ชายหนุ่มคนนึงปรากฏออกมาจากห้วงอากาศราวกับเป็นภูติผี ใบหน้าของเขาหล่อเหลาราวกับนายแบบ มีดวงตาสีม่วงประกายมรกต เส้นผมสีดำถูกตัดสั้นกำลังพอดีให้เข้ากับรูปลักษณ์ของใบหน้า ชายหนุ่มสวมชุดโค้ทสีดำยาวและบริเวณลำคอของเขายังมีผ้าพันคอสีดำยาวพันไว้อีกชั้นนึง ด้วยรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาและการปรากฏตัวอย่างไร้เสียงเช่นนี้มันก็ทำให้ไครเซอร์ต้องอึ้งอยู่ไม่น้อย สัมผัสถึงตัวตนไม่ได้เลย อย่าบอกนะว่าคนนี้คือบอสขององค์กรเงามืดที่กำลังพูดคุยกันอยู่ตอนนี้น่ะ
"ไซเนอร์? นี่แกมาตั้งแต่เมื่อไหร่..!!"
ไอรอนอุทานขึ้นและเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ ใบหน้าจริงจังแสดงท่าทีที่หวาดระแวงออกมาอยู่ไม่น้อย ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะเป็นเช่นนี้ อย่าลืมนะว่าที่แห่งนี้คือห้องทำงานบอสใหญ่สุดขององค์กรมังกรดำ มีทางเข้าเพียงแห่งเดียวซึ่งก็คือลิฟท์ส่วนตัวที่เชื่อมต่อกับด้านล่าง แล้วทำไมบอสใหญ่ของ1ใน3กองกำลังแห่งเมืองไร้กฎหมายถึงได้มาอยู่ณที่แห่งนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดกลัวนัก ถ้ามันลงมือจริงๆ ตัวของมันเองก็ไม่อาจที่จะตอบโต้กลับไปได้เลย
"หึ? มันก็นานมากพอที่จะฟังพวกนายพล่ามเรื่องไร้สาระออกมาน่ะ พอดีว่าข้านั่นสนใจในตัวของไครเซอร์ผู้นี้อยู่ไม่น้อย ถูกบีบบังคับให้เลือกเส้นทางของอาชญากร มันใกล้เคียงกับเรื่องในอดีตของข้ามาก"
ระหว่างนั่นไซเนอร์ก็ก้าวเดินเข้ามาด้วยท่าทีอันสบายๆ จากนั่นเขาก็นั่งบนโซฟาพร้อมกับรินน้ำชาที่อยู่บนโต๊ะด้วยตนเอง นัยน์ตาจ้องมองไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพร้อมกับพูดขึ้น
"ตั้งแต่ที่เจ้าปรากฏตัวขึ้นมาลูกน้องของข้าก็จดจำถึงวีรกรรมที่เจ้าก่อได้ ภายในวันสองวันมานี้ข้าก็เลยติดตามเจ้าอยู่ไม่ห่าง ด้วยพลังริปเปอร์ที่กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม ข้าก็เลยล่วงรู้ทุกสิ่งที่เจ้าได้ทำตลอดมาและในวันนี้อีก ที่นายถามนะหรอว่าขึ้นมาได้ยังไง ก็แค่ง่ายๆพอดีว่าข้าขึ้นลิฟท์มากับไครเซอร์ผู้นี้ด้วยน่ะนะ"
ชายหนุ่มพูดจบก็ยกแก้วน้ำชาดื่มอย่างช้าๆ เขานั่นไม่ได้สนใจถึงท่าทีตอบสนองของทั้งสองคน
"อะไรกันเนี่ย? งั้นที่ผ่านมาเจ้านี่ก็ได้ยินทั้งหมดที่พวกเขาพูดคุยกันเลยน่ะสิ"
ไครเซอร์เมื่อได้ยินเช่นนั่นก็สูดหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาสีแดงเลือดสั่นไหวราวกับว่าไม่อยากจะเชื่อ ไซเนอร์ผู้นี้ติดตามเขามาตั้งแต่แรกเลยหรอเนี่ย ถ้ามันไม่เปิดเผยตัวขึ้นมาเอง ตัวของเขาก็ไม่ได้รับรู้เลยซักนิดว่าตลอดเวลาที่ผ่านมามีตัวตนที่คล้ายคลึงกับภูติผีจ้องมองอยู่ไม่ห่าง เป็นพลังที่น่าสนใจและน่ากลัวในเวลาเดียวกันจริงๆ ถึงจะบอกว่ากลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมแต่พลังแบบนี้มันคือลบตัวตนออกไปชัดๆ
"นี่แกกล้าดียังไงมาลอบติดตามบอสของข้า!!"
