ณ จวนอี้อ๋อง............
จวนที่เคยคึกคักเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ แต่บัดนี้ไร้ซึ้งเสียงหัวเราะ ไร้ซึ่งความหวัง แต่บรรดาบ่าวไพร่ในจวนยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนเองเช่นเดิม แต่ขาดเพียงความสุข ร้อยยิ้มที่พระชายานั้นคอยแย้งบ่าวไพร่ทำสวนดอกไม้ที่พระชายาได้ลงมือปลูกด้วยตนเอง และได้รับการดูแลเป็นอย่างเดียว เพราะสวนดอกไม้แห่งนี้เป็นเพียงสิ่งเดียวที่พระชายาทิ้งไว้
อี้อ๋องได้บอกไปยังพ่อบ้านของจวน ให้จัดหาคนที่มีความสามารถในการดูแลรักษาต้นไม้ และทำให้เจริญเติบโต งดงาม สวย หอม เพื่อรอวันนางอันเป็นสุดที่รักกลับมา
อี้อ๋องยังคงกุมมือเหมยซีไว้ ไม่ยอมไปไหน นานๆทีถึงจะออก ข้าวปลาก็กินดื่มเพียงน้อยนิด และงีบหลับเป็นพักๆ นานวันเข้ายิ่งทำให้ร่างกายทรุดโทรม จนองค์รักษ์มือขวาเห็นผู้เป็นนายตอนนี้แทบไม่มีมาดท่านอ๋อง มีเพียงตัว แลวิญญาณส่วนหัวใจคงพยายามเสาะหานาง เมื่อบ่าวเห็นดังนั้นจึงได้พยายามเกลี่ยกล่อม
" ท่านอ๋อง หม่อมฉันบังอาจกราบทูล พูดในสิ่งที่จำเป็นต้องพูดขอทรงอย่าได้ตำหนิตัวกระหม่อมเลย ท่านอ๋องควรกลับไปหลับพักผ่อน อาบน้ำให้สะอาด ทานอาหารที่พ่อครัวจัดไว้พิเศษเพื่อท่านอ๋องโดยเฉพาะ หม่อมฉันขอร้องอย่าได้ทรงทำร้ายร่างกายของตนเองอีกเลย หากพระชายาฟื้นขึ้นมาเห็นสภาพท่านเป็นเยี่ยงนี้ คงได้กล่าวโทษตนเองเป็นแน่พะยะค่ะ ได้โปรดให้หม่อมฉันส่งเสด็จกลับจวนเถิดพะยะคะ และคนที่สำคัญที่สุดคือพระชายา พระองค์ต้องเข้มแข็งอดทนรอ " องค์รักษ์กล่าวจบในใจก็หวั่นเกรงว่าจะทรงกริ้วแต่ถ้าท่านอ๋องทรงลงโทษให้ประหารชีวิต เพื่อแลกกับสุขภาพร่างกายของท่านอ๋องให้ลุกขึ้นมาเข้มแข็งก็ยินยอม
แม้อี้อ๋องจะโกรธที่คนสนิทพยายามให้ตนห่างจากพระชายา แต่เหตุผลที่กล่าวมาก็ทำให้คิดได้บ้างว่า ถ้าปล่อยตัวเองจนถึงขั้นป่วยไข้ และสภาพที่ซูบผอมไม่เหมือนเมื่อก่อนพระชายาคงโกรธมากเป็นแน่ เพราะเรื่องสุขภาพ อาหารเป็นเรื่องที่ใหญ่โตมากๆ และสำคัญมากด้วย
" มัวจ้องอยู่ทำไมละ รีบพาข้ากลับไปสิ บอกห้องครัวเตรียมสำรับให้พร้อม ข้าจะกินไม่ให้เหลือเพื่อพระชายาของข้า"
อี้อ๋องรีบเดินนำหน้าองค์รักษ์จนเขาแทบจะตามไม่ทัน ได้แต่นึกในใจตอนที่เกลี่ยกล่อมให้ดูแลพระวรกายนั้นยากแล้ว แต่บทท่านอ๋องจะเข้าใจก็ลุกไปทันที เอ่อ!!!!!!!! ง่ายเกินไปหรือไม่พะยะคะ
