บทที่ 140
โรงละครและบทสนทนา
ชายปริศนาย่างกายเข้ามาข้างๆนั่งลงอยู่สักพักก่อนที่จะพูดขึ้น
จางหยวนแสดงใบหน้าสงสัยตัวของเขาใช้ดวงตาหันไปมองที่มัน
คนผู้นั้นกำลังยกยิ้มขึ้นที่มุมปากภายในใจของจางหยวนเต็มไปด้วยความสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของผู้ที่เข้ามา
คนผู้นี้มองดูก็รู้ได้ในทันทีมันตั้งใจจะเข้ามาสนทนากับเขาตั้งแต่แรกแล้ว
เมื่ออีกฝ่ายกำลังยกยิ้มแล้วก็ไม่ได้คำตอบกลับมาจางหยวนยิ่งขมวดคิ้วมากขึ้นไปอีกแสดงใบหน้าไม่พึงพอใจ“ ข้าถามว่าท่านเป็นผู้ใด? ”
ชายผู้นั้นค่อยๆหันใบหน้ามามองอย่างช้าๆก่อนที่จะพูด“ ข้าเป็นคนที่อาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้ ”
“ ในตอนนี้เดินทางมาชมละครกลางเมืองแต่เพราะว่าเจอคุณชายท่านนี้เลยจำได้ว่าเป็นคนที่ประมูลที่ดินบริเวณนอกเมืองไป”
“ เพียงแค่อยากเข้ามาทักทายเท่านั้น”
เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดกลับมาแบบนั้นจางหยวนหรี่ดวงตาทั้งสองข้าง“ อย่างงั้นเหรอคิดว่าไม่เพียงแค่นั้นหรอกกระมัง ”
“ การที่รู้ว่าตัวของข้าเป็นคนที่ประมูลที่ดินผืนนั้นไปท่านก็น่าจับตามองข้ามมาสักพักแล้วไม่ใช่หรือ” จางหยวนพูดตอบกลับ
เพราะว่าไม่ว่าจะมองในทิศทางใดแล้วตัวของจางหยวนก็มองเห็นว่าอีกฝ่ายน่าจะติดตามเขามาสักพักนึงแล้ว
เพราะไม่เช่นนั้นคงจะไม่สามารถรู้ได้หรอกว่าเค้าเป็นคนที่ประมูลที่ดินบริเวณนอกเมืองไป
ตามสัญชาตญาณของจางหยวนเขาสัมผัสได้ว่าคนผู้นี้เดินทางเข้ามาเพราะว่ามีจุดประสงค์บางอย่างอย่างแน่นอน
“ เชิญพูดมาเถอะมีจุดประสงค์อันใดเหตุใดจึงเข้ามาสนทนากับข้า”
“ ตัวของท่านเองก็น่าจะมีกลิ่นผสมอันใดสักอย่างไม่ใช่หรือถ้ายิ่งพูดชักช้าข้าเกรงว่าเวลาที่ผ่านพ้นไปจะทำให้พวกเราทั้งสองไม่ได้สนทนากัน ”
“ ละครเรื่องนี้เล่นมาครึ่งเรื่องแล้วถ้ามันเล่นจบลงข้าเองก็ต้องเดินทางออกไปจากสถานที่แห่งนี้เราก็กลับที่พัก”
“ ถ้าพูดจาชักช้าบางทีพวกเราอาจจะไม่ได้สนทนากันอีกก็ได้” จางหยวนพูดกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแววตาของเขาจ้องมองไปยังโรงละครด้านหน้า
เขากำลังดูท่าทีคนผู้นั้นว่าจะทำอย่างไร
ชายผู้นั้นยกยิ้มขึ้นที่บริเวณมุมปาก“ เป็นคนที่ไม่ธรรมดาจริงๆด้วย ”
“ ในตอนแรกคิดเอาไว้ว่าคนที่ประมูลไปจะเป็นพวกคุณชายที่นำเอาทรัพย์สินของตระกูลมาประมูลที่ดินไปเล่นๆเท่านั้น”
“ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แบบนั้นท่านเป็นคนที่ฉลาดเฉลียวดูเลยนิ”
“ เอาเถอะในเมื่อเป็นแบบนี้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอันใดขอพูดตามตรงเกี่ยวกับการที่ตัวของค้าเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้”
“ ค่าเดินทางเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้เพราะว่ามีจุดประสงค์อยากจะสนทนาเป็นการส่วนตัวสักหน่อย”
“ สนทนาเป็นการส่วนตัวเรื่องอันใดกัน?”