ไอรอนดูจะฉุนเฉียวอยู่ไม่น้อย ใบหน้าของเขาบึงตึงพร้อมกับยื่นแขนทั้งสองของตนมายังทิศทางของไซเนอร์ พลังริปเปอร์ที่อยู่ภายในร่างเริ่มที่จะถูกปลดปล่อย ทันใดนั่นอากาศที่ไร้รูปร่างก็เริ่มควบแน่นกันบริเวณฝ่ามือของเขา นี่คือพลังริปเปอร์ของอดีตบอสใหญ่แห่งองค์กรมังกรดำไอรอน ใช้อากาศที่อยู่รอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นกระสุนอากาศที่ไร้รูปร่างเพื่อโจมตี พลังของมันรุนแรงยิ่งกว่ากระสุนปืนซะอีก มันมีทั้งความเร็วและความแรง ต่อให้จะเป็นนักสู้แห่งดวงดาวถ้าโดนเข้าไปก็ต้องบาดเจ็บหนัก ร่างกายจะถูกกระแทกด้วยแรงดันอากาศที่มากมายมหาศาลเลยก็ว่าได้ ถือเป็นพลังโจมตีที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
"ไม่ต้องคุณไอรอน เจ้านี่ไม่ได้มาร้าย"
แต่ทว่าไครเซอร์ก็ได้ยกมือเบรกขึ้นมาก่อน เขาหันหน้ามองไปยังชายวัยกลางคนพลางหรี่ตาลงอยู่นิดๆ ทำให้ไอรอนผู้นั่นต้องพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เขาเริ่มคลายฝ่ามือของตนเองลงเพื่อเป็นสัญญาณว่าไม่โจมตี แต่ดวงตาของเขาก็จับจ้องไปยังชายหนุ่มผมดำผู้นั่นอยู่ไม่ห่าง ถ้าเกิดมันมีจุดประสงค์ร้ายจริงๆ เขาจะใช้พลังริปเปอร์อัดมันให้กระเด็นไปเลย
"ว่าแต่ที่พวกนายพูดคุยกันมะกี้นี้น่าสนใจดีนะ องค์กรสเปคเตอร์หรอ ถ้ามันมีคุณค่ามากพอจริงๆข้าก็อยากที่จะเข้าร่วมมันนะ"
ไซเนอร์พูดมันออกมาราวกับว่าสนใจในสิ่งที่ทั้งสองได้พูดคุยกัน เมื่อมันได้ยินว่าไครเซอร์ผู้นี้จะขึ้นเป็นใหญ่ในอนาคต มันก็ได้รับฟังอย่างจริงจังจากปากของไอรอน ถึงพลังริปเปอร์ที่จ้องมองอนาคตอันห่างไกลของผู้คนอาจจะเป็นเรื่องที่เพ้อฝันไปบ้าง แต่ทว่าชายวัยกลางคนผู้นี้ย่อมที่จะไม่โกหกอย่างแน่นอน ตั้งแต่ที่มันได้รู้จักกับไอรอนผู้นี้มา นิสัยของเขาก็ไม่เลวเลยทีเดียว ถือเป็นคนที่มีคุณธรรมในหมู่อาชญากรและเชื่อถือได้อยู่ไม่น้อย
"จริงเหรอ? ถ้านายเข้าร่วมกับเราก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ"
ไครเซอร์เมื่อได้ยินเช่นนั่นก็อุทานขึ้นอย่างดีใจ ดวงตาเบิกกว้างราวกับว่าไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แต่ไซเนอร์ก็ได้ส่ายหน้าปฏิเสธออกมาในทันที ชายหนุ่มจ้องมองไปยังไครเซอร์ด้วยท่าทางที่จริงจังพร้อมกับเอ่ยขึ้น
"ก็อยู่ที่ว่าองค์กรของนายมีคุณค่าพอที่จะให้ข้าไซเนอร์ผู้นี้นั่นเข้าร่วมได้หรือเปล่า ถึงบอกว่าเป็นองค์กรสเปคเตอร์ แต่รากฐานทั้งหมดที่พวกนายมีตอนนี้มันก็คือองค์กรมังกรดำนะ อาชญากรทุกคนในเมืองไร้กฎหมายรู้ถึงรากฐานและพลังของพวกนายทั้งหมดแล้ว ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็ยังจะคงเดิม ไม่ควรค่าและมีอะไรให้น่าดึงดูดใจเลยซักนิด"
คำตอบของชายหนุ่มทำให้ทั้งสองคนต้องมองหน้ากันอยู่เล็กน้อย องค์กรสเปคเตอร์ในตอนนี้ยังไม่มีสิ่งที่ดึงดูดตัวตนอัจฉริยะผู้นี้ อย่าลืมนะว่าเจ้านี่มีพลังถึงนักสู้แห่งดวงดาวระดับที่4และยังเป็นริปเปอร์อีกด้วย รากฐานทั้งหมดถ้าให้เทียบกันแล้วองค์กรเงามืดของมันนั่นดูจะแข็งแกร่งกว่าองค์กรสเปคเตอร์อยู่ถึงขั้นนึง เขาไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องเข้าร่วมเลยด้วยซ้ำ
"ก็ได้ งั้นเอาแบบนี้เป็นไงละ"
ขณะนั่นไครเซอร์ก็ได้พูดขึ้นพร้อมกับจ้องมองไปยังชายหนุ่มผมดำเบื้องหน้า
"ว่ามาสิ มีอะไรที่น่าสนใจหรือยังไง"
ไซเนอร์ยกยิ้มออกมาพลางยักไหล่ขึ้นอยู่นิดๆ ท่าทางของไครเซอร์ได้ทำให้ทั้งสองคนต้องเบิ่งหูเพื่อรับฟัง ดูเหมือนชายหนุ่มคนนี้จะมีแผนการอยู่ไม่น้อย อย่าลืมนะว่าเขาเป็นเพียงแค่ผู้มีพลังระดับที่2 แต่เขากลับไม่มีท่าทีอันหวั่นเกรงเลยซักนิด
"ถ้าเกิดว่าสามารถทำลายล้างสมาคมจิ้งเหลนเพลิงของเจ้าคานได้จริงๆละก็ เจ้าจะต้องมาเข้าร่วมองค์กรสเปคเตอร์ของข้า ถึงในตอนนี้องค์กรสเปคเตอร์ของข้าจะไม่ค่อยมีอะไรที่น่าสนใจ แต่ในอนาคตด้วยการนำของข้า มันจะยิ่งใหญ่ไม่แพ้องค์กรแห่งเหล่าวายร้ายไกรลอสอย่างแน่นอน..!!"