สถาบันชิงหลง
สนามฝึกซ้อม
เฉินฉี่เหนียนยืนมือไพล่หลังสีหน้าเคร่งขรึม
“คาบนี้เป็นวิชาฝึกภาคปฏิบัติ”
“สัตว์อสูรของนักเรียนส่วนใหญ่ได้ทะลวงระดับครั้งแรกสำเร็จแล้วหวังว่าจะพยายามต่อไป!”
นับตั้งแต่เปิดภาคเรียนมาจนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาหนึ่งเดือนพอดี
สัตว์อสูรของนักเรียนใหม่ส่วนใหญ่ได้ทะลวงระดับสู่ระดับเริ่มต้น(ขั้นสอง) แล้ว
ส่วนนักเรียนใหม่ที่มีพรสวรรค์โดดเด่นสัตว์อสูรของพวกเขานั้นบางตัวยังทะลวงระดับไปถึงระดับเริ่มต้น (ขั้นสาม) ด้วยซ้ำ
แต่เซี่ยวซิงอวี่เป็นสัตว์ประหลาดที่เหนือกว่าอัจฉริยะเหล่านี้
สายตาของเฉินฉี่เหนียนจับจ้องไปที่เซี่ยวซิงอวี่
“นักเรียนเซี่ยวซิงอวี่ ออกมาข้างหน้า!”
“ครับ!”
เซี่ยวซิงอวี่ก้าวออกมาหนึ่งก้าวเชิดหน้าอกผายไหล่
“ฉันได้ยินมาว่าสัตว์อสูรของนายเพิ่งทะลวงระดับวิวัฒนาการสำเร็จ และเลื่อนขั้นสู่ระดับเติบโต(ขั้นหนึ่ง) ใช่ไหม?”
เซี่ยวซิงอวี่พยักหน้าตอบ“ครับ!”
นักเรียนทั้งห้องส่งเสียงอุทานแต่ละคนเต็มไปด้วยความไม่น่าเชื่อ
“โอ้โห!ความเร็วในการบ่มเพาะสัตว์อสูรของเซี่ยวซิงอวี่นี่มันเร็วเกินไปแล้ว!”
“สัตว์อสูรของคนอื่นแค่เลื่อนขั้นแต่สัตว์อสูรของเขาถึงขั้นวิวัฒนาการโดยตรงเลยเหรอ?”
“จริงหรือเปล่าเนี่ย...”
เพราะเรื่องนี้เหลือเชื่อเกินไปจึงมีคนที่ไม่เชื่อ
เฉินฉี่เหนียนเองก็มีสีหน้าสงสัย
“เซี่ยวซิงอวี่อัญเชิญสัตว์อสูรของนายออกมา”
เซี่ยวซิงอวี่เปิดตราผนึกอสูรลำแสงสีดำราวกับคลื่นสึนามิพุ่งเข้าปกคลุมสนามฝึกซ้อมของสถาบันชิงหลง
ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ~
เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงราวกับจะเหยียบย่ำพื้นจนแตกเป็นเสี่ยงๆ
หมาป่ายักษ์ที่เปี่ยมไปด้วยรังสีครอบงำปรากฏสู่สายตาผู้คน
“สัตว์อสูรตัวใหญ่ขนาดนี้ตัวเท่าสระว่ายน้ำเลยนะเนี่ย!”
“นี่ยังใช่หมาป่าสายลมเพลิงนรกอยู่เหรอ?”
“เทียบกับเมื่อก่อนแล้วเปลี่ยนไปเยอะมากเลย!”
