เหตุการณ์ต่างที่จินฟ่านได้พบ ค่อยๆไหลเข้าสู่ความทรงจำของอูหลินเฟิง
“น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว” อูหลินเฟิงกล่าวขึ้นมาหลังจากที่ดูบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ จากยันต์อาคมที่ได้รับกลับคืนมา ดูเหมือนว่าจินฟ่านผู้นี้จะไม่ได้เป็นฝ่ายเดียวกันกับ ราชวงศ์จันทราโลหิต แต่อีกฝ่ายเองก็สมกับเป็นนักข่าวที่มีความอยากรู้อยากเห็นอยู่ในตัวไม่น้อย หลังจากที่แยกกับพวกเขา พออีกฝ่ายออกจากสุสานเทพกระบี่คงหมิงไปได้แล้ว ก็เดินทางกลับไปยังสำนักงานของพรรคกระเรียนขาวสาขาทวีปปราณฟ้าทันที แต่จากเหตุการณ์ที่มีอสุรกายโลหิตกลืนกินร่างกายของพวกเดียวกันในสำนัก จินฟ่านจึงคิดจะลองสืบข่าวเรื่องนี้ดู
และก็ยังสืบข่าวได้อย่างมากเลยทีเดียว จินฟ่านพบว่าผู้ที่ถูกอสุรกายโลหิตกลืนกิน มักจะเป็นนักข่าวหรือนักเขียนในสำนักที่มีแนวคิดขัดแย้งกับแนวทางของแดนจันทราโลหิตหรือบ้างก็คิดว่าสมควรแล้วที่แดนจันทราโลหิตจะหายไป
นอกจากนี้จินฟ่านยังแบ่งแยกผู้ที่อยู่ภายในสำนักจากการสังเกตของตัวเอง พบว่ามีอยู่สามส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคืออสุรกายโลหิตที่แฝงมายังในร่างของใครบางคนในสำนักแบ่งเป็นหนึ่งส่วนของพรรค ส่วนที่สองคือคนในสำนักที่ไม่รับรู้เรื่องราวอะไรทั้งสิ้นเป็นเช่นเดียวกับจินฟ่านก่อนหน้านี้ มีราวๆ หกส่วน และ ส่วนที่สามบุคคลบางประเภทที่มีส่วนรู้เห็นหรือมีส่วนรับรู้ว่าภายในสำนักกำลังถูกแทรกแซงโดยอสุรกายโลหิต คนส่วนนี้มีราวสามส่วนของพรรค และยังเป็นคนระดับสูงเกือบทั้งหมด คนทั้งหมดจะมีสัญลักษณ์บางอย่างที่ประดับไว้ในร่างกายให้รับรู้กันเองว่าเป็นพวกเดียว
แต่หลังจากที่สถาบันเทพราชันเปิดเผยจุดอ่อนของอสุรกายโลหิตส่วนนี้ก็ถูกทำลายลงไป ทำให้เหลือเพียงส่วนที่ไม่รับรู้เรื่องราวอะไรก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองต่อไป และ ส่วนที่รับรู้เรื่องราวของอสุรกายโลหิตตั้งแต่แรกแต่แกล้งทำเป็นไม่รับรู้ และยังเป็นผู้บริหารระดับสูงของพรรคเกือบทั้งหมด
“ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มามากขนาดนี้” อูหลินเฟิงกล่าว จินฟ่านสมกับที่เป็นนักข่าวจริงๆ ความอยากรู้อยากเห็นในของเขา สามารถนำข้อมูลอันเป็นประโยชน์มากมายมาให้แค่อูหลินเฟิงได้ หลังจากนั้นเขาก็ได้มองไปรอบๆ ของตัวเอง มองลูกศิษย์ของสถาบันเทพราชันมากมายที่เดินผ่านไปมารวมถึงคนที่กำลังพยายามนั่งดู การประลองที่กำลังเกิดขึ้นไปเรื่อยๆ
