ตูม!
ดินที่พื้นระเบิดขึ้นเป็นหลุมใหญ่ขนาดบรรจุฝังคนผู้หนึ่งได้ ไป๋เหวินโจวโอบอุ้มศพคนชุดแดงวางไว้ในหลุม จากนั้นสะบัดแขนเสื้ออย่างรุนแรงเศษดินก็กลบฝังคนชุดแดงไป
ปราชญ์มารบริสุทธิ์ขึ้นม้า จากนั้นควบขับขึ้นเขาง้อไบ๊อย่างรวดเร็ว เห็นทางขึ้นเขาง้อไบ๊ลาดชันไม่น้อย ม้าวิ่งอย่างยากลำบาก ไป๋เหวินโจวจึงผูกม้าไว้ข้างทาง จากนั้นทะยานกายดุจพญาอินทรีเหินขึ้นเขาไปสำนักง้อไบ๊ตั้งอยู่บนยอดเขาจินติ่ง (ยอดทอง) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเขาง้อไบ๊ทั้งหมด วัดวาอารามต่างๆ บริเวณนั้นล้วนก่อสร้างทาสีทอง ให้ความงดงามจับตาราวกับเป็นตำหนักเซียนบนสวรรค์ระหว่างทะยานกายผ่านที่ต่างๆ ปราชญ์มารบริสุทธิ์เห็นนักนักพรตกำลังนั่งสมาธิบำเพ็ญตน บ้างเห็นแม่ชีเดินสนทนากัน บ้างเห็นกวีร่ายพิณขับร้องบรรยายความงดงามของทิวทัศน์ เขาง้อไบ๊สมแล้วที่เป็นศูนย์รวมของวิชาพุทธและเต๋าและเหล่านักท่องเที่ยวเมื่อไปถึงหน้าสำนักง้อไบ๊ พลันมีสตรีนางหนึ่งร้องว่า“ช้าก่อน”ไป๋เหวินโจวชะงักเท้าถามว่า“ทำไม?”เห็นสตรีนางหนึ่งสวมใส่ชุดแดงอ่อน ถามว่า“ขออภัย สำนักง้อไบ๊เป็นสำนักชี มิอาจให้บุรุษเข้า ท่านเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่?”ไป๋เหวินโจวนึกถึงบิดาตนเองลู่เตี่ยน จึงตอบ“ข้าแซ่ลู่ มีนามว่าเหวิน (ปัญญา) ขอเข้าพบเจ้าสำนักง้อไบ๊ฝ่าเหลียนซือไท่ (แม่ชีฝ่าเหลียน)”สตรีสาวชุดแดงใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารัก ส่ายหน้า“เจ้าสำนักไม่อยู่”“ไปที่ใด?”“ไปงานชุมนุม..”
“เสี่ยวหนิง อย่าได้พูดมาก” สตรีนางหนึ่งทะยานกายมาอย่างรวดเร็ว เสี่ยวหนิงจึงรีบสงบปากคำ“ท่านที่นับถือคือ?” สตรีชุดเหลืองใบหน้างดงาม คิ้วโก่งโดดเด่นคล้ายยอดเขาง้อไบ๊ถามขึ้น“ข้าลู่เหวิน มีเรื่องสำคัญจะเข้าพบฝ่าเหลียนซือไท่”“อาจารย์ข้าไม่อยู่ ข้ารักษาการแทนเจ้าสำนัก มีธุระใดบอกกับข้าไว้” สตรีชุดเหลืองตอบไป๋เหวินโจวหยิบจดหมายถึงส่งมอบให้สตรีชุดเหลือง แต่สตรีชุดเหลืองถามว่า“นี่คือ?”