ระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น

    เล่มที่ 2 บทที่ 47 ซื้อสัตว์อสูรตัวใหม่ พี่สาวบุญธรรมจ่ายให้!

            สถาบันชิงหลง

            สนามฝึกซ้อม

            เฉินฉี่เหนียนยืนมือไพล่หลังสีหน้าเคร่งขรึม

            “คาบนี้เป็นวิชาฝึกภาคปฏิบัติ”

            “สัตว์อสูรของนักเรียนส่วนใหญ่ได้ทะลวงระดับครั้งแรกสำเร็จแล้วหวังว่าจะพยายามต่อไป!”

            นับตั้งแต่เปิดภาคเรียนมาจนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาหนึ่งเดือนพอดี

            สัตว์อสูรของนักเรียนใหม่ส่วนใหญ่ได้ทะลวงระดับสู่ระดับเริ่มต้น(ขั้นสอง) แล้ว

            ส่วนนักเรียนใหม่ที่มีพรสวรรค์โดดเด่นสัตว์อสูรของพวกเขานั้นบางตัวยังทะลวงระดับไปถึงระดับเริ่มต้น (ขั้นสาม) ด้วยซ้ำ

            แต่เซี่ยวซิงอวี่เป็นสัตว์ประหลาดที่เหนือกว่าอัจฉริยะเหล่านี้

            สายตาของเฉินฉี่เหนียนจับจ้องไปที่เซี่ยวซิงอวี่

            “นักเรียนเซี่ยวซิงอวี่ ออกมาข้างหน้า!”

            “ครับ!”

            เซี่ยวซิงอวี่ก้าวออกมาหนึ่งก้าวเชิดหน้าอกผายไหล่

            “ฉันได้ยินมาว่าสัตว์อสูรของนายเพิ่งทะลวงระดับวิวัฒนาการสำเร็จ และเลื่อนขั้นสู่ระดับเติบโต(ขั้นหนึ่ง) ใช่ไหม?”

            เซี่ยวซิงอวี่พยักหน้าตอบ“ครับ!”

            นักเรียนทั้งห้องส่งเสียงอุทานแต่ละคนเต็มไปด้วยความไม่น่าเชื่อ

            “โอ้โห!ความเร็วในการบ่มเพาะสัตว์อสูรของเซี่ยวซิงอวี่นี่มันเร็วเกินไปแล้ว!”

            “สัตว์อสูรของคนอื่นแค่เลื่อนขั้นแต่สัตว์อสูรของเขาถึงขั้นวิวัฒนาการโดยตรงเลยเหรอ?”

            “จริงหรือเปล่าเนี่ย...”

            เพราะเรื่องนี้เหลือเชื่อเกินไปจึงมีคนที่ไม่เชื่อ

            เฉินฉี่เหนียนเองก็มีสีหน้าสงสัย

            “เซี่ยวซิงอวี่อัญเชิญสัตว์อสูรของนายออกมา”

            เซี่ยวซิงอวี่เปิดตราผนึกอสูรลำแสงสีดำราวกับคลื่นสึนามิพุ่งเข้าปกคลุมสนามฝึกซ้อมของสถาบันชิงหลง

            ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ~

            เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงราวกับจะเหยียบย่ำพื้นจนแตกเป็นเสี่ยงๆ

            หมาป่ายักษ์ที่เปี่ยมไปด้วยรังสีครอบงำปรากฏสู่สายตาผู้คน

            “สัตว์อสูรตัวใหญ่ขนาดนี้ตัวเท่าสระว่ายน้ำเลยนะเนี่ย!”

            “นี่ยังใช่หมาป่าสายลมเพลิงนรกอยู่เหรอ?”

            “เทียบกับเมื่อก่อนแล้วเปลี่ยนไปเยอะมากเลย!”

