ไอริสมองไปยังโยฮันที่กำลังตั้งใจตัดเนื้อซอมบี้กั้งด้วยท่าทางขะมักเขม้น เธอยังไม่ได้รับคำถามหลังจากสอบถามอีกฝ่ายจึงเฝ้าจับตามองดูต่อไป อย่างไรในช่วงนี้เธอก็ไม่ได้ทำสิ่งใดเพราะอยู่ในช่วงการพักผ่อนรอให้นักสู้ที่มาด้วยกันพักฟื้นจนมีพละกำลังต่อสู้อีกครั้ง
หลังจากโยเนื้อชิ้นสุดท้ายขนาดเท่ากับรถเก๋งไปกองรวมกับเนื้อทั้งร่างที่ตัดออกมานั้น โยฮันจึงหันมองไปยังไอริสแล้วตอบคำถามที่ติดค้างเอาไว้
“ มีหลายอย่างที่ผมต้องการทำ สิ่งแรก ผมต้องการทดสอบผลที่จะเกิดขึ้นหากซอมบี้กินเนื้อกั้งระดับ 7 เข้าไป ผมอยากรู้ว่ามันจะวิวัฒนาการไปถึงขั้นไหน”
“ เปลือกและเท้าของพวกมันล่ะ ”
“ ผมเตรียมจะนำกลับไปยังฐาน ”
“ คุณโย คุณสามารถสร้างอาวุธอย่างง่ายให้เราได้ไหมคะ หากนำกลับฐานฉันกลัวว่าจะต้องใช้เวลาสร้างเป็นอาวุธกว่าฐานจะส่งอาวุธหรือชุดเกราะกลับออกมา ฉันต้องการอาวุธและชุดเกราะที่แข็งแกร่งพอจะสู้กับซอมบี้ระดับ 6 ไม่จำเป็นต้องสร้างชุดป้องกันที่สมบูรณ์แบบก็ได้ ขอเพียงแค่เรามีเกราะป้องกันจุดตายก็เพียงพอ ”
โยฮันลูบคางเล็กน้อยหลังจากได้ยินความต้องการของไอริส เดิมทีเขาคิดจะเสริมพลังให้กับลุงพลและตำรวจทั้ง 8 นายก่อนเพราะว่าหนีมาด้วยกัน จึงทำให้เกิดความผูกพันไม่น้อยแม้จะรู้จักกันได้ยังไม่ถึงเดือนก็ตาม
“ คุณไอริส ผมมีหนึ่งคำถาม ถ้าสมมติว่ามีกลุ่มอื่นวิวัฒนาการจนภาพรวมของกลุ่มแข็งแกร่งกว่าคุณ ในความคิดของคุณจะรู้สึกยังไง ”
“ ฉันคิดว่าเป็นเรื่องดีค่ะ ” น้ำเสียงฉะฉานเอ่ยออกมาจากไอริส โยฮันไม่เห็นถึงความโลเลจากน้ำเสียงและแววตาที่ส่งออกมาเลยแม้แต่น้อย
หลายวันที่ผ่านมานี้ เขาได้ฟังแผนการณ์สร้างกองกำลัง หมายความว่าฐานของเขาจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมมีเพียงแค่วินเป็นผู้สั่งการ ในสักวันคนสั่งการจะเพิ่มมากขึ้นกว่า 1 จนสุดท้ายจะต้องใช้องค์ประชุมในการออกคำสั่ง
ขอบเขตการช่วยเหลือที่เขาทำ ไม่ได้แค่ช่วยเหลือผู้คนภายในเมืองอีกต่อไป ในอนาคตเขามองเห็นถึงการช่วยผู้คนจากเมืองต่างๆแล้วนำพวกเขามารวมเข้าไว้ด้วยกัน