“มีคนวานข้านำจดหมายมาส่งอาจารย์เจ้า” ไป๋เหวินโจวตอบ“เป็นผู้ใด?”“ข้าไม่รู้ เขาถูกศัตรูฆ่าตายแล้ว ศพยังฝังอยู่ที่เชิงเขา”สตรีชุดเหลืองขมวดคิ้วถาม “นี่เรื่องอะไรกัน”ไป๋เหวินโจวไม่ทราบจะตอบอย่างไร มันเองก็ไม่รู้เรื่องราวเช่นกัน จึงตอบว่า“เจ้าชื่ออะไร เป็นศิษย์คนที่เท่าไรของฝ่าเหลียนซือไท่”สตรีชุดเหลืองตอบ“ข้าเป็นศิษย์คนที่สองของอาจารย์ แซ่กาน มีนามว่าเป่าซิง (ดวงดาววิเศษ) ” ไป๋เหวินโจวไม่ทราบควรจะส่งจดหมายให้ผู้อื่นหรือไม่ หวนนึกถึงบุรุษชุดแดงตายเพราะจดหมายนี้ หากผิดพลาดขึ้นมามันคงรู้สึกผิดไม่น้อยขณะลังเลใจ กานเป่าซิงรีบยื่นมือออก“ข้าขอดูจดหมาย”ปราชญ์มารบริสุทธิ์จะมอบจดหมายให้ แต่พลันชักมือกลับ กานเป่าซิงขมวดคิ้วเรียวงาม“ท่านทำอะไร?”ไป๋เหวินโจวเป็นจอมปราชญ์แห่งยุค ศึกษาวิชาฝีมือทุกค่ายสำนัก หากสตรีแซ่กานเป็นศิษย์ง้อไบ๊จริง ต้องรู้วิชาง้อไบ๊ไป๋เหวินโจวกล่าวขึ้น “หากอยากได้ก็มาเอาไป”กานเป่าซิงถามว่า “ท่านคิดก่อกวนหรือ?”“ข้าอยากรู้ว่าเจ้าเป็นศิษย์ฝ่าเหลียนจริงหรือไม่?”
ไป๋เหวินโจวใช้สองนิ้วคีบจดหมายสะบัดไปมา ยิ้มแย้มอย่างหล่อเหลา กานเป่าซิงตะปบมือคว้าจดหมาย ไป๋เหวินโจวก็ลดมือหลบหลีกได้ มันยังคงสะบัดจดหมายอย่างยียวน กานเป่าซิงจึงเร่งความเร็วขึ้นดุจฝนฟ้าคะนอง ชั่วพริบตาก็ผ่านไปสิบกระบวนท่าวิชายุทธ์สำนักง้อไบ๊ มีจุดเด่นที่รวดเร็วว่องไว ทุกกระบวนท่าที่คว้าตะปบมีความรวดเร็วแม่นยำ คล้ายดั่งวานรชิงผลไม้ เขาง้อไบ๊มีวานรมาก ผู้บัญญัติวิชาสำนักง้อไบ๊ในอดีตคิดค้นวิทยายุทธบางส่วนจากการเคลื่อนไหวของวานร ไป๋เหวินโจวเห็นเช่นนี้ก็เชื่อแล้วว่านางเป็นศิษย์ง้อไบ๊จริงกานเป่าซิงทราบว่าคู่ต่อสู้นางเป็นยอดฝีมือ มือนางพลันส่ายไปมาดุจมัจฉาแหวกว่ายวารี นี่เป็นท่าหลอกล่อให้ศัตรูเสียสมาธิ ชั่วพริบตาดุจประกายไฟก็ตะปบมือใส่จดหมายไป๋เหวินโจวอย่างแม่นยำ ได้ยินเสียงแควก ซองจดหมายฉีกขาดออกเป็นสองส่วน ที่แท้พอมือกานเป่าซิงพอจับจดหมายไว้ได้ ไป๋เหวินโจวพลันชักซองจดหมายกลับอย่างรวดเร็ว มันใช้พลังและจังหวะพอดีเป็นที่สุด ซองจดหมายจึงขาดเป็นสองส่วนตัวจดหมายทำจากผ้าแพรสีเหลือง หลุดจากซองล่วงหล่นลงพื้น ระหว่างที่มันตกไป๋เหวินโจวกวาดตาอ่านอย่างรวดเร็ว!