หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น นางก็เฝ้าร่ำเรียนฝึกฝนเครื่องดนตรีอย่างหนัก จนทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วต้าโจว นางหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้พบคุณชายใหญ่ท่านนั้นอีกครั้ง แล้วความฝันของนางก็เป็จริง
หลายปีมานี้ ทุกครั้งที่คุณชายใหญ่มาที่นี่ นางได้แต่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ เมื่อ์เข้าข้างนาง ให้กลับมาพบกันอีกครั้ง ใบหน้านี้ที่นางเฝ้าคนึงหามาตลอดห้าปี ไม่ง่ายเลยที่นางจะมีวันนี้ได้ เมื่อโอกาสเป็ของนางใยต้องปล่อยให้หลุดมือไปด้วยเล่า
“แม่นางเหลียงเฟยคืนนั้นเ้าอยู่ที่ใดหรือ หวังว่าเ้าจะเข้าใจคำถามของข้า” เซียวซ่งหลานถามนาง
"วันนั้นข้ากำลังจะเข้านอนอยู่ๆ ข้าก็รู้สึกเวียนหัวคล้ายกับมึนเมาอะไรซักอย่าง ชั่วอึดใจเดียวสติของข้าก็เลือนลาง แต่ก็พอจำได้ว่ามีสตรีใช้ผ้าปิดหน้าสองคนเข้ามาพยุงข้าออกจากห้องเ้าค่ะ”
“สองคนนั้นพาเ้าไปที่ใดเ้าจำได้หรือไม่” เซียวซ่งหลานถามต่อ“พวกนางพาข้าไปยังห้อง ห้องหนึ่งเ้าค่ะ”
“ต่อจากนั้นเกิดอะไรขึ้น” ท่าทางอึกอักของนาง คล้ายกับว่านางลำบากใจที่จะตอบ
“เ้าพูดมาเถอะข้าจะช่วยเ้าเอง”เซียวซ่งหลานหว่านล้อม
“พวกนางทิ้งข้าไว้ที่นั่น หลังจากนั้นข้าก็จำอะไรไม่ได้ ข้ารู้สึกตัวอีกทีตอนเช้ามืด ถึงได้รู้ว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้องรับรองใหญ่กับชายผู้หนึ่งเ้าค่ะ”
เหลียงเฟยเฟยก้มหน้าร้องไห้อย่างน่าเวทนา
“เ้าเห็นหน้าชายผู้นั้นหรือไม่” ซ่งหลานยังคาดคั้นนางต่อ
“ข้าทั้งใทั้งหวาดกลัว จึงรีบออกมาจากห้อง ไม่ทันได้ดูหน้าชายผู้นั้นเ้าค่ะ"
"นายหญิงโม่รู้เื่นี้หรือไม่"
"นายหญิงไม่ทราบเ้าค่ะข้าไม่ได้บอกนาง"
“ทำไมเ้าไม่บอกเื่นี้แก่นายหญิงโม่ล่ะ แม่นางเหลียงเฟย” ซ่งหลานยังไม่ลดละ
“ข้าอับอายเกินกว่าจะพูดได้เ้าค่ะ” นางตอบทั้งน้ำตา. ขณะที่เหลียงเฟยเฟย ตอบคำถามเซียวซ่งหลานอยู่นั้น
ที่ห้องโถงชั้นล่างสถาพของโม่ลี่วาตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับหนูติดจั่น นางเดินวนเวียนกลับไปกลับมา สมองครุ่นคิดย่างหนัก นางต้องหาวิธีช่วยเหลียงเฟยเฟยออกมาจากสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ให้จงได้ นางผ่านเื่ราวมาครึ่งค่อนชีวิต เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้เป็อย่างดี เมื่ออ๋องเฉินมาโดยไม่ได้เปิดเผยสถานะเช่นนี้ นางคิดว่าคงไม่ใช่เื่ที่น่ายินดีแน่แล้วนางควรทำเช่นไร
ปัง!!
เสียงกระแทกของบานประตูเป็เหตุให้โม่ลี่ฮวาหันกลับไปมอง
ภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้า ทำให้ปากคอของนางแห้งผาก มือเท้าเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงแทบจะทะลุออกมานอกอก โม่ลี่ฮวาอยากจะเบือนหน้าหนีจากภาพนั้น แต่ตอนนี้ร่างกายของนางกลับแข็งทื่อ สมองขาวโพลนควบคุมไม่ได้แม้แต่แขนขาของตัวเอง นางคิดว่าตัวเองะโออกมาสุดเสียง แต่ในความเป็จริงเสียงของนางไม่ได้เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากแม้แต่น้อย
เด็กสาวคนหนึ่งถูกชายฉกรรจ์สองคนลากขึ้นไปชั้นบน. ใบหน้าของเด็กสาวคนนั้นปูดบวม ผิดรูป จนโม่ลี่ฮวาแทบจะจำไม่ได้ แขนขาที่แกว่งห้อยลงมานั้นไม่ผิดจากตุ๊กตาที่ถูกยัดด้วยนุ่นหลวมๆ เนื้อตัวและเสื้อผ้าเปียกชุ่ม ทั้งตัวถูกย้อมไปด้วยสีแดงของเืสดๆ กลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่วห้อง จนนางแทบจะอาเจียน กระดูกแขนและขาคงถูกบดอยางละเอียด ร่างนั้นคงเพิ่งถูกทรมานมาอย่างแสนสาหัส สิ่งที่น่าสยดสยองที่สุดสำหรับโม่ลี่ฮวาคือ เด็กสาวคนนั้นนางยังมีลมหายใจอยู่ ถึงแม้จะร่อแร่เต็มทนแล้วก็ตาม โม่ลี่ฮวาอยากร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก ทำได้เพียงยืนมองภาพนั้นผ่านหน้านางไป เหมือนคนที่ิญญากำลังหลุดลอยออกจากร่าง ยังไม่ทันที่นายหญิงโม่จะหายจากอาการตื่นตะลึง ศพของชายหญิงคู่หนึ่งก็ถูกโยนลงตรงหน้าของนาง
เวลาราวๆ หนึ่งถ้วยชา สติก็กลับคืนมา แต่เรี่ยวแรงของนางกลับไม่มีเหลือแล้ว โม่ลี่ฮวาทรุดนั่งลงกับพื้นใช้ฝ่ามือปิดหน้าร้องไห้อย่างอดไม่ได้ บนพื้นที่เย็นเฉียบ นางกลับไม่ได้รู้สึกถึงความเย็นแม้แต่น้อย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตรงหน้าของนางตอนนี้ มันคือคำเตือนจากอ๋องหย่งซีเฉิน พอได้หลั่งน้ำตา สมองของนางก็กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง โม่ลี่ฮวาดีดตัวลุกขึ้นวิ่งไปชั้นบนอย่างไม่คิดชีวิต