[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    32 ผู้ต้องสาปของมาคัส

    “เฮ่ดูนี่สิ  สหพันธ์นำช็อตเด็ดออกมาเปิดให้ดูด้วย”


    แอนเดอร์สันนั่งกินบะหมี่ภายในโรงอาหาร เขาอยากรู้ว่าบะหมี่ที่วิทยาลัยมีบริการอร่อยมากแค่ไหน เช้านี้เขาจึงกินไปทั้งหมด 3 ร้านด้วยกัน ปรากฎว่าบะหมี่ทั้ง 3 ร้านรสชาติยังไม่อร่อยเท่ากับบะหมี่ของเขาทำให้แอนเดอร์สันยิ้มดีใจเพราะบะหมี่ที่คิดว่าไร้ประโยชน์สามารถนำมาต่อทุนซื้ออุปกรณ์เวทมนตร์ได้ หากเขาขายในราคาที่แพงจะต้องได้เงินมาเป็นกอบเป็นกำอย่างแน่นอน


    “ดูนี่ ช็อตนี้ปีแอร์โคตรน่ากลัว”


    “ดูช็อตที่จอร์จปล่อยลูกไฟนี่สิ แม้จะเป็นเวทย์ระดับ 1 เขากลับสามารถขยายให้มันใหญ่กว่าปกติได้”


    นักเรียนที่อยู่รอบๆยังคงส่งเสียงและเปิดวีดีโอให้กันดูต่อไป แอนเดอร์สันกลับไม่ได้สนใจวีดีโอของใครเลยนอกจากตามหาวีดีโอช็อตที่ตัวเองต่อสู้ เขาอยากรู้ว่าในมุมมองของผู้จับตามองดูจะถ่ายทอดการใช้เวทย์ของเขาออกมาในรูปแบบไหน  เขากลับขมวดคิ้วไม่ได้แสดงความดีใจออกมาเลยสักนิดเดียว แทนที่วันนี้เขาจะฉีกยิ้มหน้าบานเพราะมีคนพูดถึงเขาเต็มไปหมด  ชายผู้ได้เป็นอันดับ 1 ของวิทยาลัยที่ได้อันดับ 1 กลับกันสิ่งที่เกิดขึ้นมีเพียงแค่ข่าวของหัวกะทิของ 5 วิทยาลัยเท่านั้นที่ถูกดึงออกมาให้นักเรียนวิทยาลัยต่างๆได้มองดู ข่าวของเขาเงียบมาก มีเพียงแค่ชื่อเท่านั้นที่ปรากฎในตารางจัดอันดับของวิทยาลัย 


    “ฝีมือพี่สักคนของฉันสินะ กลัวฉันถึงขั้นต้องปิดข่าวเลยเหรอฮ่าๆๆ”


    แอนเดอร์สันฉีกยิ้มเล็กน้อยพลางมองไปยังประกาศของวิทยาลัยที่เรียกให้พวกเขาไปพบกันที่ห้องเรียนรวมในวันพรุ่งนี้เพื่อเลือกสาขาที่ต้องการเข้าไปเรียน


    โดยสาขาที่วิทยาลัยอาร์เดลเปิดสอนมีด้วยกันทั้งหมด 3 สาขาด้วยกัน


    สาขาแรก ศาสตร์แห่งการสร้าง ภายในสาขานี้จะเต็มไปด้วยการเรียนวิธีการสร้างอาวุธเวทมนตร์ การเขียนวงจรเวทย์ที่จะเปลี่ยนจากวงเวทย์ให้เป็นตัวเลขเพื่อให้ชิปในอาวุธรับรู้ว่าโค้ดที่ส่งเข้าไปในชิปต้องการให้มันแสดงวงเวทย์อะไร


    สาขาที่สอง ศาสตร์แห่งเวทมนตร์ ภายในสาขานี้จะประกอบไปด้วยการศึกษาเวทมนตร์ ไม่ว่าจะเป็นเวทย์ป้องกัน เวทย์โจมตี เวทย์คำสาป เวทย์กับดัก ทุกอย่างเกี่ยวกับการเขียนวงเวทย์ไม่ว่าจะเป็นธาตุใดก็ตามจะต้องเรียนรู้ภายในสาขานี้ โดยด้านในสาขาศาสตร์แห่งเวทมนตร์จะประกอบไปด้วยคลาสย่อยมากมายที่ถูกแบ่งไว้ให้นักเรียนได้ทำการเรียนรู้เวทย์แต่ละธาตุ


    สาขาที่สาม ศาสตร์แห่งยา ภายในสาขานี้จะเต็มไปด้วยวิธีการเปลี่ยนสมุนไพรให้กลายเป็นยาต่างๆ ยารักษา ยาพิษ ยาถอนคำสาป ยาเพิ่มพลังเวทย์ ยาต่างๆมากมายล้วนมีสอนในสาขานี้