“ เรื่องผลประโยชน์เป็นเรื่องเงินเงินทองทอง”
จางหยวนหันใบหน้าของตนเองไปมองชายผู้นั้นแล้วก็พูดขึ้นมา“ ในเมื่อเป็นเรื่องผลประโยชน์และก็เป็นเรื่องเงินเงินทองทองตัวของท่านคิดว่าข้าจะสนทนากับคนที่ข้าไม่รู้แม้กระทั่งตัวตนอย่างท่านงั้นรึ?”
“ หลักการของพ่อค้าอย่างข้าแน่นอนว่าตัวตนของอีกฝ่ายหรือว่าตัวตนของคู่ค้าย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญ ”
“ ข้ายังไม่รู้จักท่านเลยท่านเป็นผู้ใดถึงเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้และเข้ามาสนทนากับข้า ”
ชายผู้นั้นก็พูดตอบกลับมา “ข้ามีนามว่าสืออู๋ ”
“ ข้าเป็นพ่อค้าภายในเมืองแห่งนี้เป็นพ่อค้าที่ค้าขายของต่างๆมากมาย”
“ พ่อค้าภายในเมืองแห่งนี้แล้วพ่อค้าภายในเมืองแห่งนี้มีเรื่องอะไรที่อยากจะสนทนากับข้าอย่างนั้นรึ?”
“ ขอพูดตามตรงได้ยินว่าตัวของท่านซื้อที่ดินบริเวณด้านนอกเรื่องไปไม่ทราบว่าต้องการนำเอาไปทำอันใดอย่างนั้นหรือ” คนผู้นั้นถามออกมา
“ จะนำเอาไปทำอะไรเรื่องเกี่ยวอะไรกับท่านข้าต่างหากที่ต้องถามว่าท่านอยากรู้อะไรเกี่ยวกับที่ดินของข้า”
“ ที่ดินผืนนั้นเป็นที่ดินที่ดีน่าจะเป็นที่ดินที่ดีที่สุดภายในเมืองแห่งนี้เลยก็ว่าได้ข้าเป็นพ่อค้าแต่ว่าไม่ได้ร่ำรวยขนาดนั้นถ้ามีเงินทองก็อยากจะซื้อที่ดินผืนนั้นเก็บเอาไว้”
“ แต่ในตอนนี้ที่ดินผืนนั้นกลับโดนท่านประมูลเป็นที่เรียบร้อยแล้วขอรับ”
“ ที่แท้ก็อยากได้ที่ดินของข้า”
“ ก็ถูกต้องที่ดินผืนนั้นมีผู้คนมากมายที่ต้องการแต่ว่าท่านได้ไปอยู่ภายในกำมือเพราะแบบนั้นตัวของข้าอยากจะขอติดต่อและทำการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์สักหน่อย”
“ ลองเชิญพูดมาสิขอรับตามที่ถ้าหมดประโยชน์นั้นดีคาดจะรับฟังก็ได้แต่ว่ามีเวลาเพียงแค่บริเวณด้านหน้าจบลงเพียงเท่านั้น”
“ ถ้าเกิดว่าตัวของท่านทำการพูดออกมาจนละครจบลงแล้วข้ายังไม่สนใจข้าจะเดินทางไปทันที” จางหยวนให้ขอเสนออีกฝ่ายออกมา
แน่นอนว่าที่ดินผืนนั้นเขาไม่คิดจะขายให้กับผู้ได้อยู่แล้ว
แต่ในตอนนี้อยู่อยู่ๆก็มีผู้คนเข้ามาติดต่อดูเหมือนว่าอยากจะทำบางอย่างกับที่ดินผืนนั้นเลยเพียงแค่ลองรับฟัง
ถ้าเขารับฟังแล้วมันเป็นผลประโยชน์กับเขาจริงๆแน่นอนก็สามารถตอบสนองได้
และถ้าผลประโยชน์นั้นมันไม่ได้รับผลกระทบอันใดเกี่ยวกับพวกสิ่งที่เขาคิดจะทำมันยิ่งเป็นผลดีไปใหญ่
สืออู๋พูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ตัวของข้าเป็นพ่อค้านายหน้าน้ำเอาพวกของต่างๆภายในดินแดนแห่งนี้ไปซื้อขายทางไกลโพ้น”
“ จะลองเลือตามน้ำออกไปแล้วก็ไปขายของบริเวณต่างแดนหรือชายแดนนู้นใช้เส้นทางน้ำที่เป็นเส้นทางหลักของเมืองมุ่งไป”
“ แน่นอนว่าค่ามีเรือที่ใช้ในการขนส่งและก็ทำการค้าขายอยู่ประมาณสิบลำ”
“ ทว่าในตอนนี้สิ่งที่เขาอยากจะได้ก็คืออยากจะได้ท่าเรือส่วนตัว”
“ ท่าเรือส่วนตัวอย่างงั้นรึ?”