จากคำถามที่เขาเอ่ยออกไปเมื่อครู่ ก็เพราะเขาต้องการเห็นธาตุแท้ของทุกๆคนที่ทำงานร่วมกันในตอนนี้ ในอนาคตเขากลัวการถูกหักหลังมากที่สุด ต่อให้วินจะวางแผนเป็นอย่างดีเพื่อพัฒนาผู้คนให้แข็งแกร่ง เขากลับเห็นสิ่งหนึ่งที่วินมองข้ามเพราะมันไม่เหมือนเกม สิ่งๆนั้นคือจิตใจของผู้คน
หลังจากที่ทุกคนแข็งแกร่งจนสามารถยึดครองเมือง Z ได้แล้ว สิ่งที่ตามมาจะต้องเป็นการรวมกลุ่มย่อยๆเพื่อให้ตนมีอำนาจอย่างแน่นอน ดังนั้นโยฮันจึงพยายามเกาะกลุ่มกับลุงพลเอาไว้ เขาเชื่อว่าอนาคตลุงพลและตำรวจจะไม่หักหลังเขาอย่างแน่นอนเพราะเห็นถึงความจริงใจที่แสดงออกมา
“ แล้วถ้าพวกเขาคิดจะยึดอำนาจล่ะ ”
“ ต้องถามก่อนว่า อำนาจที่เขาต้องการได้มาอย่างถูกต้องหรือเปล่า การยึดอำนาจ ถ้าพวกเขาทำอย่างถูกต้องฉันจะเปิดทางให้ แต่ถ้าพวกเขายึดอำนาจด้วยการพยายามอ้างเหตุผลต่างๆเพื่อให้ตนเองได้ประโยชน์มากที่สุด หากเป็นแบบนี้คงต้องคุยกันด้วยสิ่งอื่นนอกจากการพูดจา ”
“ แล้วถ้าเกิดว่าพวกคุณมีพลังมากพอจะควบคุมทุกอย่างเอาไว้ล่ะ ”
“ คุณต้องการอะไรถึงได้ถามแบบนี้เหรอคะ ” ไอริสเป็นฝ่ายถามกลับ คำถามของโยฮันราวกับว่ากำลังหวาดระแวงในหลายๆอย่างที่ยังไม่เกิดขึ้น
“ ผมแค่ต้องการยืนยันว่าคุณจะไม่ทำเรื่องอันตราย โดยนำประโยชน์ของกลุ่มตนเองเป็นที่ตั้ง ตอนนี้เป้าหมายของผมคือฆ่าซอมบี้พวกนั้น ผมจึงอยากรู้ว่าคุณจะทำยังไงในอนาคต ”
“ คุณกลัวว่าจะเกิดความวุ่นวายหลังจากเราตั้งหลักได้สินะคะ งั้นฉันขอตอบเลยว่า ถ้าวันนั้นมาถึง ฉันจะพยายามรวบรวมกลุ่มคนที่คิดเหมือนคุณ นั่นก็คืออยากจัดการกับซอมบี้เอาไว้ด้วยกัน ถ้าหากมีการใช้เสียงส่วนมากในการโหวตเพื่อสั่งทำภารกิจหลายๆอย่าง ฉันจะพยายามดึงคนที่มีความสามารถเข้าร่วม ด้วยการนำเอาผลประโยชน์ที่ได้จากซอมบี้เป็นสิ่งตอบแทน คุณอาจจะยังมองไม่เห็นภาพ ”
โยฮันเงียบเสียง ในระหว่างนี้เขาก็เริ่มปลดปล่อยแรงกดดันขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อท้าทายซอมบี้ระดับ 6 ที่เหลืออยู่ แม้เขาจะไม่รู้ว่าพวกมันเหลืออยู่หรือไม่ก็ตาม