ด้านอี้อ๋องที่ขณะนี้ได้ลงไปแช่น้ำอุ่น โดยมีบรรดาสาวใช้นำดอกไม้เครื่องหอมใส่ลงไปในอ่างอาบน้ำ และพยายามจะถูไหลอี้อ๋อง เห็นดังนั้นอี้อ๋องได้ตวาดอาละวาทและเรียกองค์รักษ์มาช่วยแต่งตัว ส่วนสาวใช้หากไม่ได้รับคำยินยอม ห้ามเข้ามาในจวนเด็ดขาด สาวใช้ลนลานรีบออกจากจวนทันที ความรักที่ท่านอ๋องมีใหพระชายานั้นช่างลึกซึ้งนัก พระองค์ไม่แม้แต่จะชายตามองผู้ไดเลย
ณ ห้องบรรทม
" เหมยซีเจ้าอยู่ที่ไหน ได้ยินข้าหรือไม่ เจ้ากลับมาหาข้าเถิด ข้าอยู่ที่นี้เพียงลำพังจะมีประโยชน์อันใด หากขาดเจ้าไปดวงตาข้าก็ไร้สีสัน หัวใจข้าที่ยังเต้นแต่ที่จริงมันค่อยๆตามเจ้าไป ดวงใจของข้ากลับมาเถิดคนดี เราพึ่งเข้าใจกัน เราพึ่งเริ่มมีความสุขกันเอง ทำไมสวรรค์ถึงโหดร้ายเพียงนี้ ทำให้นางมายังที่นี้แต่บทจะไปก็เอาตัวนางไปโดยมิได้ร่ำลา ฮือๆๆๆๆ......... "
ความโศรกเศร้าถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพราะมันนานมากแล้ว จะใกล้ถึงกำหนดวันที่นางจะสามารถกลับมาหาเขาอีกครา แต่ยังคงไร้วี่แววของปาฏิหาร อี้อ๋องเริ่มสิ้นหวัง
อี้อ๋องมีปณิธานอันแน่วแน่และได้เตรียมสิ่งของต่างๆ ไว้ล่วงหน้าแล้ว หากเหมยซีเป็นอะไรขึ้นมา อี้อ๋องจะไม่ขอมีชีวิตที่โดดเดียวนั้นเพียงลำพังเป็นแน่ เขาจะไปกับนางเอง
" พระจันทร์วันนี้ช่างงามนัก สว่างไสวมาก พระจันทร์ที่นี้จะเป็นดวงเดียวกันกับที่นั้นรึเปล่าเหมยซี หากเป็นดาวดวงเดียวกันข้าขอภาวนาอ้อนวอน ข้าขอให้เจ้าแข็งแรงมีความสุข ได้พบครอบครัว พ่อแม่ที่เจ้าพร่ำบ่นหา เจ้าจะกลับมาหาข้าหรือเลือกที่จะอยู่ที่นั้น ข้าเคารพการตัดสินใจ แล้วแต่เจ้าจะเลือก ข้ารอได้และเมื่อเวลาสิ้นสุดลง ข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้าเอง นอนอยู่ในโลงเดียวกันตลอดกาลนาน "
แม้ทั้งชีวิตไม่เคยอ้อนวอนสิ่งใดจากสวรรค์เพราะเค้าเชื่อเพียงตัวเองและคิดว่าทุกสิ่งจะดีหรือเลวก็ขึ้นอยู่กับตัวคนนั้นเอง
แต่ตอนนี้เขาเชื่อเรื่องนี้แล้วหลังจากรู้เรื่องราวการมาจากอีกโลกหนึ่ง ร้อยปีหรือพันปีก็ไม่ทราบ สิ่งลี้ลับที่เกิดขึ้นมานี้มันยากที่จะเชื่อ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเขาก็ยอมรับว่าสิ่งลี้ลับนั้นมีจริง
" เหมยซีข้ารักเจ้า ข้าจะรอจนกว่าเราจะได้พบกันไม่ว่าที่ใดก็ตาม"