อูหลินเฟิงสังเกตเห็นบางอย่าง ภายในลูกศิษย์มากมายของสถาบันเทพราชัน จะมีบางคนที่มีสัญลักษณ์แบบเดียวกับคนในพรรคกระเรียนขาว
“รู้สึกว่าข้อมูลนี้จะใช้ได้แม้กระทั่งภายในสถาบันเทพราชันสินะ นับว่าโชคเข้าข้างจริงๆ” อูหลินเฟิงกล่าวพร้อมกับยิ้มไปด้วย จากนั้นเขาก็เดินกลับไปยังอัฒจันทร์ส่องนภาเข้าไปรวมกับกลุ่มของตนเองอีกครั้ง
“ไปไหนมางั้นเหรอ” กู่ซือเอินถาม อยู่ๆ นางก็เห็นว่าอีกฝ่ายเดินออกอย่างเร่งรีบไปคนเดียว
“ข้าเจอจอมยุทธ์ที่เคยเจอในสุสานของเทพกระบี่คงหมิง..เลยไปทักทายหน่อย” อูหลินเฟิงตอบอย่างไม่ปิดบัง
“จอมยุทธ์คนนั้นก็อยู่ที่นี่ด้วยนั้นหรือ” เซี่ยชิงเอ๋อร์ถามด้วยความแปลกใจ นางเองก็คิดไม่ถึงว่าจอมยุทธ์ที่รอดไปจาก สุสานเทพกระบี่จะมาอยู่ที่นี่ได้
“เขาบอกว่าอยากที่จะเข้าไปแดนเทพรกร้างสักครั้งหนึ่ง ก็เลยมาร่วมประลองด้วย เพียงแต่ด้วยความสามารถของเขาอาจจะไม่ได้ถูกรับเลือกให้เข้าไปยังแดนเทพรกร้างก็ได้” อูหลินเฟิงกล่าว เขาเองก็เคยเห็นฝีมือของอีกฝ่ายมาแล้วแม้ว่าอีกฝ่ายจะมีความสามารถในการเอาตัวรอดและการวิเคราะห์สถานการณ์ได้ดีแต่ว่าก็ไม่ได้มีฝีมือมากพอในการต่อสู้ข้ามขั้น
“คงอาจจะทำได้แค่เข้าร่วมการประลอง...หากต้องการไปยังแดนเทพรกร้างคงไม่น่าจะไหว” ไป๋หลันฮวาที่เคยเห็นความสามารถของอีกฝ่ายในสุสานเทพกระบี่กล่าวขึ้นมา
“เดี๋ยวนะ พวกเจ้าเข้าไปยังสุสานของเทพกระบี่งั้นหรือ” จงหมิ่นถาม เหมือนว่าในที่สุดเขาก็จะรู้แล้วว่าความแข็งแกร่งที่เพิ่มมากขึ้นของสหายตัวเองมาจากไหน
“ใช่ ภายในสุสานเทพกระบี่ มีข้า อูหมินจิง จงหมิ่น เซี่ยชิงเอ๋อร์ ไป๋หลันฮวา ที่ร่วมกันพิชิตได้ และลี่เจียงยังได้กลายเป็นลูกศิษย์ของเทพกระบี่คงหมิงอีกด้วย” อูหลินเฟิงกล่าว
“เพราะแบบนี้เจ้าถึงแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างรวดเร็วสินะ” ในที่สุดจงหมิ่นก็รู้แล้วว่าเหตุใดลี่เจียงถึงมีระดับลมปราณที่สูงส่งยิ่งนักสามารถปะทะกับร้อยมังกรทะยานยี่สิบอันดับแรกสองคนได้อย่างสูสี
“เฮ้ย อะไรกันสหายลี่ นี่เจ้ากลายเป็นลูกศิษย์ของผู้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นได้เชียวหรือ” ดูเหมือนว่าผู้ที่ตกใจที่สุดจะกลายเป็นถงต้าเหวยไปแล้ว คงเพราะว่าเมื่อก่อนทั้งลี่เจียงและถงต้าเหวยมีระดับฝีมือพอๆ กัน แต่ตอนนี้ลี่เจียงได้ทิ้งห่างไปไกลเสียแล้ว