“ ฉันจะพยายามใช้ระบบกองทัพในกองกำลังที่เรากำลังสร้างมันขึ้น โดยนำผลประโยชน์เป็นของรางวัล เช่น หากเราฆ่าซอมบี้ระดับ 7 ได้ ผู้ที่ร่วมภารกิจจะได้รับอาวุธจากมัน คนที่ทำผลงานได้ดีเยี่ยมจะได้รับสิ่งที่คุณตั้งชื่อว่าแก่นพลังงาน การทำเช่นนี้จะเป็นการแจกจ่ายผลประโยชน์ให้ทุกคนที่มีส่วนร่วม แต่หากว่ามีบางกลุ่มคิดว่าบางคนไม่สมควรได้รับสิ่งนี้แล้วพยายามขัดขวาง ฉันคงต้องนำหลายๆสิ่งหลายๆอย่างออกมาพิจารณา แต่ถ้ามันเกินเยียวยา เราคงต้องเชิญเขาออกไปจากกลุ่ม”
ใบหน้าของโยฮันพยักขึ้นลง คำพูดของไอริสทำให้เขาคิดตามไปไกล รูปแบบการดูแลที่เธอพูดถึงดูน่าสนใจ ทุกอย่างที่ลงมือทำจะมีผลประโยชน์จากซอมบี้เป็นของรางวัล
“ คุณบอกว่าจะใช้การควบคุมแบบกองทัพ งั้นก็หมายความว่าจะต้องมียศเข้ามาเกี่ยวข้อง ”
“ เปล่าเลย ฉันไม่คิดจะนำสิ่งนั้นเข้ามา ฉันเห็นจุดบกพร่องในตำแหน่งยศจากพ่อของฉันและเพื่อนร่วมงานมาแล้ว ฉันจึงจะใช้ระบบทหารควบคุมฐาน โดยแผนกต่างๆและกลุ่มที่สร้างขึ้นจะมีเพียงสมาชิกและหัวหน้าเท่านั้น ไม่มียศใดๆเข้ามาเกี่ยวข้อง ใครก็ตามที่เป็นหัวหน้าสามารถถูกปลดออกได้ทุกเมื่อ หากลงความเห็นแล้วว่าเขาไม่เหมาะสมที่จะทำหน้าที่ ”
“ เอาเถอะสิ่งที่คุณพูดดูเหมือนจะเกินกว่าที่ผมจะเข้าใจเพราะไม่เคยรับใช้ชาติมาก่อน งั้นผมขอถามคำเดียว ถ้าหากมีเหตุการณ์หนึ่งที่ผมและน้องสาวถูกทิ้งออกจากกลุ่ม คุณจะทำยังไง ”
“ ทิ้งในที่นี้ คือการทิ้งแบบไหนอย่างนั้นเหรอคะ ”
“ เช่น กำจัดทิ้งเพราะแข็งแกร่งเกินไปหรือถูกกำจัดทิ้งเพราะควบคุมไม่ได้ ”
“ งั้นก็แสดงว่าที่นั่นไม่เหมาะกับคุณ หากต้องการย้ายที่อยู่อย่าลืมเรียกฉันไปด้วยล่ะ ฉันคิดว่าที่นั่นคงไม่เหมาะกับเราเช่นกัน ”
โยฮันยิ้มเล็กน้อย จากคำพูดเมื่อครู่สามารถตีความได้หลายอย่าง ซึ่งเขาเห็นถึงความจริงใจจากการตอบคำถามของอีกฝ่าย
“ งั้นผมจะช่วยสร้างชุดป้องกันง่ายๆให้ แต่อาจจะไม่ได้กันทุกคน ”
“ ฉันจะเลือกคนไว้ให้เพราะฉันคิดว่าได้เวลาแล้วที่จะต้องเลือกคนข้างตัวหลังจากที่เราเข้าใกล้แผนการณ์ยึดเมือง Z ได้สำเร็จ ”
ไอริสส่งยิ้มให้โยฮันเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะเดินลงจากหัวของกั้งตั๊กแตนเพื่อไปพูดคุยกับนักสู้ที่มาด้วยกัน ในกลุ่มของเธอมีนักสู้ทั้งหมด 167 คนจากการแบ่งกลุ่มเท่าๆกัน นับว่าโชคดีไม่น้อยที่ทหารและคนของพ่ออยู่กลุ่มเดียวกันเธอจึงสามารถออกคำสั่งได้ง่ายไม่ต้องพูดให้ยุ่งยาก
