ตอนที่ 59 สัตว์ประหลาด
“ได้เบาะแสคืบหน้าหรือยัง”
จัสตินที่เจ็ดเอ่ยถามนักบุญผู้นั้นขณะกำลังสวดภาวนาอยู่โดยไม่หันกลับไปมองอีกฝ่ายที่กำลังเดินเข้ามาใกล้นักบุญชราเข้ามานั่งข้างท่านพระสันตะปาปา
“ได้แล้วขอรับ”นักบุญชราตอบก่อนจะหยุดเล็กน้อย
“เราส่งคนไปค้นบ้านของนักเวททั้งสองคนนั้นพบว่าที่บ้านของจอหน์มีเงินสดจำนวนมากผิดปกติ ทางเราพอจะทราบว่าจอหน์รับงานพิเศษเปิดมิติให้พวกเศรษฐีเดินทางอยู่บ้าง แต่เราติดต่อพวกเขาแล้วพวกเขาก็ไม่ได้จ่ายค่าบริการเกินกว่าคนอื่นที่รับงานแบบนี้ขอรับ”
“เราคาดว่าจอห์นน่าจะรับเงินจากใครบางคนให้ทำเรื่องแบบนี้ส่วนดีนแค่โดนร่างแหถูกจอห์นฆ่าตาย”
“แล้วมหาปราชญ์ได้พิกัดที่ถูกส่งไปหรือยัง”
“นี่แหละขอรับที่เป็นปัญหา”
นักบุญชราตอบด้วยท่าทีจริงจัง
“จากร่องรอยที่มหาปราชญ์สืบย้อนได้จอห์นเปิดมิติส่งพวกเขาไปที่ป่านูเมลอส และน่าจะอยู่ส่วนลึกด้วย”
“หา!!! ป่านูเมลอส!!”
จัสติจที่เจ็ดถึงกับผงะตัวขึ้นด้วยความตกใจแน่นอนว่าเขาย่อมรู้จักสถานที่นั้นเป็นอย่างดีเพราะมันขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายอย่างมาก
“ใช่ครับจะให้ส่งทีมช่วยเหลือไปเลยไหมขอรับ”
“จัดการได้เลยส่งมือดีที่ไว้ใจได้ไปนะ เอาเป็นคนในสังกัดของเจ้าที่ขึ้นตรงกับเจ้าโดยตรงน่าจะดีที่สุด”
“ขอรับ”
“เดี๋ยวนะถ้าจอห์นสามารถส่งพวกเจมส์ไปที่นั่นได้ แสดงว่าเขาต้องเคยไปนั่นมาแล้วสิ”
“ตอนนี้เรากำลังไล่ตรวจสอบการเดินทางของจอห์นขอรับว่าเขาไปไหนมาไหนบ้าง เดิมทีเขาประจำอยู่พื้นที่ทางใต้เป็นนักบุญปีเตอร์ที่พาเขามาที่นี่ขอรับ”
“ปีเตอร์หรอ...”
จัสตินที่เจ็ดนึกถึงนักบุญปีเตอร์เขาเป็นนักบุญหนุ่มใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลารับกับรูปร่างอ้วนของเขาจนลงตัว
“ตรวจสอบปีเตอร์ด้วยก็ดีข้าว่ามันมีอะไรเกี่ยวกันแน่”
“ตรวจสอบปีเตอร์หรือขอรับ?”
“ใช่กระทำในทางลับนะ หาความเกี่ยวข้องของจอห์นกับปีเตอร์มา เราอาจมองข้ามอะไรไปก็ได้”
“ขอรับ”
นักบุญชราลุกขึ้นคำนับและเดินจากไปปล่อยให้จัสตินที่เจ็ดเอามือกุมขมับด้วยความกังวลใจ
“เรื่องราวมันเริ่มจะควบคุมไม่ได้แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
จัสตินเหม่อมองรูปเทพอาเซอุสอยู่พักใหญ่เขาก็ลุกออกไปและเรียกบาทหลวงที่คอยดูแลเขามาและสั่งการอะไรบางอย่างอีกฝ่ายรีบร้อนจากไป
“มันอาจถึงเวลาแล้วจริงๆ....”
