ย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃

    ตอนที่ 45.1 อุ่นดั่งหยก เย็นดุจหยก


     

    ยามที่รถม้าจวนอ๋องมุ่งหน้ามายังค่ายทหารนอกเมือง รถม้าอีกคันก็กำลังแล่นสวนทางมา รถคันนั้นไม่หลบทางเพียงชะลอความเร็วลงเท่านั้น ครู่ต่อมาก็มีสตรีนางหนึ่งแหวกม่านออก

    “คารวะหวางเย่”

    ซูอันหนิงเหลือบมองบุรุษที่นั่งอยู่ข้างๆ เห็นเขายังแสร้งหลับตานิ่งจึงเอ่ยเสียงเย็น “มีคนรู้ด้วยว่าท่านอยู่ในรถม้า”

    เขาลืมตาขึ้นมองนาง ริมฝีปากคลี่ออกช้าๆ “อันหนิงบอกว่าเรื่องของสตรีบุรุษห้ามยุ่งไม่ใช่หรือ”

    นางกลอกตาค้อนแล้วลุกจากที่นั่ง แหวกม่านออกยิ้มกล่าวกับสตรีบนรถม้าฝั่งตรงข้าม “โอ้... นั่นคุณหนูหวังไม่ใช่หรือ”

    หวังเถียนเถียนเงยหน้าขึ้น ม่านตาของนางกระเพื่อมไหว มือที่ประคองกันไว้เบื้องหน้าบีบแน่น “คารวะหวางเฟยเพคะ”

    ซูอันหนิงพยักหน้า “คุณหนูหวังจะกลับแล้วกระมัง หลีกทางได้หรือไม่”

    คุณหนูหวังกัดฟันแน่น กะพริบตาถี่ราวกับกลัวว่าดวงตาของตนเองจะเผยความรู้สึกออกมา

    “ได้เพคะ เถียนเถียนจะให้คนขับหลีกทางเดี๋ยวนี้”

    สิ้นคำของนาง มือของบุรุษคู่หนึ่งก็ยื่นออกมาจากรถม้า หวังเถียนเถียนยังตาไวมองเห็นแหวนหยกขาวมันแพะบนนิ้วหัวแม่มือเขา ขณะรวบเอวบางของซูอันหนิงแล้วดึงนางเข้าไปในรถม้า ทิ้งไว้เพียงม่านประตูซึ่งแกว่งไกวเบาๆ

    เสียงอุทานของสตรีดังแผ่ว เคล้าคลอไปกับเสียงหัวเราะพึงพอใจของบุรุษ

    หวังเถียนเถียนเบิกตากว้าง ลมหายใจของนางถี่กระชั้น ปลายเล็บแหลมจิกลงบนเนื้อกลางฝ่ามือจนเลือดซึมก็ยังไม่รู้ตัว

    เมื่อรถม้าจวนอ๋องจากไปไกลแล้วนางจึงสบถออกมา

    “แพศยา! นางไม่เหมาะกับหวางเย่แม้แต่น้อย อิจฉา ริษยา ไม่อยู่ในระเบียบ เหตุใดหวางเย่ถึงได้หลงใหลสตรีที่ไร้กฎเกณฑ์อย่างนางนัก!”

    สาวใช้รีบเข้ามาประคองนางพลางเอ่ยเตือน “คุณหนู เข้าไปในรถเถอะเจ้าค่ะ เดี๋ยวจะมีคนมาเห็นเข้า”

    พอหวังเถียนเถียนเข้าไปในรถม้า รถก็แล่นต่อไปอีก เสียงถ้วยแตกดังมาจากด้านใน ท่ามกลางฝุ่นฟุ้งตลบรถค่อยๆ มุ่งหน้าสู่ประตูเมือง หลังจากผ่านประตูเมืองมาแล้ว รถก็แล่นไปจอดที่ร้านสุราในตรอกเล็กที่อยู่ในเมืองชั้นนอกแห่งหนึ่ง

    หวังเถียนเถียนแหวกหน้าต่างรถม้ามองร้านสุราอย่างใช้ความคิด คล้ายกับว่านางกำลังชั่งน้ำหนักบางเรื่องอยู่ในใจ

    ชั่วขณะที่เห็นฮั่นอ๋องดึงร่างซูอันหนิงเข้าไปในรถม้า ได้ยินเสียงหัวเราะบาดหู ใบหน้าของหญิงชราที่เป็นร่างทรงก็ผุดขึ้นในความทรงจำ

    “คุณหนูจะกลัดกลุ้มไปไย ขอเพียงท่านพยายาม บุรุษที่ท่านรักจะต้องตกเป็นของท่านอย่างแน่นอน”

    ยามนั้นนางไม่รู้สึกมั่นใจเลยแม้แต่น้อย ฮั่นอ๋องไม่เคยสนทนากับนางดีๆ เลยสักครั้ง ซ้ำเขายังแต่งชายาเอกไปแล้ว

    “ความรักบางครั้งก็ต้องกล้าที่จะแย่งชิง!”