จดหมายมีไม่กี่สิบคำ ชั่วพริบตาปราชญ์มารบริสุทธิ์ก็อ่านจบ ข้อความในจดหมายชวนตะลึงไม่น้อยกานเป่าซิงรีบหยิบจดหมายขึ้นมา พลิ้วกายถอยไป จากนั้นก็อ่านจดหมายบ้าง นางมีสีหน้าซีดเผือด ถามว่า“เจ้าเป็นใครกันแน่?”ไป๋เหวินโจวกล่าวอย่างเย็นชา “ข้าบอกเจ้าไปแล้วคนส่งจดหมายที่แท้จริงตายไปแล้ว”กานเป่าซิงขมวดคิ้วมุ่น ไป๋เหวินโจวกล่าว “อาจารย์เจ้าไม่อยู่ ทำงานไม่สำเร็จหรอก”กานเป่าซิงตอบว่า “นี่เป็นเรื่องของง้อไบ๊ข้า”“ไม่ใช่เรื่องของง้อไบ๊”ที่ไป๋เหวินโจวทำเช่นนี้หนึ่งเพราะอยากรู้ข้อความในใจหมาย สองจดหมายนี้แลกมาด้วยชีวิตคนผู้หนึ่ง ไป๋เหวินโจวไม่สามารถส่งจดหมายถึงตัวผู้รับได้ มันจำเป็นต้องดูข้อความก่อน หากวันหน้าพบแม่ชีฝ่าเหลียนในงามชุมนุมจึงอาจบอกต่อนางได้
กานเป่าซิงขมวดคิ้วเรียวงาม นางรีบเดินเข้าไปในสำนักทันที เสี่ยวหนิงเห็นเช่นนั้นก็รีบตามเข้าไปด้วยควับ!ไป๋เหวินโจวคว้าจับข้อมือเสี่ยวหนิงไว้ เสี่ยวหนิงตกใจยิ่ง นางรีบสะบัดมือแต่ก็สะบัดไม่หลุด ไป๋เหวินโจวถามว่า“หุบเขาปากพยัคฆ์อยู่ที่ใด?”เสี่ยวหนิงทราบว่าบุรุษชุดขาวมีฝีมือเหนือกว่านาง ขัดขืนไปก็ไม่ประโยชน์จึงตอบ “อยู่ห่างจากที่นี่ราวสามสิบหลี่” ไป๋เหวินโจวพยักหน้า จากนั้นได้ยินเสียงระฆังสดใสดังขึ้น คาดว่าสำนักง้อไบ๊ส่งสัญญาณเรียกประชุมแล้ว เสี่ยวหนิงจึงรีบวิ่งเข้าสำนักไป แต่นางยังหันหน้ามากล่าว“หากเพียงแค่ถามทาง ไม่ต้องทำเช่นนี้ก็ได้”
คนของสำนักง้อไบ๊ประชุมกันอย่างเคร่งเครียดแต่ก็ไม่นานนักก็ได้ผลสรุป สักพักกานเป่าซิงก็นำศิษย์แม่ชีและฆราวาสราวยี่สิบคนเดินออกจากสำนัก โดยมีเสี่ยวหนิงด้วย ที่จริงสำนักง้อไบ๊มีศิษย์นับร้อยคน แต่ตอนนี้ติดตามเจ้าสำนักฝ่าเหลียนไปชุมนุมที่เขาบู๊ตึ๊งแล้วกานเป่าซิงใส่ชุดเหลืองรัดกุม สะพายกระบี่สองเล่มไว้ที่กลางหลัง นับว่าแปลกกว่าสตรีง้อไบ๊ผู้อื่นที่สะพายกระบี่เพียงเล่มเดียวเมื่อทุกคนก้าวออกจากสำนัก กานเป่าซิงบอก “สถานการณ์คับขันเร่งด่วน เราจะเดินทางรวดเดียวสามสิบหลี่ พวกเจ้าไหวหรือไม่?”ศิษย์ง้อไบ๊ต่างรับคำอย่างเข้มแข็งไม่แพ้บุรุษ ชั่วพริบตาเดียวพวกนางก็โลดแล่นลงจากเขาไป