มหาวงกตไดดาลอส
เหล่าทหารหน่วยพิเศษต่างยึดครองพื้นที่ชั้นสองแต่เพียงกลุ่มเดียวไม่มีใครลงมาที่ชั้นนี้แม้แต่เหล่านักผจญภัยก็ตาม แม้จะมีนักผจญภัยคนหนึ่งอยากลงมาแต่ในทีมไม่มีใครอยากมาด้วย เขาก็ได้แต่คอตกกลับไป
“บิลลี่พวกเราคงไปส่งนายไม่ได้หรอก ชั้นสองมันเสี่ยงเกินไปพวกเราไม่มีใครมีสกิลต้านไฟเลเวลสูงขนาดนั้น”
หัวหน้ากลุ่มนักผจญภัยสุดเข้มส่ายหน้าเมื่อได้ยินคำขอร้องของบิลลี่
“ข้าเข้าใจขอรับ”
บิลลี่ได้แต่ตัดใจตอนแรกเขาคิดจะขอตามพวกทหาร แต่ทางนั้นปฏิเสธทันทีและมองเขาด้วยความสงสัยดีที่เขาแก้ตัวและหลบออกมาได้ก่อนจะโดนจับได้
‘คงต้องหาทางอื่น ผู้กล้ามันคงลงไปชั้นสองแล้วแน่นอนไม่อย่างนั้นพวกทหารจากเคเดมจะตามลงไปทำไมกันหมด’
บิลลี่หรือหมายเลขสิบสี่ที่ปลอมตัวมามองไปยังทางลงชั้นสองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะตามกลุ่มของเขาจากไป
ระหว่างออกเดินทางต่อเขารู้สึกได้ว่ามีการติดต่อมาจึงขอตัวจากกลุ่มสักครู่ ก่อนจะได้รับคำสั่งใหม่ว่าให้กลับมาได้เลยมีการเปลี่ยนแปลงแผนแล้ว ซึ่งบิลลี่ก็ได้แต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เขาก็ยังติดตามกลุ่มนี้ไปจนเสร็จงาน ก่อนจะกลับขึ้นไปจากเขาวงกตชั้นแรกนี้
“พวกเราพัฒนาขึ้นมากเลยในช่วงเวลาแค่ปีกว่าๆไม่นึกว่าวิธีขององค์ชายจะได้ผลขนาดนี้”
“ข้าได้ยินทีมจ่าเวสบอกว่าองค์ชายลงไปชั้นสามแล้ว”
“จริงดิ!! ข้าได้ยินมาว่าชั้นสามมีแต่สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมากอาศัยอยู่เต็มไปหมดแล้วแบบนี้องค์ชายจะไม่เป็นอะไรหรอ..”
“เจ้าโง่องค์ชายเป็นถึงผู้กล้านะ เขาคือความหวังของมวลมนุษย์แค่ชั้นสามน่ะทำอะไรองค์ชายของพวกเราไม่ได้หรอก”
“ข้าก็คิดแบบเจ้าขนาดชั้นสองที่พวกเราคิดว่าไม่มีทางลงมาได้ พวกเรายังพิชิตมันได้เลยองค์ชายคงบุกเบิกชั้นสามและหาวิธีมาบอกพวกเราแน่”
“จริงของเจ้าข้อรอวิธีการฝึกฝนใหม่ๆขององค์ชายอยู่เนี่ย ฮ่าๆๆ”
นั่นเป็นเพียงการสนทนาของทหารกลุ่มหนึ่งเท่านั้นอีกหลายกลุ่มก็คิดแบบเดียวกันตอนนี้สัตว์อสูรในชั้นสองล้วนถูกพวกเขาพิชิตลงอย่างง่ายดาย ยกเว้นมังกร กบยักษ์กิ้งก่ายักษ์ที่พวกเขาจะหลีกเลี่ยง
แม้มีบางหน่วยจะลองสู้ดูแต่เมื่อสู้ไม่ได้พวกเขาก็วิ่งหนี มีหลายหน่วยที่พบมังกรอัคคีแน่นอนว่าพวกเขาต่างเผ่นกันแบบไม่คิดชีวิต แม้ว่าจะลองคิดสู้ดูแต่คำแนะนำขององค์ชายให้พวกเขาหลีกเลี่ยงไว้ก่อนจะดีกว่าพวกเขาทำตามอย่างไม่สงสัยอะไร