“ ลุงสนิทคะ ฉันคิดว่าเราควรจะส่งนักสู้ส่วนหนึ่งกลับได้แล้วค่ะ ”
“ จะทำยังไงกับพวกเขาหลังจากนั้น ”
“ หากพวกเขาพักฟื้นเสร็จแล้ว คงจะเป็นนักสู้หมุนเวียน ไม่ใช่นักสู้กลุ่มหลักของเรา ”
สนิทเข้าใจคำว่านักสู้หมุนเวียนที่ไอริสใช้ นักสู้หมุนเวียนที่เธอพูดถึงคือกลุ่มคนที่ต้องสับเปลี่ยนไปตามกลุ่มต่างๆ ตามแต่สถานการณ์เรียกให้พวกเขาไป แม้พวกเขาจะมีเวลาพัก มีเวลาล่าเพื่อวิวัฒนาการ พวกเขาจะไม่ได้เป็นนักสู้กลุ่มหลักที่ต้องปักหลักอยู่ที่ใดที่หนึ่ง
“ งั้นผมจะแยกคนเอาไว้ให้ ว่าแต่เราจะเริ่มล่ากันอีกทีตอนไหนเหรอคุณหนู ”
“ คงจะเริ่มตอนฝนตก ”
ลุงสนิทมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ก้อนเมฆในช่วงเช้าหายไปเกือบหมดจนทำให้เห็นท้องฟ้าเปิดโล่งดูสดชื่น เพียงแต่ว่าสายของวันท้องฟ้าไร้ซึ่งเมฆหลับค่อยๆมีเมฆดำลอยเข้ามารวมกลุ่มกัน ไม่เกินเที่ยงวันฝนสีเลือดจะต้องเทกระหน่ำลงมาอย่างแน่นอน หลังจากรู้ว่าจะต้องเร่งมือแล้วลุงสนิทจึงเข้าไปคัดคนเก็บไว้เป็นกลุ่มหลัก ส่วนคนที่เป็นนักสู้หมุนเวียนเขาจะส่งกลับฐานไปพร้อมคนบาดเจ็บ โดยให้พวกเขาช่วยกันลำเลียงชิ้นส่วนกั้งระดับ 7 กลับไปด้วย
“ คุณไอริส ว่างไหม ” เสียงเรียกจากทางด้านหลังทำให้ไอริสหันกลับไปมอง
“ ว่างค่ะ ”
“ ช่วยตามผมมาหน่อย ผมไม่อยากให้เสียเวลาเปล่า ”
“ มีอะไรอย่างนั้นเหรอคะ ”
“ คุณต้องการชุดป้องกันแบบง่ายใช่ไหม ผมคิดว่าจะทำให้คุณก่อน”
ไอริสเดินตามโยฮันเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งที่เหลือเพียงครึ่งหลัง นับว่าโชคดีที่ห้องนั่งเล่นยังอยู่ในสภาพดี หลังจากตามเข้ามาด้านในเธอก็พบว่าบนพื้นมีเปลือกกั้งวางเอาไว้เยอะพอสมควร มันถูกทุบเป็นแผ่นมีตั้งแต่ขนาดเท่าฝ่ามือไปจนถึงขนาดเท่าแผ่นฟิวเจอบอร์ด หลังจากที่มองพื้นห้องเธอก็พบว่าแอลลี่นอนอยู่บนโซฟาราวกับว่าเธอไม่ได้บาดเจ็บหนัก เพียงแค่เด็กสาวที่กำลังนอนพักกลางวันอยู่เท่านั้น
“ ผมไม่เคยทำชุดเกราะมาก่อน ชุดที่ผมทำจึงดูชุ่ยมาก เห็นชุดที่น้องผมสวมไหม ผมใช้ใยเป็นกาวผสานชิ้นส่วนต่างๆเข้าด้วยกัน ”