    “ด้วยการ์ดเร่งการเรียนรู้จะทำให้เรียนทั้ง 3 สาขาได้ไหมนะ”


    แอนเดอร์สันมองสาขาศาสตร์แห่งเวทมนตร์เอาไว้เป็นตัวเลือกแรก เขาจะต้องเอาชีวิตรอดเป็นส่วนใหญ่ นอกจากจะต้องเอาชีวิตรอดจากแผนการของพี่ชายเขายังต้องเอาชีวิตรอดเพื่อปลดล็อกเงื่อนไขของระบบ ดังนั้นศาสตร์นี้จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดให้กับเขาได้เรียนไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน


    อย่างไรก็ตามศาสตร์แห่งการสร้างก็ยังเป็นศาสตร์ที่น่าสนใจสำหรับเขามากเช่นกัน หากสามารถสร้างสิ่งที่มีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่ใช้ได้ออกมาคงจะทำให้เขารู้สึกดีไม่น้อย


    ส่วนศาสตร์แห่งยาแอนเดอร์สันมองว่ามันจะเป็นตัวช่วยอีกแรงให้เขาพัฒนาพลังเวทย์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นมันอาจจะช่วยชีวิตของเขาหากถูกพิษหรือคำสาปจนไม่สามารถใช้งานเวทย์ได้ แอนเดอร์สันจึงอ่านรายละเอียดของมันเอาไว้ เผื่อเขาจะหาทางเข้าไปเรียนรู้มัน


    “ต่อไปก็มันสินะ”


    รูปถ่ายใบหน้าของนักเรียนคริสโตเฟอร์กลุ่มที่ลอบสังหารถูกนำเข้าสู่ระบบ จากนั้นแอนเดอร์สันก็เข้าไปหน้าเว็บวิทยาลัยคริสโตเฟอร์เพื่อหาข้อมูลนักเรียนแบบคร่าวๆ เขาไม่ได้ต้องการข้อมูลเชิงลึกเพียงแต่ต้องการรู้ว่ามันเป็นใครเท่านั้น ทันทีที่เขาเข้าสู่ระบบนักเรียนปี 1 ของคริสโตเฟอร์ที่ส่งรายชื่อเข้าไปในการทดสอบ แอนเดอร์สันก็เริ่มมองหาใบหน้าชายที่ลอบสังหารก่อนจะพบเข้ากับชื่อของมัน


    “นามสกุลนี้ ตระกูลแลนเซอร์ของพี่ 6 สินะ”


    สิ่งที่ข้องใจถูกคลี่คลาย จากนั้นแอนเดอร์สันก็เดินทางกลับไปยังห้องเพื่อวิจัยเวทย์ธาตุลมต่อไป ตอนนี้เขายังไม่เข้าใจเวทย์ธาตุลมระดับ 1 อย่างถ่องแท้จึงคิดว่าจะทำให้ตัวเองเข้าใจทุกอย่าง นอกจากจะนำมาต่อยอดได้แล้ว เขาจะได้ทดสอบด้วยว่า การเข้าใจเวทมนตร์สามารถทำให้พลังเวทย์ของเขาเพิ่มขึ้นได้หรือไม่


    —----------------------------


    “มีข่าวอะไรไหม”


    นายน้อยตระกูลแลนเซอร์สอบถามพ่อบ้านที่เข้ามาเปลี่ยนชา หนึ่งวันที่ผ่านมาเขาอยากรู้เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของน้องชายตัวเอง ตั้งแต่การทดสอบจบลงมีการพูดถึงหรือมีข่าวลือใดกระจายออกมาบ้าง 


    “คุณชาย ไม่มีข่าวอะไรเลยครับ ทุกคนรู้ว่าเขาเป็นเพียงแค่อันดับ 1 แต่ความสนใจของนักเรียนทั้ง 5 สถานบันกลับอยู่ที่วีดีโอการต่อสู้ของหัวกะทิวิทยาลัยทั้ง 5”


    “ฮ่าๆๆ ไม่คิดว่าจะมีคนที่เล่นแรงกว่าฉันอีก เอาเถอะ ดูเหมือนว่าครั้งนี้น้อง 11 จะได้รับความสนใจมากเกินไปจึงไม่แปลกที่จะมีพี่ชายหลายคนเข้าไปทักทาย”