            เฉินฉี่เหนียนดวงตาเปล่งประกาย

            “เซี่ยวซิงอวี่ให้นายพาสัตว์อสูรไปทดสอบกับเครื่องวัดสัตว์อสูร”

            เซี่ยวซิงอวี่ผิวปากหนึ่งครั้งหมาป่าเงาเพลิงนรกก็เดินไปที่แท่นทดสอบอย่างเชื่อฟัง

            บนจอแสดงผลอิเล็กทรอนิกส์แสดงข้อมูลของหมาป่าเงาเพลิงนรก

            [ชื่อ] : หมาป่าเงามรณะเพลิงนรก

            [ระดับ] : เติบโต (ขั้นหนึ่ง)

            [สายเลือด] : สายเลือดนรก (ระดับมหากาพย์)

            ...

            หลังจากข้อมูลแสดงขึ้นนักเรียนทั้งห้องก็กรีดร้อง

            “วิวัฒนาการสำเร็จจริงๆ ด้วย!”

            “หมาป่าสายลมเพลิงนรกวิวัฒนาการเป็นหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกแล้ว!”

            “นี่คือสัตว์อสูรตัวแรกในชั้นเรียนของเราที่วิวัฒนาการสำเร็จ!”

            “พี่อวี่ นายคือเทพเจ้าของพวกฉัน!”

            หลังจากทะลวงระดับวิวัฒนาการหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกก็เปี่ยมไปด้วยรังสีครอบงำดวงตาที่ดื้อรั้นมองดูโลกราวกับสรรพสัตว์ล้วนเป็นมดปลวก

            ความมั่นใจที่ดูถูกทุกสิ่งนี้มาจากพลังปีศาจในร่างกาย

            “อาจารย์เฉินครับหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกมีไอหมอกสีแดงดำแผ่ออกมาด้วยครับ นั่นคืออะไรครับ?”

            เฉินฉี่เหนียนพูดเสียงทุ้ม“พลังปีศาจ”

            “พลังปีศาจคืออะไรครับ?”

            “นายนี่ไม่รู้อะไรเลยเหรอ? ก็คือพลังพิเศษของสัตว์อสูรสายพันธุ์ปีศาจไง”

            “ว่ากันว่าพลังปีศาจนอกจากจะเพิ่มพลังโจมตีและป้องกันแล้วยังมีผลการดูดเลือดด้วยนะ!”

            “นั่นหมายความว่าสัตว์อสูรตัวนี้ปลุกพลังธาตุที่สี่แล้ว!”

            นักเรียนทั้งห้องไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้แม้แต่เฉินฉี่เหนียนเองก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นตะลึง

            เฉินฉี่เหนียนมองไปที่หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกแล้วหันมามองเซี่ยวซิงอวี่ พลางคิดในใจ

            “วิวัฒนาการครั้งแรก ไม่เพียงแต่สำเร็จแต่ยังปลุกพลังธาตุปีศาจได้อีกด้วย”

            “สัตว์อสูรที่หลอมรวมสี่ธาตุแบบนี้ทั้งหลงกั๋วมีไม่ถึงสิบตัวด้วยซ้ำ...”

            “เจ้าเด็กนี่มันสัตว์ประหลาดจริงๆ!”

            พรสวรรค์ของสัตว์อสูรที่แสดงออกมานั้นขึ้นอยู่กับวิธีการบ่มเพาะของผู้ควบคุมสัตว์อสูร

            หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกสามารถปลุกพลังปีศาจได้เซี่ยวซิงอวี่มีส่วนอย่างมาก

            ต้องรู้ว่าตอนแรกหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกเป็นเพียงหมาป่าสายลมที่ถูกคนมากมายดูถูก

            การบ่มเพาะของเสียให้กลายเป็นสมบัติล้ำค่านั่นแหละคือสิ่งที่แสดงถึงระดับที่แท้จริงของผู้ควบคุมสัตว์อสูร

            โฮกกก~

            หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกคำรามก้องสะท้านหูพลังปีศาจแผ่กระจายอย่างบ้าคลั่ง อากาศเต็มไปด้วยไอหมอกสีแดงดำทำให้ผู้คนรู้สึกไม่สบายใจ

            สัตว์อสูรตัวอื่นๆ ของเพื่อนร่วห้องต่างก็ถูกกดดันจากรัศมีของหมาป่าเงามรณะเพลิงนรก บางตัวถึงกับหางจุกก้นบางตัวก็เอาหัวมุดดิน

            “นักเรียนคนอื่นฝึกต่อ”

            “เซี่ยวซิงอวี่ นายมานี่หน่อย!”