    เสียงของหญิงชราดังกึกก้องกว่าครั้งใด

    ยามนี้นางตระหนักแล้ว ว่ากำแพงจวนฮั่นอ๋องสูงตระหง่านเพียงใด แทบจะไม่มีที่ว่างให้นางได้แทรกตัวเข้าไปแม้แต่น้อย

    ร้านสุราแห่งนี้คือตัวช่วยที่หญิงชราเสนอให้ เป็นของแถมในการดูดวงครั้งนั้น หวังเถียนเถียนไม่คิดเลยว่าตนเองจะเหยียบย่างมาที่นี่จริงๆ

    นางเคยคิดว่า ด้วยฐานะของนาง การไปปรากฏตัวตรงหน้าฮั่นอ๋องบ่อยๆ นำเสนอคุณค่าของสตรีเรือนหลังที่นางมีเหนือกว่าพระชายาฮั่นอ๋อง หวางเย่จะต้องมองนางต่างไปจากสตรีข้างกายของเขานางนั้นอย่างแน่นอน

    นางเพียบพร้อมทั้งกิริยา มารยาท และชาติตระกูลเพียงนี้ บิดานางก็คอยสานความสัมพันธ์ให้ เหตุใดเขาจึงไม่เห็นความดีของนางบ้าง!

    ดวงตาของหวังเถียนเถียนเรืองรองขึ้นเหมือนคนที่ตัดสินใจแล้ว นางก้าวลงจากรถม้าเดินเข้าไปนั่งด้านในสุดของร้าน กลิ่นหอมของสุราดีอบอวลไปทั่ว

    เสี่ยวเอ้อยิ้มแย้มเดินเข้ามาต้อนรับ “คุณหนูรับอะไรดีขอรับ”

    “ข้าต้องการดื่มสุราหมักยี่สิบปีของร้าน นำออกมาให้ข้า” นางเอ่ยรหัสลับที่หญิงชรามอบให้

    เสี่ยวเอ้อยืดกายขึ้นยืนตัวตรงแล้วย้ายมานั่งลงฝั่งตรงข้าม “สุรายี่สิบปี ต้องรอให้ถึงเวลาเหมาะสมจึงจะดื่มได้ คุณหนูรอได้หรือไม่”

    หวังเถียนเถียนสบตาอีกฝ่าย ดวงตาแน่วแน่ “ขอแค่สุราแรงพอ...ข้ารอได้”

    “ท่านจะร่วมดื่มกับผู้ใดหรือ?”

    เสียงของนางดังเน้นทีละคำ “ฮั่นหวาง”

    เสี่ยวเอ้อนิ่งไปครู่หนึ่งราวกับกำลังใคร่ครวญ ใบหน้าของเขาไม่แสดงความรู้สึก จึงไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าเขารู้สึกยังไง

    หวังเถียนเถียนมองเขาด้วยแววตาเคลือบแคลงใจ ทั้งหวาดวิตกเกรงว่าเขาจะไม่ตอบตกลง และเป็นกังวลว่าการทำเช่นนี้อาจนำภัยมาสู่ตัว กระนั้นนางก็ยังคาดหวังรอคอยคำตอบด้วยหัวใจเต้นระส่ำ

    ทันใดนั้นเขาก็ลุกขึ้น โค้งกายสุภาพ “เช่นนั้น คุณหนูได้โปรดกลับไปก่อน ทางร้านจะส่งสุราไปให้ถึงที่”

    หวังเถียนเถียนกำมือแน่น ราวกับต้องการปกปิดอาการสั่นเทา นางกัดริมฝีปากสูดหายใจลึกยาว แล้วจึงลุกขึ้นเดินออกจากร้านไป

    เมื่อขึ้นไปนั่งบนรถม้า นางจึงได้พบว่าแผ่นหลังของนางชุ่มไปด้วยเหงื่อ

    นางทำลงไปแล้ว!