เฉินฉี่เหนียนดวงตาเปล่งประกาย
“เซี่ยวซิงอวี่ให้นายพาสัตว์อสูรไปทดสอบกับเครื่องวัดสัตว์อสูร”
เซี่ยวซิงอวี่ผิวปากหนึ่งครั้งหมาป่าเงาเพลิงนรกก็เดินไปที่แท่นทดสอบอย่างเชื่อฟัง
บนจอแสดงผลอิเล็กทรอนิกส์แสดงข้อมูลของหมาป่าเงาเพลิงนรก
[ชื่อ] : หมาป่าเงามรณะเพลิงนรก
[ระดับ] : เติบโต (ขั้นหนึ่ง)
[สายเลือด] : สายเลือดนรก (ระดับมหากาพย์)
...
หลังจากข้อมูลแสดงขึ้นนักเรียนทั้งห้องก็กรีดร้อง
“วิวัฒนาการสำเร็จจริงๆ ด้วย!”
“หมาป่าสายลมเพลิงนรกวิวัฒนาการเป็นหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกแล้ว!”
“นี่คือสัตว์อสูรตัวแรกในชั้นเรียนของเราที่วิวัฒนาการสำเร็จ!”
“พี่อวี่ นายคือเทพเจ้าของพวกฉัน!”
หลังจากทะลวงระดับวิวัฒนาการหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกก็เปี่ยมไปด้วยรังสีครอบงำดวงตาที่ดื้อรั้นมองดูโลกราวกับสรรพสัตว์ล้วนเป็นมดปลวก
ความมั่นใจที่ดูถูกทุกสิ่งนี้มาจากพลังปีศาจในร่างกาย
“อาจารย์เฉินครับหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกมีไอหมอกสีแดงดำแผ่ออกมาด้วยครับ นั่นคืออะไรครับ?”
เฉินฉี่เหนียนพูดเสียงทุ้ม“พลังปีศาจ”
“พลังปีศาจคืออะไรครับ?”
“นายนี่ไม่รู้อะไรเลยเหรอ? ก็คือพลังพิเศษของสัตว์อสูรสายพันธุ์ปีศาจไง”
“ว่ากันว่าพลังปีศาจนอกจากจะเพิ่มพลังโจมตีและป้องกันแล้วยังมีผลการดูดเลือดด้วยนะ!”
“นั่นหมายความว่าสัตว์อสูรตัวนี้ปลุกพลังธาตุที่สี่แล้ว!”
นักเรียนทั้งห้องไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้แม้แต่เฉินฉี่เหนียนเองก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นตะลึง
เฉินฉี่เหนียนมองไปที่หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกแล้วหันมามองเซี่ยวซิงอวี่ พลางคิดในใจ
“วิวัฒนาการครั้งแรก ไม่เพียงแต่สำเร็จแต่ยังปลุกพลังธาตุปีศาจได้อีกด้วย”
“สัตว์อสูรที่หลอมรวมสี่ธาตุแบบนี้ทั้งหลงกั๋วมีไม่ถึงสิบตัวด้วยซ้ำ...”
“เจ้าเด็กนี่มันสัตว์ประหลาดจริงๆ!”
พรสวรรค์ของสัตว์อสูรที่แสดงออกมานั้นขึ้นอยู่กับวิธีการบ่มเพาะของผู้ควบคุมสัตว์อสูร
หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกสามารถปลุกพลังปีศาจได้เซี่ยวซิงอวี่มีส่วนอย่างมาก
ต้องรู้ว่าตอนแรกหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกเป็นเพียงหมาป่าสายลมที่ถูกคนมากมายดูถูก
การบ่มเพาะของเสียให้กลายเป็นสมบัติล้ำค่านั่นแหละคือสิ่งที่แสดงถึงระดับที่แท้จริงของผู้ควบคุมสัตว์อสูร
โฮกกก~
หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกคำรามก้องสะท้านหูพลังปีศาจแผ่กระจายอย่างบ้าคลั่ง อากาศเต็มไปด้วยไอหมอกสีแดงดำทำให้ผู้คนรู้สึกไม่สบายใจ
สัตว์อสูรตัวอื่นๆ ของเพื่อนร่วห้องต่างก็ถูกกดดันจากรัศมีของหมาป่าเงามรณะเพลิงนรก บางตัวถึงกับหางจุกก้นบางตัวก็เอาหัวมุดดิน
“นักเรียนคนอื่นฝึกต่อ”
“เซี่ยวซิงอวี่ นายมานี่หน่อย!”