“เหมือนว่าระหว่างที่ไม่เจอกัน จะเกิดเรื่องมากมายเลยทีเดียวสินะ” จงหมิ่นกล่าวด้วยความจริงจังมากขึ้น แต่หากลี่เจียงแข็งแกร่งขึ้นมาย่อมต้องเป็นผลดีฝ่ายของตนเอง
“ใช่ มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายแต่ว่า จอมยุทธ์ที่ได้เจอในสุสานเทพกระบี่ มีนามว่าจินฟ่าน ข้าบอกได้เลยว่าตัวของเขารับรู้ข้อมูลมากมายที่เป็นประโยชน์กับพวกเรา” อูหลินเฟิงกล่าว แต่น่าเสียดายที่ตัวของจินฟ่านเกรงกลัวความตายเป็นอย่างยิ่ง จึงไม่กล้าเปิดเผยข้อมูลบางส่วนที่ตัวเขาเองรับรู้ แต่เลือกที่จะเก็บความลับนั้นไว้เงียบๆ แม้ว่าจะรู้หลายเรื่องแล้วก็ตาม
“ข้อมูลอะไรงั้นเหรอ” จงหมิ่นถาม แต่อูหลินเฟิงไม่ตอบทำเพียงแค่ตกลงไปต่างหูยันต์สื่อสารเท่านั้น สิ่งนี้ก็ทำให้ทุกคนในกลุ่มรับรู้ว่าข้อมูลที่อูหลินเฟิงรับรู้มาเป็นข้อมูลสำคัญที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ในบริเวณนี้ แต่จะใช้การสื่อสารของยันต์สื่อสารแทน
‘คือเรื่องมันเป็นแบบนี้….’ อูหลินเฟิงเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ของจินฟ่านให้ทุกคนรับรู้
..
..
หลังจากนั้นแม้จะมีการประลองมากมายเกิดขึ้น ในอีกหลายรอบแต่ภายในกลุ่มของพวกเขาก็ไม่ได้มีใครที่ถูกเรียกขึ้นไปอีกแล้ว ทุกคนจึงทำเพียงนั่งดูการประลองจนจบ
“ในที่สุดการประลองก็ได้จบลงเป็นที่เรียบร้อย หลังจากนี้จะเป็นการให้คะแนนโดยอาศัยความเห็นจากผู้อำนวยการจากทั้งสิบสาขาและผู้พิทักษ์แห่งสถาบันเทพราชัน ทางสถาบันจะประกาศผลว่าผู้ใดบ้างที่จะได้เข้าร่วมกองกำลังเพื่อไปยังแดนเทพรกร้างในวันพรุ่งนี้ โดยที่ผลการประกาศจะถูกส่งไปยังป้ายของแต่ละคน” เสียงของเสี่ยวหยูดังออกมาจากหน้าจออีกครั้งหนึ่ง เมื่อทุกคนต่างรับรู้แล้วว่าการประลองสิ้นสุด แต่ละคนต่างแยกย้ายกันไปอย่างที่พักหรือทำธุระของตนเอง
อูหลินเฟิงก็ได้กลับมายังคฤหาสน์ที่เป็นที่รับรองของคนจากหอคอยวิญญาณ
“กลับมาแล้วสินะญาติผู้น้อง วันนี้เจ้าทำได้ดีจริงๆ ความแข็งแกร่งของเจ้าสุดยอดไปเลย” ทันทีที่อูหลินเฟิงเดินเข้ามายังคฤหาสน์เสียงของเนี่ยหลุนก็ดังออกมาพร้อมๆ กัน
“หากจะว่าไปแล้ว...คนที่สุดยอดสมควรเป็นท่านมากกว่า พี่เนี่ย” อูหลินเฟิงกล่าวในการประลองครั้งนี้ไม่ว่าใครต่างก็รับรู้ว่าหลางจวินและเนี่ยซินมีความแข็งแกร่งอันเป็นที่สุด