วันนี้ก็เหมือนทุกวันราดิชยังคงสำรวจชั้นสามต่อไป รวมถึงฝึกฝนร่างกายอย่างหนักไปด้วยเขารับรู้ได้ว่าผลการฝึกของเขากำลังแสดงผลออกมา
ระหว่างการสำรวจเขาเจอทั้งพวกกวางกิ้งก่า กบ ตั๊กแตน งู ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นร่างแรก ที่เจอร่างสองบ้างก็มีบ้างแต่ส่วนใหญ่จะเป็นตัวที่เพิ่งวิวัฒนาการมา สเตตัสเลยไม่สูงมาก
แน่นอนว่าพวกมันย่อมต้องถูกเขาเชือดทิ้งอยู่แล้วนอกจากนี้ก็เจอร่างแรกและร่างสองของสแลคคัสด้วยพวกมันอาศัยอยู่เป็นฝูงและมักออกหากินพร้อมกัน ต่างจากร่างขั้นสามที่เมื่อวิวัฒนาการแล้วจะแยกออกไปอยู่ตัวเดียว
ร่างแรกของมันชื่ออาโนคัส สเตตัสเฉลี่ยส่วนใหญ่ก็สามถึงห้าร้อยพอเลเวลสิบก็จะวิวัฒนาการเป็นร่างสองคือ บาโนคัสเจ้านี่สเตตัสตอนกลายร่างเฉลี่ยห้าถึงหกร้อยซึ่งเมื่อมันเติบโตถึงเลเวลสามสิบจะมีสเตตันเฉลี่ยพันต้นๆ
นับว่าแข็งแกร่งมากพอควรในชั้นนี้พอเลเวลถึงสามสิบพวกมันก็สามารถวิวัฒนาการเป็นสแลคคัสได้แต่เขาก็ยังไม่เจอสแลคคัสตัวอื่นนอกจากตัวที่โดนจัดการไป แต่ด้วยความใหญ่โตของที่นี่แล้วพวกมันอาจอยู่ส่วนอื่นของเขาวงกตก็ได้
ระหว่างนี้เขาเก็บค่าความเชี่ยวชาญสกิลสายประสาทสัมผัสเป็นหลักเขาไล่ดมกลิ่น นอนไถลกับพื้นเพื่อเพิ่มค่าความเชี่ยวชาญและด้วยการดมกลิ่นทำให้ไปเจอของดีเข้าจนได้
ฉั่วะ!!
กวางร่างสองตัวหนึ่งเพิ่งถูกเขาบั่นคอไปขณะที่ร่างแรกตัวอื่นนั้นนอนเป็นซากศพหมดแล้ว เขาอยู่ในโพรงถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งที่นี่มีสมุนไพรขึ้นอยู่หลายชนิด มีหญ้าฟูกัสที่เคยเก็บมาแล้วด้วย แน่นอนว่ามันย่อมโดนเขาเก็บไปจนหมดไม่เหลือแม้แต่ต้นเดียว
ระหว่างสำรวจอย่างสบายใจเขาก็ได้ยินเสียงดังตึงตังจากด้านหน้าก็เห็นสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งกำลังวิ่งตรงมามันมีร่างกายเหมือนกิ้งก่าตัวยักษ์ที่เดินด้วยสองขาขาคู่หลังของมันเต็มไปด้วยมัดกล้าม ร่างกายปกคลุมด้วยเกล็ดสีน้ำตาลเข็มขาคู่หน้าที่ยื่นออกมามีกรงเล็มแหลมคม ปากของมันเต็มไปด้วยฟันแหลมคมดวงตาสีเหลืองของมันชวนให้ผู้คนหวาดผวา
“หืม?? ไทแรนเดล?? ไม่สิ เจ้านี่มันตัวใหญ่กว่าสามเมตรน่าจะเป็นร่างสอง ว่าแต่มันหนีอะไรมา?”
