตัวล่วงหน้าถึงงานแพ็กคู่ชุดนี้เป็การขอยืมพื้นที่ข่าวโปรโมทนิยายน่ะจ้ะ”
วาตีตบอกผลุง“พี่จะให้วาไปเจอกับแม่นั่น...เอ่อหมายถึงเชอรี่หรือคะ”
“ทำไมจ๊ะ วากลัวอะไรน้องเชอรี่เหรอ...ไหนว่าไม่ยั่นไงล่ะ” ได้ที บอกอคนเก่งก็ตะล่อมกึ่งยั่วยุ “ตกลงไหมจ๊ะงานนี้ไม่มีใครปฏิเสธเลยนะ”
“พี่ฉวีพูดขนาดนี้คิดว่าวามีทางเลือกอื่นสำรองไหมคะ”
“พี่นึกแล้วเชียวว่าวาเป็คนเข้าใจง่าย...ทีนี้พี่จะได้ไปดิวกับทีมงานต่อในส่วนอื่นตกลงเป็วันอาทิตย์ที่สิบเก้านะจ๊ะ แล้วพี่จะบอกรายละเอียดอีกครั้ง”
“แสดงว่าพี่ฉวีติดต่อเชอรี่เรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ”
บอกอสาวใหญ่ตอบเสียงเบา“จ้ะ”
จะอย่างไรก็ช่างเถอะ...หล่อนมีเื่ของนายแบบหนุ่มที่ตอนนี้แปะอยู่ตามข้างฝาหลายสิบรูปให้ครุ่นคิด
เมื่อวางเครื่องโทรศัพท์ลงบนโต๊ะกำลังจะค้นหาข้อมูลของเขาเพิ่มเติมจู่ๆหล่อนก็นึกถึงการตั้งชื่อนิยายเื่นี้ขึ้นมากะทันหัน
หล่อนยังไม่มีชื่อเื่เลย...จะให้ชื่ออะไรดีนะ?
เกย์...ความลับ...นายแบบ...จริงหรือลวง...
หล่อนลองเอาความเกี่ยวพันของคำทั้งหมดไปเติมแต่งแล้วความคิดก็สว่างวาบเหมือนแสงสีเหลืองติดจากหลอดนีออน...ชื่อหนึ่งก็ลอยขึ้นมา
‘มายาลวง’
//////////////////////////////////////////////////จบบทที่ 9