เฉินฉี่เหนียนเรียกเซี่ยวซิงอวี่ไปที่มุมสนามฝึกซ้อม
“อาจารย์เฉิน มีอะไรเหรอครับ?”
“นายมันสุดยอดจริงๆเปิดเทอมมาแค่เดือนเดียว ก็บ่มเพาะสัตว์อสูรระดับเติบโตได้แล้ว”
เฉินฉี่เหนียนตบไหล่เซี่ยวซิงอวี่อย่างแรงดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชมและความคาดหวังจากอาจารย์ที่มีต่อลูกศิษย์
“ใช่แล้ว ให้ฉันวัดพลังวิญญาณของนายหน่อย”
เฉินฉี่เหนียนหยิบเครื่องมือรูปทรงนาฬิกาออกมา
นี่คือเครื่องวัดพลังวิญญาณแบบพกพา
สาเหตุที่เฉินฉี่เหนียนทดสอบเซี่ยวซิงอวี่เพียงลำพังก็เพราะกลัวว่าหากประกาศค่าพลังวิญญาณของเซี่ยวซิงอวี่ออกไป จะสร้างความฮือฮา
ตัวเลขบนจอแสดงผลกระโดดขึ้นลงและสุดท้ายหยุดนิ่งที่:
2583
“2583? ถ้าไม่ได้เห็นกับตาตัวเองฉันคงไม่เชื่อเด็ดขาด!”
โดยปกติแล้วหลังจากสัตว์อสูรทะลวงระดับวิวัฒนาการพลังวิญญาณของผู้ควบคุมสัตว์อสูรก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
จากการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ในอดีต ค่าพลังวิญญาณของผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสองดาวจะอยู่ที่2000-3000
ตอนนี้ค่าพลังวิญญาณของเซี่ยวซิงอวี่เข้าเกณฑ์การสอบผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสองดาวแล้ว
“นักเรียนหลายรุ่นที่ฉันเคยสอนมาที่มีพรสวรรค์พอใช้ ตอนที่สัตว์อสูรเพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับเติบโตพลังวิญญาณของพวกเขามีแค่ประมาณ 1500 เท่านั้น”
“แต่นายกลับมีพลังวิญญาณสูงถึง 2500+!”
พลังวิญญาณของเซี่ยวซิงอวี่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วซึ่งเป็นผลมาจากพลังพิเศษของเนตรปีศาจ
เนตรปีศาจดูดซับอารมณ์เชิงลบในโลกตลอดเวลา
ความเศร้า ความโกรธ ความอิจฉาความรู้สึกต่ำต้อย ความท้อแท้ ความกังวล...
อารมณ์เชิงลบใดๆ ที่เนตรปีศาจดูดซับจะถูกแปลงเป็นพลังวิญญาณ
นี่คือเหตุผลที่พลังวิญญาณของเซี่ยวซิงอวี่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นพรสวรรค์ที่คนอื่นไม่สามารถลอกเลียนแบบได้
เซี่ยวซิงอวี่ถามด้วยความอยากรู้“อาจารย์เฉินครับ ตอนที่พี่เย่ซวงหนิงอายุเท่าผมพลังวิญญาณของเธอเท่าไรครับ?”
เฉินฉี่เหนียนตอบ“2433”
มุมปากของเซี่ยวซิงอวี่โค้งขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
“นายอย่าเพิ่งเหลิงไปตอนนี้นายเพิ่งมีแค่อย่างเดียวที่เหนือกว่าเย่ซวงหนิง”
“จริงเหรอครับ? ถ้าผมจำไม่ผิดปีที่แล้วในการแข่งขันซูเปอร์โนวา พี่เย่ซวงหนิงไม่ได้แชมป์ไม่ใช่เหรอครับ?”