    จากนี้ก็ไม่อาจหันหลังกลับได้อีก

     

    จวนองค์รัชทายาท

    หลังจากจิ่วเอ๋อร์ถูกพาตัวไป นางก็หายสาบสูญไปจากจวน ไม่ได้ข่าวคราวอีกเลย จางลั่วหลินจึงเหลือปี้เอ๋อร์ สาวใช้สินเดิมจากจวนสกุลจางเพียงหนึ่งคน ที่เหลือล้วนเป็นบ่าวในจวนองค์รัชทายาท ที่นางไม่อาจวางใจใช้งานได้มากนัก

    ปี้เอ๋อร์เดินเข้ามาในห้อง ยอบกายแล้วจึงรายงานเสียงเบา “องค์ไท่จื่อกลับมาแล้ว ตอนนี้อยู่ที่ห้องหนังสือเรือนหน้าเจ้าค่ะ”

    จางลั่วหลินลุกขึ้นจัดแขนเสื้ออย่างเยือกเย็น ปรายตามองกล่องใส่ชามน้ำแกงแวบหนึ่ง “ไปกันเถอะ ได้เวลาที่ข้าจะแย่งชิงความโปรดปรานแล้ว”

    ปี้เอ๋อร์ เข้ามายกกล่องใส่อาหาร เดินตามผู้เป็นนายไปทางเรือนหน้า

    จางลั่วหลินรอคอยให้องค์รัชทายาทมาเยือนเรือนของนาง แต่รอมาสามราตรีแล้วเขาก็ยังไม่มา หากต้องรอคอยอย่างไม่รู้วันคืน นางจะแก้ไขความเข้าใจผิดของเขาได้อย่างไร

    นางมาถึงห้องหนังสือแล้ว องครักษ์กลับเข้ามาขัดขวางไม่ให้นางผ่านประตูเข้าไป จางลั่วหลินขมวดคิ้ว นางข่มความขุ่นเคืองเอาไว้ในใจ มององครักษ์ทั้งสองด้วยสายตาเย็นเยียบ

    “ข้ามีเรื่องจะทูลองค์ไท่จื่อ เป็นเรื่องสำคัญ ให้ข้าเข้าไป”

    “ขออภัยเช่อเฟย ห้องทรงอักษรเป็นเขตหวงห้าม ไม่ได้รับอนุญาตห้ามเข้ารอรับ”

    จางลั่วหลินกัดริมฝีปาก มือที่ประคองไว้ด้านหน้าบีบแน่นจนสั่นระริก องค์รัชทายาทอยู่ห่างออกไปเพียงประตูกั้น นางมาถึงที่นี่แล้ว จะมาถูกขวางไว้ตรงนี้ไม่ได้เด็ดขาด!

    “เตี้ยนเซี่ยหม่อมฉันต้องการอธิบายเรื่องเทียบเชิญเพคะ ขอพระองค์ทรงให้หม่อมฉันได้แก้ไขความเข้าใจผิดด้วย!”

    ร่างอรชรของเช่อเฟยทรุดฮวบลง คุกเข่าบนพื้นแล้วสะอึกสะอื้นฟูมฟาย

    “พระองค์ทรงเข้าใจหม่อมฉันผิดแล้ว วันนี้หากไม่ได้แก้ต่างให้ตนเอง หม่อมฉันจะขอคุกเข่าอยู่ตรงนี้ ใช้ความตายมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองเพคะ!”

    องครักษ์ทั้งสองเลิกลั่กทำอะไรไม่ถูก พวกเขาหันไปมองประตูที่ยังคงนิ่งสนิท จึงได้แต่ปักหลักยืนขวางต่อไป ปล่อยให้เช่อเฟยร้องไห้ สะอึกสะอื้นอยู่ตรงนั้น

    ภายในห้องจูเกาซีนั่งคัดอักษรอย่างเรียบเฉย ขันทีใหญ่ข้างกายมองเขา แล้วหันไปมองที่ประตู “องค์ไท่จื่อ...จะให้เช่อเฟยเข้าเฝ้าหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

    มีเพียงเสียงลากพู่กันดังเบาๆ เป็นคำตอบ เสียงร้องไห้จากด้านนอกยังคงดังอย่างต่อเนื่อง

    เมื่อจบปลายพู่กัน องค์รัชทายาทก็ยืดกายขึ้น “บอกให้นางกลับไปเถอะ แต่ถ้านางดึงดันก็ปล่อยให้คุกเข่าไปหนึ่งก้านธูปก็แล้วกัน เปิ่นกงจึงจะให้โอกาสนางได้พูด”

    ชางกงกงเขาโค้งกายแล้วออกไปเกลี้ยกล่อมให้เช่อเฟยกลับตำหนัก แต่อีกฝ่ายดึงดันจะใช้ความจริงใจพิสูจน์ตนเอง เขาจึงได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ แล้วกลับเข้ามาในห้อง

    มององค์รัชทายาทผู้ยึดถือมารยาทพิธีการเคร่งครัด บางครั้งความเคร่งครัดนี้ก็ทำให้พระองค์ดูไร้หัวใจ ทว่านี่ก็คือจุดแข็งของคนที่จะได้ดำรงตำแหน่งนั้น