    อดีตนายน้อยลำดับที่ 6 ของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์และในอนาคตจะกลับไปเป็นนายน้อยคนที่ 6 ของตระกูลสกอร์เปี่ยนส์เผยยิ้มออกมาเบาๆ พลางมองสวนดอกไม้ของเขาที่กำลังเบ่งบาน การละเล่นกับน้องชายที่ถูกระบุว่าเป็นคนไร้ความสามารถดูเหมือนจะทำให้เขาพอใจที่มันไม่เป็นอย่างข่าวลือ  อย่างไรก็ตามรอยยิ้มบนใบหน้ากลับไม่ได้ปรากฎนานเพราะน้อง 11 ของเขาที่กลับมาเป็นปกติพกความน่ากลัวมาเต็มเปี่ยม หากเขาเผลอคิดว่าน้องคนเล็กสุดไม่ได้น่ากลัวจะเป็นเขาเองที่ถูกกลืนกิน


    —---------------------------------


    “คุณท่าน นายน้อย 11 ได้รับอันดับ 1 ของการทดสอบ” ภายในบ้านตระกูลสกอร์เปี้ยนพ่อบ้านได้เดินมารายงานข่าวที่พึ่งได้รับมาใหม่จากการตรวจสอบครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อให้ข่าวถูกต้องที่สุด


    “อืม แล้วเกิดอะไรขึ้นอีก” ผู้นำสกอร์เปี้ยนส์ยังคงเซ็นเอกสารต่อไป การละเล่นของลูกชายไม่น่าจะมีเพียงเท่านี้ ทันทีที่พ่อบ้านรายงานเขาจึงหยุดเมื่อรู้ว่ามีลูกชายมากกว่า 1 ลงไปเล่นกับน้อง 11 ที่พึ่งกลับมาเป็นปกติดี


    “ข่าวของเขาถูกปิดกั้น”


    “โห ใครละที่เป็นคนทำ”


    “นายน้อย 3 ครับ”


    “งั้นเหรอ ไม่ต้องแล้วล่ะ ออกไปเถอะฉันอยากอยู่คนเดียว”


    พ่อบ้านเดินออกจากห้องทำงานของผู้นำตระกูล ปล่อยให้ผู้นำได้นั่งอยู่คนเดียว ทันทีที่ทุกอย่างไร้เสียง พลังเวทย์สีดำก็ได้พุ่งเข้าไปจับผ้าม่านเปิดให้เห็นดวงจันทร์กลมโตกำลังส่องแสงลอดผ่านกระจกเข้ามาในห้อง


    “เหอะ รีบไปก็มีแต่จะทำให้ตัวเองตายเร็วเท่านั้น แกคิดว่าตัวเองจะแก้แค้นให้แม่ของตัวเองได้หรือยังไงกัน ตายเปล่าเท่านั้นแหละ”


    ผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์พิงเก้าอี้พลางถอนหายใจ เขาไม่สามารถหลีกหนีจากคำสาปนี้ได้ คำสาปที่จองจำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ให้ฆ่าล้างพี่น้อง จนกว่าจะเหลือผู้แข็งแกร่งอยู่เพียงแค่ 1 ซึ่งเขาไม่คิดว่าตัวเองจะสูญเสียคนที่รักที่สุดไปเร็วขนาดนี้เพราะการแกล้งทำตัวโง่ของลูกชายคนเล็กสุด จนพี่ชายต่างเข้าไปรุมโจมตี ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่งกับการลงมือของลูกชาย ทำได้เพียงแค่มองดูไม่ให้มันเลยเถิดจนตระกูลต้องล่มสลายเพียงเท่านั้น


    —-----------------------------


    “เฮ่ย ในที่สุดก็มาถึง วันที่ฉันจะได้เป็นจอมเวทย์เต็มตัว”


    นักเรียนปี 1 วิ่งเข้ามากระโดดขี่หลังเพื่อนที่กำลังมุ่งหน้าไปยังห้องเรียนร่วม ใครก็ตามที่กำลังเดินไปบนทางเดินมุ่งหน้าสู่ห้องเรียนร่วมล้วนแสดงท่าทางตื่นเต้นออกมา เนื่องจากวันนี้พวกเขาจะต้องเลือกสาขาของตัวเอง เพื่อก้าวไปเป็นจอมเวทย์เต็มตัว 


    การเรียนเวทมนตร์ด้วยตัวเองในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมานี้ แม้จะมีอาจารย์คอยชี้แนะในบางครั้งก็ตาม กลับมีหลายอย่างที่ยังไม่เข้าใจเพราะชั่วโมงการสอนของอาจารย์ที่มีให้นักเรียนใหม่มีน้อยมาก แต่ต่อจากนี้ไปหลังจากเลือกเข้าสาขาพวกเขาสามารถปรึกษาอาจารย์ได้ทุกเวลาหากไม่เข้าใจเวทมนตร์ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีรุ่นพี่คอยสอนและชี้แนะช่วยอาจารย์ ส่งผลให้นักเรียนหลายคนรู้สึกตื่นเต้น