เฉินฉี่เหนียนหัวเราะเบาๆ“เรื่องนั้นไม่เถียง ปีที่แล้วแชมป์คือหลี่มู่เฉิงจากสถาบันไป๋หู่”
“อาจารย์เฉินครับผมจะคว้าแชมป์ในการแข่งขันซูเปอร์โนวาครั้งนี้ให้ได้ครับ”
“นายนี่ปากกล้าไม่เบาเลยนะ!”
“สิ่งที่พี่เย่ทำไม่ได้ผมจะทำให้สำเร็จเองครับ”
เฉินฉี่เหนียนหรี่ตาเป็นเส้นเล็กๆ
“เซี่ยวซิงอวี่ พอเห็นทัศนคติของนายแล้วฉันยิ่งตั้งตารอการแข่งขันซูเปอร์โนวาเลยล่ะ”
เหลือเวลาอีก 20วันก่อนการแข่งขันซูเปอร์โนวา
เซี่ยวซิงอวี่ยังต้องทำอีกสองเรื่อง
เรื่องแรกคือทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรตัวใหม่
เรื่องที่สองคือผ่านการสอบผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสองดาว
เงื่อนไขสองข้อนี้คือคุณสมบัติในการเข้าร่วมการแข่งขันซูเปอร์โนวา
หลังเลิกเรียนวันศุกร์
เซี่ยวซิงอวี่เดินออกนอกโรงเรียนพลางโทรศัพท์
“พี่ครับ วันนี้ผมจะกลับดึกหน่อยนะ”
“พี่กับเหมิงเหมิงกินกันก่อนเลยไม่ต้องรอผมนะ”
“บอกเหมิงเหมิงด้วยว่าผมจะซื้อถังหูลู่กลับไปให้เธอกินให้เต็มที่เลย”
หลังวางสายเซี่ยวซิงอวี่เดินออกจากประตูโรงเรียน
ที่หน้าประตูโรงเรียนมีหญิงสาวรูปร่างสูงเพรียวคนหนึ่งยืนอยู่
“น้องซิงอวี่ ในที่สุดนายก็เลิกเรียนแล้วให้พี่กอดหน่อย!”
ฉินเยียนหรานเป็นพี่สาวที่ตามใจน้องชายมากพอเจอกันก็กอดเซี่ยวซิงอวี่แน่น
“แค่กๆ พี่เยียนหราน ปล่อยผมหน่อยผมหายใจไม่ออกแล้วครับ~”
ทุกครั้งที่ศีรษะของเซี่ยวซิงอวี่ถูกฉินเยียนหรานกดลงบนอกเขาจะรู้สึกเหมือนใกล้จะขาดใจตาย
จะเห็นได้ว่าหน้าอกใหญ่ก็เท่ากับอาวุธร้ายแรง!
“น้องซิงอวี่ นายมีอะไรจะคุยกับพี่เหรอ?”
ครั้งนี้เซี่ยวซิงอวี่เป็นฝ่ายนัดฉินเยียนหรานเองโดยให้เธอมารอเขาที่หน้าประตูสถาบัน
EQ สูง : “พี่เยียนหรานครับผมอยากซื้อสัตว์อสูรตัวใหม่ รบกวนพี่ช่วยแนะนำหน่อยครับ~”
EQ ต่ำ : “พี่เยียนหรานครับผมอยากเกาะพี่กิน ผมจะซื้อสัตว์อสูรแต่พี่เป็นคนจ่าย!”
เซี่ยวซิงอวี่ไม่ได้โง่แน่นอนว่าเขาเลือกที่จะเป็นคน EQ สูง
“ไม่มีปัญหา พี่จะพานายไปร้านสัตว์อสูร!”
“เรื่องเงิน...”
“วางใจได้เลย พี่ไม่ขาดเงินหรอก!”