ผู้อาวุโสชรา ขั้นเทพสวรรค์ ที่รับหน้าที่คุมทางเข้าเผ่าสงคราม พุ่งปราดเข้าไปต้อนรับคุณหนู ยี่ผิงของพวกเขาในทันที ครั้นเห็นคุณหนูยังอยู่รอดปลอดภัย มาพร้อมกับชายหนุ่ม สภาพดูไม่จืด สะบักสะบอมไม่น้อย
"คุณหนู เกิดอะไรขึ้นเหตุใดเหลือเพียงแค่ท่านเพียงผู้เดียว แล้วหนุ่มผู้นี้เขาเป็นใครกันเล่า" ชายชราไต่ถามด้วยความเป็นห่วง ก่อนใช้ดวงตาสำรวจกายาคุณหนู อย่างถี่ถ้วน ครั้นเห็นปราณพลังที่มหาศาล หลับใหลภายในกาย คุณหนูยี่ผิงมันก็ทำให้ชายชรายกยิ้ม ตกใจไม่น้อย ไม่คิดคุณหนูจะได้โชค วาสนาครั้งใหญ่มาครอบครอง
"คุณหนูผสานรวมเข้ากับหินเทพเจ้าแล้วงั้นหรือ?" ครั้นคำพูดของผู้อาวุโสชรา เปล่งวาจา ออกมาเหล่าทหารที่อยู่โดยรอบ ต่างมีสีหน้าตาตื่น ตกตะลึงกันอยู่ไม่น้อย จ้องมองไปที่คุณหนูแววตาเทิดทูนอีกหลายสิบเท่า
ยี่ผิงนางกล่าวตอบ ผู้อาวุโสท่านนั้นด้วยความรู้สึกเสียใจ "จริงอยู่ที่ข้าผสานเข้ากับหินเทพเจ้าได้ แต่ผู้ติดตามของข้าล้วนต้องตายตกกันจนสิ้น ..หากข้าไม่ได้สหายท่านนี้ช่วยไว้เกรงว่า ชีวิตของข้าก็ไม่อาจรอดมาถึง เผ่าสงครามได้"
ผู้อาวุโสชราครั้นได้ยินเขามีสีหน้าอมทุกข์อยู่ไม่น้อย ทว่าอย่างน้อยๆ พวกเขาก็ไม่ตายเปล่า ก่อนบอกกล่าว คุณหนูออกไป "เรื่องรายละเอียดไว้คุยทีหลัง ท่านผู้นำเผ่า ยี่หาญเจีย พ่อของท่านเป็นห่วงท่านมาก แม้อยากจะส่งพวกเราออกไป ค้นหาตัวท่านก็ตาม …ข้าได้ส่งคนไปรายงานท่านผู้นำแล้ว ไม่ช้าท่านหน้าจะมารับคุณหนูด้วยตัวของท่านเอง"
หญิงสาวพยักหน้ารับ "อืมๆ ข้าเข้าใจแล้ว แต่ข้าไม่จำเป็นต้องรอท่านพ่อ ข้ารู้ท่านพ่อของข้ายุ่งแค่ไหน ข้ายังไม่อยากรบกวนการฝึกของท่านในยามนี้"
ก่อนยี่ผิงจะหันกลับไปมองอี้เฉินส่งสายตา เว้าวอนชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย กล่าวคำพูดเชิญชวนออกมาอีกครา "เจ้าหยุดพักรักษาตัวก่อนดีหรือไม่อี้เฉิน สภาพของเจ้า ไม่สู้ดีนักในยามนี้ หากเร่งการเดินทาง ข้าเกรงว่าเจ้าจะบาดเจ็บถึงภายในก็เป็นได้"
เหล่าทหารที่ได้ยินพวกเขาต่างมีสีหน้าบึ้งตึง ไม่คิดคนที่มีสภาพใกล้ตาย ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง เต็มไปด้วยคราบเลือดรอยแตกร้าว จะได้รับการเชื้อเชิญจากคุณหนูยี่ผิง ทว่าพวกเขาหรือจะกล้า คัดค้าน แล้วยิ่งนางได้หลอมรวม เข้ากับหินเทพเจ้า ยิ่งทำให้ตำแหน่งในเผ่าสงครามของนางยิ่งสูงขึ้นไปอีก