เหล่าศิษย์ง้อไบ๊พุ่งทะยานกายดุจสายลม เสี่ยวหนิงแม้เพิ่งเข้าสำนักได้ไม่นาน แต่เดิมนางก็มีวิชาติดตัวอยู่ก่อน ดังนั้นวิชาตัวเบานางนับว่าไม่น้อยหน้าเหล่าศิษย์พี่เดินทางจวบจนถึงยามเย็น แสงอาทิตย์สาดส่องเป็นสีส้มเป็นสัญญาณใกล้ลับขอบฟ้า บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยทางเดินที่เต็มไปด้วยเศษหินระเกะระกะ มีเขาสูงอยู่สองข้างทาง ทันใดนั้นได้ยินเสียงเฮดังขึ้น เหล่าบุรุษชุดดำสามสิบกว่าคนซึ่งซุ่มอยู่ตามซอกหุบเขาโผล่ออกมา มันโห่ร้องเข้าจู่โจมศิษย์ง้อไบ๊โดยไม่ไต่ถามแม้แต่คำเดียวกานเป่าซิงและพวกชักกระบี่เข้าสู้ เหล่าแม่ชีง้อไบ๊ล้วนมีเพลงกระบี่ว่องไว ชั่วขณะเดียวก็สังหารศัตรูไปได้หลายคน เห็นกานเป่าซิงใช้กระบี่แค่เล่มเดียว เพลงกระบี่นางกรีดโค้งดุจสายรุ้ง วิชากระบี่ต่อเนื่องไม่มีพักหายใจ ชั่วพริบตาก็สังหารคนชุดดำไปห้าคน เสี่ยวหนิงถูกคนชุดดำสองคนฟันดาบไล่ต้อน นางเพิ่งเรียนเพลงกระบี่ง้อไบ๊จึงต่อสู้ได้มิถนัดมือนัก คนชุดดำคนหนึ่งฟันดาบใส่นาง เสี่ยวหนิงรีบยกกระบี่ป้องกัน ได้ยินเสียงเคร้งดังๆ ดาบคนชุดดำและกระบี่เสี่ยวหนิงต่างเบี่ยงเบนไป คนชุดดำอีกคนฉวยโอกาสฟันดาบใส่เสี่ยวหนิงทันที แต่ทันใดนั้นศีรษะมันก็เจ็บปวดยิ่งคล้ายถูกของแข็งเล็กๆ กระแทกใส่ มันรีบเอามือจับศีรษะไว้ ชั่วพริบตาที่เผลอ มันก็ถูกกานเป่าซิงแทงกระบี่ใส่หน้าอกขาดใจตาย“ศิษย์น้อง เจ้าเป็นไรหรือไม่?”เสี่ยวหนิงส่ายหน้า กานเป่าซิงเห็นว่าหากต่อสู้พัวพันพวกนางจะเสียเปรียบ นางพลันชักกระบี่อีกเล่มหนึ่งออกจากกลางหลัง กลายเป็นกระบี่คู่กานเป่าซิงกางมือออก จากนั้นฟาดฟันด้วยกระบี่คู่อย่างรวดเร็วดุจสายลม ชั่วพริบตาคนชุดดำหลายคนก็ล้มลง
เพลงกระบี่คู่ง้อไบ๊ เทพวิหคเก้าชั้นฟ้า!