            เฉินฉี่เหนียนเรียกเซี่ยวซิงอวี่ไปที่มุมสนามฝึกซ้อม

            “อาจารย์เฉิน มีอะไรเหรอครับ?”

            “นายมันสุดยอดจริงๆเปิดเทอมมาแค่เดือนเดียว ก็บ่มเพาะสัตว์อสูรระดับเติบโตได้แล้ว”

            เฉินฉี่เหนียนตบไหล่เซี่ยวซิงอวี่อย่างแรงดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชมและความคาดหวังจากอาจารย์ที่มีต่อลูกศิษย์

            “ใช่แล้ว ให้ฉันวัดพลังวิญญาณของนายหน่อย”

            เฉินฉี่เหนียนหยิบเครื่องมือรูปทรงนาฬิกาออกมา

            นี่คือเครื่องวัดพลังวิญญาณแบบพกพา

            สาเหตุที่เฉินฉี่เหนียนทดสอบเซี่ยวซิงอวี่เพียงลำพังก็เพราะกลัวว่าหากประกาศค่าพลังวิญญาณของเซี่ยวซิงอวี่ออกไป จะสร้างความฮือฮา

            ตัวเลขบนจอแสดงผลกระโดดขึ้นลงและสุดท้ายหยุดนิ่งที่:

            2583

            “2583? ถ้าไม่ได้เห็นกับตาตัวเองฉันคงไม่เชื่อเด็ดขาด!”

            โดยปกติแล้วหลังจากสัตว์อสูรทะลวงระดับวิวัฒนาการพลังวิญญาณของผู้ควบคุมสัตว์อสูรก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

            จากการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ในอดีต ค่าพลังวิญญาณของผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสองดาวจะอยู่ที่2000-3000

            ตอนนี้ค่าพลังวิญญาณของเซี่ยวซิงอวี่เข้าเกณฑ์การสอบผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสองดาวแล้ว

            “นักเรียนหลายรุ่นที่ฉันเคยสอนมาที่มีพรสวรรค์พอใช้ ตอนที่สัตว์อสูรเพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับเติบโตพลังวิญญาณของพวกเขามีแค่ประมาณ 1500 เท่านั้น”

            “แต่นายกลับมีพลังวิญญาณสูงถึง 2500+!”

            พลังวิญญาณของเซี่ยวซิงอวี่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วซึ่งเป็นผลมาจากพลังพิเศษของเนตรปีศาจ

            เนตรปีศาจดูดซับอารมณ์เชิงลบในโลกตลอดเวลา

            ความเศร้า ความโกรธ ความอิจฉาความรู้สึกต่ำต้อย ความท้อแท้ ความกังวล...

            อารมณ์เชิงลบใดๆ ที่เนตรปีศาจดูดซับจะถูกแปลงเป็นพลังวิญญาณ

            นี่คือเหตุผลที่พลังวิญญาณของเซี่ยวซิงอวี่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นพรสวรรค์ที่คนอื่นไม่สามารถลอกเลียนแบบได้

            เซี่ยวซิงอวี่ถามด้วยความอยากรู้“อาจารย์เฉินครับ ตอนที่พี่เย่ซวงหนิงอายุเท่าผมพลังวิญญาณของเธอเท่าไรครับ?”

            เฉินฉี่เหนียนตอบ“2433”

            มุมปากของเซี่ยวซิงอวี่โค้งขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

            “นายอย่าเพิ่งเหลิงไปตอนนี้นายเพิ่งมีแค่อย่างเดียวที่เหนือกว่าเย่ซวงหนิง”

            “จริงเหรอครับ? ถ้าผมจำไม่ผิดปีที่แล้วในการแข่งขันซูเปอร์โนวา พี่เย่ซวงหนิงไม่ได้แชมป์ไม่ใช่เหรอครับ?”