ทว่าเมื่อหมู่ชนได้ยินคำพูดปฏิเสธ จากปากที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด ของชายหนุ่มผมขาว มันก็ทำให้พวกเขาหลายคนผ่อนลมหายใจที่หนักถี่ลง
"ขอบคุณแม่นาง ยี่ผิง ข้ายังยืนยันคำเดิม" ก่อนอี้เฉินที่เตรียมจะหันหลัง พลิ้วกายาจากไป ทว่ามือของเขาก็ถูกหญิงสาวกุมมันไว้จนแน่น รับรู้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือของยี่ผิงได้
"ข้ารู้แล้ว ข้าไม่มีทางรั้งตัวเจ้าไว้ได้อีกต่อไป โปรดเจ้ารักษาตัวด้วย" ก่อนหญิงสาวจะเข้ามาโอบกอดชายหนุ่ม อย่างแนบชิด มันทำให้อี้เฉินตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกไปครู่หนึ่ง เหล่าผู้คนที่อยู่โดยรอบ ต่างพากันอิจฉาในตัวอี้เฉิน รับรู้ถึงสิ่งที่มากเกินกว่ามิตรสหาย ทว่าพวกเขาจะทำอะไรได้เล่า
ก่อนอี้เฉินจะกลางฝ่ามือ ดันไหล่นางออกช้า ๆ "เราไม่ได้จากกันตลอดไปเสียหน่อยยี่ผิง หากเดินไปในเส้นทางด้านหน้าสักวัน เราก็คงได้พานพบกันอีกครา" อี้เฉินเมื่อเอ่ยหมดประโยค เขาก็ออกเดินทางต่อในทันที ไม่มีแม้ ท่าทีลังเลใจ หันกลับมามองแม้แต่น้อย
หมู่ชนที่ดูอยู่โดยรอบ ต่างรับรู้ถึงสิ่งที่แปลกประหลาด 'เหตุใดชายหนุ่มถึงทำสิ่งที่ตรงกันข้าม' ทว่าเมื่อผู้อาวุโสส่งสายตาออกไปตรวจสอบชายหนุ่มผมขาว ที่ดูมีท่าทีรีบร้อน เดินทางออกไปจากสถานที่แห่งนี้ มันก็ทำให้ชายชรา รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย 'เหตุใดข้าถึงไม่อาจตรวจสอบเขาได้ ราวกับมีบางอย่างขวางกั้นข้าไว้ แม้จะรับรู้ว่า ชายหนุ่มจะอยู่ในขั้นพลังเทวะ นอกเหนือจากนั้นเขาไม่อาจตรวจสอบอะไรได้แม้แต่น้อย'
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเดินทางจากไป เขาจึงละสายตาจากชายหนุ่มกลับไปตั้งใจ เฝ้าทางเข้ามิติ ไม่คิดเก็บชายหนุ่มมาใส่ใจอีกต่อไป เมื่อคนจากไปแล้ว ก็คงไม่มีเรื่องอะไรอีกต่อไป
ยี่ผิง เหมือนนางจะรับรู้ได้เป็นอย่างดี อี้เฉิน ไม่ได้มีใจให้นาง แม้แต่น้อย ที่เขาทำไปก็แค่อยากจะตอบแทนตัวนางจริงๆ จากใจเขาเท่านั้น ก่อนนางจะถอนหายใจยาว เดินเข้าไปภายใน มิติ เผ่าพันธุ์สงคราม ทว่าในใจลึกๆ ก็ไม่คิดอยากจะยอมแพ้