    หากใจไม่แข็งพอ จะเป็นจักรพรรดิได้อย่างไร

     

    นอกห้อง จางลั่วหลินร้องไห้จนเสียงแหบ ไอเย็นจากพื้นหินกัดกินเข่าของนางทีละน้อย ปี้เอ๋อร์เข้ามาเกลี้ยกล่อมให้นางกลับเรือนทั้งน้ำตา ผู้เป็นนายก็ยังยืนหยัดนั่งคุกเข่าอยู่เช่นนั้น

    ร้องไห้จนแก้มเปียกปอน ใบหน้าเย็นจนแข็งราวกับถูกน้ำแข็งจับ ริมฝีปากที่แต่งแต้มมาอย่างงดงามเริ่มกลายเป็นสีม่วงคล้ำ

    นางนั่งอยู่ตรงนี้มานานจนเสียงร้องไห้กลายเป็นเสียงสะอึกเป็นห้วงๆ เฝ้ารอเนิ่นนานจนความเย็นจากพื้นลามเลียขึ้นมาทั่วร่าง จับขั้วหัวใจนางจนเย็นยะเยือกไปทั้งตัว

    นางทำถึงเพียงนี้แล้ว เขา...ก็ยังไม่เห็นหัวใจนางอีกหรือ?

    ดวงตาแดงก่ำของนางเหม่อลอย ร่างกายโงนเงน ปี้เอ๋อร์วางกล่องอาหารแล้วเข้ามาพยุงร่างนางไม่ให้ล้ม “เช่อเฟย! ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”

    ครบหนึ่งก้านธูปประตูห้องหนังสือก็เปิดออก องค์รัชทายาทเดินออกมาในตอนที่นางกำลังจะหมดกำลังพอดี

    จางลั่วหลินเห็นสายตาเรียบเฉยของเขาแวบหนึ่งอย่างเลือนราง แต่พอกะพริบตาเขาก็ก้าวเข้ามาพยุงนางขึ้นด้วยตนเองแล้ว คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อย สีหน้าดูตกใจไม่น้อยราวกับว่าเมื่อครู่สายตาของนางฝ้าฟางไปเอง

    “เหตุใดเจ้ายังคุกเข่าอยู่ที่นี่อีก เปิ่นกงบอกให้เจ้ากลับไปรอที่เรือนแล้วไม่ใช่หรือ?”

    จางลั่วหลินเอนพิงอกของเขา แค่นยิ้มเศร้าสร้อย น้ำตาค่อยๆ ไหลรินลงมาอาบแก้ม “หม่อมฉันคิดว่า พระองค์ทรงโกรธหม่อมฉันจนไม่อยากพบหน้า เมื่อเห็นเทียบแผ่นนั้นใจหม่อมฉันก็กระวนกระวายมาตลอดสามวันสามคืน คิดเพียงอยากจะอธิบายให้พระองค์เข้าใจ แต่เตี้ยนเซี่ยกลับไม่เสด็จเรือนตะวันตกเลย...”

    นางหลุดสะอื้น มือกำแขนเสื้อเขาไว้แน่น ละล่ำละลักพูดแก้ตัว “เทียบแผ่นนั้นหม่อมฉันไม่ได้เขียน ลายมือในเทียบปลอมแปลงจนเหมือนลายมือของหม่อมฉันก็จริง แต่ว่า...หม่อมฉันไม่ได้เป็นคนเขียนจริงๆ นะเพคะ”

    จูเกาซีเช็ดน้ำตาให้นางอย่างอ่อนโยน “เอาละๆ อย่าร้องอีกเลย เปิ่นกงเข้าใจแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะ”

    พูดจบเขาก็อุ้มนางขึ้น เดินไปทางเรือนตะวันตก จางลั่วหลินซุกศีรษะลงกับซอกคอของเขา ลมหายใจเปียกชื้นรินรดเป็นจังหวะ นางพึมพำราวกับกำลังน้อยเนื้อต่ำใจ

    “หากเตี้ยนเซี่ยไม่ทรงเชื่อ หม่อมฉันจะบอกเรื่องที่เคยรู้เกี่ยวกับฮั่นหวางให้พระองค์ทรงทราบทั้งหมด เพื่อยืนยันกับพระองค์ว่าหม่อมฉันไม่ได้มีเยื่อใยอันใดกับเขาแล้ว”

    ฝีเท้าของจูเกาซีชะงักเล็กน้อย ก่อนจะที่ย่างก้าวจะกลับมาเป็นปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    มุมปากของเขายกขึ้นน้อยๆ จนแทบมองไม่ออก เขาไม่ได้กล่าวสิ่งใดเพียงก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง

     

    คล้ายกับเรื่องย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668