    ยิ่งเป็นศาสตร์แห่งการสร้างยิ่งเต็มไปด้วยความครื้นเครงเพราะคนที่เข้าไปต้องการเงินทองจากการขายอาวุธ สำหรับศาสตร์แห่งยาแอนเดอร์สันรู้สึกว่ามันเป็นสาขาที่ไม่น่าเรียนเพราะทุกคนที่ต้องการเข้าสาขานี้ล้วนแล้วสวมแว่นและมีขอบตาที่ดำเหมือนไม่ได้หลับได้นอน


    “โห ไม่คิดเลยว่าจะมีสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่แบบนี้”


    “จะบ้าเหรอ นี่ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง ห้องแห่งนี้เดิมทีเป็นห้องเล็กๆจุคนได้ไม่กี่ร้อยเท่านั้น รุ่นพี่เล่าให้ฉันฟังว่ามันเป็นห้องที่ถูกสร้างขึ้นจากเวทย์มิติ ทำให้พื้นที่แห่งนี้ขยายใหญ่ขึ้น” นักเรียนรอบๆคุยกันเรื่องห้องเรียนรวม แอนเดอร์สันจึงกวาดตามองไปทุกมุมของห้อง


    “เวทย์มิติเหรอ ท่าทางจะสุดยอด”


    “ใช่ มันสุดยอดมาก แต่ก็เรียนยากเช่นกัน ในสาขาย่อยของผู้ที่เรียนเวทย์มิติมีอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น”


    “งั้นไม่เรียนแล้ว ดูท่าฉันเข้าเรียนคงไม่จบแน่นอน”


    นักเรียนหลายคนวิจารณ์ห้องสีขาวขนาดใหญ่ที่ทุกคนเดินเข้ามา ต่อให้จะมีนักเรียนเข้ามาหลายพันขนาดห้องกลับดูกว้างไม่คับแคบเลยสักนิด แอนเดอร์สันจึงพยายามมองรอบๆเพื่อดูว่าห้องแห่งนี้ทำงานอย่างไรเขากลับถูกเวทย์บางอย่างเคลื่อย้ายเข้ามายังห้องแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยสีขาวไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา ไม่ว่าจะเป็นท้องฟ้า พื้นดินล้วนเป็นสีขาวทั้งหมด


    “ไม่ต้องตกใจ ใครที่เข้ามาในห้องเรียนร่วมล้วนแล้วถูกส่งตัวไปยังห้องส่วนตัวกันทุกคน”


    เสียงประกาศดังก้องไปทั่วห้อง มันไม่ใช่ทั้งเสียงผู้ชายและเสียงผู้หญิง ภายในเสียงมีเสียงที่แตกต่างกันเหมือนคนนับร้อยพูดพร้อมกัน แอนเดอร์สันจึงเลิกที่จะมองหาเจ้าของเสียง หลังจากรู้ว่าสถานที่แห่งนี้มีไว้สำหรับลงทะเบียนเขาจึงยืนรอต่อไป


    “เจ้าชื่ออะไร” บทสนทนาที่เหมือนจะมาจากสมัยโบราณทำให้แอนเดอร์สันย่นคิ้ว แต่เขากลับต้องตอบเพราะเสียงกำลังต้องการข้อมูล


    “แอนเดอร์สัน เฟียร์”


    “ตระกูลเฟียร์ ตระกูลแห่งสายลมอย่างนั้นสินะ แต่ทำไมข้าถึงสัมผัสความรู้สึกดำมืดได้จากเจ้ากันล่ะ เจ้าคงไม่ได้เป็นคนของตระกูลเฟียร์เต็มตัวใช่ไหม”


    “ใช่ พ่อของฉันคือผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์”


    กรี๊ด!


    เสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่วห้องจนแอนเดอร์สันยกมือปิดหู เสียงๆนี้ทำให้เขารู้สึกเจ็บแสบแก้วหูเป็นอย่างมาก ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องคำรามก็เริ่มหายไป ก่อนที่เสียงปกติจะกลับมา


    “ผู้ต้องสาปของมาคัส”


    “อะไรคือผู้ต้องสาปของมาคัส”


    แอนเดอร์สันถามด้วยความสงสัย เขาอยากรู้ว่าอะไรคือมาคัส ทว่าเสียงกลับไม่ตอบ มันได้พูดสิ่งใหม่กับเขาแทนโดยไม่แม้จะพูดถึงเรื่องมาคัสเลยสักนิดเดียว


    “ยื่นมือออกมา ข้าจะตรวจสอบความเหมาะสมของเจ้า 2 เดือนที่ผ่านมาเจ้าเหมาะสมกับอะไร”



    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย ที่คุณอ่าน