“ ฉันไม่ได้ยึดติดกับรูปลักษณ์ค่ะ หากมันสวยแต่ป้องกันไม่ได้ ชุดเกราะนั่นก็ไม่ใช่ชุดเกราะที่ดีสำหรับฉัน เป็นไปได้ขอให้คุณทำชุดที่ป้องกันการโจมตีได้มากที่สุดให้กับฉันโดยไม่ต้องคำนึงถึงรูปลักษณ์เลยก็ได้ ขอเพียงแค่ฉันเคลื่อนไหวได้เท่านั้นก็พอแล้ว ”
“ ชุดที่คุณสวมหนาเกินไป ถ้าผมทำชุดป้องกันให้คุณจะเคลื่อนไหวลำบาก เปลี่ยนชุดก่อนนะครับ ดูเหมือนบ้านหลังนี้จะมีผู้หญิงอาศัยอยู่ จึงมีเสื้อผ้าที่คุณน่าจะใส่ได้ ”
ไอริสมองไปยังเสื้อผ้าของผู้หญิงหลายสิบตัววางกองรวมกัน เธอจึงหันไปสอบถามโยฮันว่าเขาจะทำชุดเกราะแบบไหน เมื่อรู้ว่าเขาจะพันร่างของเธอเอาไว้ด้วยใย เธอจึงเลือกชุดนอนที่มีขาและแขนยาว เนื้อผ้าของมันบางที่สุด หากคลุมใยและหนังซอมบี้เข้าไปแล้วคงไม่ทำให้เธออึดอัด
หลังจากเลือกเสื้อผ้าได้แล้วโยฮันจึงรอให้อีกฝ่ายหาสถานที่เปลี่ยนชุดตัวเก่าออก นอกจากจะเปื้อนไปด้วยเลือดแล้วยังเต็มไปด้วยหนังของซอมบี้ที่พยายามมัดติดตามร่างกาย แต่แล้วเขากลับตกใจเมื่อจู่ๆหญิงสาวที่เดินออกจากห้องนั่งเล่นกลับเข้ามาด้านในแล้วถอดเสื้อผ้าของเธอออกเหลือไว้เพียงชุดชั้นใน ก่อนจะนำผ้าถุงขึ้นมาสวมแล้วเปลี่ยนชุดชั้นในให้เป็นตัวใหม่ แม้จะเป็นช่วงเวลาไม่นานเขากลับจดจำภาพนั้นได้ การมีดวงตามากมายทำให้เขาเห็นภาพหลายมุม
“ เออ ทำไมคุณถึงเปลี่ยนที่นี่ล่ะ คงไม่ลืมหรอกใช่ไหมว่าผมยังอยู่ ”
“ ทุกห้องพังเหลือแค่ห้องนี้ ฉันคิดว่าคุณคงไม่นำไปพูดข้างนอกหรอกใช่ไหม ”
โยฮันก้มหน้าเขาปล่อยให้ไอริสถอดผ้าถุงแล้วสวมใส่ชุดนอนต่อไป จนกระทั่งเธอสวมเสื้อผ้าตัวใหม่เขาจึงเงยหน้ามองเธอแล้วเริ่มพ่นใยออกมาจากนิ้วทั้ง 10 จากนั้นก็บอกให้เธอพับเสื้อให้แนบชิดกับเธอมากที่สุด เพื่อไม่ให้เกราะที่ทำมีอาการย้วย เมื่อไอริสพับเสื้อข้างซ้ายและข้างขวาเข้าด้วยกัน โยฮันก็เริ่มนำใยแปะติดเพื่อยึดรอยพับเอาไว้ จากนั้นเขาก็เริ่มแปะใยลงไปรอบๆตัวของเธอจนเกิดชุดสีขาวราวกับชุดรัดรูปเหลือเพียงนำเปลือกกั้งแปะทับลงไปบนใยแล้วใช้ใยเสริมลงไปยังรอยต่อเล็กน้อย ชุดเกราะทั้งตัวในแบบที่จินตนาการก็จะเสร็จสิ้น.