เขาประเมินเจ้ากิ้งก่ายักษ์ที่กำลังวิ่งมาท่าทางมันเหมือนจะหนีอะไรอยู่ ปกติมังกรคือสัตว์อสูรผู้แข่งแกร่งน้อยนักที่มันจะวิ่งหนีสิ่งมีชีวิตอื่น
เผ่า ไทแรนเดอร์ LV 1 ชื่อ ไม่มี
ค่าสเตตัส
HP 728/1656 (สีเขียว) (รายละเอียด)
MP 55/1305 (สีฟ้า) (รายละเอียด)
SP 586/1530 (สีเหลือง) (รายละเอียด)
SP 68/1540 (สีแดง) (รายละเอียด)
ค่าพลังโจมตีโดยเฉลี่ย 1572 (รายละเอียด)
ค่าพลังป้องกันโดยเฉลี่ย 1558 (รายละเอียด)
ค่าพลังเวทมนตร์โดยเฉลี่ย 1436 (รายละเอียด)
ค่าพลังทนทานโดยเฉลี่ย 1448 (รายละเอียด)
ค่าความเร็วโดยเฉลี่ย 1507 (รายละเอียด)
สกิล
เดรกปฐพี LV 4 เกล็ดมังกร LV 6
ฟื้นฟู HP อัตโนมัติ LV 1 สัมผัสพลังเวท LV 1
ควบคุมพลังเวท LV 1 เวทดิน LV 1
แม่นยำ LV 2 หลบหลีก LV 5
สัมผัสอันตราย LV 9 สัมผัสการเคลื่อนไหว LV 8
สัมผัสกลิ่นอาย LV 4 สัมผัสความร้อน LV 2
แอบซ่อน LV 10 ซ่อนเร้น LV 1
ไร้สุ้มเสียง LV 5 ต้านพิษร้ายแรงLV 1
ต้านกรดรุนแรง LV 1 ต้านอาการอัมพาต LV 6
ต้านการตัดเฉือน LV 7 ต้านพลังทำลายLV 8
ต้านการเน่าเปื่อย LV 9 มองเห็นในที่มืดLV 10
พลังชีวิต LV 6 ปริมาณเวท LV 5
การโต้ตอบฉับพลัน LV 5 ความอดทน LV 5
พละกำลังมหาศาล LV 2 ความทนทานมหาศาลLV 2
ผู้ใช้เวท LV 5 เครื่องราง LV 4
ความเร็วสูง LV 7
สกิลพ๊อยท์ 3500
ฉายา
[ผู้สังหารสัตว์อสูร] [ผู้ฆ่าล้างสัตว์อสูร]
“เป็นร่างสองจริงด้วย ท่าทางจะเพิ่งวิวัฒนาการมาทั้งค่า SP สีแดง กับ MP เหลือน้อยมากขนาดนั้น”
ราดิชพุ่งเข้าไปพร้อมดาบในมือเจ้ากิ้งก่าเห็นเขาแล้วแต่มันก็ยังคงวิ่งมาหาเขา ดูเหมือนมันจะกลัวอะไรที่ไล่มันมามากกว่าเมื่อเข้าถึงตัวเจ้าไทแรนเดอร์ ราดิชก็สังหารมันในดาบเดียวเขาผ่าร่างมันเป็นสองส่วนเหมือนตัดไม้ธรรมดา และเก็บร่างมันไปทันที
เขายังคงพุ่งต่อไปจนพบสิ่งที่ทำให้ร่างก่อนกลายเป็นมังกรตัวนี้ต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนมันปรากฏตัวตรงหน้าเขา ต่างฝ่ายต่างหยุดเผชิญหน้ากัน
“แมงมุมยักษ์??”
สิ่งที่ปรากฏตัวตรงหน้าเขาคือแมงมุมตัวใหญ่ยักษ์มันมีร่างกายใหญ่โตกว่าหกเมตร ขาแต่ละข้างใหญ่และหนาอวบ ขนสีเทาซีดจางทำให้มันดูแตกต่างจากสถานที่นี้อย่างมากดวงตาสีแดงฉานทั้งแปดจ้องมาที่เขาด้วยประสงค์ร้าย
ดูเหมือนมันเองก็ไม่กล้าลงมือทันทีเช่นกันมันคงเห็นเขาผ่าร่างเจ้าไทแรนเดอร์นั่นเป็นสองซีก เขาลองประเมินดูค่าสเตตัสของมันแต่สิ่งที่เห็นก็ทำเขาอึ้งไปทันที
“สัตว์ประหลาดชัดๆ”