ตอนที่ 72 ข้าวเหนียว
“เชฟ...เชฟไลท์ คุณรู้ว่าพวกเราเป็นใครด้วยเหรอครับ?!” โทมัสและจิม ถามออกมาด้วยความตกใจ ทั้งสองคนนั้นหน้าซีดราวกับเห็นผี เมื่อความลับที่พวกเขาต่างปิดบังกันมาตลอด กลับถูกไลท์ล่วงรู้มาตั้งแต่ต้น
“รู้ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันแล้ว” ไลท์ยังคงตอบกลับ ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่เมื่อได้เห็นสีหน้าที่วิตกกังวลของโทมัสและจิม ที่หน้าซีดราวกับเห็นผี
พ่อครัวหนุ่มที่เป็นเสมือนพี่ใหญ่และอาจารย์ จึงจำเป็นต้องอธิบายถึงเรื่องที่เขารู้ว่าทั้งสองคนเป็นใครให้อีกฝ่ายได้ฟังจนกระจ่างแจ้ง
ด้วยคำพูดที่ยิ่งตอกย้ำว่า เขาคือผู้อาวุโสเร้นกายในสายตาของทั้งสองคน
“พวกนายสองคนไม่ต้องกังวล เรื่องนี้มีแค่ฉันคนเดียวที่ล่วงรู้ อ้อ แล้วก็มีเอลล่ากับแอลเพิ่มมาอีกสองคน ฉะนั้นพวกนายวางใจเถอะ” ไลท์ตบไหล่ชายหนุ่มทั้งสอง เบาๆ
สายตาที่มองมาล้วนเต็มไปด้วย ความบริสุทธิ์ใจที่ไม่มีสิ่งใดแอบแฝง นอกจากความหวังดี...ทั้งนี้เมื่อโทมัสและจิมได้สัมผัสและรับรู้ พวกเขาก็พลันคลายใจลงไปบ้าง ก่อนจะใช้สติพินิจพิเคราะห์ถึง ไลท์ ที่พวกเขารู้จักกันใหม่อีกครั้ง
‘ใช่สิ...ชายคนนี้คือเชฟไลท์ การที่เขาจะรู้ถึงเบื้องหลังของพวกเรา ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เป็นพวกเราเองต่างหากที่คิดจะปกปิดความลับนี้กับคนที่แข็งแกร่งกว่าอย่างเชฟไลท์’
“ความคิดของผู้น้อยช่างตื้นเขินยิ่งนัก พวกเราทั้งสองคนต้องขออภัยเชฟไลท์ที่ไม่ยอมบอกถึงภูมิหลังความจริงให้กับท่านได้รับรู้จากปากของตัวเอง ผู้น้อยทั้งสองรู้สึกละอายใจเป็นอย่างมาก”
โทมัสและจิมต่างทำหน้าสลดลงไปเล็กน้อย พวกเขาก้มศีรษะลงเพื่อเตรียมที่จะโค้งคำนับ
หากแต่มันถูกหยุดไว้โดยไลท์ ที่เขามาประคองมือ “ไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับเรื่องพวกนี้ ความจริงแล้วฉันเองก็ไม่คิดที่จะพูดถึงเบื้องหลังที่พวกนายตั้งใจจะปิดกันเอาไว้หรอก เพียงแต่ว่าฉันอยากให้ทั้งสองคน เข้าใจถึงสถานการณ์ของเอลล่าและแอล จึงจำเป็นต้องพูดออกมาก็เท่านั้น”
ไลท์ไม่อยากให้ โทมัสและจิม สงสัยในตัวของเด็กทั้งสองคน เพราะเหตุผลที่เอลล่าและแอล มาอาศัยอยู่ที่นี่ก็ล้วนมีเหตุผลที่ไม่อาจพูดออกมาได้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดและหวาดระแวงซึ่งกันและกัน
เขาที่เป็นตัวกลาง จึงจำเป็นต้องรีบสะสางปัญหานี้ตั้งแต่เนิ่นๆ นั่นเอง
“พี่ไลท์รู้ด้วยเหรอครับว่าผมกับพี่เอลล่าเป็นใคร?” แอลที่ยังเด็กอยู่ ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ได้เร็วเหมือนกับเอลล่าผู้เป็นพี่สาว จึงถามออกไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