            เฉินฉี่เหนียนหัวเราะเบาๆ“เรื่องนั้นไม่เถียง ปีที่แล้วแชมป์คือหลี่มู่เฉิงจากสถาบันไป๋หู่”

            “อาจารย์เฉินครับผมจะคว้าแชมป์ในการแข่งขันซูเปอร์โนวาครั้งนี้ให้ได้ครับ”

            “นายนี่ปากกล้าไม่เบาเลยนะ!”

            “สิ่งที่พี่เย่ทำไม่ได้ผมจะทำให้สำเร็จเองครับ”

            เฉินฉี่เหนียนหรี่ตาเป็นเส้นเล็กๆ

            “เซี่ยวซิงอวี่ พอเห็นทัศนคติของนายแล้วฉันยิ่งตั้งตารอการแข่งขันซูเปอร์โนวาเลยล่ะ”

            เหลือเวลาอีก 20วันก่อนการแข่งขันซูเปอร์โนวา

            เซี่ยวซิงอวี่ยังต้องทำอีกสองเรื่อง

            เรื่องแรกคือทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรตัวใหม่

            เรื่องที่สองคือผ่านการสอบผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสองดาว

            เงื่อนไขสองข้อนี้คือคุณสมบัติในการเข้าร่วมการแข่งขันซูเปอร์โนวา

            หลังเลิกเรียนวันศุกร์

            เซี่ยวซิงอวี่เดินออกนอกโรงเรียนพลางโทรศัพท์

            “พี่ครับ วันนี้ผมจะกลับดึกหน่อยนะ”

            “พี่กับเหมิงเหมิงกินกันก่อนเลยไม่ต้องรอผมนะ”

            “บอกเหมิงเหมิงด้วยว่าผมจะซื้อถังหูลู่กลับไปให้เธอกินให้เต็มที่เลย”

            หลังวางสายเซี่ยวซิงอวี่เดินออกจากประตูโรงเรียน

            ที่หน้าประตูโรงเรียนมีหญิงสาวรูปร่างสูงเพรียวคนหนึ่งยืนอยู่

            “น้องซิงอวี่ ในที่สุดนายก็เลิกเรียนแล้วให้พี่กอดหน่อย!”

            ฉินเยียนหรานเป็นพี่สาวที่ตามใจน้องชายมากพอเจอกันก็กอดเซี่ยวซิงอวี่แน่น

            “แค่กๆ พี่เยียนหราน ปล่อยผมหน่อยผมหายใจไม่ออกแล้วครับ~”

            ทุกครั้งที่ศีรษะของเซี่ยวซิงอวี่ถูกฉินเยียนหรานกดลงบนอกเขาจะรู้สึกเหมือนใกล้จะขาดใจตาย

            จะเห็นได้ว่าหน้าอกใหญ่ก็เท่ากับอาวุธร้ายแรง!

            “น้องซิงอวี่ นายมีอะไรจะคุยกับพี่เหรอ?”

            ครั้งนี้เซี่ยวซิงอวี่เป็นฝ่ายนัดฉินเยียนหรานเองโดยให้เธอมารอเขาที่หน้าประตูสถาบัน

            EQ สูง : “พี่เยียนหรานครับผมอยากซื้อสัตว์อสูรตัวใหม่ รบกวนพี่ช่วยแนะนำหน่อยครับ~”

            EQ ต่ำ : “พี่เยียนหรานครับผมอยากเกาะพี่กิน ผมจะซื้อสัตว์อสูรแต่พี่เป็นคนจ่าย!”

            เซี่ยวซิงอวี่ไม่ได้โง่แน่นอนว่าเขาเลือกที่จะเป็นคน EQ สูง

            “ไม่มีปัญหา พี่จะพานายไปร้านสัตว์อสูร!”

            “เรื่องเงิน...”

            “วางใจได้เลย พี่ไม่ขาดเงินหรอก!”

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น ที่คุณอ่าน