...ทว่าเมื่อผ่านไปได้ไม่กี่ชั่วอึดใจ ชายวัยกลางคน อายุราวๆ 30ปี ก็มาปรากฏตัวด้านหน้า มิติ เผ่าสงคราม ทว่าแววตาของเขาดูนุ่มลึก ผ่านโลกมายาวนานไม่น้อย เขาก็คือผู้นำเผ่าสงครามยี่หาญเจีย พ่อของ ยี่ผิงนั่นเอง
ผู้อาวุโสชรา ขั้นเทพสวรรค์ ที่รับหน้าที่คุมหน้า มิติ ทางเข้า ครั้นรับรู้ถึงตัวตนผู้สูงศักดิ์ เขายกมือขึ้นคำนับด้วยความนอบน้อม ก่อนบอกกล่าวท่านผู้นำ ด้วยความแปลกใจ "ท่านยี่หาญเจีย คุณหนูยี่ผิง เข้าไปด้านใน เผ่าสงครามแล้ว ท่านไม่พบเจอนางงั้นหรือ?" ชายชราอดไม่ได้ที่จะแปลกใจ
ผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย ยกยิ้ม เจื่อนๆ "อืมๆ ข้าพบเจอนางแล้ว ไฉนนางหน้าบึ้งตึงเช่นนั้นเล่า อุตส่าห์ได้หลอมรวมกับหินเทพเจ้า หากจิตใจปั่นป่วนจะผสานรวม เข้ากับหินเทพเจ้าได้งั้นหรือ?" ชายวัยกลางคนถอนหายใจ
ผู้อาวุโสชรา ขั้นเทพสวรรค์ ครั้นได้ยินเขามีสีหน้าไม่สู้ดีนัก แม้แต่เหล่าทหารที่อยู่โดยรอบก็ตาม หากยี่ผิงผสานรวม เข้ากับหินเทพเจ้า ไม่สำเร็จผู้ยิ่งใหญ่ก็จะไม่ถือกำเนิด ในยุคสมัยนี้ มันอาจนำพาหายนะมาสู่เผ่าพันธุ์ก็เป็นได้ ก่อนชายชราจะบอกกล่าว ผู้นำเผ่า ยี่หาญเจีย อย่างไม่ปิดบัง "เหมือนว่าคุณหนูยี่ผิงจะถูกชะตากับชายหนุ่มไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ที่ช่วยชีวิตของนางไว้ เขาพึ่งจะจากไปเมื่อครู่ ทว่าไม่รู้เพราะเหตุใดเขาจึงดูรีบร้อน กระวนกระวายใจ แม้ว่าคุณหนูจะเอ่ยเชื้อเชิญ ชายหนุ่มก็ไม่คิดรั้งรอ อยู่ยังสถานที่แห่งนี้ ท่านว่ามันแปลกหรือไม่?"
ยี่หาญเจีย ครั้นได้ยินเขายกมือถูคาง ครุ่นคิดอยู่ไม่น้อย ก่อนส่งจิตสัมผัสออกไปกว้างไกล หมายตรวจสอบโดยรอบ เขาที่อยู่ในขั้นพลังเซียนสวรรค์ การจะทำเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องยากเย็น
ทว่าจิตสัมผัสที่ปลดปล่อยออกไปไกล รับรู้ถึงการมีอยู่ของอี้เฉินในไม่กี่เสี้ยววินาที
ตัวอี้เฉินเองก็รับรู้ถึงจิตสัมผัสที่ปลดปล่อยออกมากว้างไกล เช่นกัน นำพาให้หัวใจของเขาสั่นระรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เร่งความเร็ว หนีออกไปอย่างไม่คิดชีวิต
ยี่หาญเจีย รู้สึกแปลกใจ ไม่น้อย "หืม!! เหตุใดไอ้เด็กนี่มันถึง ไวต่อจิตสัมผัสถึงเพียงนี้เล่า?" ก่อนห้วงอากาศด้านหน้าจะเปิดแยกออกเป็น มิติ ที่แตกร้าว ครั้นย่างก้าว เข้าไปภายในห้วงมิติได้ ร่างของยี่หาญเจียก็แหวก มิติ ไปโผล่ด้านหน้าอี้เฉินในฉับพลัน