งึกๆ ไลท์พยักหน้าและส่งยิ้มให้กับเด็กชาย ก่อนจะตอบไปว่า
“ใช่แล้ว เพราะงั้นพี่ถึงต้องรับแอลกับพี่สาว มาอยู่ด้วยกันที่นี่ยังไงล่ะ” ไลท์ตอบ พลางลูบศีรษะของเด็กชายด้วยความเอ็นดู พร้อมกับทำแบบเดียวกันกับเอลล่าที่เริ่มมีน้ำตาคลอ เจืออยู่ในดวงตาอันเศร้าสร้อย
ซึ่งทางด้านของเอลล่า ที่ตอนนี้มีอายุ 18 และสำหรับคนที่อายุ 18 ปีของคนในโลกนี้จะถือว่าเป็นผู้ใหญ่ สามารถออกเรือนได้แล้ว แต่กระนั้นในสายตาของไลท์ เอลล่าคือเด็กสาวที่พึ่งจะโตก็เท่านั้น และอีกเรื่องเขาไม่เคยมองเอลล่าเป็นอย่างอื่น นอกเสียจากน้องสาวคนหนึ่ง
“พี่ไลท์ ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยเหลือพวกเรา พี่น้อง” เมื่อเอลล่ารู้ว่า ไลท์นั้นเข้าใจทุกอย่างมาตั้งแต่ต้น เธอจึงรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมาก ก่อนจะพูดขอบคุณทั้งน้ำตา
“พวกนายสองคนต่อจากนี้ก็ช่วยกันดูแล เอลล่าและแอล ด้วยล่ะ...อย่าได้สนใจยศศักดิ์หรือภูมิหลังกันอีกเลย เพราะต่อแต่นี้ พวกเราทุกคนคือ ส่วนหนึ่งของร้านอาหารสามเวลา!”
“พวกเราเข้าใจแล้วครับ/ค่ะ”
ทุกคนต่างขานรับด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ไม่รู้ว่าด้วยคำพูดของไลท์ที่พูดในก่อนหน้านี้หรือเปล่า
แต่ทุกคนต่างรับรู้ได้ถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจากคำพูดของไลท์ ที่บอกว่าทุกคนคือส่วนหนึ่งของร้านอาหารแห่งนี้มากเหลือเกิน
ป่อยป่อย~! เจ้าโปริ่ง กระโดดเด้งไปมาอยู่ตรงกลางระหว่างทุกคน ประหนึ่งกำลังบอกว่าตัวมันเองก็คือส่วนหนึ่งของร้านด้วยเช่นกัน
การกระทำอันน่ารักของเจ้าโปริ่ง ได้ทำให้บรรยากาศภายในบ้านหลังนี้ กลับมามีเสียงหัวเราะขึ้นอีกครั้ง
หลังจากจบเรื่องที่คั่งคาใจกัน ไลท์ โทมัส จิม เอลล่าและแอล ต่างก็แยกย้ายกันไปเลือกห้องที่ว่างอยู่ตามความต้องการ
โดยห้องนอนใหญ่ที่มาร์คัสเคยนอน ได้ถูกจับจองไปโดยโทมัสและจิม ที่เลือกจะขอนอนในห้องเดียวกันตามหน้าที่ขององครักษ์และเจ้าชาย ที่ตัวติดกันมาโดยตลอดตั้งแต่วัยเด็ก
ส่วนเอลล่าและแอล สองพี่น้องก็เลือกที่จะนอนด้วยกัน แม้ไลท์จะเสนอยกห้องเดี่ยวให้กับเอลล่า แต่เด็กาสาวผู้นี้ก็เลือกจะขอนอนกับน้องชายของเธอเพื่อความสบายใจ
ดังนั้นห้องเดี่ยวที่อยู่ด้านล่าง ซึ่งเคยเป็นห้องของมาร์วิน หรือลูกชายของมาร์คัส จึงตกมาเป็นของไลท์ และในทันทีที่ไลท์เปิดประตูเข้าไป
ทันใดนั้น จู่ๆ หน้าต่างจากระบบก็พลันเด้งขึ้นมา
[ระบบตรวจพบถึงการเปลี่ยนแปลงของที่อยู่อาศัยของเจ้าของร่าง]
[กำลังตรวจสอบ...ระบบตรวจพบ ห้องเดี่ยวที่อยู่ด้านในสุดของบ้าน]
‘เจ้าของร่างต้องการจะปรับเปลี่ยนที่อยู่อาศัยหรือไม่?’
[ใช่/ไม่?] ….ใช่!!