“ ใช่แล้วขอรับอย่างที่ท่านมองเห็นเมืองแห่งนี้มีเรือจำนวนมากที่ใช้ในการซื้อขายเรือพวกนี้เป็นเรือสินค้ามีพ่อค้ามากมายที่รับของจากภายในสถานที่แห่งนี้ไปขายที่ต่างเมือง”
“ พ่อค้าภายในเมืองส่วนใหญ่มากกว่าครึ่งเป็นพ่อค้าที่ค้าขายทางน้ำ”
“ แต่เมื่อมีผู้คนส่วนใหญ่ทำการค้าขายทางน้ำมากขึ้นอย่างที่มองเห็นท่านคงจะเดินสำรวจเมืองมาแล้วบ้างว่าภายในเมืองท่าเรือแต่ท่าเรือมีแต่เรือเต็มไปหมด”
“ พวกมันเป็นเรือสินค้าที่จอดเทียบท่าอยู่เป็นจำนวนมาก”
“ ซึ่งขอบอกตามตรงการที่มีเดือนสินค้ามากและจอดเทียบท่ามากขนาดนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากเป็นอย่างมากเวลาจะขยับหรือเคลื่อนย้ายอะไรสักครั้ง”
“ ในตอนนี้ตัวของข้าเลยอยากจะได้ท่าเรือส่วนตัว”
“ ท่าเรือส่วนตัวสินะแล้วไม่ทราบว่ามาสนทนากับค่าเรื่องนี้ด้วยเหตุอันใดอย่างงั้นหรือ?” จางหยวนก็ยังแสดงใบหน้าไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพยายามจะ
“ นั่นก็เพราะว่าบนที่ดินของคุณชายมีทางน้ำขนาดใหญ่ประมาณหนึ่งที่พอจะให้เรือสินค้าหลายลำวิ่งผ่านเข้าไปได้ตัดผ่านที่ดินไม่ใช่หรือ”
“ ทางน้ำนั้นสามารถทางท่าเรือส่วนตัวได้คุณชายคิดว่าอย่างไร” มันทำการบอกจุดประสงค์ของตนเองออกมาแสดงร้อยยิ้มที่มุมปาก
จางหยวนแสดงใบหน้าเรียบเฉยยกน้ำชาข้างกายขึ้นมาดื่มอย่างช้าๆ
“ แบบนี้นี่เองท่าเรือส่วนตัวอยากจะสร้างท่าเรือส่วนตัวภายในที่ดินของข้าอย่างนั้นหรือ”
“ ที่ดินผืนนั้นมีพื้นที่ขว้างขวางทางน้ำที่ไหลผ่านที่ดินเองก็เป็นทางน้ำขนาดใหญ่”
“ แถมมันยังเป็นทางน้ำที่สามารถแล่นเข้ามาภายในทางน้ำแห่งโชคลาภที่เป็นเส้นทางเดินเรือหลักได้ทันที”
“ สามารถสร้างท่าเรือภายในสถานที่แห่งนั้นได้ในทันที”
“ คุณชายเห็นควรว่าอย่างไรถ้าคุณชายไม่ได้มีแผนการจะทำอะไรกับแม่น้ำขนาดใหญ่ที่ตัดผ่านที่ดินสร้างเป็นท่าเรือให้เรือของพวกข้าเข้าไปจอดดีหรือไม่”
“ แน่นอนว่าข้าจะให้ราคาดีในการเช่าที่จอดเลยอย่างแน่นอน” มันทำการยื่นข้อเสนอออกมา
คนผู้นี้เปิดเผยจุดประสงค์ของตนเองออกมาเรียบร้อยแล้วเหลือแต่จางหยวนที่กำลังนั่งฟังเขาแสดงท่าทางครุ่นคิดอยู่ภายในใจ
จางหยวนยกฝ่ามือขึ้นมาลูบปลายคางแล้วก็พูดพึมพำกับตัวเอง“ ท่าเรือสินะ”
จบบท