“จะบอกว่าข้าแข็งแกร่งก็อาจจะไม่ถูกต้อง บอกว่าพวกเราต่างหาก” เนี่ยหลุนกล่าว พวกเราที่เนี่ยหลุนหมายถึงย่อมต้องเป็นตัวเขาและเนี่ยซิน
“แต่ก็ไม่ใช่เพียงแค่ท่านพี่เนี่ย ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ต่างแข็งแกร่งยิ่งนัก” อูหลินเฟิงกล่าว พร้อมกับมองไปยังรอบๆ ห้องโถงกลางคฤหาสน์ที่มี มุราคามิ มิซากิ/เรย์อิน มาโกะ/เรย์อิน มากิ และหวังชุนนั่งอยู่ด้วย ทุกคนในห้องสมกับเป็นคนที่มาจากแดนศักดิ์สิทธิ์ ความแข็งแกร่งของแต่ละคนมากมายนัก
“น่าเจ็บใจชะมัด เจ้าบ้าตงฟางจิ๋วนั่น ลมปราณมหาสมุทรเป็นอะไรที่บ้าบอยิ่งนัก” มุราคามิ มิซากิ กล่าวออกมาอย่างหัวเสีย ตัวนางเองได้พ่ายแพ้ในการต่อสู้ คู่ต่อสู้ของนางก็คือไป๋หลันฮวาและตงฟางจิ๋ว เป็นการจับคู่ที่ถือได้ว่าน่ากลัว หนึ่งคนมีความสามารถในการโจมตีพิสดารอย่างปราณสำเนียงและอีกคนมีความสามารถในการป้องกันระดับสูงอย่างปราณมหาสมุทร แม้ว่านางจะสามารถควบคุมหุ่นเชิดศพที่มีความสามารถในการขับร้องออกมาต้านพลังแห่งสำเนียงได้ชั่วคราว แต่ว่าตัวนางก็ไม่อาจทำอะไรลมปราณมหาสมุทรได้ แม้แต่น้อยจึงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปโดยปริยาย
“ถ้าจะพูดถึงความเจ็บใจแล้วละก็ / ถ้าจะพูดถึงความเจ็บใจแล้วละก็”
“เจ้าไม่ออกมือให้พวกเราเลยนะ/เจ้าไม่ออกมือให้พวกเราเลยนะ” เรย์อิน มาโกะ และ เรย์อิน มากิ ต่างพูดออกมาพร้อมๆ กัน ตัวของพวกนางได้เป็นคู่ต่อสู้กับเนี่ยหลุนแต่อีกฝ่ายถึงกับเรียกยักษ์ขาวออกมาเพื่อต่อสู้กับพวกนาง แบบนี้ใครจะไปสู้ได้กัน
“แหมๆ ขอโทษด้วยแล้วกัน หากไม่ทำอย่างนั้นคนที่แพ้ก็ต้องเป็นข้าน่ะสิ” เนี่ยหลุนกล่าวขอโทษสหายของตนเอง
“หากพูดถึงคู่ต่อสู้ คู่ต่อสู้ของข้าก็มีความแข็งแกร่งยิ่งนัก แม้ไม่มีพลังสายเลือด รูปแบบการใช้พลังลมปราณก็มีความเถรตรงยิ่งนัก แต่ทุกการเคลื่อนไหวและการออกหมัดกับหนักแน่น ราวกับเป็นภูผาที่จะไม่มีวันถล่ม” หวังชุนกล่าว ในตอนนั้นหากเขาไม่ได้ร่วมมือกับเยว่ฟงที่มีทั้งพลังความเร็วและการโจมตีที่รุนแรง อาจจะไม่สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ง่ายขนาดนี้ก็ได้ พลังป้องกันของอีกฝ่ายสูงส่งยิ่งนัก กระทั่งอาคมยังไม่อาจเจาะทะลุการป้องกันของอีกฝ่ายได้โดยง่าย