ติ้ง! การปรับเปลี่ยนที่อยู่อาศัยเสร็จสมบูรณ์
ไลท์ สถานะ: หัวหน้าพ่อครัวประจำร้านอาหารสามเวลา
ระบบร้านอาหาร Level 1
รางวัลคงเหลือ: สิทธิ์หมุนวงล้อนำโชค 1 ครั้ง / แต้มใช้จ่าย: 975
ภารกิจที่ยังไม่สำเร็จ: ร้านอาหารสามเวลากำลังเติบโต
สกิลเสริม: พลังแห่งการรักษา (ไม่สมบูรณ์) Level1
ที่อยู่อาศัย : บ้านไม้ที่อยู่ตรงข้ามกับร้านอาหารสามเวลา...ห้องเดี่ยวที่อยู่ด้านในสุดของตัวบ้าน
หน้าต่างแจ้งเตือนค่าสถานะได้ปรากฏขึ้น ทันทีที่ไลท์ได้ตกลงปรับเปลี่ยนที่อยู่อาศัย ซึ่งที่อยู่อาศัยในส่วนนี้คือมีไว้เพื่อ รับส่งของที่ซื้อเคยจากทางระบบนั่นเอง
อย่างไรก็ตามไลท์ไม่มีเวลาในการสำรวจหรือจัดแจงกับห้องว่างๆ นี้มากนัก เพราะนี้ก็เป็นเวลาที่สายมากแล้ว หากขืนเขามัวแต่ชักช้า เกรงว่าการขายมื้อเช้าอาจจะทำให้ลูกค้าหลายๆ คนต้องรอเก้อ
“ทุกคนถ้าทำอะไรกันเสร็จแล้ว ก็รีบออกมา อย่าลืมสิว่าพวกเรายังมีงานต่อทำกันอีกนะ!” ไลท์ร้องเรียกให้ทุกคนที่กำลังตื่นเต้นกับการมีห้องนอนส่วนตัวเป็นของตัวเอง รีบๆ เร่งมือ
โทมัส จิม เอลล่าและแอล เมื่อได้ยินเสียงร้อนเรียกของไลท์ ก็ต่างรีบวิ่งหน้าตั้งกันออกมา แน่นอนว่าสำหรับเอลล่าและแอล นั้นรู้อยู่แล้วว่า ร้านอาหารของพวกเขา มีการขายอาหารในช่วงเช้าอยู่แล้ว ทั้งสองจึงรีบเดินติดตามไลท์กลับออกไปที่ร้าน พร้อมกับเริ่มต้นลงมือนำเนื้อที่หมักสำเร็จไว้ ออกมาจากตู้แช่เย็น
ส่วนทางด้านของโทมัสและจิม วันนี้คือการทำงานวันแรกของทั้งสองคน ที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับร้านอาหารสามเวลาแบบเต็มตัว
แม้จะยังดูงกงั่นๆ กันอยู่บ้าง แต่ทั้งสองคนก็ดูเป็น น้องใหม่ที่มีหน่วยการดี เรียนรู้จากรุ่นพี่ในการทำงานอย่างเอลล่าและแอล ได้รวดเร็วทีเดียว
“เอลล่า เนื้อพวกนี้มันคืออะไรเหรอ?”
โทมัสสอบถาม เมื่อเห็นเนื้อเสียบไม้จำนวนมากกว่าหลายร้อยไม้ ที่ตนเองเป็นคนถือออกมาจากห้องครัว เพื่อนำไปส่งให้กับไลท์ที่อยู่ด้านนอกนอกของร้าน
โดยไลท์กำลังเริ่มตั้งเตาย่างจำนวน 3 เตาเหมือนเช่นทุกที
“มันคือเนื้อเสียบไม้หรือที่พี่ไลท์เรียกมันว่า หมูปิ้ง ไก่ปิ้งและเนื้อปิ้งค่ะ” ในระหว่างที่ทุกคนกำลังช่วยกันจัดเตรียมร้านในช่วงเช้า
เอลล่าก็ได้บอกเล่าถึงเนื้อเสียบไม้ ที่ทั้งอร่อยและนุ่ม ให้กับโทมัสและจิมได้รู้
และถึงแม้จะเป็นเพียงแค่การบอกเล่าผ่านคำบรรยาย แต่ก็ทำให้โทมัสและจิม ต่างก็กลืนน้ำลายด้วยความหิว เพราะด้วยตลอดทั้งวันคืน พวกเขาทั้งสองคนที่เร่งรีบเดินทางกลับมา ยังไม่ได้กินอะไรให้ตกถึงท้องเลยนั่นเอง
โครกคราก~ เพียงแค่ไลท์เริ่มย่างเนื้อเสียบไม้ชุดแรก เสียงท้องร้องจ๊อกๆ ของโทมัสและจิม ก็ดังออกมา จนไลท์ที่อยู่หน้าเตาก็ยังได้ยิน