อี้เฉินที่กำลังหนีจากไปสุดชีวิต ครั้นเห็นด้านหน้า จู่ๆ ก็มีชายวัยกลางคนอายุ30กว่าๆ เดินออกมาจากมิติ ที่แตกร้าว ในฉับพลัน ประหนึ่งคิดจะขัดขวางการเดินทางตัวเขา
อี้เฉิน มีสีหน้าบึ้งตึง ทว่าเมื่อสัมผัสได้ถึงขั้นพลังของชายวัยกลางคน มันก็อดไม่ได้ที่ ขาทั้ง2ข้างจะสั่นเทา หัวใจตกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเจอกับขั้นพลัง เซียนสวรรค์ ฝ่ามือน้อย คำนับออกไปด้วยความนอบน้อม ทว่าน้ำเสียงนั้นยังเต็มไปด้วยความดื้อรั้น "ท่านมีธุระอะไรกับข้าอย่างนั้นหรือโปรดบอกกล่าว ทว่าหากท่านคิด จะมาขอบคุณข้า ข้าขอรับแค่คำขอบคุณ ไม่ต้องการสิ่งใด" อี้เฉินกล่าว พร้อมยกยิ้มใจดี สู้เสือ
ทว่าในใจรู้สึก กระวนกระวายไม่น้อย แม้แต่เทพสวรรค์ เขาในยามนี้ ก็ไม่อาจต่อกรได้ อีกต่อไป อายความชั่วร้าย จากแขนข้างขวา ไม่ได้มากมายเฉกเช่นแต่ก่อน ล้นทะลักทลาย พรั่งพรู อีกต่อไป ยิ่งเจอขั้นเซียนสวรรค์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ยี่หาญเจีย จ้องมองไปที่ชายหนุ่มผมขาว กายาเต็มไปด้วยบาดแผล สะบักสะบอม ด้วยสายตาคมกล้า ทว่าเมื่อจ้องมอง ดี ดี กับเห็นความหล่อเหลา ดึงดูด สตรีอยู่ไม่น้อย มันจึงทำให้เขาไม่แปลกใจ เหตุใดลูกสาว ถึงถูกชะตากับชายหนุ่มผู้นี้
ทว่าเมื่อตั้งใจ มองลึกลงไป สัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาของชายหนุ่ม แถมเหมือนว่าเขาจะมีบางอย่างภายในร่างกาย เก็บซ่อนความลับบางอย่างไว้ ผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย กล่าวพูดขึ้นมาไม่อ้อมค้อม "สหายน้อย เจ้าอย่าพูดจาไร้เยื่อใยเช่นนั้น ..ข้าคิดจะมาเชิญชวนเจ้า เข้าไปเยี่ยมชม ภายในเผ่าพันธุ์ของข้า เจ้าคิดเห็นว่าเช่นไร"
อี้เฉินตอบออกไปในทันควัน "แล้วหากข้าปฏิเสธละ ท่านจะปล่อยข้าไปหรือไม่" ทว่าเมื่ออี้เฉินเห็นประกายตาของ ผู้นำเผ่าสงคราม ประหนึ่งคำประกาศิต มันก็ทำให้อี้เฉินถอนหายใจออกมา เฮือกใหญ่
"ข้าเตือนท่านแล้วนะ หากท่านยังยืนกรานเช่นนั้น ข้าก็จนหนทาง" อี้เฉินรู้ดีอย่างไรเขาก็หนีไม่พ้นขั้นเซียนสวรรค์เป็นแน่
ยี่หาญเจีย ยกยิ้มไม่คิดว่า ชายหนุ่มผู้นี้จะอ่านสถานการณ์ออกอย่างง่ายดาย ก่อนเขาจะโบกฝ่ามือ นำพากายาอี้เฉิน ไปพร้อมกับตัวเขา