บทที่96
สังหารคนจากสำนักเก้าเมฆา
“ตาย!!” เสียงตวาดก้องของหลี่จินระเบิดออกมากลางลานหอการค้านิรันดร์ทันทีที่เขาประชิดตัวได้
ปราณวิญญาณที่อัดแน่นอยู่ภายในฝ่ามือพลันพุ่งฟาดตรงเข้าใส่ร่างของหยุนโม่อย่างไร้ความลังเล
แต่หยุนโม่เพียงเหลือบตามองการโจมตีที่กำลังพุ่งเข้ามาในขณะนั้นเอง แสงสีดำเข้มแล่นวูบผ่านร่างของเขาชุดเกราะพยัคฆ์ทมิฬตอบสนองต่อคำสั่งเรียกใช้งานทันที
เกราะเทคโนโลยีล้ำยุครัดแน่นบนร่างกายกลายเป็นชั้นป้องกันที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กเทพ
ในเสี้ยววินาทีเดียวกันหมัดขวาของหยุนโม่พุ่งสวนออกไปอย่างเงียบงัน ไร้คำเตือนกระแทกเข้ากับฝ่ามือของหลี่จินที่ฟาดลงมา
เสียงปะทะดัง"ตูม!" ปราณวิญญาณระดับหลอมพลังจากทั้งสองร่างปะทะกันราวกับอัสนีบาตพื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุมในพริบตาแรงสะเทือนแผ่กระจายไปรอบบริเวณจนผืนดินสั่นสะเทือน
ร่างของหลี่จินถึงกับกระเด็นถอยกลับไปหลายก้าว จนหยุดลงตรงจุดเดิมที่เขาเคยยืนอยู่ก่อนหน้านี้ส่วนหยุนโม่ กลับยืนนิ่งดั่งเสาเหล็กไม่ขยับแม้แต่ครึ่งก้าวฝ่าเท้าของเขากดแน่นกับพื้น แน่นหนาราวกับรากไม้ยักษ์ที่ฝังลึกในแผ่นดิน
ผู้คนทั่วทั้งลานที่จับจ้องอยู่ต่างตะลึงงัน ดวงตานับสิบ นับร้อยจ้องมองร่างในชุดเกราะสีดำสนิทที่สะท้อนแสงเงาวูบวาบมันคือเกราะที่พวกเขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน ไม่ใช่อุปกรณ์ของผู้ฝึกตนไม่ใช่สมบัติวิเศษจากสำนักใดในอาณาจักร
ในขณะเดียวกันฝ่ามือของหลี่จินสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด เขากัดฟันแน่น จ้องมองฝ่ามือตนเองที่เริ่มบวมช้ำภายใต้แขนเสื้อเมื่อครู่ที่ปะทะกัน เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจน แรงปะทะของอีกฝ่ายเหนือกว่าเขา
...มนุษย์? มีพลังมากกว่าผู้ฝึกตนระดับหลอมพลัง?
ดวงตาของหยุนโม่ภายใต้หน้ากากเหล็กเหลือบมองไปยังพวกของสำนักเก้าเมฆาสายตานั้นเย็นชา มั่นคง และ...ไม่หวั่นเกรง
ในตอนนี้เมื่อชุดเกราะพยัคฆ์ทมิฬเปิดใช้งานดวงตาของเขาสามารถตรวจวัดระดับพลังปราณของศัตรูเบื้องหน้าได้ทันที
และเขาเห็นชัดเจน
“หลอมพลัง...ขั้นกลาง”หยุนโม่เอ่ยเสียงเรียบ ราวกับกำลังกล่าวทักทายธรรมดา
ในบรรดาผู้ฝึกตนทั้งสี่จากสำนักเก้าเมฆาสตรีผู้นั้น...คือผู้ที่อันตรายที่สุด
ระดับพลังของนางอยู่ที่หลอมพลังขั้นกลาง อย่างมั่นคงตัวตนระดับนี้เหนือกว่าผู้ดูแลเมืองอวี้หยางที่หยุนโม่เคยสังหารมาเสียอีก
แต่หยุนโม่กลับไม่ได้รู้สึกตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวเขาเพียงพยักหน้าเบา ๆ ในใจ
"ระดับนี้ก็ไม่เกินความคาดหมาย"
ลูกศิษย์จาก สำนักเก้าเมฆาสำนักผู้ฝึกตนชั้นนำของอาณาจักรอวี้เทียนมีศิษย์ที่แข็งแกร่งเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
หยุนโม่เงยหน้าขึ้น ดวงตาภายใต้หน้ากากเหล็กเปล่งประกายเย็นชาเขาเอ่ยถามอย่างเรียบเฉย แต่เปี่ยมด้วยแรงกดดัน
“จะเข้ามาพร้อมกันเลยหรือไม่?”