“หิวเหรอ? อย่าบอกนะว่ายังไม่ได้กินอะไรกันมาเลย?” ไลท์หันหน้าไปถามกับชายหนุ่มทั้งสองคน ที่ตอนนี้กำลังมองเนื้อที่กำลังปิ้งอยู่บนเตา ด้วยสายตาละห้อย
“แหะๆ ยังเลยครับ”
ไลท์ส่ายหน้าให้กับความดื้อรั้นของทั้งสองคน ที่เอาแต่มุ่งหน้าที่จะกลับมาเร็วๆ จนลืมกินข้าวกินปลา หากเป็นเช่นนี้เดี๋ยวเกิดเป็นโรคกระเพาะขึ้นมาจะยิ่งไปกันใหญ่ อีกทั้งยังไม่รู้อีกด้วยว่าเวทรักษาของศาสนจักรแห่งแสงจะรักษาโรคเหล่านี้ได้หรือไม่
ดังนั้นเขาจึงเดินกลับเข้าไปในร้านใหม่อีกครั้ง พร้อมกับเดินไปหยิบเอาข้าวเหนียวจำนวนหนึ่งที่ตนเองได้แช่น้ำรวมกับใบเตย ทิ้งเอาไว้ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ออกมาด้านนอก พร้อมกับเริ่มตั้งเตาไฟต้มน้ำเตรียมนึ่งข้าวเหนียวนั่นเอง
ไลท์ได้นำหวดหรือไม้ไผ่สานที่หาเจอภายในร้าน มาใส่ข้าวเหนียวที่แช่น้ำทิ้งไว้ เพื่อให้ไอน้ำที่ลอยผ่านหวดขึ้นมาช่วยนึ่งข้าวเหนียวให้สุก
โดยเคล็ดลับที่ทำให้ข้าวเหนียวนั้นไม่แข็งจนเกินไป ก็คือการนึ่งด้วยไฟที่ไม่แรงมาก ซึ่งในระหว่างที่รอข้าวเหนียวกำลังจะสุก ก็ให้ใช้ไม้พายคนข้าวในหวด เพื่อให้ไอน้ำอบให้ข้าวสุกจนทั่วถึงเป็นอันเสร็จสิ้น
ทั้งนี้ในระหว่างที่เฝ้ารอให้ข้าวเหนียวสุก ทางด้านไลท์ คุณตาเกลและคุณยายเฮลีย์ก็ช่วยกันรับหน้าที่ ปิ้งเนื้อเสียบไม้ กันตามเนื้อต่างๆ เหมือนเช่นเมื่อวาน เพียงแต่วันนี้ในส่วนของคุณตาเกลนั้นมีโทมัสคอยยืนช่วยเป็นลูกมือ
และคุณยายเฮลีย์มีจิมคอยช่วย โดยทั้งโทมัสและจิม เฝ้ามองดูการปิ้งด้วยความตั้งใจ หมายมั่นว่าในวันข้างหน้าจะได้ช่วยเหลือไลท์ได้นั่นเอง
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ กลิ่นหอมจากเนื้อเสียบใหม่ได้ลอยคลุ้งไปทั่วทั้งลานกว้างๆ แน่นอนว่ากลิ่นหอมนี้ได้ปลุกให้เหล่านักผจญภัยที่นอนกางเต็นท์กันอยู่รอบๆ ร้านอาหารให้ตื่นขึ้น
ราวกับว่ากลิ่นนี้คือสัญญาณของอาหารเช้าของทุกๆ คน
แต่กระนั้นแม้ทุกคนจะตื่นกันรวดเร็วสักแค่ไหน พวกเขาก็ไม่ใช่คนแรกที่ได้ลิ้มลองเนื้อเสียบใหม่ที่วันนี้มีข้าวเหนียวมาขายเพื่อกินคู่กัน
“ข้าวเหนียว! ไลท์เธอไม่รู้เหรอว่า ข้าวเหนียวมันไม่มีใครเขากินกัน” คุณตาเกลและคุณยายเฮลีย์ ถึงกับถลึงตามองไปที่หวด ที่ไลท์ได้เปิดเอาไอความร้อนออกจากหม้อ เผยให้เห็นข้าวเหนียวสีเหลืองป่นขาว นวลเนียนจับตัวกันเป็นก้อนอยู่ด้านใน
“ผมรู้ครับ...เพียงแต่ผมเชื่อว่า ผมสามารถเปลี่ยนความชอบของทุกคนได้” ไลท์ตอบด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจ
ก่อนจะเรียกให้ โทมัสและจิม มาเป็นคนชิม ข้าวเหนียวคู่กับหมูปิ้ง เป็นคนแรก
“พวกนายสองคนหิวกันไม่ใช่เหรอ...รีบๆ กินจะได้มีแรงทำงาน อีกเดี๋ยวลูกค้ามากันแล้วจะไม่มีเวลากินไปอีกนาน”
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