วิชากระบี่เทพวิหคเก้าชั้นฟ้า คือสุดยอดเพลงกระบี่คู่ง้อไบ๊ที่น้อยคนจะสำเร็จ กานเป่าซิงเป็นศิษย์ที่เก่งที่สุดของฝ่าเหลียนซือไท่ ทั้งสำนักมีเพียงแค่ฝ่าเหลียนและกานเป่าซิงที่สำเร็จยอดวิชานี้พลังกระบี่คู่ขยายเป็นวงกว้างจนมีรูปปีกวิหคสีขาวกางออกมา เพลงกระบี่กานเป่าซิงรวดเร็วสุดยอด กระบี่แรกเพิ่งสังหารศัตรู กระบี่อีกเล่มก็สังหารศัตรูอีกผู้หนึ่ง ชั่วพริบตาก็สังหารชายชุดดำสามสิบกว่าคนได้หมดสิ้น!
กานเป่าซิงมองดูศิษย์พี่น้องตน พบว่ามีอยู่สามคนได้รับบาดเจ็บ นางทราบว่าเมื่อศัตรูรู้แล้วก็มิอาจถอยกลับได้แล้ว จึงสั่งเหล่าศิษย์ง้อไบ๊เดินทางต่อ ขณะเข้าไปในหุบเขาเรื่อยๆ ก็ได้ยินเสียงสายลมร้องพัดมาคล้ายดั่งปีศาจโหยหวน ทำเอาเหล่าจอมยุทธสตรีง้อไบ๊ขนลุกซู่เดินทางอีกพักหนึ่ง ดวงตะวันก็ลับขอบฟ้า กานเป่าซิงทราบว่ายิ่งเดินทางกลางคืนยิ่งอันตราย พวกนางเองก็ยังไม่ได้ทานอาหารมาเกือบครึ่งวัน นางจึงสั่งศิษย์น้องนั่งลงพักผ่อน นั่งดื่มน้ำเสบียงแห้ง กานเป่าซิงนับจำนวนคนพบว่าศิษย์น้องซึ่งเป็นแม่ชีของตนหายไปสามคน!“เหมยซู่ เหมยฟาง เหมยหง หายไปที่ใด?”ทุกคนต่างหันไปมองหน้ากันอย่างตื่นตระหนก ศิษย์พี่น้องตนเองหายไปเหตุใดจึงไม่มีใครล่วงรู้ เสี่ยวหนิงกล่าวเสียงสั่นสะท้าน“หรือมีภูตผี?”ทุกคนต่างเคร่งเครียด กานเป่าซิงกล่าวว่า “ในเมื่อตัดสินใจมาที่นี่ก็ต้องเตรียมใจที่จะตายแต่แรก ใช้เวลาอีกครู่หนึ่งจะถึงจุดหมาย เราเดินทางต่อเถอะ”ศิษย์ง้อไบ๊พยักหน้า ทั้งหมดต่างลุกขึ้น
ทันใดนั้นได้ยินเสียงขลุ่ยดังขึ้น ท่วงทำนองโศกเศร้าอย่างยิ่ง คล้ายเป่าในงานศพ เสียงขลุ่ยสะท้อนหุบเขาให้ความน่ากลัววังเวงอย่างบอกไม่ถูก กานเป่าซิงและพวกรีบหันไปหาต้นทางเสียง แต่เสียงขลุ่ยคล้ายดังมาจากสี่ทิศแปดทาง มิทราบว่ามาจากที่ใดกันแน่“มันคิดข่มขวัญ เดินทางต่อ” กานเป่าซิงพูดเสี่ยวหนิงพลันร้องว่า “ศิษย์พี่หลี่เจินหายตัวไปแล้ว!”กานเป่าซิงใจหายวาบ หากเป็นเช่นนี้ ยังไม่ทันถึงที่หมายพวกนางมีหวังตายทั้งหมด!
----- จบตอน -----ที่แท้เป็นเรื่องราวอะไร กานเป่าซิงจะไปไหน ไป๋เหวินโจวล่ะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่โปรดติดตาม
ยอดเขาจินติ่ง (ยอดทอง) ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักง้อไบ๊ มีสิ่งก่อสร้างสีทองจำนวนมาก