ยังไม่ทันจบคำทั้งสามบุรุษก็ลงมือในทันที ปราณวิญญาณกระจายทั่วลานตรงหน้าราวกับพายุพร้อมถล่มลงมาในคราเดียว
บุรุษใบหน้าเย็นชา พุ่งตรงเข้าหาอย่างไม่ลังเลฝ่ามือของเขาเรืองแสงแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงขนาดใหญ่พุ่งวูบออกมาเหมือนเสือเพลิงคำราม เผาอากาศจนเกิดเสียงแหลมวี้ด
บุรุษที่มีท่าทางสบายๆ ฉวยจังหวะพริบตาเคลื่อนกายไปด้านหลังของหยุนโม่ กระบี่ในมือเขาถูกปราณวิญญาณห่อหุ้มจนเกิดเงาไอวูบวาบราวกับสายลมหมุนวน เขาพุ่งเข้าโจมตีอย่างเงียบงัน
ส่วน หลี่จิน กระโดดขึ้นเหนือศีรษะของหยุนโม่ในเวลาเดียวกันปลายเท้าระเบิดพลังปราณออกมาเต็มกำลัง พุ่งลงจากด้านบนราวกับสายฟ้าหวังจะบดขยี้ร่างของหยุนโม่จากฟากฟ้า
ในพริบตานั้นสามผู้ฝึกตนระดับหลอมพลัง ผนึกกำลังลงมือพร้อมกันจากสามทิศจู่โจมราวกับคลื่นพายุที่ไม่เปิดช่องให้หลบหนีหรือป้องกัน
แต่ในท่ามกลางกระแสพลังที่พุ่งเข้าใส่หยุนโม่ยังคงยืนนิ่งไม่หวั่นไหว
หยุนโม่เหลือบมองไปยังสตรีหนึ่งเดียวในกลุ่มศิษย์สำนักเก้าเมฆา นางยังคงยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังไม่ได้เคลื่อนไหวแม้เพียงครึ่งก้าว ดวงตาของหยุนโม่หรี่ลงเขารู้ทันทีว่าหญิงผู้นี้...ไม่ได้ยืนอยู่เฉย ๆ
"นางรอจังหวะ"
นางกำลังคำนวณรอให้เขาตอบสนองต่อการโจมตีจากทั้งสามทิศทาง ไม่ว่าจะหลบไปทางซ้ายหรือขวาหากเคลื่อนไหวผิดจังหวะเพียงเสี้ยวลมหายใจ ฝ่ามือนั้น...ดาบนั้น...เท้านั้น
ถ้าเกิดเขาหลบทั้งหมดนางจะโจมตีเข้ามาในจุดที่เขาหลบออกมา
นี่คือการ บีบบังคับให้เขาต้องรับการโจมตีตรงๆ เป็นแผนกดดันที่แม้แต่ผู้ฝึกตนมากประสบการณ์ก็ยังต้องตกหลุมพราง
แต่หยุนโม่…
เขากลับ ส่ายศีรษะเบา ๆ
"เจ้าคิดว่า...ข้าจะเดินเข้าไปตามเกมของพวกเจ้าอย่างนั้นหรือ?"
พรึ่บ!ฝ่าเท้าทั้งสองของหยุนโม่เหยียบแน่นลงกับพื้นปราณวิญญาณภายในชุดเกราะพยัคฆ์ทมิฬหมุนวนรุนแรงราวกับสายน้ำวนในชั่วพริบตาเดียว... หมัดขวาของเขาพุ่งกระแทกลงไปยังพื้นเบื้องล่างด้วย พลังทั้งหมด
ตูมมม!!พื้นหินแข็งแกร่งแตกระเบิดออกเสียงดังกึกก้องแรงสั่นสะเทือนระเบิดออกจากจุดปะทะของหมัด ก่อเกิดเป็น คลื่นพลังปราณที่พุ่งแผ่กระจายเป็นวงกว้าง พุ่งกระแทกเข้าหาศัตรูทั้งสามในเสี้ยววินาที
ปัง!! ปัง!! ปัง!!
เสียงร่างของผู้ฝึกตนทั้งสามกระเด็นกระแทกพื้นดังสนั่นร่างของพวกเขาถูกเหวี่ยงปลิวกลับไปยังตำแหน่งเดิม กระอักเลือดออกมาเต็มปากชุดอาภรณ์สีครามฉีกขาดบางส่วน พื้นถนนที่เคยเรียบกลายเป็นรอยแตกขนาดใหญ่พาดผ่านทั้งทาง
เงียบงัน…
ทั้งถนนเต็มไปด้วยกลิ่นปราณที่กระจัดกระจาย และ ฝุ่นผงที่ลอยคละคลุ้ง ผู้คนที่หลบอยู่ในระยะไกลต่างจับตามองเหตุการณ์ด้วยความตกตะลึง
หยุนโม่ยังคงยืนอย่างมั่นคงอยู่ในตำแหน่งเดิมแต่ใต้ฝ่าเท้าของเขากลับกลายเป็น หลุมขนาดใหญ่ ลึกลงไปกว่าครึ่งจั้งแรงปะทะเมื่อครู่...ไม่ต่างจากการระเบิดขนาดย่อม
เขายกมือขึ้น ลูบปลายคางของตนเองเบาๆ
"นี่เป็นครั้งแรก...ที่ข้าลองโคจรปราณในชุดเกราะโจมตีเต็มกำลัง..."
"...ผลลัพธ์ออกมาเกินคาด"
เขาก้มมองสภาพของทั้งสามศิษย์ที่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นแม้แต่ระดับหลอมพลัง... ยังรับการโจมตีของเขาได้ไม่ถึงหนึ่งกระบวนท่า
สายตาของหยุนโม่ค่อย ๆเคลื่อนกลับไปที่สตรีผู้ยืนอยู่เพียงลำพัง หลอมพลังขั้นกลาง
นางยังไม่ได้ลงมือ...แต่นางกำลังเฝ้ามองอย่างนิ่งงัน
“เจ้าจะลงมือหรือไม่?”เสียงของหยุนโม่ดังขึ้น