อูหลินเฟิงที่ได้ยินคนชมสหายของตนเองก็ย่อมต้องรู้สึกดีใจไม่ต่างกัน นับว่าความพยายามของลี่เจียงไม่สูญเปล่า
“อ๋อ..จริงสิ เกือบลืมไปเลย จะว่าไปแล้วท่านปู่ให้ข้า นำนี่มาให้เจ้า” เนี่ยหลุนราวกับว่ากำลังนึกบางอย่างขึ้นได้ เขาได้นำบางสิ่งออกมาจากแหวนมิติและโยนให้กับอูหลินเฟิง
“อ่ะ” อูหลินเฟิง รับลูกแก้วสีขาวมาไว้ในมือพร้อมกับมองสิ่งนั้นด้วยความประหลาดใจ ทันทีที่ลูกแก้วสัมผัสกับมือของอูหลินเฟิง ตัวมันได้สว่างไสวออกมา ลูกแก้วนั้นเรากลับมีพลังที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ภายใน
“เจ้านั่นคือลูกแก้วอาคม ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีปัญหาในการทำให้ลมปราณ จิต และ พลังวิญญาณ ที่มีระดับต่างกันทำให้ใช้อาคมได้ไม่เต็มที่ ท่านปู่ก็เลยให้ปู่นำสิ่งนี้มาให้เจ้า” เนี่ยหลุนกล่าว พร้อมกับหรี่ตามองปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นหลังจากที่อูหลินเฟิงสัมผัสโดนลูกแก้วอาคม
“แล้วท่านปู่รู้ได้อย่างไร ว่าข้ามีปัญหาเรื่องระดับพลังทั้งสามไม่เท่ากัน” อูหลินเฟิงถาม มีสิ่งหนึ่งที่แปลกประหลาดเป็นอย่างมาก เพราะว่าทันทีที่เขาสัมผัสกับลูกแก้วอาคมนี้ หลังจากที่ลูกแก้วอาคมเกิดปฏิกิริยาบางอย่างจนส่องแสงสว่างออกมา ขอรับรู้ได้ทันทีเลยว่าคนทั้งห้องนี้กำลังรู้สึกตื่นเต้นและดีใจอยู่ แต่ทำไมกัน
“ดูเหมือนว่าเทพวิญญาณยามาโตะจะเป็นคนบอก เทพวิญญาณยามาโตะเป็นอาจารย์ของอาจารย์เจ้า ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะคุยกันเรื่องนี้ ท่านปู่เลยให้ข้านำสิ่งนี้มามอบให้กับเจ้า” เนี่ยหลุนตอบ
“ถ้าเช่นนั้นข้าก็ต้องขอบใจพวกท่านมาก ฝากความขอบคุณท่านปู่ด้วย พี่เนี่ย” อูหลินเฟิงกล่าว หากสิ่งนี้จะช่วยยกระดับพลังลมปราณของเขาได้เขาย่อมต้องไม่ปฏิเสธ ในตอนนี้สิ่งที่สำคัญก็คือการทำให้พลังแข็งแรงมากที่สุดก่อนเข้าไปยังแดนเทพรกร้าง
“ไม่มีปัญหาข้าจะบอกกับท่านผู้ให้เอง” เนี่ยหลุนกล่าว
จากนั้นอูหลินเฟิงก็แยกกลับไปยังห้องนอนของตนเอง
“ใช่จริงๆ ด้วยสินะ” หวังชุนกล่าว มองไปยังอูหลินเฟิงที่เดินขึ้นไปบนห้อง
“ถูกต้อง ใช่จริงๆ” เนี่ยหลุนกล่าวพร้อมกับยิ้มไปด้วย ในที่สุดบุคคลที่หอคอยวิญญาณตามหามาเนิ่นนานก็ปรากฏขึ้นแล้ว แถมยังปรากฏขึ้นมาเป็นสายเลือดของตระกูลเนี่ยอีกด้วย ดวงวิญญาณที่หายากที่สุดของโลกใบนี้ ดวงวิญญาณราชันเหนือสวรรค์ อยู่ในร่างกายของอูหลินเฟิง
..
..
จบตอน